จุติ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โทษบริหารล้มเหลว-ทุจริต-เรียกร้องมาฟังข้อกล่าวหา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

นายจุติ ไกรฤกษ์อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวหาว่าบริหารราชการล้มเหลวและทุจริต พร้อมเรียกร้องให้มาฟังข้อกล่าวหาเพื่อแก้ไข

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมได้เสนอญัตติเปิดอภิปราย ทั่วไปไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็กราบเรียนท่านประธานว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ปลอดประสพแมนมากที่เป็นลูกผู้ชายที่กล่าวขอโทษ แล้วอยากจะไปไถ่บาป ผมกราบเรียน ท่านว่าถ้าท่านไถ่บาปได้จริง ๆ เอาศูนย์ประชุมไปคืนให้เขา ผมเชื่อว่าเขาจะอภัยให้ท่านหมด นะครับ ท่านประธานครับ ผมนั้นกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมอภิปรายทั้งหมดนี้จะ ไม่เกี่ยวข้องกับท่านรองนายกรัฐมนตรีทุกท่านเลย ท่านรัฐมนตรีทั้งหลายก็ไม่เกี่ยวข้องเลย นะครับ ท่านดีแสนดีทุกท่านนะครับ ดีไม่มีที่ติ ผมนี่ท่านนายกรัฐมนตรีที่ผมจะอภิปราย ไม่ไว้วางใจนะครับ ในญัตติของผมนั้นผมไม่ไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดินของท่าน นายกรัฐมนตรีที่บกพร่อง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญาไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม ไร้ภาวะผู้นํา ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ส่งเสริมปกป้องการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการ แสวงหาผลประโยชน์ ความร่ํารวยของครอบครัวและวงศ์วานว่านเครือ ในขณะที่ประชาชน นั้นกลับจนลงได้รับการเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส นโยบายรณรงค์การต่อต้านการทุจริต ของท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นนางเอกเป็นละครปาหี่ไม่มีผลในการ ปฏิบัติจริง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเสียดาย ผมอยากจะขอเชิญท่านนายกรัฐมนตรี มาฟังคําอภิปรายข้อกล่าวหาของสภาครับ ไม่ต้องให้เกียรติผมหรอกครับ ให้เกียรติสภาครับ มาฟังว่าพวกกระผมนั้นจะสะท้อนปัญหาให้ท่านนายกรัฐมนตรีฟัง ท่านจะได้แก้ได้ถูกจุด นะครับ ท่านจะได้ไม่ต้องสงสัยว่าทําไมคนหลายล้านคนเกลียดท่านเหลือเกิน ถ้าเผื่อท่าน ฟังแล้วผมว่าท่านไปแก้แล้ว ผมเชื่อว่าท่านสามารถกลับได้นะครับ

ประการต่อมาครับท่านประธาน นอกจากการไม่ไว้วางใจแล้วผมนั้นต้องบอก กับท่านประธานว่าวันนี้ผมได้รับมอบหมายจากพี่น้องประชาชนตามรัฐธรรมนูญว่าผมนั้น มาทําหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญตรวจสอบท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่มีอะไรอคติไม่รู้จักท่าน เป็นการส่วนตัว ทําหน้าที่ก็คือเป็นกระจกส่องเงาที่ไม่เฉลี่ยแต่จริงใจอยากให้ท่านแก้ปัญหา เพื่อประเทศนั้นจะได้หลุดพ้นภาวะวิกฤติ ผมมาทวงศักดิ์ศรีของข้าราชการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ที่ผมพูดเพราะว่าที่ผ่านมานั้นการบริหารราชการของท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ไร้คุณธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการที่กระทรวงการต่างประเทศและข้าราชการของกระทรวง การคลัง ๒ กระทรวงนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่าการโยกย้ายแต่งตั้งที่ท่านนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นหัวโต๊ะอนุมัตินั้น เปรียบเสมือนหนึ่งข้าราชการเหล่านี้เป็นเพียงแค่พนักงานในบริษัท เขามีจิตใจ เขาทําดี แต่ไม่มีใครเห็นด้วย ผมมาทวงคืนท่านนายกรัฐมนตรีกรุณาฟังด้วยว่า ผมมาทวงคืนศักดิ์ศรีของข้าราชการทั้งหลายเหล่านั้น ทั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ยกเว้นครับ ศักดิ์ศรีของประเภทที่ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับนาย ใช่ครับท่าน ผมไม่ทวงคืน เพราะสิ่งที่ผมห่วงก็คือว่าวันนี้ข้าราชการทั้งหลายกําลังตั้งคําถามกับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ตั้งคําถามกับวิธีการบริหารของท่านนายกรัฐมนตรีครับว่ายุคนี้หรือเป็นยุคที่ทําดีได้ดีมีที่ไหน ทําชั่วได้ดีมีถมไป ดูได้ที่พฤติกรรมของท่านนายกรัฐมนตรี ข้อดีของท่านนายกรัฐมนตรีนั้น มีนะครับ ท่านเป็นคนอึด อดทน ผมนั้นนับถือในความอึดและความอดทนของท่านมาก สิ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานคือว่าวันนี้จะต้องบอกด้วยนะครับว่า ผมมาทวงสัญญา ให้กับประชาชน พี่น้องประชาชนที่จ่ายเงินเดือนให้กับผมทุก ๆ เดือน ๆ ทุก ๆ ปี โดยเฉพาะ อย่างยิ่งชาวนาทั้งประเทศครับ วันนี้รอเงินจํานําข้าวจากรัฐบาลครับ รอมาแล้ว ๒ เดือน แล้วก็เลิกให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้นายอําเภอไปโกหกได้แล้วว่าเงินข้าวที่ไม่มานั้น เพราะเดินขบวนในกรุงเทพฯ บอกไว้เลยนะครับว่า ธ.ก.ส. นั้นไม่ได้ถูกใครปิดล้อมเลย ธ.ก.ส. ไม่มีสตางค์ถังแตกต่างหาก รัฐบาลไม่กู้เงินมาเพิ่มให้ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นไม่ขยายเพดาน หนี้ให้ ธ.ก.ส. จึงไม่มีเงินไปจ่ายชาวนา แล้วชาวนานั้นจะต้องคอยอีก ๒ เดือนครับ ท่านประธานครับ กว่าจะได้สตางค์ ท่านประธานเห็นแล้วว่าอดีตผู้นําเกษตร นายกสมาคม ชาวนาไทยบอกแล้วว่าเวลา ธ.ก.ส. ไปจ่ายสตางค์ก็จ่ายเฉพาะผู้นํา แกนนําของชุมชน เพื่อไม่ให้มาเดินขบวนทวงหนี้ค่าจํานําข้าว ผมมาทวงให้แล้วนะครับ

ประการต่อมาครับท่านประธาน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือว่าวันนี้ถ้าท่านประธานดูครับ ที่ผมบอกว่าหลักเกณฑ์การโยกย้าย ที่ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานนี้ ท่านประธานจะเห็นว่าใครก็ตามที่มีส่วนในการออกพาสปอร์ต (Passport) คืนพาสปอร์ต หนังสือเดินทางให้พี่ชายท่านนายกรัฐมนตรี ทุกคนได้รับการปูนบําเหน็จหมด แต่คนที่ทําหน้าที่ขึงขัง รับใช้ประเทศในหน้าที่อื่น กลับถูกมองข้ามไป นโยบายเร่งด่วน ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ท่านพูดไว้เลยครับว่า ท่านเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อแก้ไขกฎหมายการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ท่านจะเสริมสร้าง มาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล ของบุคลากรภาครัฐ นี่คือคําสัญญาของท่าน อันหนึ่งตอนท่านแถลงนโยบาย

อีกประการหนึ่งครับ คืออะไรครับท่านประธาน คือเรื่องของเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ผมอยากจะให้ท่านประธานได้เห็นครับ ว่าวันนี้ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ของเกษตรกรของคนทั้งประเทศเป็นอย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่มาฟัง ไม่มาดู เพราะท่านเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ รูปถ่าย ดูนี่ครับแล้วจะเข้าใจง่าย ว่าคนที่ ได้เงิน ๓๐๐ บาท ค่าแรงวันนี้ เมื่อก่อนนี้ท่านชวนบอกผมว่าเงินเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุนั้น ไว้ซื้อไข่กิน ให้สุขภาพดี เงิน ๓๐๐ บาท เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีมาซื้อไข่ไก่ได้ ๑๑๔ ฟอง วันนี้เหลือ ๘๒ ฟองครับ เงินมันหายไปครับ ไข่มันหายไปครับ เพราะของมันแพง เนื้อไก่ ก็หายไปครับ เกือบ ๑ กิโลกรัม จากเงิน ๓๐๐ บาท วันที่ท่านเข้ามา กับวันนี้ที่มันมีปัญหา นอกจากนั้นแล้วถามว่าประชาชนได้อะไรจากท่านบ้างวันนี้ หนี้ครับ หนี้ที่มันมีนะครับ ผมบอกท่านประธานได้เลยว่าหนี้ต่าง ๆ เหล่านี้ หนี้รัฐบาลสร้าง หนี้ที่ให้ประชาชนนั้น มีบัตรเครดิตชาวนาไปกู้เงินนอกระบบ ให้มากู้ในระบบ ธ.ก.ส. ให้เงินเพิ่ม ธนาคารของรัฐ ให้เงินเพิ่ม วันนี้หนี้เน่านั้นจาก ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๖๓,๑๕๕ ล้านบาท นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น จากผลงานและพฤติกรรมการบริหารของท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง นอกจากนั้นแล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้เป็น ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ แล้วถ้าเผื่อ กู้เพิ่มผมบอกท่านได้เลยว่าคนไทยนั้นต้องใช้หนี้ตายอย่างเขียด นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ การบริหารงานของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ประการต่อมาครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นชอบ ครม. สัญจร เหมือนพี่ชาย ท่านเดินทางไปประชุมคณะรัฐมนตรีทั้งหมดหลายครั้งนะครับ ๑๑ ครั้ง ท่านบอกว่าเอกสารของสํานักนายกรัฐมนตรีที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปเป็นประธานมีทั้งหมด ๒,๔๗๔ โครงการใน ๖๕ จังหวัด วงเงินที่อนุมัติให้พี่น้องประชาชนนะครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คือ ๑๐ แสนล้านบาท แต่พร้อมดําเนินการทันทีจาก ๒,๔๗๔ โครงการเพียงแค่ ๓๐๒ โครงการเท่านั้น วันนี้ผมมาทวง ท่านประธานครับ ครม. สัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแห่งแรกที่ท่านไป ครม. นั้นท่านนั่งเป็นประธานอนุมัติโครงการ ๑๒๘ โครงการ วงเงิน ๓๘๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านอนุมัติไปได้เพียงแค่ ๑,๖๕๐ ล้านบาทเท่านั้น จังหวัดอุดรธานี ๑๙๐ โครงการ วงเงิน ๑๘๗,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติงบกลางแค่ ๑,๕๙๗ ล้านบาท จังหวัด ภูเก็ตมี ๑๑๗ โครงการ วงเงิน ๘๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่อนุมัติงบกลางจริงแค่ ๖๒๘ ล้านบาท เท่านั้น จังหวัดกาญจนบุรี ๒๐๓ โครงการ ๓๓,๑๐๐ ล้านบาท อนุมัติงบกลางเพียงแค่ ๑,๐๔๑ ล้านบาทเท่านั้น จังหวัดชลบุรีครับ อนุมัติ ๑๑๕ โครงการ ท่านนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธานเหมือนกัน อนุมัติ ๑๗,๖๐๐ ล้านบาท อนุมัติงบกลางให้เพียง ๕๑๖ ล้านบาท เท่านั้น นอกจากนั้นแล้วจังหวัดสุรินทร์ ภาคอีสาน อนุมัติ ๓๔๔ โครงการ ท่านประธานครับ ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติ โครงการมีความพร้อมเพียงแค่ ๑,๐๒๐ ล้านบาท จาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคใต้ ท่านอนุมัติโครงการทั้งหมด ๙๖ โครงการ มูลค่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท อนุมัติงบกลางให้ทําเพียงแค่ ๕๑๗ ล้านบาทเท่านั้น จังหวัดอุตรดิตถ์ ๗๘ โครงการ ๕๑,๓๐๐ ล้านบาทท่านอนุมัติไป แต่มีเงินให้ใช้จริง ๖๑๗ ล้านบาทเท่านั้น จังหวัดฉะเชิงเทรา ๒๐๓ โครงการ มูลค่าโครงการ ๙๑,๗๐๐ ล้านบาท อนุมัติงบกลาง เพียงแค่ ๕๒๒ ล้านบาทเท่านั้น จังหวัดกําแพงเพชรครับท่านประธาน ๑๙๙ โครงการ ๗๒,๒๗๐ ล้านบาท มูลค่าโครงการ ท่านอนุมัติเพียงแค่ ๒๒ โครงการ ๕๒๒ ล้านบาท ทั้งหมดเป็นเงินที่ท่านไปบอกกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศทุกภาคว่าคณะรัฐมนตรีอนุมัติ ให้แล้วนะโครงการนี้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทุกคนก็ดีใจนะครับ แต่สิ่งที่เขาได้คือทันที ๘,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้า เราพูดกันบอกว่าพี่น้องประชาชนต้องตื่นได้แล้ว เพราะว่าอนุมัติเม็ดเงิน ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาทนั้น ได้แค่ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ถึงเศษสตางค์ของที่ท่านอนุมัติเลย แล้วถ้าบอกว่าเป็นงบประมาณ ประจําปี งบลงทุนทุกปี ปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๕ ปีโดยไม่ทํา อย่างอื่นเลย เพื่อรักษาคํามั่นสัญญาอย่างนี้ นี่คือเหตุผลที่พวกกระผมบอกกับท่านประธานว่า นี่ละคือเหตุผลที่พวกผมไม่ไว้วางใจว่าท่านพูดอย่างทําอย่าง ปากว่าตาขยิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระเอกของประเทศนี้วันนี้คือการป้องกันการทุจริต ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นพูดทุกโอกาสที่มี ผมเสียดาย ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่มาฟังข้อกล่าวหาของกระผมเพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรี อาจจะอาย ไม่กล้าฟังสิ่งที่ท่านได้พูดไว้ ออกมาเถอะครับ ออกมาจากห้องเถอะครับ ผมเป็น ตัวแทนประชาชน ท่านต้องกล้าสู้หน้าประชาชน กล้าสู้หน้าความจริง กล้าสู้หน้าคํากล่าวหา เหล่านี้เพราะท่านจะต้องเป็นผู้ตอบเองครับ ไม่เกี่ยวกับคนอื่นเลย เพราะวาทกรรมคอร์รัปชัน ที่ท่านพูดนั้นคนไทยเคลิ้มเชื่อหมดนะครับ ครั้งแรกครับท่านประธาน คือวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ คือวันแถลงนโยบายรัฐบาล ท่านบอกว่าจะป้องกันปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบ ในภาครัฐอย่างจริงจัง โดยยึดหลักความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาลที่เป็นสากล นั่นเป็น ครั้งแรกครับท่านประธาน ครั้งที่ ๒ ครับ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๔ ท่านกล่าวนําปฏิญาณคนไทยที่สวนลุมพินีครับ ถ่ายภาพมาสวยมากเลย สาวพริตตี้ยังแพ้ แล้วกล่าวนําปฏิญาณว่าอย่างไรครับว่าเราคนไทย ผู้รักชาติขอปฏิญาณว่าจะไม่ยอมเป็นเหยื่อของค่านิยมในการติดสินบน ไม่ใช้อํานาจหน้าที่ มาคดโกงและต่อต้านการโกงทุกรูปแบบเพื่อนําประเทศสู่ความเจริญ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ มาฟังเถอะครับ ท่านจะต้องมาตอบว่าทําไมท่านทําไม่ได้ ครั้งที่ ๓ ครับ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ท่านประชุมที่ห้องประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการ มอบงานให้กับ ๑๕๙ ส่วนราชการ แล้วบอกว่าให้ทุกหน่วยงานนั้นเสนอโครงการ ๑ กรม ๑ ปราบโกง วันนี้ครับคุณหมอวรงค์ พูดถึงเรื่องของรับจํานําข้าว ผมยังไม่เห็นแม้กระทั่งสุนัขสักตัวที่โดนจับได้จากการทุจริต จํานําข้าว ครั้งที่ ๔ วันที่ ๖ มิถุนายน ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษบทบาทภาครัฐ ต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ท่านคงอ่านโพยนะครับ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น รัฐบาลได้น้อมนําการทํางานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือต้องระเบิด จากข้างในที่ต้องเริ่มจากภายในองค์กรก่อน โดยรัฐบาลให้มีการจัดทํา๑ หน่วยงาน ๑ ข้อเสนอ จากในองค์กรในการปรับระบบลดการทุจริต เท่ห์มากเลยครับคํานี้โพยนี้เท่ห์มากเลย แต่ยังทําไม่ได้ ครั้งที่ ๕ วันที่ ๔๒ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ครม. มีมติเห็นชอบ มีการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในสํานักงานปลัดสํานักสํานักนายกรัฐมนตรี และสํานักงานปลัดทุกกระทรวง ครั้งที่ ๖ วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๕ ท่านนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า อันนี้ท่านประธานจะเห็นนะครับใส่เสื้อขาว สวย ยืนเขียนครับว่า หยุดคอร์รัปชัน ท่านกล่าวว่าปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัญหาของประเทศ ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง หากหยุดยั้ง ปัญหานี้ได้ก็จะสร้างความเชื่อมั่น และช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ วันนี้นะครับ ท่านประธานภาพลักษณ์ประเทศก็คือสถาบันที่ให้เรื่องความโปร่งใส ประเทศไทย เมื่อปี ๒๕๕๔ อยู่อันดับ ๗๘ ครับ ปี ๒๕๕๕ อยู่อันดับที่ ๘๐ ปี ๒๕๕๖ อยู่อันที่ ๘๘ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องแก้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องทํามากกว่านี้ ทํามากกว่าที่พูดครับ ครั้งที่ ๗ วันที่ ๔ กันยายน สโมสรทหารบกครับ ท่านบอกว่าเห็นด้วยว่าทําให้ปราศจาก การทุจริตทําคอร์รัปชันนั้น ต้องร่วมกัน ๓ ฝ่าย ฝ่ายการเมือง ฝ่ายราชการ และนักธุรกิจ ต้องไม่ให้วงจรนี้กลับมาตั้งแต่เรื่องการจ่ายเงินใต้โต๊ะ หรือการซื้อขายตําแหน่ง ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านกล่าวครั้ง ๙ ว่าอย่างไรไหมครับ วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๖ นี้เองครับไม่อยากเห็น การทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการปฏิบัติงาน อย่าให้พบว่ามีเจ้าหน้าที่เป็นหูเป็นตา ให้เกิดช่องการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วก็วันที่ ๒ กรกฎาคม ก็พูดอีกครับ ยืนยันว่ารัฐบาล จะต้านทุจริต เน้นการกระทําเพื่อให้บังเกิดผลอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ยืนยันอีกครั้งว่า ไม่ว่าจะเป็นใคร มีอิทธิพลเพียงใดหากทุจริตคอร์รัปชันรัฐบาลจะดําเนินการตามกฎหมาย อย่างไม่ละเว้น แค่ผมอ่านนี้ยังไม่จบนะครับ มีอีกครับ ผมก็เหนื่อยแล้ว เหนื่อยแล้วก็ยังไม่ได้ ปราบเลย แล้วบอกด้วยบอกว่าไม่ว่าหน้าไหนก็จะไม่ละเว้น ผมกราบเรียนท่านประธาน ได้ครับว่า วันนี้สิ่งที่กําลังเกิดขึ้นกับบ้านเมืองนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานได้เลยว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ยังไม่ได้ทําสิ่งที่ท่านพูด ท่านพูดทุกโอกาสที่มี ผมก็ไม่ทราบว่าเพื่อ สร้างภาพหรือว่าท่านต้องการทําจริง ๆ วันนี้ผมได้ไปติดตามตรวจสอบท่านนายกรัฐมนตรีนั้น โดยตําแหน่งเลยคือหัวหน้าคณะรัฐมนตรี นั่งอยู่หัวโต๊ะ สิ่งที่เข้าคณะรัฐมนตรีนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรู้ ต้องทราบ สิ่งที่อนุมัตินั้น ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรู้ ต้องทราบ วันนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีจะไม่ทราบเชียวหรือ ผมยกตัวอย่างให้ฟังครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้ทําตามสัญญาครับ คือ ลดภาษีนิติบุคคล จาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๓ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ลดภาษี บุคคลธรรมดา แต่ผมถามว่าลดภาษีแล้วประชาชนตาดํา ๆ ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการ เป็นลูกจ้างเขาได้อะไร นักธุรกิจทุกคนก็ต้องดีใจหมดครับ กําไร ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาษีลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องได้เงินเพิ่ม ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมถามว่าประชาชนที่จ่ายภาษีให้ท่านด้วยเขาได้อะไร จากท่านครับ ผมยกตัวอย่างให้ฟังตัวอย่างเดียวครับ ท่านประธานครับ น้ําท่วมประชาชนนั้น ได้เงินชดเชยครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท แต่รัฐบาลนั้นมีโครงการให้นักธุรกิจกู้ กู้ดอกเบี้ยต่ํา ผมก็ไม่ว่านะครับ ดีใจช่วยลดต้นทุนให้เขาด้วย แต่ประเด็นก็คือว่าเงินที่เขาลดกู้ไปป้องกัน น้ําท่วมนั้น เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เขาจ่ายดอกเบี้ยเพียงแค่ ๑,๐๐๐ บาทต่อปีนะครับ ทุก ๆ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท จ่ายเพียงแค่ ๑,๐๐๐ บาทต่อปี แต่ชาวนา ชาวไร่ของพวกกระผม นะครับ ธ.ก.ส. ท่านประธานทราบใช่ไหมครับ เงินกู้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทนั้น จ่ายดอกเบี้ย ปีละ ๗๐,๐๐๐ บาทครับ คนจนจ่ายดอกเบี้ยในโครงการของท่านนายกรัฐมนตรีแพงกว่า ๗๐ เท่า วันนี้ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่ารัฐวิสาหกิจที่ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานโดยตําแหน่งเลยนะครับ รัฐวิสาหกิจนั้นคือทรัพย์สินประชาชนครับท่านประธาน วันนี้ประชาชนนั้นเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น ทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ของรัฐบาล ไม่ใช่ของราชการ ทรัพย์สินนั้นเป็นของประชาชน เขามอบให้เรานั้นมาดูแลให้เกิดประโยชน์ไม่ให้เสียหาย ได้รับการบริการที่ดี ผมถามว่าวันนี้ที่ท่านตั้งข้าราชการทั้งหลายไปสู่คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ท่านได้ดูแลไหมว่าแต่ละคนไปนั่งในนั้น เขาดูแลประโยชน์ เพื่อประชาชนหรือดูแลประโยชน์ให้ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยัง ไม่สามารถตอบได้ เพราะว่าไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แล้วก็ชวนให้พวกผมนั้นว่าอย่าไปพูด ข้างนอกเลย มีอะไรให้มาพูดในสภา แต่พอถึงในสภาท่านก็หายทุกที ผมเชื่อว่าถ้าเผื่อท่าน เข้าห้องน้ําคงไม่นานขนาดนั้นครับ สินทรัพย์รัฐวิสาหกิจที่มีทั้งประเทศมูลค่า ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธานครับ เราบอกว่าวันนี้เรามีรายได้จากรัฐวิสาหกิจที่เราให้ไปทํานั้น เพียงแค่ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น แต่มาตรฐานสากลนั้นต้องให้ได้อย่างน้อย ๕ เปอร์เซ็นต์ คือประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานทราบไหมครับ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเราได้ทุกปี เรานั้นจะไม่ต้องกู้เงินเลย แล้วสําคัญที่สุดทุกครั้งที่มาชี้แจงกันทุกคน ก็บอกว่ารัฐวิสาหกิจจ่ายเงินได้น้อย เพราะว่า ขสมก. ก็ขาดทุน ต้องช่วยคนจน ไฟฟ้า ประปา ก็ต้องดูแลประชาชนก็ต้องขาดทุน รถไฟฟ้าก็ต้องดูแลไม่ให้แพงเกินไป การรถไฟแห่งประเทศไทย วันนี้ก็ขาดทุน เพราะว่าวิ่งรถไฟฟ้าขาดทุน ปตท. ก็บอกว่าวันนี้คนไทยต้องจ่ายเงินค่าก๊าซเพิ่ม อันนี้ผมคาใจมากครับ คาใจมากท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นประธาน คณะกรรมการข้าวแห่งชาติ รั่วไหลมากที่สุดกว่าทุกโครงการในประวัติศาสตร์ชาติไทย เจ๊งมากที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ วั นนี้คนไทยต้องจ่ายค่าก๊าซเพิ่ม ทั้ง ๆ ที่ก๊าซนั้นเป็นของคนไทยเอง แล้วบอกด้วยนะครับว่า ก๊าซที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่ใช่จากราคาตลาดโลกนะครับ มาจากนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ อนุมัติให้ชาวบ้านนั้นต้องแบกรับ ค่าก๊าซขึ้นทุกเดือนเป็นเวลา ๑๒ เดือน เดือนละ ๗.๕๐ บาท สําหรับถัง ๑๕ กิโลกรัม แต่เงิน ไปถึงชาวบ้าน ชาวบ้านไม่ได้จ่าย ๗.๕๐ บาทหรอกครับ ต่อถัง ๑๐ บาทครับ ถ้า ๑ ปี จ่าย ครบ ๑๒ ครั้ง คือ ๑๒๐ บาทครับ นี่ละครับคือสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกกับประชาชนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นจะลดรายจ่ายให้กับประชาชน แต่ท่านกลับเป็นคนกําหนดนโยบายเอง นั่งเป็นประธานเอง แล้วก็บอกให้ประชาชนนั้นแบกรับภาระนี้ไปเถอะ ถามว่าเพื่อใคร เพื่อใครครับ คนทั้งประเทศ ๖๐ ล้านคน ต้องจ่ายค่าก๊าซแพง ท่านนายกรัฐมนตรีทํากับเขา อย่างนี้ได้อย่างไร ผมอยากจะเห็นหน้าท่านนายกรัฐมนตรีว่าใจดําขนาดนั้นหรือ ค่าไฟฟ้า คนจนเคยไม่ต้องเสียเพราะจนมาก ๆ วันนี้ก็ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่ม เขาทําอะไรผิดหรือครับ ที่เกิดมาจน ท่านนายกรัฐมนตรีบอกจะอุ้มคนรวย ไม่ช่วยคนจนอย่างนั้นใช่ไหมครับ จะบอก กับประชาชนอย่างนั้นใช่ไหม ผมจะได้ไปบอกเขาต่อ แล้ววันนี้ในคณะกรรมการผมกราบเรียน ท่านประธานได้เลยว่า ในคณะกรรมการนั้นผมอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ เกี่ยวกับท่านรองนายกรัฐมนตรีเลย ไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรีเลย ผมอยากจะถามว่าเวลาที่ท่าน ตั้งคนไปนั่งรัฐวิสาหกิจนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีรู้บ้างไหมว่าท่านตั้งใครเข้าไป รู้บ้างไหม แต่ละคนมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมไปดู รัฐวิสาหกิจนั้น มี ๕๖ แห่งครับ ใน ๕๖ แห่งนั้น ผมบอกกับท่านประธานได้เลยว่ามี ๓ หมวดใหญ่ ๆ ธุรกิจใหญ่ ๆ ที่อยู่ ในความสนใจของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วท่านก็เป็นประธานนั่งอนุมัติในวันที่คณะรัฐมนตรี มีมติ ท่านหนีความรับผิดชอบไม่พ้นหรอกครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าธุรกิจกลุ่มไหน คงไม่ต้องเดาให้คนไทยครับโทรคมนาคม กลุ่มที่ ๒ อะไรครับ กลุ่มพลังงาน ดอกเตอร์สรรเสริญ เมื่อคืนพูดแล้ว ถูกประท้วงแทบตาย เพราะไปแอบรู้ว่าเขาทํามาหากินอย่างไรกับกลุ่มพลังงาน ส่งใครเข้าไปคุมเดี๋ยวผมจะแฉให้ดู อันที่ ๓ คือกลุ่มธนาคารธนาคารของรัฐนี่ละครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าธนาคารของรัฐทําไมมันสําคัญ เพราะว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นในอดีตก่อนมาเป็นนายกรัฐมนตรีเคยเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัทโทรคมนาคมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก่อนมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นเคยเป็นผู้บริหาร บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครับ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้นต้องใช้เงินทุน ต้องใช้ทุน จากรัฐ ต้องคุมธนาคารรัฐให้ได้

ท่านประธานกรุณาตามผมมา ผมไปดูนะครับว่าในกลุ่มของคนที่แต่งตั้งนี่ ผมบอกท่านประธานครับว่าทุกคนที่ถูกแต่งตั้งไปทุกคนดีหมดครับ คุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีที่ติ ผมไม่ตําหนิคนถูกแต่งตั้งเลย เพราะว่าคนแต่งตั้งนั้นเขาต้องเห็นแล้วว่าเหมาะสม เขาถึงใช้ ข้าราชการหลายคนมีความรู้มีความสามารถในนั้นเขาก็ไปทําหน้าที่ แต่ผมไปดูว่า มีสิ่งที่มันเป็นแพทเทิร์น (Pattern) หรือรูปแบบที่มันจะดูได้ คือ ๑. ผมถามว่าทําไม ในคณะกรรมการต่าง ๆ เหล่านั้นต้องมีทหารเยอะนัก ทหารนี่รบเก่งนะครับ แต่ทหารทํา ธุรกิจไม่เป็นครับท่านประธาน แล้วทหารนั้นมีเป็นแสนคน ทําไมทหารต้องเป็นเฉพาะอยู่ เกือบจะรุ่นเดียวกันครับ รุ่นเตรียม ทบ. ๑๐ รุ่นเดียวกับพี่ชายท่านนายกรัฐมนตรีครับ ทําไม คนที่เป็นกรรมการเฉพาะรุ่นนี้ที่มีความรู้ความสามารถ รุ่นอื่นไม่มีหรือครับ หรือรุ่นนี้ฉลาด ที่สุดเพราะว่าเคยเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทยแล้ว ผมมีข้อสงสัยเหมือนกับพี่น้องประชาชน ทุกคนครับ นี่คือกลุ่มที่ ๑ ที่ผมพบครับ

กลุ่มที่ ๒ คือไปเอาผู้บริหารของภาคเอกชนมา ก็ดีอีกครับ ไม่ว่าเขานะครับ ดีอีกครับ เพราะเขาบริหารเอกชนจนเจริญ แต่ถามว่าเอกชนมีครบหมดนี่ ทําไมที่สําคัญ ๆ ต้องมาให้กลุ่มเฉพาะโทรคมนาคมที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยบริหารที่ครอบครัวท่านเคยมีหุ้น ถามว่าทําไมเฉพาะกลุ่มนี้ครับ กลุ่มอื่นเป็นไม่ได้หรือครับ

กลุ่มที่ ๓ ก็คือกลุ่มนักกฎหมายครับ นักกฎหมายท่านครับ ทนายความ ประเทศนี้มีอยู่ ๖๐,๐๐๐ กว่าคน เรามีอัยการสูงสุดเก่ง ๆ มีอดีตผู้พิพากษาเก่ง ๆ อดีตกฤษฎีกาเก่ง ๆ รู้กฎหมาย ทําไมไม่ใช้เขาอยู่ในบอร์ดละครับ ทําไมนักกฎหมายส่วนใหญ่ แล้วผมเห็นเป็นแต่นักกฎหมายมือดี ไม่ใช่ไม่ดี เก่งนะครับ แต่ต้องมียี่ห้อว่าเคยเป็นทนาย ให้กับตระกูลชินวัตรเท่านั้นที่ไปอยู่ในคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจ นักกฎหมายอื่นทําได้ ไหมครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่านี่ละครับคือข้อสงสัย

ประการต่อมา อันนี้ก็คงไม่ว่ากันนะครับ แจกจ่ายตําแหน่งให้กับอดีต ส.ส. อดีต ส.ส. ไทยรักไทย อดีต ส.ส. พลังประชาชน อดีต ส.ส. เพื่อไทย อดีตผู้สมัครพรรคเพื่อไทย อดีตผู้สมัครพรรคพลังประชาชน แจกผมไม่ว่าครับ ถามว่าใส่เขาให้ถูกจุดหรือเปล่า

อีกกลุ่มหนึ่งครับ คือข้าราชการที่รับใช้ใกล้ชิดท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ นี่ละครับ ข้าราชการที่รับใช้ใกล้ชิดพี่ชายท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ครับ ท่านข้าราชการ ที่รับใช้ใกล้ชิดอดีตพี่สะใภ้ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นะครับ เข้าสู่ตําแหน่งเกือบทุกคน เกือบทุกคน ผมไล่ให้ท่านประธานมาครับ เรียนทัพบกรุ่น ๑๐ ผู้บริหารโทรคมนาคม ทนายความ ตระกูลชินวัตร อดีต ส.ส. อดีตผู้บริหาร ข้าราชการรับใช้ใกล้ชิด ขาดไปคนหนึ่งครับ และประชาชนเจ้าของยืนอยู่ตรงไหนครับในรัฐวิสาหกิจ ประชาชนเจ้าของยืนอยู่ตรงไหนครับ ท่านประธาน ในรัฐวิสาหกิจ มีที่ให้เจ้าของยืนไหมครับ ไม่มีครับ และท่านประธานถ้าท่าน ดูนะครับ ผมอยากจะบอกท่านประธานวันนี้ว่าภารกิจอีกอันหนึ่ง ผมกราบเรียนท่านประธาน ว่าวันนี้ผมขอเป็นวันเริ่มต้นที่จะขอทวงรัฐวิสาหกิจของประชาชนคืนมา ผมอยากเรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรีให้มานั่งฟังผมครับ ไปแก้ไขวิธีบริหารท่านนายกรัฐมนตรีเสีย รัฐมนตรีไม่เกี่ยวหรอก รองนายกรัฐมนตรีก็ไม่เกี่ยว ท่านนายกรัฐมนตรีคนเดียวสั่งได้ทุกคน ให้ไปสังคายนากรรมการผู้บริหารรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ไปสังคายนาใหม่เลย รื้อใหม่เลย ผมรู้ ท่านเป็นยายิ้ม เพราะว่าถูกใจท่าน ท่านอยากให้รัฐวิสาหกิจนั้นส่งเงินได้เยอะ ๆ ท่านจะได้ ไม่ต้องรีดภาษีประชาชน ผมก็บอกท่านเลยว่า วันนี้ต้องไปบอกรัฐวิสาหกิจให้ส่งรายได้ให้กับ ประชาชน ท่านประธานครับผมให้ท่านประธานดูตัวอย่างประชาชนพี่น้องจะได้รู้ ตาสว่าง คณะกรรมการที่เกี่ยวกับพลังงานครับท่านประธาน ปตท.นี่ถือเป็นบริษัทหลักเลย ของประเทศไทย ปตท. ท่านประธานครับ ท่านผู้ที่ทําหน้าที่เป็นกรรมการก็มีความรู้ ความสามารถนะครับท่านประธาน เป็นนักกฎหมายครับ แต่ประเด็นก็คือว่าคนก็สงสัย เหมือนกันว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นให้ผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ลงมติ ให้ท่านผู้นี้ได้เป็นผู้บริหาร ซึ่งจริง ๆ เป็นก่อนเกษียณนะครับ แล้วท่านก็มีคนที่มีความรู้ ความสามารถด้วย ท่านคืออดีตอัยการสูงสุด แต่ท่านผู้นี้เป็นคนที่ไม่สั่งฟ้องคดีภาษีของ ครอบครัวของท่านนายกรัฐมนตรีครับ สั่งไม่ฟ้องครับ ผมมีสิทธิสงสัยไหมครับ ว่าอดีตอัยการ สูงสุดนั่งอยู่ตรงนี้เคยนั่งที่อื่นผมมีสิทธิสงสัยนะครับ ผมมีสิทธินะครับ อีกท่านหนึ่งก็เป็น ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ พูดได้ครับอดีตปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงปัจจุบัน ท่านสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ก็เป็นคนมีความรู้ความสามารถครับ แต่ผมถามท่านนะครับ ท่านสีหศักดิ์มีความรู้ความชํานาญเรื่องน้ํามันไหม เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนไหมครับ เรื่องโลจิสติกส์ (Logistics) ไหมครับ ท่านอดีตอัยการนั้นท่านจุลสิงห์ผมเข้าใจเป็นคน มีความรู้ ความชํานาญเรื่องการร่างกฎหมายสัญญา ปตท. ต้องเป็นที่ปรึกษาให้ แต่ผมถาม ท่านประธานว่าอดีต ส.ส. ท่านหนึ่ง อดีต ส.ส. เชียงใหม่พูดได้ครับเพราะเป็นกรรมการ อินสอน บัวเขียวครับเป็นเพื่อนพี่ชายท่านนายกรัฐมนตรีครับ ส.ส. เชียงใหม่ครับ ท่านเก่ง เรื่องการเมืองนะครับ แต่ผมถามว่าท่านรู้เรื่องน้ํามันไหม ธุรกิจน้ํามันไหม ท่านรู้เรื่องธุรกิจ โลจิสติกส์ไหม ท่านรู้เรื่องการแลกเงินอัตราต่างประเทศไหม อัตราแลกเปลี่ยนไหม อีกท่านหนึ่งในนี้บอกผมไม่สบายใจเลยเป็นคนมีความรู้ความสามารถอีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ท่านดีนะครับผมไม่ได้บอกไม่ดีนะครับ แต่ผมถาม ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านนั่งหัวโต๊ะแล้วบอกบอกว่าท่านประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เป็นกรรมการอิสระ ผมถามว่าอิสระจากใครครับ อิสระจากผู้ถือหุ้น อิสระจากการตรวจสอบ จากสภา อิสระจากท่านนายกรัฐมนตรี อิสระอะไรครับ แต่ปัญหาก็คือว่าท่านก็ไม่ได้ปิดบัง เพราะไม่ได้เป็นความเลวร้ายอะไร ท่านก็เป็นกรรมการของบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น กรรมการ บริษัทชิน คอร์ปอเรชั่นครับ ผมถามว่าท่านรู้เรื่องน้ํามันไหม รู้ดีมาก แต่ผมถามว่าท่านต้อง ระวังเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

ประการต่อมาครับท่านประธานครับ ในคณะกรรมการ ปตท. สผ. บริษัทลูก ผมจะไม่ไปหมดครับท่านประธานครับ เพราะว่ามีเยอะมากเยอะจริง ๆ คนที่เป็นกรรมการนี้ ก็เตรียม ทบ.๑๐ นี่แหละครับ เพื่อนท่านอดีตนายกรัฐมนตรีพี่ชายท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเวลานั่งอยู่หัวโต๊ะแล้วตั้งคนเหล่านี้เข้าสู่ ตําแหน่ง ผมถามจริง ๆ ครับ แล้วเท่านั้นไม่พอครับท่านประธาน ผมจะต้องรีบสรุป ให้ทันเวลาก็คือว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้สั่งบัญชาการเองกับรองนายกรัฐมนตรีบอกว่า ให้ไปดูทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจสิที่ไหนบ้างที่จะเอามาทําประโยชน์เพื่อให้รัฐนั้นได้ประโยชน์ สูงสุด ฟังดูดีนะครับ ดีมาก ๆ เลย ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ต้องทําตามนายกรัฐมนตรีสั่ง เพราะนายกรัฐมนตรีสั่งนี่ครับไม่ทําเขาก็ปลดถึงแม้จะเป็นอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยชินวัตร อย่างไรก็คงถ้าไม่ทําก็โดนปลดแน่นอน แล้วแถมตอนที่มีคดีภาษีหุ้นก็เป็นกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์ด้วย ก็ต้องทํานะครับ ทรัพย์สินที่บอกว่าให้เอามาทํานั้นไปดูมาเลย รัฐวิสาหกิจ ๕๖ แห่งมีที่ไหนบ้าง ผมจะฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังช่วยดู อย่าให้เล็ดลอดไปแม้แต่บาทเดียว ก็ไปดูปรากฏว่ามีอยู่ ๘ แห่ง ท่านประธานครับ ทรัพย์สินนั้น มีอยู่ ๘ แห่งครับ ใน ๘ แห่งนั้นถ้าเผื่อดูแล้วผมก็ตกใจ เอ๊ะ ทําไมท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ดี ๆ เป็นอดีตผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ บอกว่าให้เอารัฐวิสาหกิจนั้นมาหารายได้ ท่านมี วิสัยทัศน์ครับ แต่ผมกําลังจะถามว่าวิสัยทัศน์ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นผมตั้งขอสงสัยครับ วิสัยทัศน์เพื่อ พวกพ้องหรือวิสัยทัศน์เพื่อประชาชน ปรากฏว่าท่านสั่งรองนายกรัฐมนตรีไปแล้วทุกคน เป็นลูกน้องนายกรัฐมนตรีเสนอมาหมด การรถไฟแห่งประเทศไทยที่มักกะสัน ๔๙๘ ไร่ มูลค่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมดีใจนะครับ ดีใจว่ารัฐวิสาหกิจนั้นรวย จะได้ หลุดหนี้สักทีหนึ่ง พนักงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟฟังไว้นะครับ ท่านมีส่วนในการที่ดูแลรักษา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ดินของเสด็จล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ พระราชทานให้คนไทยทั้งประเทศ นอกจากนั้นมีอะไรครับ สถานีแม่น้ําช่องนนทรีอีก ๒๗๐ ไร่ นี่ภายใต้การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ดิน อสมท. ที่ห้วยขวาง มีแปลงงามมากท่านประธานครับ ๕๐ ไร่ วันนี้ในข่าวผู้บริหารบอกว่า มูลค่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเบญจาอย่าไปเชื่อนะครับ มันขั้นต่ํา ๔,๐๐๐ ครับ นั่นคือราคา ตลาดไม่ใช่ราคาประเมินราคาประเมินอาจจะ ๒,๐๐๐ ราคาตลาด ๔,๐๐๐ แล้วถามว่าที่ดิน อสมท. ห้วยขวางนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอนุมัติให้ใครเป็นประธาน ก็มีความรู้ความสามารถ ด้านกฎหมายนะครับ เพื่อนรักผมนะครับ ท่านสุธรรม แสงปทุม อดีต ส.ส. ไทยรักไทยครับ อดีตรองประธานสภา เป็นคนมีความรู้ความสามารถนะครับ แต่ผมถามว่าหาคนอื่นได้อีกไหม ที่นอกจากเพื่อนผม อีกท่านหนึ่งครับก็เคยเป็นอดีตเพื่อนผมเหมือนกันครับ ปัจจุบันก็เป็น อดีต ส.ส. ประชาธิปัตย์ อดีต ส.ส. ไทยรักไทยครับ ท่านจักรพันธ์ ยมจินดา ครับ นี่จะไปดูแล เรื่องการพัฒนาที่อสังหาริมทรัพย์ ท่านประธานทราบไหมครับ ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่า เขากะตั้งโครงการนี้สูง สร้างตึกสูง ๕๙ ชั้น พื้นที่ใช้สอย ๓๐,๐๐๐ ตารางเมตร เยอะแยะ ไปหมดเลยครับ นี่คือสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีคิดดีให้กับคนไทยนะครับจะได้มีเงินเอามา บริหารประเทศ เลิกยากจนเสียทีหนึ่ง แต่ผมถามว่าจับตาดูบริษัทอสังหาริมทรัพย์ให้ดี เดี๋ยวผมจะตามไปที่ไหน

ต่อมาครับ เงียบ ๆ จะยุบอยู่แล้ว องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นเจ้าของ บริษัทไม้อัดไทยครับ พี่น้องประชาชนฟังไว้ ที่ไม่เล็กครับ สรรพาวุธบางนา ๑๓๑ ไร่ ๓ งาน ๖๓ ตารางวา มูลค่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท และส่วนดีนี้ครับคือนอกเขต สามารถสร้างอาคารสูง ได้ขนาดใหญ่พิเศษ นี่คือมูลค่าของมัน ต่อมาครับที่ดินบริษัทอู่กรุงเทพ อู่ต่อเรือของ กองทัพเรือ สังกัดกระทรวงกลาโหม ติดวัดยานนาวา วันนี้ย้ายไปแล้วครับเพราะว่ารัฐบาลนี้ ให้สตางค์ย้ายไป เขาจะเอาที่นี้มาทําพัฒนาที่ดินใหม่ครับ

ต่อมาครับท่านประธาน ที่ดินการท่าเรือแห่งประเทศไทย โอโฮ ท่าเรือคลองเตย ท่านประธานครับ นึกภาพออกไหมครับกี่แสนล้านตรงนั้น น้ําลายไหลทุกคนนะครับ เจ้าของ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ แล้วถัดมาท่านประธานครับ ที่ดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ศูนย์ซ่อม บํารุงพระรามเก้า พระรามเก้าตารางวาละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ๑,๐๐๐ ไร่ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วผมก็อยากได้มือดีไปบริหารครับ แต่ผมถามว่าผู้บริหารของรถไฟฟ้ามหานคร รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เรียกว่า ผู้ว่าการ ผมก็ขอบคุณพนักงานบริษัทรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยนะครับที่ออกมา เป่านกหวีดกันนะครับ ผมชื่นชมมาก แต่ปัญหาคืออย่างนี้ครับ ผมถามว่าจําเป็นไหมที่ท่าน นายกรัฐมนตรีหาผู้บริหารเก่ง ๆ คนนี้ก็เก่งนะครับ ที่เก่งเพราะว่าการันตีได้ว่าเคยทํางาน บริษัทชินแซทเทิลไรท์ ในกลุ่มชินคอร์เปอเรชัน ทํางานตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ลูกหม้อเลยครับ วันนี้ ให้มาคุมรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ทีนี้พอมาดูอย่างนี้ท่านประธานครับผมถาม ท่านประธานว่าทําไมพวกนี้ทิศทางมันจะไปได้อย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานได้เลยว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทยนั้น ท่าเรือคลองเตยแพงนะครับท่านประธาน ผมถามว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั่งอยู่หัว โต๊ะหนีไม่พ้นความรับผิดชอบครับ ตั้งเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ มติคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั่งเป็นประธานผมเช็ก (Check) แล้ว นั่งเป็นประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ออกมาสู้หน้าผมเถอะครับ ผมจะเล่าให้ฟังอีกเยอะครับ ออกมา เถอะครับ ออกจากห้องนะครับ มาสู้หน้าประชาชนนะครับ ผมทําในนามประชาชนครับ ประธานการท่าเรือแห่งประเทศไทยรู้จักกันทั้งบ้านทั้งเมืองวันนี้ ดังมากครับ พลตํารวจโท คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง นอกจากมีวันนี้เพราะพี่ให้แล้ว ก็บอกว่ามีวันนี้เพราะน้องของพี่ ให้เหมือนกัน เป็นประธานกรรมการครับ แล้วถามว่าอะไรครับ ปลัดกระทรวงไม่ต้องพูดถึง นะครับ ไม่ทําเมื่อไรก็ไปเหมือนกับปลัดอารีพงศ์แล้วนะครับ ไปไหนครับ ไปนั่ง ก.พ.ร. ถ้าไม่ทําก็เป็นแบบปลัดอารีพงศ์เขาทําให้เห็นแล้ว เพราะฉะนั้นทุกคนต้องจัดแถว เข้าแถว ครับปลัดกระทรวง แต่ที่ผมตกใจก็คือว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่รู้เลยหรือว่าวันที่แต่งตั้งหนึ่งใน คณะกรรมการนี้คือพี่น้องคนสนิทของพี่สะใภ้ท่าน พี่น้องคนสนิทของพี่สะใภ้ท่านครับ นายทหารเรือมีเยอะทั้งกองทัพ กองทัพเรือท่านไม่ตั้ง ท่านจะตั้งคนนี้ใครจะทําไม มติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๕ นอกจากนั้นท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น ท่านประธานต้องดูนะครับว่าการรถไฟ แห่งประเทศไทยนั้น ผู้ว่าการการรถไฟคือใคร เมื่อสักครู่บอกชินแซทเทลไลท์ ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทยก็เป็นคนดีมีความสามารถเกือบจะเป็นผู้ว่า กทม. ท่านประภัสร์ จงสงวน ท่านเคยเป็นผู้สมัครผู้ว่า กทม. ของพรรคเพื่อไทยเมื่อ ๔ ปีที่ผ่านมา ท่านประธาน จําได้ไหมครับ ผมถามว่าท่านเก่งไหม เก่งมากสุดยอด แต่ผมถามท่านประธานว่าวันนี้พวกผม เรื่องข้อสงสัย ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่านี่คือสิ่งที่ผมกําลังบอกท่านประธานว่า ทุกอย่างผมเกรงเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน ผมมาถึงตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ สุดท้าย แล้วท่านประธานครับ ปัญหาก็คือว่าวันนี้ถามว่ามีที่ดินแล้วจะพัฒนามันต้องมีธนาคารเข้าไป สนับสนุนไม่อย่างนั้นโครงการไม่สําเร็จ ทุกสิ่งทุกอย่างทําต้องมีทุนครับ ผมกําลังจะบอกกับ ท่านประธานว่านี่คือสิ่งที่คนไทยควรฟังไว้นะครับ หนาว ผมเห็นผมก็หนาว หนาวว่า เสียวมาก ถ้าดูดีเอ็นเอ (DNA) ที่ผ่านมาแล้วไม่น่าไว้ใจเลยดีเอ็นเอ ไม่น่าไว้ใจเลยครับ คตส. ตั้งกี่คดีครับ แล้วก็จะนิรโทษกรรมให้หมดด้วย เอ็กซ์ซิมแบงก์ (Exim bank) ธนาคารเพื่อ การส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย เคยมีคดีจาก คตส. เรื่องปล่อยกู้เงินประเทศพม่า ท่านประธานจําได้ไหมครับ ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ตั้งครับ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน อย่าบอกว่าไม่รู้คนที่ตั้งนี่คือใคร คนที่ตั้งนี้เคยเป็นผู้ช่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมด้วย แล้วก็โด่งดังทั้งประเทศ เด็ก ๆ คนไทยรู้จักหมดเลย เพราะข้อสอบมันรั่ว ข้อสอบเอ็นทรานซ์ (Entrance) มันรั่วครับ เด็กจําจนตายเลยครับ ข้อสอบเอ็นทรานซ์รั่ว ถึงบอกข้อสอบรั่วถึงปริญญารั่ว ผมถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีตั้งไป ได้อย่างไร ไม่ใช่ท่านไม่ดีนะครับ ท่านดีครับ เอาท่านไปทําที่อื่นได้ไหมครับ ท่านเก่ง เรื่องการศึกษาก็ไปทําการศึกษาสิครับ มาทําไมธนาคารครับ แล้วท่านก็เป็นนักเรียน รุ่นเดียวกับพี่ชายท่านนายกรัฐมนตรี เว้นไว้สักคนได้ไหมครับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ผมกราบเรียนท่านประธานว่าธนาคารนี้มีปัญหา มากครับ ท่านประธานครับ ถามว่ามีปัญหาเพราะอะไร มีปัญหาเพราะว่าหนี้เน่า หนี้เน่าครับ ท่านประธานครับ แล้วก็ตั้งผู้บริหาร ก็อย่าไปพูด มันจะเจ๊งอยู่แล้วครับ มีหนี้เน่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ปล่อยกันไปได้อย่างไร ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หลายหมื่นล้านบาทนะครับ แล้ววันนี้ก็กําลังซุกกันอยู่ ซุกหนี้กันอยู่ ประนอมหนี้กันอยู่ เดี๋ยวผมจะอ่านให้ฟังก็ได้ว่าอดีตผู้บริหารที่เขาลาออกไป แล้วเขามาเขียนไว้ว่าอย่างไร นี่อีกอันนะครับ ต่อมาผมเสียใจมาก นี่คือธนาคารของชาวเกษตรกร เกษตรกร นี่ ธ.ก.ส. ครับ ผมถามท่านนายกรัฐมนตรี จริง ๆ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ตั้งเป็นประธานเหมือนกันครับ วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ก็เช็กเหมือนกัน ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธาน อนุมัติให้แต่งตั้ง มันมีกรรมการ โดยตําแหน่งกับกรรมการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี คนแรกก็เคยเป็นผู้บริหารบริษัท เอ็มลิงค์ วินโค้ช บริษัทของพี่สาวท่านครับ ไม่ผิดนะครับ ไม่ผิด แต่อยู่ใน ธ.ก.ส. นะครับท่านต่อมา เป็นทนายความของคนเสื้อแดง ก็ต้องใช้ทนายเหมือนกันนะครับ ทุกแบงก์ แล้วถามว่า ทนายความมี ๖๐,๐๐๐ คน อดีตกฤษฎีกา อดีตอัยการ ทําไมไม่ใช้ครับ ผมถามว่าทําไม แล้วก็อีกท่านหนึ่งก็คือเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคเพื่อไทยครับอีกท่านหนึ่ง ก็บอกว่าเคยเป็นที่ปรึกษา ส.ส. พรรคเพื่อไทย ส.ส. ภาคเหนือนี้ครับ ทั้งหมดนี้นะครับ ท่านประธาน ๖ คน แต่ไม่ได้อิสระจากการเมืองเลย ธนาคารอิสลาม อันนี้เรื่องใหญ่ นี่ธนาคารรัฐนะครับ ปัญหาคือประธานกรรมการธนาคารนี้ก็เป็นนักกฎหมายเหมือนกันครับ คงไม่ต้องให้ผมบอกนะครับ ทนายของตระกูลไหน ไม่ต้องให้บอกนะครับ แต่ปัญหาคือว่า ผู้บริหารนี่มาจากบริษัท แคปปิตอล โอเค ของกลุ่มชินคอร์ปอเรชั่น มาบริษัทได้สักพักหนึ่ง แล้วก็ต้องลาออกไปเพราะว่าหนี้เน่ามันเพิ่ม นี่อดีตรักษาการกรรมการผู้จัดการพูดนะครับ กระทรวงการคลังให้ข่าวเท็จ หนี้ไอแบงก์แก้ไขไปได้มากกว่าเป้าหมาย จากเป้าหมายตาม แผนฟื้นฟูปีละ ๖,๕๐๐ ล้านบาท แต่ยังแก้ไขได้ไม่ถึงปี มากกว่า ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่หนี้เสียมีปริมาณหนี้เสียเพิ่มเกิดจากหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นจากนาย จุด จุด จุด จุด ที่รัฐมนตรี จุด จุด จุด จุด ส่งมาบริหารงานเป็นกรรมการผู้จัดการ ทําให้หนี้เสียเพิ่มจาก ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๕ มาเป็น ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ในเดือนมิถุนายน