สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตอบคำถามของสมาชิกสภาเกี่ยวกับโครงการรับจํานําข้าว และอธิบายว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน นอกจากนี้ยังอธิบายว่าโครงการนี้มีการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิก จะใช้เวลาช่วงนี้ในการที่จะตอบคําถามของท่านสมาชิก ในส่วนประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของกรณีโครงการรับจํานําข้าว แล้วต้องเรียนว่าในส่วนของ โครงการรับจํานําข้าวนั้น ท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้มีความห่วงใยว่านโยบายจํานําข้าวนั้น เอื้อต่อการทุจริตหรือไม่ ก็ต้องเรียนว่านโยบายโครงการรับจํานําข้าวนั้นเป็นโครงการที่ อย่างไรก็คงต้องขออนุญาตเรียนเหมือนเดิมว่าเป็นโครงการที่ต้องการที่จะเห็นการลดช่องว่าง ความยากจนของพี่น้องประชาชนแล้วก็การดูแลช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร เพราะว่าจะเห็นว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ๑๐ กว่าปีแล้วราคาข้าวเปลือกก็ไม่ได้มีระดับที่สูงขึ้น ในขณะที่ ค่าใช้จ่ายของพี่น้องเกษตรกรก็สูงขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของต้นทุนการปลูกข้าวต่าง ๆ แล้วก็ ประกอบกับในเรื่องของปัญหาอุทกภัยความผันผวนต่าง ๆ ก็มีผลทําให้ผลผลิตข้าวนั้น ก็อาจจะไม่ได้ตามที่คาดหวังนะคะ เราจึงต้องมีทั้งในเรื่องของการดูแลรายได้ของพี่น้อง เกษตรกร การบริหารจัดการน้ําที่ต้องให้น้ํานั้น นอกจากจะไม่ไปทําความเสียหายในเรื่องของ บ้านเรือนแล้วจะสามารถที่จะใช้ในเรื่องของระบบชลประทาน แล้วก็การดูแลช่วยเหลือ เกษตรกรเพื่อไปสู่ระดับของความมั่นคงเกี่ยวกับเรื่องของน้ํา ก็เรียนว่าในส่วนของนโยบายนี้ ก็เรียนว่าเราก็ได้มีการพิจารณาว่าในส่วนของการแก้ปัญหานั้น จากเดิมที่เราเห็นในระบบเดิม ที่เป็นระบบประกันรายได้นั้นก็จะเห็นว่าระบบประกันจะเป็นลักษณะของการที่ประกัน รายได้ขั้นต่ํา ซึ่งในส่วนของการประกันรายได้ขั้นต่ํานั้น ก็จะทําให้กลไกนี้ไม่สามารถที่จะจูงใจ ให้กับพ่อค้าในการที่จะทําให้ราคาสูงได้ ก็แน่นอนก็กลับมาหาต้นทุนที่สูง ในขณะที่ราคา ไม่สูงขึ้น รายได้ต่าง ๆ ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการวัดค่าปัญหาต่าง ๆ เรื่องของ การวัดค่าความชื้น การชั่งน้ําหนัก ส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล แล้วนอกจากนั้น ในเรื่องของระบบนี้ก็ยังเปิดโอกาสในเรื่องของให้เกิดการทุจริตด้วย เพราะว่าเนื่องจากในช่อง การช่วยเหลือต่าง ๆ นั้นไม่ได้มีการส่งมอบข้าว ซึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบในรายละเอียด เรื่องของการจ่ายประกันกับพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งก็ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติเช่นกัน แล้วก็ในส่วนขององค์การข้าวนั้นเป็น เรียกว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่จะต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศไทย เราก็ไม่ได้มีการส่งเสริมในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพข้าว ดังนั้นโครงการ รับจํานํานั้นก็จะทําให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีประโยชน์ในการที่จะจูงใจให้พี่น้องเกษตรกร ปลูกข้าวมากขึ้น แล้วก็หมายถึงการพัฒนาส่งเสริมคุณภาพข้าวที่ดีขึ้น ดังนั้นจึงเรียนว่า โครงการรับจํานําข้าวนั้นเป็นโครงการที่ให้ประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรโดยตรง แล้วก็ทําให้ ชาวนานั้นมีรายได้เพิ่มขึ้น แล้วที่สําคัญก็ทําให้ระบบเศรษฐกิจต่าง ๆ หมุนเวียน จากการ เติบโตทางเศรษฐกิจจากที่เราเก็บตัวเลขมาก็จะพบว่า จีดีพี เพิ่มขึ้นปีละ ๑.๖ แสนล้านบาท แล้วก็ในอนาคตนั้นเราก็มีการพัฒนาในเรื่องขององค์การเกษตรโซนนิ่ง (Zoning) ก็คือ การเพาะปลูกพื้นที่โดยการที่จะวิเคราะห์ในเรื่องของความเหมาะสมพื้นที่ดิน น้ํา แล้วก็เรื่อง ของระบบชลประทานให้มีความเหมาะสมเพื่อจะได้ผลผลิตที่ดีขึ้น เพื่อที่จะได้แก้ปัญหา ในเรื่องของการพัฒนาพันธุ์ข้าวหรือผลิตข้าวนั้นให้เพียงพอ แล้วก็สามารถที่จะไปสู่ระดับ ที่มีคุณภาพดีด้วยนะคะ ด้วยผลของโครงการรับจํานําข้าวก็จะทําให้พี่น้องเกษตรกรนั้นได้รับ อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็ต้องเรียนว่าจากที่ผ่านมานั้นชาวนาก็มีเงินออมเพิ่มขึ้น ๑๘ ถึง ๒๖ เปอร์เซ็นต์ แล้วหลาย ๆ คนก็เริ่มสามารถที่จะมีความสามารถในการชําระหนี้ได้ แล้วก็ เป็นการช่วยเหลือทางด้านของความมั่นคง ลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนด้วย แต่แน่นอนค่ะ ในส่วนของโครงการนี้ เราก็ได้มีการสั่งการย้ําให้มีการดูแลทุกขั้นตอน ไม่ให้เกิดการรั่วไหล แล้วก็ทุจริต เกิดการรั่วไหลแล้วก็ทุจริต จะเห็นว่ารัฐบาลนี้ก็ได้มีการสั่งการในระดับปฏิบัติการในการ ป้องกันแล้วก็แก้ปัญหาในการตรวจสอบ ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการ ท่านคงทราบดี คณะกรรมการอํานวยการในเรื่องของการตรวจสอบทุจริตจํานําข้าว เราไม่ได้ตรวจสอบ เลือกปฏิบัติ แต่เราตรวจสอบโครงการของรัฐบาลด้วย ซึ่งในส่วนนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ซึ่งตอนนั้นท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีอยู่ก็เป็นประธาน แล้วก็มีการตั้งคณะอนุกรรมการ ถึง ๑๑ ชุด แล้วก็ยังมีการปรับปรุงขั้นตอนในการปฏิบัติหลายขั้นตอนทีเดียวตั้งแต่เรื่องของ การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การรับจํานําที่โรงสี หรือการส่งมอบข้าวเข้าคลังกลาง การเก็บรักษา การระบายข้าว แล้วก็มีการนําเรื่องของระบบซีซีทีวี (CCTV) มาติดตั้งแล้วก็เข้มงวด ในส่วนของการทํางาน แล้วก็ในคณะกรรมการ กขช. ก็จะมีการเข้มงวดในทุก ๆ ขั้นตอน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิแล้วก็รักษาคุณภาพข้าวค่ะ ก็ขออนุญาตเรียนท่านสมาชิกที่เคารพ ว่าในส่วนนี้การทํางานของนโยบายของรัฐบาลเรื่องของการจํานําข้าวนั้นท่านสมาชิกก็ได้มี การกล่าวถึงในหลาย ๆ ระดับด้วยกัน ดิฉันเองก็ขออนุญาตเรียนเพื่อทําความเข้าใจได้ตรงกัน นะคะว่าวิธีการทํางานนั้นมีในหลาย ๆ ขั้นตอนในการปฏิบัติงาน ตั้งแต่ขั้นแรกนะคะ ในฐานะที่เป็นประธาน กขช. โดยตําแหน่งโดยคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรีนั้น กขช. ก็คือ เป็นคณะกรรมการในระดับที่เรียกว่าระดับนโยบาย ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ใช่ค่ะ แต่ว่าในการทํางานนั้นดิฉันได้มอบหมายให้กับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์เป็นประธานทุกครั้งค่ะ แล้วจากคณะกรรมการของ กขช. นี้ คณะกรรมการ กชช. จะเป็นผู้ที่กําหนดนโยบายและแนวทางในการทํางาน และกําหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันการรั่วไหลแล้วก็ทุจริตคอร์รัปชันให้กับคณะอนุกรรมการ ซึ่งคณะอนุกรรมการ ในที่นี้มีทั้ง ๑๒ คณะค่ะ ก็จะมีรายละเอียดต่าง ๆ มากมายนะคะ ตั้งแต่ในเรื่องของ คณะอนุกรรมการ ตั้งแต่ด้านการผลิต การตลาด การดูแลรับจํานํา การระบายข้าว ซึ่งก็มีระดับรัฐมนตรีหรือระดับปลัดกระทรวง อธิบดี เป็นประธานอนุกรรมการในแต่ละ คณะอนุกรรมการซึ่งมีทั้งหมด ๑๒ อนุกรรมการนะคะ แล้วระดับที่ ๓ ต่อมาก็คือระดับ ปฏิบัติการ ระดับปฏิบัติการนี้ก็จะปฏิบัติการภายใต้การทํางานของอนุกรรมการ ซึ่งจากชาร์ต จะเห็นว่าอันนี้คือในรายละเอียดของระดับปฏิบัติของคณะอนุกรรมการ แต่ละอนุกรรมการ ก็จะมีแต่ละเรื่อง ดังนั้นการทํางานในเรื่องของนโยบายโครงการรับจํานําข้าวนั้นจะทําในรูปแบบ ของคณะทํางาน รูปแบบของคณะบุคคล กรมส่งเสริมการเกษตรนะคะ ซึ่งก็กํากับจากระดับ ปฏิบัติก็จะมาถึงหน่วยปฏิบัติ หน่วยปฏิบัติก็มีหลาย ๆ หน่วยด้วยกัน หน่วยแรกก็คือโดย ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการค้าภายใน ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ แล้วก็ยังมี ธ.ก.ส. ซึ่งกํากับโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็มี อ.ต.ก. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะดูแล เพราะว่า เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจ แล้วก็องค์การคลังสินค้า อคส. โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเห็นว่านี่คือระดับการทํางาน ๓ ระดับ การตรวจสอบหรือการจ่ายเงินนั้นก็มาจาก กระทรวงการคลัง จ่ายโดยผ่านสํานักงบประมาณเข้ามายังหน่วยงาน ๓ หน่วยงานค่ะ และโดยเฉพาะเงินที่เป็นเงินของพี่น้องเกษตรกรนั้นจ่ายผ่าน ธ.ก.ส. ทุกบาททุกสตางค์ค่ะ อันนี้ก็ขออนุญาตเรียนให้ทราบในเรื่องของแนวทางการปฏิบัติ ซึ่งเรามีการพูดถึงกันนั้นอยู่ใน หลาย ๆ ระดับ แล้วสําหรับประเด็นที่ท่านสมาชิกพูดถึงก็คือในเรื่องของประเด็นข้าวถุงค่ะ ก็เรียนยืนยันค่ะว่าดิฉันไม่รู้จักตามชื่อหรือบริษัทที่ได้เอ่ยเลย แล้วไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง ๒. ปัญหาเรื่องข้าวถุงที่ท่านกล่าวถึงนั้นอยู่ในขั้นตอนของระดับปฏิบัติค่ะ แล้วก็แต่ละขั้นตอน ก็ต้องเรียนว่าถ้ามีปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องทุจริตการรั่วไหล ยินดีที่จะดําเนินการ ตามขั้นตอน ไม่มีละเว้น ขอบคุณค่ะ