สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

รังสิมา รอดรัศมี แสดงหลักฐานที่ไม่ได้ซื้อข้าวจาก 37 ร้านที่ไม่ซื้อข้าวจากบริษัทเจียเม้ง และเรียกร้องให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากมีปัญหาข้าวที่ขายในราคาไม่ถูกต้อง และมีการซื้อขายที่ไม่เหมาะสม

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

คลิปที่ไม่ได้ซื้อข้าว อันนี้นะคะ อันนี้ที่จังหวัดสงขลา ชื่อร้านณรงค์ค้าข้าว อันนี้จังหวัดสงขลานะคะ จังหวัดสงขลา ๒ แห่ง เลยค่ะ อันนี้ที่ทุ่งลุงนะคะ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลาค่ะ อันนี้จังหวัดกระบี่นะคะ อันนี้ที่คอหงส์ หาดใหญ่ ร้านอาเซียนค้าข้าวนะคะ อันนี้จังหวัดระนองค่ะ ร้านโกเล็กค้าข้าวค่ะ อันนี้ที่ดิฉัน ได้ฉายไปนี้นะคะจะเป็นร้านที่ทางบริษัทเจียเม้งได้แจ้งมาใน ๓๗ ร้าน แล้วก็ดิฉันก็ลงไป ทุกร้านเลยนะคะ อันนี้ดิฉันก็จะแยกกลุ่มมาให้ท่านดูว่าที่ดิฉันฉายให้ท่านดูทั้งหมดเป็นร้านที่ ไม่เคยซื้อข้าว คือซื้อเป็นลูกค้าของเจียเม้งจริง แต่ว่าไม่ได้ซื้อข้าว อคส. นะคะ คือเขาซื้อข้าว ตรานกกระเรียน แล้วบางร้านเขาก็ไม่เคยขายปลีก ถุงละ ๕ กิโลกรัมนี้ เขาไม่ได้ขาย เขาขาย เป็นถุงละ ๔๘ กิโลกรัม เป็นถุงใหญ่ ๆ นะคะ เป็นร้านขายส่ง ไม่ขายปลีกค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะเรียนท่านประธานอย่างไรคะว่า กลุ่มนี้มันจะมีอยู่อีกร้านหนึ่งนะ คะ เมื่อสักครู่นี้ที่ฉายไปที่หาดใหญ่ชื่อร้านเอเชียฟู้ด ฟาร์ม แต่มีแจ้งร้านอาเซียนค้าข้าว ดิฉัน ไปนอนอยู่ที่หาดใหญ่ ๓ คืน พยายามไปวนหาเท่าไรก็หาไม่เจอนะคะ แล้วก็ขึ้นไปที่เทศบาล ไปหาท่านนายกเทศมนตรีไฮว่ารู้จักร้านอาเซียนค้าข้าวไหม เพราะว่าหาเท่าไรหาไม่ได้ ถามร้านค้าข้าวทั้งหาดใหญ่เลยไม่มีใครรู้จักร้านนี้ ดิฉันก็เลยไปถามร้านรุ่งโรจน์ค้าข้าวซึ่งเป็น ร้านใหญ่ในหาดใหญ่ เผอิญดิฉันจบ มอ. หาดใหญ่นะคะ ดิฉันก็เลยไปติดต่อที่ร้านนี้ บังเอิญ ก็ไปดูเบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรศัพท์ของร้านรุ่งโรจน์ค้าข้าว มันกลายเป็นเบอร์เดียวกันกับ ร้านอาเซียนค้าข้าว แต่ร้านรุ่งโรจน์ค้าข้าวบอกว่าเขาไม่เคยซื้อข้าวกับบริษัท เจียเม้งเลย ในร้านของเขานะคะ แต่มามีชื่ออาเซียนค้าข้าวซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์เดียวกันอีก แล้วก็ไม่มี ร้านนี้อยู่ในหาดใหญ่ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันแยกกลุ่มให้ท่านได้ดูนะคะ

ต่อไปกลุ่มที่ ๒ ค่ะ เปิดคลิปที่ ๒ เลยค่ะ อันนี้เป็นที่ซื้อนะคะ อันนี้ซื้อ เดี๋ยวดิฉันจะเรียนท่านประธานว่ามันแตกต่างกันอย่างไร อันนี้ที่ชุมพรนะคะ กรมหลวง ค้าข้าวค่ะ จังหวัดชุมพร อันนี้เสียงอาจจะไม่ชัด ดิฉันจะอธิบายนะคะ อันนี้เขาซื้อ ๗๕ บาท ขาย ๘๕ บาท อันนี้ขอนแก่นนะคะ ร้านเจียสินซุปเปอร์ อันนี้ที่จังหวัดอุดรธานีนะคะ ร้านธนวัฒน์ อําเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี อันนี้ดิฉันจะซักละเอียดหน่อยนะคะ เพราะจะมี ประเด็นกัน เดี๋ยวดิฉันจะอธิบายอีกทีนะคะ อันนี้โคราชค่ะ ที่จังหวัดนครราชสีมานะคะ ท่านประธานคะ อันนี้ดิฉันแยกให้ท่านประธานดูนะคะว่าร้านไหนที่เขาซื้อจริง ร้านไหน เขาไม่ได้ซื้อนะคะ ตอนนี้ที่ดิฉันถ่ายให้ท่านดูมันจะมีหลาย ๆ ประเด็นนะคะ คืออย่างนี้ ดิฉันก็ได้ซื้อข้าวตัวอย่างมาทุกร้านที่ดิฉันไป อันไหนที่มีข้าวที่เขาขาย ดิฉันก็จะซื้อมาให้ ท่านประธานดู อย่างเช่น ร้านเมื่อสักครู่นี้ สุดท้ายนะคะ ร้านคุณเขียวเขาอยู่ที่บ้านหนองแซง ที่โคราช เขาไปซื้อจากร้านโดมนะคะ ซึ่งเป็นโกดังของบริษัท เจียเม้ง เขาก็ขายในราคา ๘๐ บาท เขาซื้อ ๗๕ บาท เขาขาย ๘๐ บาท เขาเป็นร้านโชสวยโชห่วย โครงการของโชสวย โชห่วย ครั้งแรกเขาได้ข้าว อคส.ไปขาย แต่พอมาตอนหลังเขาไปซื้อที่บริษัท เจียเม้ง มันจะ เป็นข้าวที่ถุงนี้ค่ะ เป็นข้าวถูกใจ ท่านที่ดูบางทีท่านจะไม่เข้าใจ มันจะมีข้าวถูกใจกับข้าว อคส. นี่ ถุงนี้จะคล้ายคลึงกันแต่ที่มุมถุงนี้นะคะจะไม่เหมือนกัน คือตรงนี้มันจะเขียนว่า ข้าว อคส. แต่มุมถุงนี้จะเขียนว่า ข้าวถูกใจ เห็นไหมคะ เพราะฉะนั้นในโครงการที่รัฐบาลทํานี่มันจะมี ๒ อย่าง ครั้งแรกนี่ทางกรรมาธิการได้เรียก สอบถาม เขามาชี้แจงก็จะมีข้าว อคส. ออกไป แต่พอหลังจากที่ออกไปแล้วมันจะไม่มีข้าว อคส. ไป มันจะเป็นข้าวถูกใจ แต่ราคามันไม่ถูกใจนะคะ เดี๋ยวท่านลองดูนะ อันนี้ที่โคราช ในเมือง อันนี้ถูกใจ ดิฉันจดมาเลย ดิฉันซื้อมาจากร้านวงศ์มังกร อําเภอเมืองนครราชสีมา เขาบอกดิฉันว่าเขาซื้อ ๘๐ บาท แต่เขาขาย ๙๙ บาท อันนี้ถูกใจ ซื้อมาทั้ง ๒ อย่างเลยค่ะ ๙๙ บาททั้งคู่ ทั้งถูกใจแล้วก็ อคส. ด้วย ร้านเดียวกันนะคะ เขาบอกว่าครั้งแรก ๆ เขาสั่ง ๕,๐๐๐ ถุง แต่เขาได้มาแค่ ๕๐๐ ถุง แล้วก็เขาขายในราคาที่รัฐบาลกําหนดคือ เขาซื้อ ๖๖.๕๐ บาท แต่เขาไปขาย ๗๐ บาท แต่หลังจากนั้นสั่งอีกไม่มีให้เขา เขาก็เลยต้องไปเอา ข้าวถูกใจมาขาย แต่ขายในราคา ๙๙ บาทต่อถุง อันนี้ร้านธนวัฒน์ที่จังหวัดอุดรธานี เขาซื้อ ๗๕ บาท แล้วเขาต้องเสียค่าขนส่งถุงละ ๓ บาท เขาเลยต้องขาย ๘๕ บาท แต่ที่ดิฉันต้องให้ ท่านประธานดูเพราะว่าจริง ๆ แล้วนโยบายข้าว อคส. ขายในราคา ๗๐ บาท ถึงพี่น้อง ประชาชน มันรวมกับค่าขนส่งด้วยนะคะ ไม่ได้ให้ร้านค้าเขามาออกเอง อย่างเมื่อสักครู่นี้ ร้านกรมหลวงค้าข้าวที่จังหวัดชุมพรเขาต้องมาเสียค่าขนส่งอีกถุงละ ๔ บาท ดิฉันก็ซื้อข้าว มาให้ท่านดู เขาต้องขาย ๙๐ บาท เพราะว่าเขาต้องเสียค่าขนส่งอีกถุงละ ๔ บาท แล้วราคา ที่เขาซื้อ เขาก็ซื้อในราคาแพง แล้วต้องบวกค่าขนส่งเองด้วย เขาก็ไม่คุ้ม เพราะฉะนั้น พอมาตอนหลังเขาเลยไปซื้อข้าวจังหวัดนครปฐม อันนี้ค่ะ ข้าวสารคัดพิเศษตราส้มมงคล ราคาขายเหมือนกันเลย ๕ กิโลกรัมเท่ากัน ขายราคาเดียวกัน เพราะฉะนั้นตอนหลัง ๆ ข้าว อคส. ไม่มีนะคะ ไม่มีในท้องตลาด เมื่อประชาชนคนยากจนเขามาซื้อแล้ว ตอนหลัง เขาก็มาขอซื้ออีก แต่มันไม่มีข้าวให้เขา เขาก็เลยต้องไปสั่งข้าวที่จังหวัดนครปฐมมาขาย ส่วนที่รัฐบาลบอกว่าขายใส่ถุง ๕ กิโลกรัม ดิฉันก็ไปดูมาหลาย ๆ ร้าน ส่วนใหญ่อย่างร้านณรงค์ ค้าข้าว อําเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาขายกิโลกรัมละ ๒๐ บาท แต่ว่าโครงการ ของท่านกิโลกรัมหนึ่งตก ๑๔ บาท แต่อันนี้เขาต้องขาย ๒๐ บาท เพราะว่าเขาต้องเสีย ค่าขนส่งเอง เขาต้องเสียค่าแบกกับคนแบกข้าว รวมแล้วค่าใช้จ่ายถ้าเขาขายตามราคาเขาก็ ขาดทุน แล้วเขาก็มาชั่งขายเป็นกิโลกรัม ๆ ดิฉันก็เลยซื้อมา ๒ กิโลกรัม เอามาให้ท่านประธานดู เป็นตัวอย่าง เพราะฉะนั้นโครงการของรัฐบาลที่บอกว่าจะขายข้าวในราคาที่กําหนด มันเป็นไปไม่ได้ค่ะ ดิฉันไปที่สหกรณ์จังหวัดสิงห์บุรี เขาบอกว่าเขาสั่งข้าวครั้งแรกเขาได้ข้าว ไปขาย แต่พอมาตอนหลังเขาซื้อไปขายต้นทุน ๖๖.๕๐ บาท เขาขาย ๗๐ บาท ได้กําไร ๓.๕๐ บาท เขาบอกไม่คุ้มเลย ดิฉันถามว่าทําไมไม่คุ้มละ เขาบอกว่าเอาไปคนมา เข้าแถวสมาชิกของสหกรณ์ตั้งหลายพันคน ได้ไปทีหนึ่ง ๓,๐๐๐ ถุง พอเสร็จแล้วมาเข้าแถวรอ พอถึงเวลาข้าวก็ไม่มี สั่งอีกก็ไม่มี แล้วพอได้กําไร ๓.๕๐ บาท มันไม่คุ้มตรงไหนรู้ไหมคะ เวลาเอาไปลงมันต้องเอาไปเก็บไว้ในโกดังก่อน เพราะว่าที่สหกรณ์ไม่มีที่เก็บ พอถึงเวลา จะเอามาขายก็ต้องจ้างคนไปแบกมาอีก เพราะฉะนั้นได้กําไร ๓.๕๐ บาท ก็ไม่คุ้มกัน แล้วก็ บางร้านสั่งเท่าไรก็บอกว่าไม่มีให้แล้ว เพราะว่าข้าวโครงการนี้มันหมดแล้ว ดิฉันก็เลยแปลกใจ ก็มานั่งคํานวณ ดิฉันก็มานั่งบวกว่าโครงการของเจียเม้งนี่ ๔๖,๖๐๐,๐๐๐ ถุง ที่ได้โครงการ ข้าว อคส. นี้ รวมแล้วบวกแล้ว ที่ดิฉันไป ๓๗ แห่งนี้ ได้ ๕๗,๓๐๐ ถุงเองที่คนซื้อไป แล้วมัน หายไปไหน ๔๖ ล้านถุง นี่ยังไม่แค่เศษ ๖๐๐,๐๐๐ ถุง นี่มันยังแค่ ๕๗,๓๐๐ ถุงเอง ท่านลอง คิดดูสิคะ ที่ดิฉันพูดนี่ ครั้งแรกที่ดิฉันฉายให้ดูนี้ไม่ได้ซื้อข้าวของ อคส. เลย เป็นลูกค้าของ เจียเม้ง เพราะฉะนั้นเจียเม้งนี่เอา ๓๗ ล้านถุงมาให้จริง เป็นลูกค้าของเจียเม้งจริง แต่ว่าไม่ได้ ซื้อข้าวเป็น อคส. ซื้อข้าวตรานกกระเรียน แล้วซื้อข้าวแบบถุงละ ๔๘ กิโลกรัม เพราะฉะนั้น ดิฉันก็อยากจะเรียนท่านประธานนะคะว่าโครงการนโยบายของรัฐบาลนี้ให้ขาย ๗๐ บาท แต่มันไม่ได้เป็นไปตามที่รัฐบาลกําหนด ขาย ๘๐-๘๕-๙๐-๙๕ บาท ครั้งแรกมีอยู่ร้านหนึ่ง ดิฉันไป เขาบอกขายให้ดิฉันเท่าไรรู้ไหมคะ ๑๒๐ บาท เขาไม่รู้หรอกว่าดิฉันเป็นใคร ดิฉันก็ไป หลอกขอซื้อข้าวเขา พอเสร็จแล้วก็ถามว่ามีกี่ถุง เขาบอกมีอยู่ ๕ ถุง เขาถามว่าดิฉันจะเอา หมดไหม ดิฉันบอกไม่เอาหมดค่ะ เพราะเต็มรถแล้ว ซื้อมาทุกร้านเลย ร้านละถุง ร้านละถุง ร้านละถุง ดิฉันเอาถุงเดียวคิดเท่าไร เขาบอก ๑๒๐ บาท ดิฉันก็เลยแนะนําตัวว่าดิฉันเป็นใคร มาจากไหน ผลที่สุดเขาเลยลดให้ดิฉันเหลือ ๘๐ บาท ทีแรก ๑๒๐ บาทนะคะ ข้าวนี่ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างไรคะว่าข้าวตั้ง ๖๕ ล้านถุง บอกทําไปแล้ว ๔๖,๖๐๐,๐๐๐ ถุง แล้วก็ข้าวที่ดิฉันฉายคลิปให้ท่านดูนี้ก็ไม่ได้ซื้อข้าวของ อคส. ซื้อของเจียเม้งจริง แต่เป็นของตราอื่น ตรานกกระเรียน แล้วข้าวที่ซื้อของเจียเม้งนี้ ก็ไม่ได้ซื้อถุงละ ๕ กิโลกรัม ซื้อชนิด ๔๘ กิโลกรัม ฉะนั้นดิฉันก็อยากจะเรียนถามนะคะว่า ทําไมคนรวยอย่างท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มีทรัพย์สินตั้งมากมายมหาศาลเป็น พัน ๆ ล้านบาท นาฬิกาก็เรือนหนึ่ง ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ปล่อยให้ลูกน้องทํานโยบายหากิน กับคนจนเรื่องข้าว ดิฉันเคยพูดตอนน้ําท่วมอย่างไรคะ จําได้ไหมคะ ข้าวกล่องนี่ที่ดิฉันบอก ทําไมคนเดือดร้อน ขนาดนี้ เดี๋ยวดิฉันถอนนะคะ ทําไมถึงได้มาแดกข้าว อันนั้นแดกข้าวสุก อันนี้มาแดกข้าวสาร อีกแล้ว ดิฉันขอถอนนะคะ แต่ดิฉันจะอธิบายความในใจให้ท่านฟังว่าทําไมถึงเป็นอย่างนี้ พี่น้องประชาชนยากจนแล้วนี่ ทําไมคุณยังไปโกงเขาอีก แล้วก็ดิฉันอยากจะเรียนถามว่า ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่เคยจนอย่างไร ใช่ไหม ถึงได้ไม่รู้เลยว่าความยากจน เป็นอย่างไร คนที่ไม่มีข้าวกิน คนจนเวลาเขาไม่มีข้าวกินเขาไม่มีจริง ๆ นะคะ แม้กระทั่ง จะซื้อน้ําปลาสักขวดหนึ่งเขายังไม่มีเลย เขายังต้องเอาเกลือไปละลายน้ํากิน เพราะดิฉัน เห็นคนไข้แล้วดิฉันนึกถึงอย่างไรว่าทําไมจะต้องมาทํากับคนยากจนขนาดนี้ ผักเขาก็ต้องเก็บ เขาไม่มีปัญญาที่จะไปซื้อ ผักต้องเก็บผักบุ้ง ผักกระถินข้างรั้วมากิน เพราะฉะนั้นรัฐบาล ยังปล่อยให้คน ลูกน้องทํามาหากินกับคนยากจนแล้วเอาประชานิยมมาบังหน้านะคะ หากินทุกโอกาสเลยกับคนยากจน ทุกคําก็อ้างว่าเพื่อประชาชน แต่พูดแล้วมันตรงกันข้าม หมดเลย ดิฉันไม่เข้าใจเลยว่าหัวใจของท่านนายกรัฐมนตรีทําด้วยอะไร ทําไมมันใจดําขนาดนี้ กับคนจนทําไมไปคิดขูดรีดกับเขา รีดเลือดกับปูนี่ ทําไมถึงได้ต้องทํากับเขา เพราะฉะนั้น ก็อยากจะบอกกับท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ ห้ามบอกนะคะว่าหนูไม่รู้ แล้วโครงการที่ดิฉันไป พอรัฐมนตรีจะไปข้าวถึงจะเอาไปลง ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนนะคะ ที่จังหวัดสิงห์บุรี กับจังหวัดลพบุรี รัฐมนตรีจะไปตรวจ ไปเปิดโครงการโชสวย โชห่วย ก็เอาข้าวไปลง ๆ ไว้ให้ ร้านชัยแสง ร้านเติมเต็ม ดิฉันไปมานี่ แล้วก็บอกว่ารัฐมนตรีจะมาเปิดถึงจะเอามาลง พอรัฐมนตรีไปแล้วก็ไม่มีข้าว ก็เช่นกัน เพราะฉะนั้นนโยบายและพฤติกรรมที่ผ่านมาของ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตแล้วก็ปิดบังการทุจริตด้วย ปล่อยให้ พวกพ้องแสวงหาผลประโยชน์เพื่อความร่ํารวยของพวกพ้องของท่านเอง แต่ประโยชน์ไม่เคย ตกถึงพี่น้องประชาชน ดิฉันจึงไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ให้อยู่ต่อไป เพราะว่า ถ้าอยู่ต่อไปมันจะยิ่งเละนะคะ ก็ไม่สามารถที่จะไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อไป ขอบคุณค่ะ