วรงค์ ชี้ทุจริตโครงการข้าวถุง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

วรงค์ เดชกิจวิกรม อภิปรายปัญหาทุจริตโครงการระบายข้าวถุง ตรา อคส. โดยอ้างคลิปยืนยันการรับสารภาพของตัวแทนบริษัท และเรียกร้องให้สืบสวนความสมรู้ร่วมคิดระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน และนักการเมือง พร้อมทั้งชี้ข้อสงสัยเกี่ยวกับการเปิดวิดีโอและเอกสารที่แสดงการขายคืนข้าวผ่านบริษัทต่างๆ เช่น สยามรักษ์และโรงสีเสี่ยเปี๊ยก โดยระบุว่าเงินไม่เข้าประชาชน พร้อมระบุปัญหาความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทเจียเม้ง อคส. และโรงสีผู้ปรับปรุงข้าว เพื่อเชื่อมโยงหลักฐานการกระทำผิด

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งวันนี้ขออนุญาต อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ผมต้องกราบเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีประธาน กขช. กขช. จะต้องอนุมัติในทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจํานําข้าว แต่ก่อนที่ผมจะเข้าสู่ประเด็นนี้ผมขออนุญาตขอบคุณ ผู้ที่เกี่ยวข้องครับ ซึ่งท่านแรกต้องขอขอบคุณท่านเลย คือท่าน พันตํารวจตรี ศราวุฒิ สกุลมีฤทธิ์ อดีตผู้อํานวยองค์การคลังสินค้า แล้วผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะรู้จักเขาในนามของ สารวัตรเหยิน ซึ่งบัดนี้ท่านผู้นี้เสียชีวิตไปแล้ว เราอยากจะกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า ช่วงหนึ่งของอดีตท่านสารวัตรเหยินจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ช่วงบั้นปลายชีวิตของเขา ผมเชื่อว่าเขาได้ทําคุณงามความดีให้กับสังคม อย่างน้อยเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับสังคม ในการตีแผ่ถึงการทุจริตของรัฐบาลชุดนี้มาให้กับพวกเราได้รับทราบ และท่านที่ ๒ ต้องขอ ขอบคุณท่านชนินทร์ รุ่งแสง ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร และท่านที่ ๓ ก็คือท่าน พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี ประธานคณะอนุกรรมาธิการ การระบายข้าวของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ท่านที่ ๔ ก็คือหนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจที่เราเข้าประชุมร่วมกับวุฒิสภาด้วยกันครับ และสุดท้ายพี่น้องประชาชน ในวงการค้าข้าวที่ได้ให้ข้อมูลแก่เรา

ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า วันนี้โครงการรับจํานําข้าวสร้างปัญหาเยอะ แล้วเพื่อจะเข้าสู่ประเด็นที่ผมต้องการจะตรวจสอบ ขออนุญาตปูภาพใหญ่ให้กับท่านประธาน และพี่น้องประชาชนได้เห็น ผมใช้ศัพท์ของท่านนายกรัฐมนตรีครับ จะได้เข้าใจง่ายขึ้น ก็คือต้นน้ํา กลางน้ํา แล้วก็ปลายน้ํา ปัญหาต้นน้ํา ก็คือปัญหาที่เกษตรกรหรือชาวนา เอาข้าวเปลือกไปจํานําที่โรงสี ที่รัฐบาลได้ตกลงสัญญาเอาไว้ พูดง่าย ๆ คือชาวนาเอาข้าว ไปจํานําที่โรงสี ขั้นตอนนี้ทุจริตเยอะมากครับ พูดง่าย ๆ คือการโกงความชื้น การโกงตราชั่ง การโกงน้ําหนัก แล้วต้องย้ํากับผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับว่า เวลาโกงไปแล้วเขาตัดเนื้อข้าวออกไป เมื่อตัดเนื้อข้าวออกไป ข้าวส่วนที่เหลือนี้มันก็เลยมีปรับคํานวณราคาที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ทําให้ รัฐมนตรีหลาย ๆ ท่านบอกว่าเงินส่วนนี้เอาเข้าบัญชี ธ.ก.ส. เรียบร้อยแล้วในราคา ๑๕,๐๐๐ บาท เท่ากับพวกท่านโดนหลอก เพราะเนื้อข้าวเวลาถูกโรงสีโกงไปแล้วเขาแบ่ง เนื้อข้าวเปลือกออกไปเรียบร้อยแล้ว แล้วค่อยไปสวมสิทธิทีหลัง ปัญหาของต้นน้ํา อีกอย่างหนึ่งที่ขณะนี้เป็นความเดือดร้อนของชาวนาคือการได้รับเงินช้า เรียนท่านประธานว่า จนป่านนี้เกษตรกรชาวนาส่วนใหญ่ยังไม่ได้เงินเลย แม้แต่รัฐมนตรีบางท่านบอกว่า เงินเริ่มจ่ายแล้วตั้งแต่กลางเดือนที่ผ่านมา เป็นการจ่ายแค่บางส่วน ฉะนั้นตรงนี้ต้องย้ํานะครับว่า ท่านต้องยอมรับกับสังคม ยอมรับกับประชาชนว่ารัฐบาล ถังแตกจริง การกู้เงินมาจ่ายเงินแค่โครงการจํานําข้าวท่านจะกู้ได้ตั้งแต่หลัง วันที่ ๑ มกราคม ไปแล้ว ดังนั้นผมเชื่อว่าภายในสิ้นปีนี้ชาวนายังไม่ได้สตางค์รัฐบาลต้องหาทางแก้ไขให้เขา ปัญหากลางน้ําก็คือข้าวเปลือกเมื่อสีเป็นข้าวสาร เอาข้าวสารไปเก็บในโกดังรัฐบาล มีการทุจริตเกิดขึ้น ท่านประธานคงเห็นข้าวเน่านะครับ ข้าวเขมร ข้าวพม่า ข้าวลาว หรือการเวียนเทียนเอาข้าวเสื่อมสภาพเข้าสู่โกดังรัฐบาล จึงไม่แปลกใจว่าเวลา รัฐบาลประกาศระบายข้าว มีพ่อค้าข้าวมาซื้อน้อยมาก เพราะเขาไม่เชื่อมั่น เพราะรับรู้ว่า มีข้าวเน่าผสมในโกดังเยอะมาก ปัญหาปลายน้ําคือขั้นตอนการระบายข้าว การระบายข้าว ตามวิธีการของทางรัฐบาลมีอยู่ ๕ วิธี ก็คือ ๑. จีทูจี ผมเคยกราบเรียนท่านประธานไปแล้ว เมื่อปีที่แล้ว ๒. การขายผ่านผู้ประกอบการ ก็เคยมีการอภิปรายไปแล้ว ที่ขาย ๕,๗๐๐ บาท แล้วไปขายต่อ ๑๒,๐๐๐ บาท อันนี้คือปัญหาข้อที่ ๒ วันนี้ที่จะมาคุยกันก็คือการขายให้ องค์กรหรือหน่วยงานของรัฐเพื่อไปทําข้าวถุง ในส่วนเรื่องที่ ๔ วิธีการที่ ๔ ก็คือการขายผ่าน เอเฟท ท่านเพิ่งจะเริ่มต้นในการขาย ก็ถือว่ายังไม่ประสบผลสําเร็จ เพราะครั้งแรกประกาศ ขาย ๑๒๐,๐๐๐ ตัน แต่ขายได้ประมาณ ๑๔,๐๐๐ กว่าตันเท่านั้นเอง ประมาณสักไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และสุดท้ายคือการบริจาคซึ่งการบริจาค โดยเฉพาะการบริจาคในประเทศ โดยเฉพาะช่วงน้ําท่วมรับรู้อยู่แล้วว่ามีการทุจริต ก็คือเอาข้าวเสื่อมสภาพหรือข้าวเน่าไปแจก ชาวบ้าน เท่ากับว่าข้อที่ ๑ จีทูจีโกงแล้ว มีหลักฐานแล้ว ร้อง ป.ป.ช. ไปแล้ว รอ ป.ป.ช. สรุป วิธีการที่ ๒ ก็มีการโกงแล้วก็ร้อง ป.ป.ช. ไปแล้ว วิธีการที่ ๕ ก็โกงแล้ว แต่เหลือวิธีการที่ ๓ วันนี้จะมาเจาะรายละเอียด แต่ในส่วนเอเฟทอนาคตผมไม่แน่ใจว่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้น หรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเพื่อให้เกิดความเข้าใจว่าโครงการรับจํานําข้าว เป็นโครงการที่มีการทุจริตทุกรูปแบบ ทุกกระบวนการ ทุกขั้นตอน และสร้างความเสื่อมเสีย กับสังคมและประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง และขณะเดียวกันไม่ได้ตอบสนองความต้องการ ของชาวนาอย่างแท้จริงเป็นการทําลายทุกอย่างในระบบข้าวไทย การอภิปรายในวันนี้ ผมจําเป็นต้องตั้งชื่อตอนนะครับท่านประธาน เพราะสื่อถามผมเยอะ ผมบอกบรรยากาศ อย่างนี้ไม่เหมาะในการตั้ง แต่วันนี้ขอตั้งชื่อตอนนี้ว่า จุดจบจํานําข้าวสู่อวสานรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ครับ ติดตามต่อไปว่าจะอวสานอย่างไร เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เพราะว่าเนื่องจาก เรื่องนี้มันเป็นซีรีส์ (Series) มันเหมือนหนังยาวท่านประธาน ผมจําเป็นต้อเท้าความเดิมว่า ตอนที่แล้ว ผมขออนุญาตกล้องพยายามโคลส (Close) แผ่นของผมทุกครั้งจะได้เห็นภาพครับ

ความเดิมเมื่อตอนที่แล้วเรามีการอภิปราย ๒ ตอน ก็คือการขายข้าวแบบ จีทูจีกับการขายข้าวผ่านผู้ประกอบการ นี่คือตอนแรกครับ ตอนนั้นเราใช้ตอนว่า สู่หลักประหารรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่เนื่องจากว่ารัฐบาลนี้อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่หนา สักหน่อยหนึ่งก็เลยไม่มีปัญหาอะไร ตอนนั้นเรามีการเปิดตัวละครที่ชื่อว่าเสี่ยเปี๋ยง ท่านจําได้ นะครับ ผมไม่โยงรายละเอียดนะครับ เพียงแต่ชี้ให้เห็นว่าเสี่ยงเปี๋ยงใกล้ชิดกับคนแดนไกล ภาพที่ยืนยันความใกล้ชิดคือการไปร่วมงานเลี้ยงสําหรับคนใกล้ชิดที่โรงแรมเพนนินซูล่า ย่านจิมซาจุ่ย ที่เกาะฮ่องกง ประมาณเดือนตุลาคมปี ๒๕๕๕ แล้วก็งานเลี้ยงในวันนั้นเฉพาะ คนใกล้ชิดครับ ส.ส. ทั่วไปไปเข้าร่วมไม่ได้ มันก็เป็นการตอบสนองว่าเขาใกล้ชิดกันจริง โดยที่ ณ ขณะนั้นท่านอ้างขายข้าวจีทูจี แต่เอาตัวละครของคนใกล้ชิดเสี่ยเปี๋ยงมาทํามาหากิน ผมเชื่อว่า ป.ป.ช. จะชี้มูลในเร็ว ๆ วันนี้ว่ารัฐบาลชุดนี้มีปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน อันนี้คือตอนแรกจําชื่อไว้นะครับ เสี่ยเปี๋ยงกับคนแดนไกลครับ และตอนที่ ๒ เราตั้งชื่อตอนว่า ฉีกหน้ากากจอมบงการ เราเปิดตัวละครจอมบงการที่ชื่อว่าหมอโด่ง ซึ่งขณะนั้นดํารงตําแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรี แล้วปรากฏว่าหมอโด่งก็มีความใกล้ชิดกับเสี่ยเปี๋ยงโดยเอารถโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) สีดํา ทะเบียน ฮธ ๒๐ กรุงเทพมหานคร เป็นตัวเชื่อมโยง แล้วเสี่ยเปี๋ยง ก็คนแดนไกล แต่ ณ ตอนนั้นเราเปิดตัวละครคือเสี่ยเปี๊ยก หรือโรงสีโชควรลักษณ์ จังหวัด ลพบุรี ผมขอให้ท่านประธานจําครับ เพราะว่าตัวละครพวกนี้จะถูกเอามาใช้อีก เนื่องจาก มันเป็นซีรี่ย์ยาวครับ ตอนนั้นเราบอกว่าหมอโด่งเป็นจอมบงการ แต่วันนี้ผมบอกท่านประธานนะครับ วันนี้เขา ไม่ใช่แล้วเขาเป็นแค่ผู้รับจ๊อบ (Job) หรือผู้รับงานจากฝ่ายการเมืองเพื่อมาทํามาหากิน ในโครงการเกี่ยวกับการระบายข้าวของทางรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่ผมเรียน ท่านประธานแล้วครับว่าผมกําลังจะเจาะลึกถึงการระบายข้าวเพื่อไปทําข้าวถุง โดยที่ ท่านขายให้ส่วนราชการ คือ อคส. เพื่อไปปรับปรุงทําข้าวถุง ขออนุญาตปูพื้นความรู้ นิดหนึ่งครับ รัฐบาลทําข้าวถุงอยู่ ๓ แบบ ๑. ข้าวถุงถูกใจ ๒. ข้าวถุงธงฟ้า และ ๓. ข้าวถุง ตรา อคส. ครับ ข้าวถุงจะมี ๓ แบบ โดยที่ข้าวถุงโดยส่วนใหญ่แล้วทําชนิด ๕ กิโลกรัม จริงอยู่ในสัญญาอาจจะมี ๑ กิโลกรัม และ ๕ กิโลกรัม แต่เท่าที่เราตรวจสอบส่วนใหญ่จะเป็น ข้าวถุง ๕ กิโลกรัม ดังนั้นข้าว ๑ ตัน ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ก็จะทําข้าวถุงได้ ๒๐๐ ถุง อันนี้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ท่านจําติดตัวไว้เลยว่าถ้าพูดถึง ๑ ตันปุ๊บ คิดเป็นจํานวนถุงท่านเอา ๒๐๐ คูณ ๑ ตันทําได้ ๒๐๐ ถุง และเพื่อให้ประชาชน เห็นภาพนี่คือข้าวถูกใจ และนี่คือข้าวตรา อคส. ขอให้กล้องโคลส ได้เห็นภาพนี้ ในส่วนข้าวถุงธงฟ้าผมคิดว่าหลายท่านคงจะเห็นภาพมันเป็นถุงสีฟ้า ๆ ครับ นี่คือข้าว ที่รัฐบาลทําออกมา ข้าวถุงถูกใจและข้าวตรา อคส. ๒ แบบ

ต่อไปนี้จะเข้าสู่สาระและผมคิดว่าต้องใช้สมาธิในการฟัง ประเด็นของรัฐบาล คือการจัดทําข้าวถุง คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ และมีอนุกรรมการระบายข้าว โดยอ้างว่ารับอํานาจมาจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ มีการอนุมัติจัดทําข้าวถุง มติใหญ่ ๆ ทั้งหมด ๔ ครั้ง ผมไม่เอามติย่อยครับ มติแรก คือ มติของคณะกรรมการนโยบาย ข้าวแห่งชาติ เดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๔ มีมติในการจัดทําข้าวถุง ๑๐๐,๐๐๐ ตัน คิดแล้วเป็น ๒๐ ล้านถุง ในมตินี้ถ้าเชื่อมโยงก็คือสิ่งที่ท่านประเสริฐได้อภิปรายไปเมื่อคืนนี้และเชื่อมโยง ไปถึงบริษัท เจียเม้ง และถูกเชื่อมโยงไปถึงการทําข้าวถุงเพื่อไปขายพี่น้องมุสลิม จะอยู่ใน มติที่ ๑ เดือนตุลาคม ๒๕๕๔ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ๒๐ ล้านถุง มติที่ ๒ ครั้งที่ ๒ ก็คือทําระบาย ข้าวตอนเดือนมีนาคม ก็คือห่างไปประมาณสัก ๕ เดือนอีก ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ๒๐ ล้านถุง หลังจากนั้นผ่านไปอีกประมาณสัก ๓ เดือน คือมติที่ ๓ เป็นมติของ กขช. เหมือนเดิมครับ คือท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เป็นประธาน เดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๕ ๕๐๐,๐๐๐ ตัน ๑๐๐ ล้านถุงครับ และมติที่ ๔ ครับ เป็นมติที่ใหญ่มากครับท่านประธาน ตอนเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๕ ทําข้าวถุง ๑,๘๐๐,๐๐๐ ตันนี้ ใน ๑,๘๐๐,๐๐๐ ตันนี้ ในมติก็มีการซอยย่อยว่า ให้ทํา ๖ ครั้ง ๖ เดือน เดือนละ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ก็คือเดือนมกราคม ๓๐๐,๐๐๐ ตัน เดือนกุมภาพันธ์ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน มีนาคม เมษายน พฤษภาคมและมิถุนายนของปี ๒๕๕๖ นี้ เดือนละ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ในภาพรวมทั้งหมดท่านจะทําข้าวทั้งสิ้น ๒,๕๐๐,๐๐๐ ตัน ถ้าคิด เป็นเนื้อข้าวถุงประมาณ ๕๐๐ ล้านถุง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือท่านประธานครับ ความเข้าใจของ สามัญชนเข้าใจว่าหลังจากมีมติที่ ๑ ทําข้าว ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ๒๐ ล้านถุง ท่านต้องทํา เสร็จแล้ว เมื่อทําเสร็จจบปุ๊บค่อยมามีมติที่ ๒ ทําเสร็จปุ๊บ มามีมติที่ ๓ ทําเสร็จถึงมามีมติที่ ๔ แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าขณะนี้ กขช. และอนุกรรมการระบายข้าวอนุมัติการทําข้าวถุง แบบพร่ําเพรื่อ คําถามถามว่าทําไมพร่ําเพรื่อ จนป่านนี้มติที่ ๑ เดือนตุลาคมปี ๒๕๕๔ ที่ท่านประเสริฐพูดเมื่อคืนป่านนี้ข้าว ๑๐๐,๐๐๐ ตันนี้ยังทําไม่เสร็จเลย มติที่ ๒ ทราบข่าวว่า ทําเสร็จแล้วแต่มีปัญหา มติที่ ๓ ๑๐๐ ล้านถุงครับ ๕๐๐,๐๐๐ ตัน ยังทําไม่เสร็จครับ ท่านประธาน และมติที่ ๔ ทําได้แค่ ๒ เดือน คือเดือนมกราคมกับกุมภาพันธ์ก็ยังทําไม่เสร็จ เดือนมกราคมก็ยังทําไม่เสร็จ กุมภาพันธ์ก็ยังทําไม่เสร็จ คําถามที่ กขช. นายกรัฐมนตรี ต้องชี้แจงว่าทําไมถึงอนุมัติพร่ําเพรื่อ การอนุมัติพร่ําเพรื่อมันส่อเจตนาทุจริตบางอย่างเกิดขึ้น นี่คือประเด็นที่ท่านจะต้องตอบ และผมกราบเรียนท่านประธานครับ นี่ยังไม่สู่สาระของการ ไม่ไว้วางใจนะครับแค่น้ําจิ้มนะครับท่านประธาน จริงอยู่ว่าหลังจากเรื่องนี้แดงขึ้น พวกท่าน ก็เลยมีหนังสือให้ อคส. เวียนไปถึงบริษัทต่าง ๆ ในการจัดทําข้าวถุง เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ปี ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา สั่งให้ทุกโรงสีหรือบริษัทที่ปรับปรุงข้าวถุง ให้ยุติการปรับปรุงข้าวถุง เพราะว่าเรื่องนี้มันเริ่มแดงออกมาแล้ว แต่กราบเรียนท่านประธาน ถึงจะยุติอย่างไรก็แล้วแต่ แต่มีข้าวส่วนหนึ่งที่มันเสียหายไปแล้วครับท่านประธานครับ ผมต้องย้ํานะครับท่านประธาน เพื่อให้เป็นการทวนความจําว่ามี ๔ มติ มติแรก ๑๐๐,๐๐๐ ตัน มติที่ ๒ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน มติที่ ๓ ๕๐๐,๐๐๐ ตัน และมติสุดท้าย ๑,๘๐๐,๐๐๐ ตัน ตอนนี้มาดูกันครับ มติแรกใครได้ เจียเม้งครับท่านประธาน เจียเม้งได้ข้าวถุงมติที่ ๑ มติที่ ๒ ใครได้ เจียเม้งได้ไป มติที่ ๓ เนื่องจากว่า ๕๐๐,๐๐๐ ตัน เริ่มมีพันธมิตรเข้ามาเกี่ยวข้อง มีเจียเม้ง มีโชควรลักษณ์ จากจังหวัดลพบุรี ท่านประธานจําได้ไหมครับเข้ามาตอนภาค ๒ มีตัวละครตัวใหม่คือสิงห์โตทอง จากจังหวัดกําแพงเพชรเข้ามาช่วยด้วยและมีบริษัทนครสวรรค์ค้าข้าวเข้ามาช่วยด้วย แต่นครสวรรค์ค้าข้าวทําไปสักระยะหนึ่งแล้วมีปัญหา ทําไปได้แค่ประมาณ ๓๐๐ กว่าตัน เท่านั้นเอง มีปัญหาก็เลยเอาโควตาแบ่งให้โชควรลักษณ์ และสิงห์โตทอง และมติสุดท้ายคือ ๑,๘๐๐,๐๐๐ ตัน เดือนแรก ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านมีทั้งหมด ๖ บริษัท และเดือนที่ ๒ ท่าน มีแค่ ๒ บริษัท และหลังจากนั้นโครงการก็ชะลอไป แต่ต้องขออนุญาตให้ท่านประธานจํา นะครับว่ามติที่ ๔ ครั้งที่ ๑ คือเดือนมกราคม มีเจียเม้งเจ้าเก่า มีโชควรลักษณ์เจ้าเก่า มีสิงห์โตทองที่เข้ามาใหม่และมีเอเชียโกลเด้นไรซ์ มีนครหลวงค้าข้าว และมีบริษัทพงษ์ลาภ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า อันนี้คือภาพรวมที่ผมปูพื้นเพื่อให้เกิด ความเข้าใจในการฟังคําอภิปราย และต้องย้ํานะครับท่านประธานครับ อยากจะให้ท่านจําชื่อ เจียเม้งไว้ จําชื่อโชควรลักษณ์ไว้ และจําชื่อบริษัทสิงห์โตทองไว้ แต่ในส่วนเอเชียโกลเด้นไรซ์ นครหลวงค้าข้าว พงษ์ลาภ จําก็ได้ ไม่จําก็ได้ นครหลวงค้าข้าว ผมถือว่าผมตัดไปแล้ว เนื่องจากว่าเขาทําไปแค่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีต้องตอบผม เมื่อสักครู่นี้ ผมบอกท่านประธานแล้วครับว่าทําไมอนุมัติพร่ําเพรื่อ เวลาท่านอนุมัติพร่ําเพรื่อมันเกิด ปัญหาแน่นอน เพราะของเก่ายังทําไม่หมด ประเด็นที่ตรวจสอบเจอคือ พวกนี้มันเป็นสัญญา ปลายเปิดครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับ ผมมีเอกสารสัญญา ทุกฉบับของ ๖ บริษัทที่มาทําโครงการรับจํานําข้าว พวกนี้มันเป็นสัญญาปลายเปิดไม่มี วันสิ้นสุด ก็เท่ากับว่าบริษัทต่าง ๆ เบิกข้าวมาแล้ว อย่างเจียเม้ง โครงการที่ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ตั้งแต่เดือนตุลาคม หรือมาเซ็นสัญญาตอนเดือนพฤศจิกายนก็แล้วแต่นี้ จนป่านนี้ผ่านมา เป็นปี ๆ ร่วม ๒ ปีแล้ว ข้าวยังทําไม่เสร็จเลยท่านประธาน แล้วท่านเอาข้าวมาให้เขาเบิกไป จริงอยู่ อคส. สั่งปรับปรุงข้าว เขาเอาข้าวนี้ไปปรับปรุง แต่ของส่วนหนึ่งที่เบิกมาแล้วเก็บไว้ เฉย ๆ ท่านคิดว่าเขาจะเก็บไว้เฉย ๆ หรือ มันเป็นกระบวนการฝากปลาย่างไว้กับแมว แล้วพวกนี้เป็นการส่อทุจริตอย่างชัดเจนในสัญญาครับ มีที่ไหนเป็นสัญญาปลายเปิด ไม่มี วันกําหนดว่าท่านจะต้องปรับปรุงข้าวถุงให้จบ วันที่เท่าไร เดือนอะไร ถ้าสัญญาที่ชัดเจน เคลียร์ (Clear) นี้ ท่านเบิกข้าวไป ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ระบุไปเลยทําให้จบภายใน ๖ เดือน ๘ เดือน ๑ ปี ไม่มีใครว่า แต่สัญญาณนี้ไม่มีวันสิ้นสุดครับ อีก ๑๐ ปีก็ไม่เป็นไร ตายเกิดชาติหน้า ก็ไม่เป็นไร ข้อนี้เป็นข้อที่ ๒ ต้องชี้แจง และประเด็นที่ ๓ คือในเอกสารสัญญาของ ๖ บริษัท ในมติที่ ๔ ผมย้ํามติที่ ๔ ก่อนครับ ปรากฏว่าการลงนามส่วนของรัฐ ตัวแทนรัฐไม่มีคนลงนาม ผมยืนยันว่าผมมีเอกสารครบ แต่เพื่อให้เห็นภาพ ผมถ่ายออกมาเป็นตัวอย่าง ๑ สัญญา ขอกล้องดึงเข้ามาใกล้ ๆ นิดหนึ่งครับ อันนี้เป็นตัวอย่างของบริษัทหนึ่ง ในที่นี้คือบริษัท สิงห์โตทองครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ ขอกล้องโคลส เข้ามาใกล้ ๆ นิดหนึ่งครับ มีการลงนามแสตมป์ (Stamp) ชื่อบริษัทครับ แล้วปรากฏว่าขณะนั้นผู้อํานวยการองค์การ คลังสินค้า คนนั้นคือสารวัตรเหยิน หรือพันตํารวจตรี ศราวุฒิ สกุลมีฤทธิ์ ไม่ลงนามครับ ของเดือนมกราคม ผมย้ํานะครับ มติที่ ๔ ๑,๘๐๐,๐๐๐ ตัน เฉพาะเดือนมกราคม ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ซอยย่อยเป็น ๖ บริษัท บริษัทละ ๕๐,๐๐๐ ปรากฏว่าผู้อํานวยการองค์การ คลังสินค้า ณ ขณะนั้นไม่ยอมลงนาม เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง และหลังจากนั้นแล้วเขาถูกพักงาน เดือนกุมภาพันธ์เหลือแค่ ๒ บริษัทรับงาน คือสิงห์โตทอง กับโชควรลักษณ์ คือตัวแทนจาก จังหวัดกําแพงเพชรกับลพบุรีรับงาน แบ่งเป็นบริษัทละ ๑๕๐,๐๐๐ ตัน คนที่มารักษาการ ผู้อํานวยการองค์การคลังสินค้า คือคุณชนุตร์ปกรณ์ ซึ่งเป็นผู้อํานวยการองค์การคลังสินค้า คนปัจจุบัน เขาก็ไม่เซ็น ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าแล้วมันเป็นสัญญาได้อย่างไร ท่านประธาน เบิกข้าวออกไปได้อย่างไรในเมื่อตัวแทนฝ่ายรัฐไม่มีคนลงนามในสัญญา แต่ปรากฏว่าข้าวก็เบิกกันรึ่มร่ํา ๆ ไปหมดครับ ผมโชคดีมากที่ได้มีโอกาสได้คุยกับสารวัตรเหยิน เขาเล่าให้ผมฟังว่าเขาทํางานในฐานะผู้อํานวยการองค์การคลังสินค้า การระบายข้าว แต่ละอย่างมีการทุจริตกันเยอะ แล้วเขาบอกคุณหมอต้องเข้าใจผมนะ ผมอยู่ในทีมเขา อันไหนที่ยอมได้ผมก็ต้องเซ็น การเซ็นข้าวถุงในมติอื่นเขามีลายเซ็นเขาอยู่ แต่มตินี้ ๑,๘๐๐,๐๐๐ ตันมันเยอะมาก เขาบอกว่าถ้าติดคุกผู้อํานวยการองค์การคลังสินค้าติดคุก คนเดียว เพราะฝ่ายการเมืองเอาตัวรอดได้ เขาเลยบอกผมว่าเขาไม่เซ็น ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าหลังจากนั้นไม่นานเขาเสียชีวิตครับ แล้วก็ต้องการจะชี้กับท่านประธานว่า เฉพาะแค่ภาพรวมในการปูพื้น ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบาย ข้าวแห่งชาติต้องตอบผม ๓ ข้อ

ข้อที่ ๑. ทําไมอนุมัติข้าวแบบพร่ําเพรื่อ ไม่รู้จักทําให้เสร็จเป็นสัญญา ๆ

ข้อที่ ๒ สัญญาที่เขียนนี้มันเป็นสัญญาที่เอื้อให้กับโรงสีผู้ปรับปรุงข้าว แล้วเป็นการเอาปลาย่างไปฝากไว้กับแมวเพื่อเอาข้าวมาเวียนเทียนได้ เพราะช่วงนั้นข้าวราคา แพงมาก ทําไมถึงเป็นสัญญาปลายเปิด ไม่มีวันสิ้นสุดสัญญา และ

ข้อที่ ๓ สัญญาที่ไม่มีการลงนามโดยตัวแทนฝ่ายรัฐมันเกิดขึ้นได้อย่างไร จนป่านนี้ผ่านมาเป็นปีแล้ว โดยที่ไม่มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น

เฉพาะ ๓ ข้อนี้ท่านนายกรัฐมนตรีประธาน กขช. ต้องชี้แจง ลําพังแค่นี้ ยังไม่เข้าสาระหลัก ผมว่านายกรัฐมนตรีถือว่าไปไม่รอดแล้ว ผมว่าท่านนายกรัฐมนตรี ส่อเจตนาทุจริตอย่างชัดเจนในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ดูต่อนะครับ ท่านประธาน จากนี้ไปที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมได้มีการพูดถึงการจัดทําข้าวถุง แล้วก็ผมได้พูดถึงการจัดทําข้าวถุงอยู่ ๓ รูปแบบ ตัวเลขการจัดทําข้าวถุง ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าข้าวธงฟ้าที่เวลากระทรวงพาณิชย์ไปตั้งบูธ (Booth) ธงฟ้าตัวเลขการจัดทํา ประมาณ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ของยอดรวมที่มีการปรับปรุง ข้าวถูกใจมีตัวเลขในการปรับปรุง ประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ แต่ข้าวตรา อคส. มีตัวเลขในการปรับปรุงประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน แค่ดูสัดส่วนของตัวเลขพวกนี้เราก็จะเห็นชัดเจนว่า มันเจตนาทุจริตชัดเจน ท่านต้องการช่วยเหลือคนจนทําข้าวถุงราคาถุงละ ๗๐ บาท ถ้าท่าน ทําข้าวถูกใจเยอะ ๆ เพราะประชาชนเข้าถึงได้ ท่านมีร้านถูกใจทั่วประเทศตั้ง ๑๐,๐๐๐ ร้าน ท่านทําถูกใจเยอะ ๆ แล้วส่งต่อไปทั่วประเทศ อย่างนี้โอเคครับ ทําถูกใจหรือทําข้าวถุง ตราถุงฟ้าเรายังคิดว่ายังโอเค แต่ข้าวส่วนใหญ่ไปทําเป็นข้าวตรา อคส. ซึ่งในสังคมไม่ค่อย มีคนรู้จัก กว่าจะหาเจอสักถุงหนึ่งแทบแย่เหมือนกันท่านประธาน วันนี้กราบเรียน ท่านประธานว่าเรากําลังตามหาข้าวถุงตรา อคส. เราไม่ได้ตามหาข้าวถุงถูกใจ ไม่ได้ตามหา ข้าวถุงตราธงฟ้า เรามาช่วยกันตามว่าข้าวตรา อคส. นี้คือข้าวอย่างนี้มันหายไปไหน นี่คือตรา อคส. นะครับ ผมมีตัวเลขในการปรับปรุงข้าวท่านประธาน ผมขออนุญาตยํา ๔ มติรวมกัน มีทั้งหมด ๗ บริษัท ท่านประธานเห็นไหมครับว่าบริษัท เจียเม้งทําข้าวถุงไปแล้วประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าตัน แต่ประเด็นที่ผมต้องการมาโชว์คือเนื่องจากว่าข้อมูลต่าง ๆ มันซับซ้อนมาก ข้อมูลมันไม่ตรงกัน หลักฐานที่ผมจะเอามาโชว์คือแม้แต่ข้อมูลขององค์การคลังสินค้า คือฝ่ายรัฐก็ไม่ถูกต้อง วันนี้ผมให้ดูตัวอย่าง ๒ ตัวอย่าง ลองดูสิงห์โตทองที่เบิกข้าวไปแล้ว แล้วไปทําข้าวถุง เขาอ้างว่าทําไปแล้ว ๒๑๕,๐๐๐ ตัน ๔๓ ล้านถุง ๒๑๕,๐๐๐ ตัน คูณ ๒๐๐ ๔๓ ล้านถุง แต่ของโชควรลักษณ์จากจังหวัดลพบุรี ๑๙๖,๐๐๐ ตัน ประมาณ ๓๙ ล้านถุง อันนี้เป็นการตรวจสอบของอนุกรรมาธิการ ลองดูต่อนะครับ ปรากฏว่าข้อมูลของสิงห์โตทอง จริง ๆ จากจังหวัดกําแพงเพชร จาก ๔๓ ล้านถุง แต่ข้อมูลจริง ๆ ผมขอกล้องเข้ามาใกล้ ๆ เป็น ๔๘ ล้านถุง อันนี้เป็นข้อมูลของสิงห์โตทอง บังเอิญมีคนแอบถ่ายขณะที่เขากางดู เอามาให้ผม แล้วปรากฏว่าตัวเลขของเขาที่เขาชี้แจงกรรมาธิการ ของเขามากกว่า ของกรรมาธิการ ตอนชี้แจงกรรมาธิการ ๔๓ ล้านถุง แต่ตัวเลขในมือเขามัน ๔๘ ล้านถุง ของโชควรลักษณ์ จังหวัดลพบุรีที่ชี้แจงกรรมาธิการประมาณ ๓๙ ล้านถุงที่ทําไปแล้ว แต่ตัวเลขในมือเขา กล้องช่วยโคลส ๔๓ ล้านถุงครับท่านประธาน ผมเอาตัวเลขนี้มาโชว์ ต้องการสื่อว่าข้อมูลมันเชื่อถือไม่ได้ เรามาดูตัวเลขขององค์การคลังสินค้าครับ ประเด็นหลัก อยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน ตัวเลขของบริษัทผู้ปรับปรุงเองตัวเลขมันเยอะ ของคณะอนุ กรรมาธิการที่ตรวจสอบตัวเลขกลาง ๆ แต่ตัวเลข อคส. บอกว่าปรับปรุงแล้วประมาณแค่ ๕๙๐,๐๐๐ ตัน แต่ตัวเลขของกรรมาธิการตรวจสอบคือ ๖๖๐,๐๐๐ ตัน แต่ตัวเลขของบริษัท นี้มันมากกว่านั้น วันนี้ผมจึงขออนุญาตใช้ตัวเลขกลาง ๆ คือตัวเลขของอนุกรรมาธิการ ที่มีการตรวจสอบ ท่านประธานครับ เราเพื่อเกิดความเข้าใจผมขอทวนตัวเลขอีกทีนะครับ อันนี้คือข้อมูลขององค์การคลังสินค้าที่ผมเอาข้อมูลของอนุกรรมาธิการมาปรับปรุงร่วมกัน สัดส่วนการทําข้าวธงฟ้า ทําแค่ ๒,๒๐๐ ตัน ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ถุงเศษ ๆ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ขอภาพนิ่งเมื่อสักครู่ครับ และสัดส่วนของข้าวถูกใจ ๕๗,๐๐๐ ตันเศษ ๆ ก็ตกประมาณสัก ๑๑ ล้านถุง แต่ดูข้าวตรา อคส. ๖๐๐,๐๐๐ ตัน ๑๒๐ ล้านถุง ภาพรวมข้าวถุงก่อนที่จะปิดโครงการคือคําสั่งระงับ การทํา ทั้งหมด ๑๓๒ ล้านถุง แต่ปรากฏว่าน้ําหนักข้าวมาทําที่ข้าวตรา อคส. ในขณะที่สังคม ไม่มีใครรู้จักข้าวตรา อคส. เจอข้าวตรา อคส. บ้างแต่น้อยมาก แต่ข้าวส่วนใหญ่ที่ประชาชน เจอคือข้าวถูกใจกับข้าวธงฟ้า แต่สัดส่วนถูกใจกับธงฟ้ารวมแล้วไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คําถามที่ผมย้ํากับท่านประธานคือ ข้าวตรา อคส. หายไปไหน ถ้าต้องการรู้ว่าหายไปไหน ติดตามต่อนะครับ รัฐบาลให้ข้าวตรา อคส. ขายผ่านตัวแทน ๓ บริษัท นั่นคือบริษัทสยามรัฐ บริษัทคอนไซน์ และบริษัทร่มทอง จํากัด มีแค่ ๓ บริษัทนี้เป็นตัวแทนจําหน่ายครับ ถ้าขั้นตอนการขายข้าวปกติ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ขอซีน (Seen) ภาพนี้ไว้ก็ได้นะครับ ท่านจะสังเกตนะครับว่าองค์การคลังสินค้ารับนโยบายมาจากมติคณะกรรมการนโยบายข้าว หรือ กขช. และมีมติของอนุกรรมการระบายข้าวบางส่วนที่อ้างว่าได้อํานาจมาจาก กขช. คือองค์การคลังสินค้า องค์การคลังสินค้าก็หาผู้ปรับปรุงข้าว ก็คือโรงสีผู้ปรับปรุงข้าว ที่ผมกราบเรียนไปแล้วว่ามีโรงสีเจียเม้ง โรงสีโชควรลักษณ์ โรงสีสิงห์โตทอง และมีโรงสี เอเชียโกลเด้นไรซ์โรงสีนครหลวงค้าข้าว โรงสีพงษ์ลาภ แต่ผมไม่เอา ๓ บริษัทนั้นใส่ เข้ามาเนื่องจากว่าผมตรวจสอบดูแล้วเขาได้มีเจตนาทุจริต ต่อนะครับ ประเด็นก็คือองค์การ คลังสินค้าจ้างปรับปรุงข้าวถุงโดยเฉลี่ยราคาตั้งแต่ประมาณ ๒๒ บาทเศษ ๆ ถึง ๒๖ บาท ต่อ ๑ ถุง ต้นทุนในการผลิต ถ้าผมขออนุญาตคิดตัวเลขกลม ๆ ก็ตกประมาณ ๒๔ บาท นี่คือ สายปรับปรุง สายตัวแทนจําหน่าย เนื่องจากว่าองค์การคลังสินค้าหาบริษัทจําหน่ายได้ ๓ บริษัท คือ บริษัทสยามรัฐ บริษัทคอนไซน์ และบริษัทร่มทอง บริษัทสยามรักษ์ บริษัทคอนไซน์ และบริษัทร่มทองก็จะซื้อข้าว อคส. โดยชําระเงินค่าข้าวถุงละ ๖๕.๖๐ บาท และเอาไปขาย ประชาชน ๗๐ บาท นี่คือถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ โดยที่ อคส. ออกใบเบิกข้าว ให้กับตัวแทนจําหน่ายมาเบิกที่โรงสี โรงสีต้องจัดส่งข้าวไปยังเป้าหมายปลายทางที่ตัวแทน จําหน่ายต้องการตามเงื่อนไขสัญญาและไปขายต่อประชาชนถุงละ ๗๐ บาท ท่านประธาน คิดดูนะครับว่าข้าวเป็น ๑๐๐ กว่าล้านถุง ประชาชนหาไม่เจอ มันหายไปไหนท่านประธาน คําตอบมันอยู่ว่า เราตรวจสอบพบว่าตัวแทนจําหน่วย ๓ บริษัท คือ บริษัทสยามรักษ์ บริษัทคอนไซน์ และบริษัทร่มทอง ส่วนใหญ่ไม่ได้เอาข้าวไปขายประชาขนตามเจตนาของ นายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน กขช. ท่านมีเจตนาจะช่วยคนจน เอาข้าวไปขายถุงละ ๗๐ บาท แต่ข้าวส่วนใหญ่ไม่ถึงมือประชาชน แต่ข้าวเหล่านี้กลับถูกขายคืนให้กับโรงสีผู้ปรับปรุง แล้วท่านประธานลองคิดดูนะครับว่าข้าวส่วนใหญ่ถูกขายคืนให้กับโรงสีผู้ปรับปรุงก็คือ โรงสีเจียเม้ง โรงสีโชควรลักษณ์ โรงสีสิงห์โตทอง แล้วมันเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน ถ้าบริษัทเหล่านี้เบิกข้าวมาเป็นกระสอบ ตัวแทนจําหน่วยเวลาชําระเงินค่าข้าวถุงละ ๖๐ กว่าบาท โรงสีผู้ปรับปรุงออกเงินให้ แล้วให้พวกนี้จ่าย อคส. เมื่อจ่าย อคส. เสร็จ อคส. ออกใบเบิก ข้าว เขาเอาใบเบิกข้าวมามอบให้ทุกอย่างจบครับ เมื่อทุกอย่างจบก็ไม่ต้องทําอะไรเลย ข้าวก็อยู่เป็นกระสอบอย่างนั้น มันถึงไม่แปลกใจว่าข้าวตรา อคส. มันหายไปไหนอันนี้ เป็นการโกงแบบหน้าด้าน ๆ ท่านประธาน มันง่ายมากเลย แต่เนื่องจากกว่าจับได้มันยาก เนื่องจากว่าข้าวมันเยอะมันเต็มตลาดไปหมด วันนี้จะกล่าวหาว่าผมปรักปรําไม่ได้ ผมมีหลักฐานหมดครับ ผมต้องย้ํากับท่านประธานครับ ผมขออนุญาตขอคลิปเลยครับ เป็นการตรวจสอบจากคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ มีท่านประธานชนินทร์ รุ่งแสง เป็นประธาน มีตัวแทนของบริษัทคอนไซน์และบริษัทร่มทอง มาให้ปากคํากับคณะกรรมาธิการ การพัฒนาเศรษฐกิจ ผมขออนุญาตขอคลิปเลยนะครับ เจ้าหน้าที่ครับ คลิปเสียงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานและฟ้องไปยังสื่อมวลชน พี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่ามีเจตนาในการรับงานที่ไม่ยอมให้เปิดคลิป เพราะว่าขนาดผมไปอุทธรณ์ ท่านประธานแล้ว แล้วก็เขาเรียกผมไปชี้แจงในประเด็น ผมชี้แจงทุกข้อตามที่เขากังวลใจ เช่น ข้อแรก เขาถามบอกว่าคลิปนี้ไม่มีที่มาที่ไป ผมก็บอกว่าคลิปนี้เป็นการประชุม คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ มีที่มาที่ไป สุดท้ายก็ไม่ยอมอ้างว่ากลัวถูกฟ้องร้อง ผมบอกถ้าถูกฟ้องร้องต้องฟ้องผม เจ้าหน้าที่สภา ไม่มีใครเขามาฟ้อง เอกสิทธิ์คุ้มครองก็คุ้มครองพวกคุณแต่ไม่คุ้มครองผม ก็ตีความบอกว่า เขากลัวถูกฟ้องร้องไม่ยอมให้เปิด จนกระทั่งตอนหลังผมไปอุทธรณ์กับท่านประธาน แล้วตอนหลังมีการเจรจาว่าขอปิดหน้าคนชี้แจง ผมก็ยอม ผ่านไปประมาณชั่วโมงเศษ ก็ไม่ยอมผมอีก ผมถามเขาว่าเพราะอะไรหรือ เขาบอกว่าไม่รู้ประธานกรรมาธิการอนุญาต หรือไม่ ผมก็โทรศัพท์หาประธานชนินทร์ รุ่งแสง ผมให้ประธานชนินทร์ รุ่งแสง คุยกับ ตัวแทนของเจ้าหน้าที่ที่ตรวจคลิป คุยกันเคลียร์แล้ว ทุกอย่างลงตัวแล้วก็กลับกลายเป็น ไม่ยอมอีก ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาถามผมว่าผมได้ถามตัวแทนที่มาชี้แจงหรือยังว่าจะยอม ให้ผมเปิดเสียงเขาในที่ประชุมสภาหรือไม่ ผมบอกอะไรผมจะจับโจรนะ จะต้องให้ผมไปขอ อนุญาตจากโจรอีกหรือ ผมว่ามันไม่ถูกต้องท่านประธาน ผมเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่บางท่าน ที่ผมดูแล้วมีเจตนาที่ไม่โปร่งใส คลิปของคุณรังสิมาเขาถามละเอียดลึกกว่าของผมอีก คลิปนี้ ไม่มีปัญหาอะไรเลย เป็นคําชี้แจงว่าวิธีการที่เขาเอาข้าวมาเขาไปขายต่ออย่างไร ผมเรียน ท่านประธานนะครับว่าวันนี้สภาเรามันมีปัญหาในกระบวนการตรวจสอบครับท่านประธาน ผมต้องร้องเรียนท่านประธานโดยตรงเพราะผมไปพบท่านมาครั้งหนึ่งแล้ว แล้วคลิปนี้ไม่มี อะไรเลยครับ