ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการบำเหน็จบำนาญข้าราชการ โดยเรียกร้องการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ และขอความช่วยเหลือจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการสะสมเงินบำเหน็จบำนาญที่ไม่เพียงพอเมื่อเกษียณ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นความภูมิใจ และความดีใจของผมอีกวันหนึ่งที่ได้มีโอกาสลุกขึ้นมาอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แล้วก็เพื่อนที่นั่งใกล้ ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่าน ส.ส. เทียบจุฑา ขาวขํา ก็ดี ท่านจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ก็ดี ท่าน ส.ส. ตี๋ใหญ่ ท่าน ส.ส. กํานันทองดี แล้วท่านพัชรินทร์ มั่นปาน ซึ่งเป็นข้าราชการครูทั้งหมด แล้วก็อีกหลายคนพอรู้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะออกนั้น เรามีความสุขกันครับ ถ้าท่านประธานจําได้เมื่อประมาณสัก ๓ เดือนที่แล้วมีข้าราชการ มาเรียกร้องอยู่ที่หน้าสภาแห่งนี้ แล้วมีท่าน ส.ส. บุญรื่น ศรีธเรศ ได้เป็นหัวหน้าคณะ แล้วก็ มีคณะพวกผมไปรับหนังสือ ซึ่งนําไปให้ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ได้นําปัญหาเรื่องนี้เข้าไป แล้วตอนหลังก็ทราบข่าวว่ามีหลายฝ่ายแม้กระทั่งฝ่ายท่านประธานเอง โดยท่านรองประธาน วิสุทธิ์ก็ดี ท่านรองประธานเจริญก็ดี ก็มีความหวังเรื่องนี้ แล้วผมก็อดที่จะชื่นชมรัฐบาลไม่ได้ ถึงแม้ผมไม่ได้ว่าใครไม่ดีหรือดีนะ แต่ว่าเป็นความอาจหาญ เป็นความรู้สึกว่าให้ความเมตตา กับคนที่เป็นข้าราชการ จริง ๆ กบข. ถ้าคนทั่วไปดูเหมือนว่าเหตุการณ์ กบข. นี้เกิดขึ้น กับครูบาอาจารย์อย่างเดียว แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ เหมือนที่ท่านสมาชิกผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ซีก ได้อภิปรายไว้ มันมีผลให้กับทั้งตํารวจ ทหาร แล้วก็ทหารกองหนุน ครู ทุกส่วนที่เป็น ข้าราชการ จ่าประสิทธิ์เองก็คิดถึงตํารวจ ทุกคนคิดถึงข้าราชการทั้งหมด ถามว่าทําไมคิดถึง ข้าราชการ เพราะว่าวันนี้ปัญหามันเกิด จริง ๆ กบข. ฉบับนี้หลายคนได้อภิปรายไปแล้ว ผมเป็นข้าราชการเก่า เมื่อก่อนปี พ.ศ. ๒๕๔๐ พวกเราเป็นครูครับ เป็นข้าราชการโดยทั่วไป เราไม่เก่งเศรษฐกิจ เราไม่เก่งเศรษฐศาสตร์ เราไม่ใช่ข้าราชการของกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะครูบ้านนอกอย่างผมนี้ พอ กบข. กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการออกไป โฆษณาประชาสัมพันธ์ก่อนปี ๔๕๔๐ ว่าถ้าเกษียณไปแล้ว ลาออกไปแล้ว จะได้เงินเป็นล้าน จะได้โน่น ได้นี่ ได้นั่น ทุกคนก็เฮกันมาหมดครับ พอท้ายที่สุดเราเพิ่งมาเรียนรู้กันตอนหลัง แล้ววันนี้หลายคนก็เพิ่งเรียนรู้ ผมเองนั้นได้เรียนรู้ก่อนหน้าที่แล้วแล้วก็พร้อมด้วยเพื่อนครู จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งที่ท่านอํานวยการโรงเรียน ท่านเลิศชาย สุขประเสริฐ ผู้อํานวยการโรงเรียน สุรวิทยาคาร ซึ่งเป็นแกนหลักที่นําพี่น้องเพื่อนครูบาอาจารย์มาที่หน้าสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมก็ไม่ได้โทษ กบข. เสียเลยทีเดียว แต่ความคาดหวังในวันนั้น เราคาดหวังว่าเราจะได้ ผลตอบแทนหลังจากวันที่เกษียณจํานวนมากมายมหาศาล แต่ปรากฏว่าพอเป็นไปเป็นมา ข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ เพราะมันมาเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้น ในตลาดหุ้นนี้พวกเราเป็น ข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการครูบ้านนอกนี่เราไม่มีความรู้พื้นฐานครับ แล้วกรรมการที่มา บริหารก็ดี หรือผู้จัดการก็ดี เขาบอกว่าเป็นมืออาชีพ ก็ไม่รู้ว่ามืออาชีพมาจากไหน แล้ววันนั้น ก็ไม่ได้เกิดจากการที่เป็นจากรัฐบาลหรอกครับ ผมไม่ได้โทษรัฐบาลใคร ใครตั้ง แต่เราต้องคิด ว่าภายในประเทศเศรษฐกิจมันผันผวนครับ มันแปรไป บางปีก็ช่วงไตรมาสบางไตรมาส เราก็เห็นอยู่เศรษฐกิจมันมีการขึ้นการลง ฉะนั้นเมื่อเงินหุ้นนี่แน่นอนครับ โน่นไปเอาตลาด จากหั่งเช้งมาบ้าง ตลาดของอเมริกามาบ้าง มาเทียบ คล้ายกับว่ามันเป็นตลาดหุ้นในด้าน เศรษฐกิจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็เลยทําให้ความมั่นคงที่เกิดกับครู เกิดกับข้าราชการ ต่างจังหวัด ซึ่งกับข้าราชการที่โน่น เกิดความไม่มั่นคงและไม่สบายใจเกิดขึ้น ก็เนื่องจากว่า ผลประโยชน์ที่คิดว่าจะได้จริง ๆ นั้นมันไม่ได้ ก็เลยตกใจกัน แล้วในคราวที่มีปัญหากันมาก โดยเฉพาะสายครู ดอกเตอร์วิทย์อยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการท่านให้ความรู้พวกข้าราชการครู ซึ่งต้องยอมรับว่าครูนี่เป็นข้าราชการที่มีมากที่สุดในประเทศไทย ก็เลยตกใจ แต่ว่า กบข. ที่ตั้งมาผมก็ไม่ได้โทษเขาหรอกครับ ก็แอบชื่นชมรัฐบาลที่ตั้ง ในดีมีเสีย ในเสียมีดีครับ ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับว่าข้าราชการเรานั้นวินัยทางการคลังของเราอาจจะมี แต่น้อย ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เงินสะสมของข้าราชการในต่างจังหวัด และข้าราชการชั้นผู้น้อยมันน้อยครับที่เราจะมาสะสมได้ อย่าเช่นผมตอนเป็นครูเงินเดือน ครั้งแรก ๒,๒๐๕ บาทนะครับ แล้วก็ไต่เต้าขึ้นมา จะเอาอันไหนไปสะสมละครับ จะซื้อ มอเตอร์ไซค์สักคันหนึ่ง ซื้อรถสักคันหนึ่งเราก็ไม่มีปัญญาถ้าเอาเงินเดือน แต่พอมี กบข. นี่มันมีเงินสะสม แล้วมันดีตอนไหนครับ ตอนเกษียณ พอเกษียณนี่หลายคนก็ได้เงินก้อนกัน ออกมา อย่างอาจารย์พัชรินทร์ ตอนรับราชการอยู่เงินเดือน ๒๙,๐๐๐ บาท แต่วันเกษียณ ได้เงินประเดิม ได้เงินสะสม ได้เงินต่าง ๆ มา ก็ได้ลงทุน ได้ซื้อบ้าน ได้ซื้อคอนโดมิเนียม แต่พออายุยืนไปนาน ๆ เข้านี่ละครับมันเห็นต่าง โดยเฉพาะถ้าคนที่มีอายุเกิน ๕ ปี กบข. เห็นชัดเลยว่าเริ่มจะขาดทุน เพราะเงินเดือนลดน้อยลง เขาให้ไม่เกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ต้องอธิบายความนะครับ หลายคนได้อธิบายความตรงนี้แล้ว มันก็ทําให้โอกาสของเขา จากเงินเดือน ๒๙,๐๐๐ บาท นั่งใกล้กับผมนี่ ส.ส. พัชรินทร์ มั่นปาน จาก ๒๙,๐๐๐ บาท วันนี้รับ ๑๕,๐๐๐ บาท มันหายไป แล้วคนในวันนี้อายุยืน จะด้วยเรื่องยา เรื่องการรักษา เรื่องโรงพยาบาลนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง หรือการรักษาสุขภาพร่างกาย พอเลย ๖ ปีไปแล้ว มารู้สึกว่า ตัวเองขาดทุน แล้วเงินเดือนกับค่าครองชีพมันก็น้อย วันนี้ก็เลยมีความคิดกันว่าเราน่าจะ กลับไปเลือกเหมือนเดิม เพราะวันนั้นในการเข้าใจ ในข้อศึกษา ในการเข้าใจเรื่อง กบข. มันน้อยมากครับ น้อยจริง ๆ โดยเฉพาะข้าราชการต่างจังหวัด ถ้าพูดครูอย่างเดียว ครูบ้านนอกก็พูดแต่เรื่องครูบ้านนอก มันไม่เหมือนคนที่อยู่แถวกระทรวงการคลัง แถวนี้ ย่อมเข้าใจ จริงอยู่ท่านขยายจาก ๓ เปอร์เซ็นต์ ไม่ให้เกิน ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าใครจะสะสม หาเงินมาหุ้น ๆ แต่ท้ายที่สุดมันก็ได้จํานวนกลุ่มคนน้อยเท่านั้นครับ มันจะให้มากไปกว่านั้น มันไม่ได้ เพราะต่างจังหวัดเขาเริ่มไม่มั่นใจใน กบข. แล้วช่วงที่มีเรื่องอีก ช่วงนั้นถึงกับ ขนาดที่ว่าเดินขบวนกันมาที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ถึงขนาดที่ว่าต้องปิด กบข. ต้องยกเลิก กบข. แต่จริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากกราบเรียนว่าเรื่องนี้รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์นี้ อยากจะแก้ปัญหาให้นานแล้วครับ แต่โดยความบังเอิญมันไปติดข้อกฎหมายที่กฤษฎีกา เพราะกฤษฎีกาบอกว่าคุณเป็นสมาชิก กบข. แล้วจะมาเป็นสมาชิกในบําเหน็จบํานาญ ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. ๒๔๙๔ นี้ไม่ได้ ผมก็เห็นใจเพื่อความรอบคอบ ท้ายที่สุดวันนี้ ก็คลอดขึ้นมา แล้วผมก็ชื่นชมไป คลอดให้ข้าราชการมีโอกาสไปเลือกส่วนหนึ่งส่วนใดแล้ว แล้วท่านก็ยังไปลดภาษีด้านบุคคลอีก ที่กําลังเป็นข่าวตอนนี้ แล้วก็เป็นมติของ ครม. นี่เป็นความน่าชื่นชมอย่างยิ่งครับ ทําให้ข้าราชการของเรายิ่งมีโอกาส มีภาวะเศรษฐกิจ มีความมั่นคงขึ้น เราต้องยอมรับนะครับ ใครจะไม่ยอมรับไม่รู้ แต่ผมชื่นชมคนชื่อทักษิณ ชินวัตร มาโดยตลอด เพราะเงินเดือนข้าราชการสมัยก่อน ๑ ปีจะได้ครั้งหนึ่ง ท่านรัฐมนตรี ก็เคยเป็นข้าราชการมาก่อน ท่านอยู่กระทรวงการคลังท่านยิ่งรู้นะครับ เดือนตุลาคมทุกปีจะได้เงินเดือนใหม่ ถ้าคนไหนได้ ๒ ขั้นก็โชคดีไป แต่ส่วนใหญ่เสมอตัวความชอบไม่มี ความดีไม่ปรากฏ ๑ ขั้น ก็เวียนไปละครับ จนเกษียณ แล้วเงินสะสมก็ไม่มี เงินเดือนก็น้อย แต่วันนี้ปีละ ๒ ครั้งในการพิจารณาเลื่อนขั้น เงินเดือนแถมมีเงินโบนัส มันก็เลยทําให้ข้าราชการวันนี้ลืมตาอ้าปาก เพราะผมเอง ท่าน ประธานครับ เป็นรองประธานสหกรณ์อยู่ในกระบวนการสหกรณ์มา ๑๐ กว่าปี ฉะนั้นถึง เข้าใจในปัญหาเศรษฐกิจของครูในระดับหนึ่ง ฉะนั้นวันนี้ผมชื่นชม ผมอยากจะตั้งคําถาม ๒-๓ คําถาม แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านนายแพทย์สามารถได้กรุณาถามแล้ว ผมก็ไม่ถามเพิ่มเติม เช่น ในเรื่องของดอกเบี้ยหรืออะไรก็ดี แล้วบังเอิญผมก็ขอไปเป็นกรรมาธิการด้วย เพราะอยากไปดูเรื่องนี้ แต่สิ่งหนึ่งท่านรัฐมนตรีครับ ผมอยากฝากด้วยความเคารพจริง ๆ ว่า เราไปคิดอย่างไรว่าวันนี้เมื่อข้าราชการก็กลับมาเปอร์เซ็นต์สูงละครับ จากคนล้านกว่า นี่อย่างน้อย ๆ ก็ต้องลาออกจากกองทุน กบข. มาอยู่ในบําเหน็จบํานาญตามพระราชบัญญัติ ปี ๒๔๙๔ จํานวนมาก ผมอยากเห็นเงินอีกตัวหนึ่งก็คือเงินสะสม วันนี้ต้องไปคิดกันว่า ให้ข้าราชการของเราทําอย่างไรเมื่อเกษียณแล้วมีเงินสะสมให้ใกล้เคียงกับเงิน กบข. ที่ออกมา ถ้าไม่อย่างนั้นพอเกษียณแล้วก็คนที่รับบําเหน็จเท่านั้นถึงจะได้เงินก้อน แต่พอรับบําเหน็จ ได้เงินก้อนแล้วก็จบแล้ว จบเห่ เหมือนกับนี่ละครับ คล้าย ๆ กับเงินประเดิม เงินสํารอง เงินกองทุนสะสมจาก กบข. ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ บาทมาอยู่ ๕ ปี จบ คือคําว่า จบ นี่คือหมด นี่ขนาดจ่ายแบบเขียม ๆ แล้ว แต่วันนี้อยากให้พอตอนเกษียณ มีเงินสะสมสักก้อนหนึ่ง เพราะวันนี้ กบข. ผมบอกแล้วว่าในดีมีเสีย ในเสียมีดี ไม่ใช่ว่าไม่ดี ซะเลยนะครับ คนคิด กบข. ผมก็ยังให้คะแนนอยู่ครับ เพราะวันที่เกษียณมาวันนั้นยังได้กัน มาคนละ ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ บาท บางคนไม่มีบ้านก็ยังได้ดาวน์ (Down) คอนโดมเนียม (Condominium) ได้ดาวน์ทาวน์เฮาส์ (Townhouse) หรืออยู่บ้านนอกก็ได้สร้างบ้านใหม่ ฉะนั้นวันนี้พอเกษียณแล้วคนที่เลือกกลับไปอยู่ ปี ๒๔๙๔ ต้องให้มีเงินบําเหน็จแล้วให้มีเงิน สะสมสักก้อนหนึ่งเพื่อเป็นขวัญถุงออกมา อย่างน้อย ๆ คนที่เกษียณออกมามีความมั่นคง ในระดับหนึ่ง เพราะวันนี้น่าเห็นใจจริง ๆ ตอนเช้าผมนั่งแท็กซีมาที่นี่ ท่านประธานครับ อายุ ๗๕ ปีขับแท็กซีมาส่งผมที่สภา บ้านยังเช่า ดาวน์แท็กซี ท้ายที่สุดต้องขาย ผมดีใจที่ได้มา อธิบายความวันนี้แล้วขอเขาเลยครับครั้งนี้ ไปขอเป็นกรรมาธิการ เพราะอยากเห็นส่วนหนึ่ง เป็นเงินบําเหน็จบํานาญตามพระราชบัญญัติปี ๒๔๙๔ แต่ส่วนหนึ่งก็อยากเห็นความมั่นคง ก็คือให้มีเงินสะสมไว้เป็นขวัญถุง ผมก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ผมเข้าใจว่า ท่านจะต้องมาเป็นประธานแน่นอน ในส่วนของดอกเบี้ยเงินที่เขาสะสมอยู่วันนี้หรืออะไร ต่าง ๆ นั้น ผมเชื่อแน่ว่ามีวิธีทางออก มีวิธีการคิด กระทรวงการคลังต้องคิดไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะอย่างน้อยปีหนึ่งต้องหมดเงินไปอีกหลายพันล้านบาท ผมเข้าใจว่าการประกาศให้เป็น กบข. วันนี้ นี่เป็นความใจกล้าของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นความใจกล้าของรัฐบาลชุดนี้ ที่กล้าให้ข้าราชการกลับมาตรงนี้ เพราะอย่างน้อย ๆ ต้องไปชดเชยเงินที่เขาขาดเหลือไป คนไหนที่เกษียณไปแล้วอยู่เกิน ๖ ปี เริ่มที่จะต้องรัฐบาลจ่ายทุนคืน ข้อที่ ๒ แต่ละปีรัฐบาล ก็ต้องหาเงินมาอีก ผมเข้าใจในเรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน ขอบพระคุณ ผ่านไปยังรัฐมนตรีด้วยฝากการบ้านไว้นะครับ ขอบพระคุณครับ