อนันต์ ลิมปคุปตถาวร หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์หลังเกษียณอายุราชการ โดยต้องการให้รัฐบาลออกกฎหมายที่จะช่วยเหลือข้าราชการหลังเกษียณอายุ โดยให้รายได้เพียงพอสำหรับการอยู่ชีวิตหลังเกษียณ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ วันนี้ดีใจที่เห็นร่างพระราชบัญญัติการกลับไปใช้สิทธิข้าราชการบําเหน็จ แล้วก็ข้าราชการบํานาญ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาผมเองนั้นก็ไม่ได้ดูเรื่องรายละเอียดว่า การประชุมสภาของเรานั้นจะมีวาระอะไรดังกล่าวนี้บ้าง แต่มีข้าราชการจํานวนมากเลยครับ อายุใกล้ ๆ จะเกษียณปีนี้จะเกษียณก็มี อีก ๒ ปีเกษียณก็มี ก็เอามานั่งปรึกษาหารือกัน มานั่งคุยกันว่าตอนนี้สภาของเรามีร่างพระราชบัญญัติให้กลับไปใช้สิทธิ เขารู้ครับ เขาทราบ แล้วตอนนี้ก็ยิ่งลุ้นระทึกว่าร่างพระราชบัญญัติตรงนี้จะได้ออกไปใช้ไหม เข้ามานั่งนี้ก็ดีใจครับ เห็นทางฝ่ายสมาชิกจากพรรคการเมืองทุกฝ่ายเห็นด้วยว่าควรที่จะให้สิทธิกับสมาชิกได้เลือก เพราะแต่เดิมนั้นเขาก็ดีใจว่าไปอยู่กับ กบข. ซึ่งตอนนั้นผมเองนั้นก็ได้ฟังจากสื่อ ได้ฟังจาก ความดีอกดีใจของข้าราชการทั้งหลายที่กําลังจะเข้าไปเป็นสมาชิก กบข. ก็พูดสรรเสริญว่า การเป็นสมาชิก กบข. นั้นจะได้ดีอย่างนั้นได้ดีอย่างนี้ แล้วก็ฮือฮา มีการเอาเงินล่วงหน้าอะไร ต่าง ๆ นี้มา แล้วก็ไปสร้างบ้านบ้าง ไปซื้อรถบ้าง ไปทําอะไรต่าง ๆ นี้บ้าง ดูแล้วก็ดูดี แต่มาสักระยะหนึ่งหลังจากที่มี กบข. ซึ่งมีเงินเป็นจํานวนมาก มีเป็นแสน ๆ ล้านบาทได้ไป ลงทุน ก็แน่นอนการลงทุนก็มีความเสี่ยง ดังนั้นเมื่อมีความเสี่ยงรายได้อะไรต่าง ๆ ก็ลดลงมา จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าความเสี่ยงทั้งหลายจะลดลง แต่หลังจากที่เขาคํานวณแล้ว เขาบอกว่าเขาจะได้น้อยกว่าบําเหน็จบํานาญ ซึ่งเป็นกฎหมายเดิมตั้งแต่ปี ๒๔๙๔ ซึ่งตรงนี้ เขาเป็นความหวังว่ารัฐบาลจะเอาจริงไหม จะช่วยพวกเขาไหม เพราะวิธีคิดของคนที่จะเข้า มาทํางานในระบบใดก็ตาม ไม่ว่าจะราชการก็ดี เอกชนก็ดี สิ่งที่เขาคาดหวังคือว่าเมื่อวันที่ เขาแก่ชรา วันหนึ่งที่เขาไม่ได้เข้าสู่ในระบบการทํางานแล้วเขาจะมีชีวิตอย่างไร เกษียณแล้ว เขาจะมีรายได้อย่างไร เพียงพอหรือไม่ ผมถึงยังอยากจะเห็นนะครับว่ารัฐบาลที่เสนอ กฎหมายตรงนี้เข้าสู่สภา วันนี้เราอาจจะดูเหมือนกับว่าเป็นเงินจํานวนมากสําหรับข้าราชการ ที่จะเกษียณ ดูเหมือนกับจะมาก เงินเดือนบางคนอาจจะ ๕๐,๐๐๐ บาท ๖๐,๐๐๐ บาทนะครับ ก็อาจจะลดน้อยถอยลงไปเหลือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์อะไรต่าง ๆ นี้มาก็ดูเหมือนจะมาก แต่ท่านครับ ผ่านไปอย่างที่ท่านครูมานิตย์ได้พูดถึงเมื่อสักครู่นี้ถอยหลังไปสัก ๕ ปี เงินตรงนั้นละครับ ในขณะที่ค่าของเงิน เงินเฟ้อ เงินอะไรต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นก็จะส่งผลทําให้เงินที่เขาเคยคิดว่า พอจะยังชีพได้นั้นลดน้อยลง ผมเคยเป็นนายกท้องถิ่นกับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็เคยมีข้าราชการที่เป็นข้าราชการครูเดิม ครูประชาบาลเดิมเกษียณอายุไปนานแล้ว อายุ ๗๐ ปี ๘๐ ปีเดินทางมาที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดมารับเงิน ถามว่าได้เงินเดือนเท่าไรครับ ขนาดปรับแล้วปรับอีกนะครับ ได้เงินเดือนประมาณ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง ในขณะที่เขาอายุ ๗๐ ปี ๘๐ ปีแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เหมือนกันถ้าบรรดาข้าราชการก็ดี ที่เกษียณอายุในห้วงระยะนี้ก็ช่างหรือว่าที่ผ่านมาแล้วก็ตาม ผมเชื่อเหลือเกินว่าค่าตอบแทน หลังเกษียณของเขาที่ได้รับนั้นแทบจะไม่พอยังชีพด้วยซ้ําไป ผมมีโอกาสได้ไปศึกษาดูงาน ในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย เห็นแล้วมันเกิดความรู้สึกว่าประเทศเราถ้าเหมือนกับเขาน่าจะดี ไม่ว่าจะเป็นส่วนของเอกชน ไม่ว่าจะเป็นส่วนของข้าราชการ เงินเดือนสุดท้ายเขาจะมีสิทธิ รับไปจนกระทั่งสูงอายุ สูงอายุเขานับที่ ๗๕ ปี เพราะฉะนั้น ๗๕ ปีแล้วรัฐบาลยังเพิ่มเงินให้ อีกครับ มันก็ยังไม่เหมือนกับของเรา ของเราพอ ๗๐ ปีแล้วในอดีตที่ผ่านมาแม้กระทั่งจะไป ทําบัตรประชาชนส่วนราชการยังอิดออดไม่อยากทําให้เลย เขาบอกอีกไม่กี่ปีก็จะตายแล้วจะ ทําไปทําไมในลักษณะอย่างนี้ เพราะฉะนั้นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ คุณค่าของความเป็น คนมันอยู่ที่หลักการว่าเมื่อเริ่มต้นทํางาน การทํางานแน่นอนประเทศชาติได้รับประโยชน์แน่ แต่เมื่อพ้นวัยทํางานแล้วเกษียณอายุแล้ว เขาจะมีหลักมีความมั่นคงอย่างไร เพราะฉะนั้น ผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งและขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็คิดว่าท่านสมาชิก ทุกคนก็คงจะเห็นด้วยที่จะทําให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปเป็นประโยชน์กับผู้ที่ รับราชการ แล้วก็ได้รับบําเหน็จบํานาญมาอย่างครบถ้วนนะครับ ขอบคุณครับ