สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล หารือเรื่องการรับบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดสรรเงินในกองทุนการบำเหน็จบำนาญข้าราชการ โดยเฉพาะกรณีการคิดบำเหน็จบำนาญของกองทัพบกขับขี่ (กบข.) ที่ไม่เป็นธรรมและไม่เท่ากับระบบการคิดบำเหน็จบำนาญของกรมชลประทาน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐมนตรีติดตามการบริหารจัดการกองทุน กบข. และมีความโปร่งใสในการจ่ายค่าจ้างให้กับเลขาธิการ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการกลับไปใช้สิทธิในบําเหน็จบํานาญตามพระราชบัญญัติ บําเหน็จบํานาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนะครับ เรื่องนี้เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนข้าราชการประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐ คนที่เป็นสมาชิก กบข. เดิมในปี ๒๕๓๙ โดยประมาณครับ รัฐบาลก็ตั้งกองทุน กบข. ขึ้นมา แล้วก็ประกาศ เชิญชวนข้าราชการทุกท่านว่าต่อไปนี้ท่านมีสิทธิเลือกที่จะรับบําเหน็จบํานาญในฐานะที่ท่าน ปฏิบัติราชการมาจนเกษียณอายุราชการนี้ท่านเลือกจะใช้วิธีใด เช่น เลือกบําเหน็จบํานาญ ของกฎหมายบําเหน็จบํานาญ ปี ๒๔๙๔ หรือท่านร่วมเป็นสมาชิกกองทุนบําเหน็จบํานาญ ข้าราชการ หรือสมาชิก กบข. ท่านประธานครับ วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ เป็นวันแรกที่เขา กําหนดว่าข้าราชการจะเลือกเดินทางไหน จะไปทางปี ๒๔๙๔ หรือจะไปทาง กบข. นะครับ กบข. ในขณะนั้นก็บอกว่าถ้าเกิดท่านเป็นสมาชิก กบข. ท่านเอาเงินส่วนหนึ่งมาสะสมเป็น เงินออม ในขณะเดียวกันรัฐก็จะออกเงินมาให้เป็นเงินประเดิมแล้วก็เงินชดเชยรวมแล้ว ๙ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๙ ท่านประธานครับ เงินออมทั้งหลาย เงินชดเชยทั้งหลาย เงินสมทบจากทางภาครัฐทั้งหลายเอาไปไหนครับ เอามาไว้เวลาท่านเกษียณอายุราชการ ท่านมีสิทธิที่จะได้รับเงินก้อนจากกองทุน กบข.
เรื่องแรก เรื่องบําเหน็จครับท่านประธาน ปี ๒๔๙๔ บําเหน็จก็คือ พอเราเกษียณครับ พอท่านประธานเกษียณก็เอาเงินเดือนสูงสุดคูณอายุราชการ เช่น ถ้าท่านประธานอายุราชการตั้งแต่ ๒๐ ปีบรรจุ ก็มีอายุราชการ ๔๐ ปี ก็เอา ๔๐ ปีไปคูณ เงินเดือนสูงสุดรับเงินก้อนไปเลยนี่ ปี ๒๔๙๔ ทีนี้ถ้าเป็น กบข. ก็เอาเงินเดือนสูงสุดคูณ อายุราชการเห็นไหมครับ คูณ ๔๐ ปีเหมือนกัน แต่บวกด้วยเงินสะสมของสมาชิกเอง เงินสมทบ เงินชดเชยที่ทางรัฐให้ มีความรู้สึกดีไหมครับ เวลาเราจะเกษียณ เมื่อก่อนหน้านี้ ถ้าเกิดเอาเงินบําเหน็จก็คือเงินเดือนสูงสุดคูณอายุราชการ แต่วันนี้มีเงินก้อนอีกก้อนหนึ่ง วันนั้นก็ประกาศว่ามีเงินบําเหน็จเป็นล้านบาทครับ ข้าราชการก่อนวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ ทุกคนก็เฮละโลมาอยู่กองทุนกันดีกว่า ส่วนหนึ่งก็คือเราจะได้ออมเงินด้วย ส่วนที่ ๒ ก็คือ ได้เงินก้อนถ้าเกิดกรณีเราเป็นบําเหน็จเวลาออกจากราชการ ทีนี้พูดถึงบําเหน็จเสร็จแล้ว พออายุ ๖๐ ปีมีโอกาสเลือกอีกอย่างหนึ่งก็คือเลือกบํานาญนะครับ บํานาญของปี ๒๔๙๔ ท่านประธานดูให้ชัด ๆ นะครับ ปี ๒๔๙๔ คือเอาเงินเดือนสูงสุดคูณอายุราชการหารด้วย ๕๐ ท่านประธานอย่าถามนะครับว่าทําไมเขาหารด้วย ๕๐ มีหลายคนถามผมว่าทําไมเขาหาร ด้วย ๕๐ เพราะเขาเชื่อว่าข้าราชการของประเทศไทยโดยส่วนใหญ่ก็คือประมาณ ๔๐ ที่หารด้วย ๕๐ ก็คือจะให้เงินเดือนสูงสุดประมาณร้อยละ ๘๐ นั่นคือการคิดของคนในอดีต เงินเดือนสูงสุด ถ้าท่านเงินเดือน ๕๐,๐๐๐ บาทก็คูณอายุราชการไปเลย หารด้วย ๕๐ บางคนที่ไปทําในทุรกันดารก็จะได้อายุราชการสูงขึ้น บางคนไปอยู่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อายุราชการก็สูงขึ้น ตอบแทนผลประโยชน์ให้กับข้าราชการที่อุทิศตัวให้กับประชาชน ให้กับ ประเทศชาติ นี่คือการคิด แต่ทีนี้ท่านมาดู กบข. เมื่อสักครู่เงินเดือนสูงสุดคูณอายุราชการ หารด้วย ๕๐ มาดู กบข. ครับ กบข. เขากลายเป็นเอาเงินเดือนเฉลี่ย ๖๐ เดือน จากเงินเดือนสูงสุดเห็นไหมครับ ท่านประธาน กลายเป็นเหลือเฉลี่ย ๖๐ เดือน หรือ ๕ ปี แน่นอนเกิดประธานเงินเดือน ๖๐,๐๐๐ บาท ตอนอายุ ๖๐ ปี พอเฉลี่ย ๕ ปีย้อนหลังมันก็จะเหลือประมาณสัก ๔๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ แน่นอนครับ การเอาเงินไปคํานวณก็น้อยลง คูณด้วยอายุราชการเท่าเดิม หารด้วย ๕๐ เหมือนเดิม จริง ๆ แล้วข้อที่ ๑ ก็คือสมาชิก กบข. เสียเปรียบเรื่องเงินบํานาญ ตรงนี้ครับ เป็นข้อที่ ๑ ก็คือเอาเงินเดือนเฉลี่ย ๖๐ เดือนมาหาร มันโดนล็อกที่ ๒ อีกครับ ท่านประธาน บางคนเนื่องจากอายุราชการเยอะมากเหมือนที่ผมว่า บางคนไปสอนหนังสือ อยู่ถิ่นทุรกันดาร บางคนเป็นตํารวจ ทหาร ไปอยู่ถิ่นทุรกันดาร ไปอยู่ดินแดนเสี่ยงภัย ได้อายุราชการสูงขึ้น แต่เขามาล็อกว่า พอคํานวณเป็นบํานาญเสร็จแล้วต่อเดือน ท่านประธาน ถ้าเกินร้อยละ ๗๐ ของเงินเฉลี่ย ๖๐ เดือนสุดท้ายเมื่อที่ผมพูดถึง ร้อยละ ๗๐ นะครับ เกินร้อยละ ๗๐ ไม่ให้ ให้แค่ร้อยละ ๗๐ เห็นไหมครับ สมาชิก กบข. โดน ๒ ล็อก ๒ เด้ง เด้งแรกก็คือจากเงินเดือนสูงสุดเปลี่ยนมาเป็น ๖๐ เดือนสุดท้าย เด้งที่ ๒ ก็คือต้องไม่เกินร้อย ละ ๗๐ ของเงินเดือนสูงสุด เฉลี่ย ๖๐ เดือนสุดท้าย ตรงนี้ละครับพี่น้องสมาชิก กบข. ช่วงแรก ๆ ครับท่านประธานที่สมัครเข้าไปมันก็มองไม่เห็นละครับ มันมาเห็นตอนอายุ ๖๐ ปี พอคนที่เกษียณไปรับเงินบํานาญจาก กบข. ผลปรากฏว่าตนเองกลายเป็นได้รับเงินน้อยลง พอได้รับเงินน้อยลง สมาชิกทั้งหมดก็เลยถาม กบข. ว่าทําไมที่เคยโฆษณาไว้ แล้ววันนี้ทําไม มันต่างกัน ทําไมสมาชิกลายเป็นเสียผลประโยชน์ จากเงินบํานาญที่จะได้สัก ๔๐,๐๐๐ บาท กลายเป็นเหลือแค่ ๒๕,๐๐๐ บาท เพราะอะไร กบข. ก็ตอบง่าย ๆ กบข. ก็บอกว่าก็เราเอา เงินก้อนให้ท่านแล้วอย่างไร พออายุ ๖๐ ปีปั๊บจะรับบํานาญ สูตรมันก็ลดลง แต่ว่าเราให้เงิน ท่านเป็นก้อน ก็คือเงินที่รัฐบาลสมทบให้และเงินที่เราสะสมไป แล้วก็รัฐบาลชดเชยให้ เหมือนที่ผมพูดสักครู่ครับ ประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วไม่ถึงละครับ แต่ผมเรียนท่าน ประธานว่า ตรงนี้ครับ กบข. บอกว่าก็ไปชดเชยที่ตรงนั้น พี่น้องสมาชิก กบข. ก็บอกว่า ก็น่าจะจริง คือบํานาญของ กบข. ได้เงินก้อนตอนเกษียณด้วย แล้วก็ได้รายเดือนด้วย ก็น่าจะดีกว่าแบบเก่า แต่ทําอย่างไรครับ เพื่อความชัดเจน สมาชิก กบข. ที่สอบถามเรื่องการ เสียผลประโยชน์ ถามกับทางรัฐบาล สุดท้ายรัฐบาลได้ให้มหาวิทยาลัยครับ ที่ผมทราบคือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปศึกษาว่าจริง ๆ แล้วสูตรการคิดบําเหน็จบํานาญของ กบข. เป็นธรรมกับสมาชิกหรือไม่ ผลปรากฏว่าไม่เป็นธรรมครับท่านประธาน พอไม่เป็นธรรม รัฐบาลจะต้องคืนสิทธิอะไรให้เขา หลักการที่ถูกต้องของการบริหารประเทศก็คือต้องคืนสิทธิ ส่วนที่เขาสูญเสียไป เขาไปคิดอย่างไรครับท่านประธาน ก็คือเขาไปคิดสูตรการคํานวณ บํานาญใหม่ ไปคิดสูตรการคํานวณว่าเงินเดือนสูงสุดกับเงินเดือนเฉลี่ย ๖๐ เดือน เงินเดือน ตรงช่วงไหนที่มันเหมาะสมที่สุด มีคนเสนอนะครับ โดยเฉพาะองค์กรเครือข่ายสมาชิก กบข. ซึ่งเขาติดตามเรื่องนี้มาตลอด เขาไปคํานวณก็ไปพบว่าควรจะเป็นอัตราเงินเดือนเฉลี่ย ๒๔ เดือนสุดท้าย หมายถึงว่าแค่ ๒ ปี แค่ ๒ ปีครับท่านประธาน กบข. เดิมเมื่อสักครู่ ผมบอกท่านประธานแล้วก็คือ ๕ ปี เขาขอเพียงว่าปรับสูตรใหม่ การคํานวณบํานาญของสมาชิก กบข. ใช้ ๒๔ เดือนสุดท้าย ผมเชื่อว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังคงเข้าใจนะครับ เพราะว่าท่านเป็นคนชํานาญเรื่องการเงิน การคลังอยู่แล้ว เขาต้องการคือสูตร ๒๔ เดือนครับท่านประธาน พอ ๒๔ เดือนคูณด้วย อายุราชการ หารด้วย ๕๐ แล้วก็ไปปลดล็อกข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน ล็อกข้อที่ ๒ ที่ผมบอกท่านประธานเมื่อสักครู่ว่าถ้าคํานวณมาเป็นเงินบํานาญรายเดือนแล้วจะต้องไม่เกิน ร้อยละ ๗๐ ของเงินเฉลี่ยสูงสุด ๕๐ เดือน ต้องเปลี่ยนใหม่ครับ ๖๐ เดือนครับ ขออภัย ให้เป็นไม่เกินร้อยละ ๙๕ ของอัตราเงินเดือน ๒๔ เดือนสุดท้าย เห็นไหมครับ นั่นคือสิ่งที่ เขาเรียกร้อง ท่านประธานครับ การเรียกร้องดังกล่าวของสมาชิกหรือของเครือข่าย กบข. ถามว่ากระทบกระเทือนสิทธิของเขาไหม ไม่เลยครับ เรียกร้องมากเกินไปไหม ไม่ ผมเคยไป อธิบาย ปราศรัย พบปะกับสมาชิก กบข. หลายครั้งแล้วครับท่านประธาน รัฐก็เพียงแต่ บอกว่าถ้าเกิดปรับอย่างนั้นนะครับทําให้รัฐต้องจ่ายเงินหลายหมื่นล้านบาท ถ้าเกิดกรณี ปรับเป็นสูตรเดิม ผมเคยเสนอว่าให้เท่ากับ พ.ศ. ๒๔๙๔ ก็คือให้เอาเงินเดือนสูงสุดเลยครับ ใช้เงินถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่า ๆ กับที่รัฐบาลกําลังจะกู้ไปสร้างรถไฟความเร็วสูง ขนผักนี่ละครับ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นการแก้ปัญหาหนึ่งของทางรัฐบาล ก็คือสมาชิก กบข. ประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน วันนี้มีโอกาสกลับไปใช้การคํานวณบําเหน็จบํานาญ แบบเดิม หรือกลับไปเป็นสมาชิก ขออภัยครับ กลับไปเป็นการใช้กองทุนบําเหน็จบํานาญ พ.ศ. ๒๔๙๔ เห็นไหมครับ สิ่งที่ท่านขาดคืออะไรครับ ท่านขาดคือต่อไปสมาชิกไม่มีโอกาส ที่จะออมแล้วรัฐไม่ต้องสมทบเงินมา ท่านไม่สร้างนิสัยให้กับคนไทยให้รู้จักออม ท่านประธาน คงทราบนะครับกฎหมายการออมแห่งชาติที่เคยออกในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันนี้ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ พี่น้องประชาชนยังไม่มีโอกาสได้ออม วันนี้ท่านกําลังทํากฎหมายให้ ข้าราชการเป็นคนที่ไม่รู้จักออม ถามว่าดีไหมครับกฎหมายฉบับนี้ พี่น้องประชาชนสมาชิก กบข. จะได้ไปใช้สิทธิคือเงินบํานาญเท่าเดิม แต่สิ่งสําคัญที่เขาเคยคิดไว้ว่าเราเป็นข้าราชการ นะครับ ส่วนหนึ่งก็คือควรจะออมไว้ร้อยละ ๓ รัฐบาลสมทบมาอีกร้อยละ ๓ รัฐบาลให้เงิน ชดเชยมาอีกร้อยละ ๓ เสร็จแล้วเอาเงินมาตั้งเป็นกองทุน กบข. วันนี้ตรงส่วนนี้มันหายไป ท่านครับ ฝากถึงคณะกรรมาธิการครับ กรณีที่สมาชิก กบข. ไปใช้สูตรบํานาญแบบ พ.ศ. ๒๔๙๔ แต่ขอให้สมาชิกดังกล่าวมีสิทธิที่จะออมและรัฐบาลต้องจ่ายเงินสมทบมาด้วย อย่างนี้จะทําให้คนไทยเป็นคนที่เข้มแข็ง ท่านอย่าให้เขาอ่อนแอ สุดท้ายพอเขาอ่อนแอ เขาไม่มีเงิน ท่านก็ยัดประชานิยมให้เขาไป แล้วประชาชนก็เปรียบเสมือนทาสของท่าน อย่าทําครับ วันนี้กฎหมายฉบับนี้เมื่อให้สมาชิก กบข. ที่เลือกที่จะไปใช้บํานาญแบบ พ.ศ. ๒๔๙๔ แต่เรื่องเงินสมทบจากทางรัฐบาลท่านจะต้องให้เหมือนเดิมนะครับ นี่คือสิ่งที่ เรียกร้อง
ท่านประธานครับ ยังมีบางประเด็นที่อยากจะถามถึงท่านรัฐมนตรี จริง ๆ แล้ว กฎหมายบังคับไว้ว่าข้าราชการที่บรรจุตั้งแต่วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ จะต้องเป็นสมาชิก กบข. โดยกฎหมาย ใครที่เป็นข้าราชการก่อนวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ เลือกได้ เลือกว่า จะไป พ.ศ. ๒๔๙๔ หรือเลือกจะไป กบข. เขามีสิทธิกลับไปทุกคนไหมครับ หมายถึงว่าคนที่ บรรจุหลังวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ เขามีสิทธิกลับไปใช้ ปี ๒๔๙๔ ไหมครับ แล้วก็ถ้าเกิด กฎหมายฉบับนี้ ผมเชื่อว่าคงผ่าน เพราะว่าพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะสมาชิก กบข. ทั้งข้าราชการครู ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร ตํารวจ ซึ่งเคยเสียสิทธิมาเป็นเวลา ยาวนานแล้วนะครับ วันนี้ทุกท่านก็จะได้สบายอกสบายใจ แต่ก็ฝากเหมือนที่ผมได้กราบเรียน กับท่านประธานว่าเรื่องเงินสมทบจากการภาครัฐก็ต้องให้ เรื่องเงินออมจากข้าราชการก็ควร จะมีอยู่เช่นเดิม อย่างน้อยก็เป็นหลักประกันให้กับตัวเขาเองเมื่อเกษียณอายุแล้วอย่างน้อย ก็ยังมีเงินก้อน ก้อนหนึ่งอยู่ที่ตนเองสะสมไว้ ที่รัฐบาลสมทบให้
ส่วนที่ ๒ อยากให้ท่านรัฐมนตรีติดตามกองทุน กบข. ท่านประธาน ทราบไหมครับว่ากองทุน กบข. นี้เป็นความหวังหนึ่งของสมาชิก กบข. ว่าวันนี้ถ้าเกิด มีผู้บริหารกองทุนอย่างดี ทําให้กองทุนมีกําไร เขาก็ได้ส่วนแบ่งครับท่านประธาน น้อยนะครับเราจะไปเป็นเจ้าของกองทุนสักกองทุนนี่ แต่ว่ากองทุนข้าราชการบําเหน็จ บํานาญกองทุนนี้หลายแสนล้านบาทครับท่านประธาน เดิมก็โม้เหมือนกันละครับว่า ถ้าเกิดว่าเรามีเงินขนาดนี้เราสามารถไปบริหาร ซื้อหุ้น ทําอะไรก็แล้วแต่ทําให้สมาชิก มีรายได้มากขึ้น มีผลกําไรมากขึ้น แรก ๆ ก็จริงครับ ท่านประธานครับ แรก ๆ นี้มีความรู้สึก สบายใจมากเลยเวลา กบข. แจ้งมาว่าขณะนี้หุ้นของท่านนั้นมีผลกําไรขนาดนี้ ขนาดนี้ ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๓,๐๐๐ บาท เพิ่มขึ้นมาเรื่อย มีอยู่ยุคเดียวครับ ยุคที่การเมืองเข้าไปแทรก นี่ละครับ ไปบอกกองทุนว่าท่านก็ไม่ซื้อสิ่งนี้ กองทุนเอาเงินมา สําหรับเอามาทําสิ่งนี้ เป็นผลประโยชน์ทางการเมือง ผลปรากฏว่าปีนั้นขาดทุนหลายหมื่นล้านบาทครับ ใครขาดทุนครับท่านประธาน สมาชิกทั้งหมดครับ เขาขาดทุน จากเดิมที่เงินสะสมจะได้เป็น ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท ผลปรากฏลดลงเหลือ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท ผมยังเคย สอบถามว่า สอบถามนิดเดียวครับ ผู้บริหารองค์กรเลขาธิการ กบข. เงินเดือนเท่าไร ท่านประธานทราบไหมครับ ประธานสภาผมนี่เงินเดือน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เลขาธิการ กบข. เท่าไรครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีทราบไหม ไม่ทราบครับ ไปบริหารเงิน ของสมาชิก ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี้ท่านทราบไหมครับว่าเลขาธิการมีเงินเดือนเท่าไร บางเรื่องมันเป็นความลับนะครับ บางเรื่องเราไม่สามารถรู้ได้ พี่น้องประชาชนผู้เสียภาษี สมาชิก กบข. ที่ให้เงินไปทุกเดือน ๆ ให้กับผู้บริหารนี้ไปทําเงินของเขาให้มันเจริญงอกงามนี้ แต่ไม่รู้ว่าค่าจ้างเขาเท่าไร วันนี้ผมก็ยังไม่ทราบครับ เขาบอกว่าเป็นความลับเพื่อความมั่นคง ของกองทุน ท่านประธานลองถามท่านรัฐมนตรีครับ เผื่อบางทีท่านทราบ แล้วพี่น้องสมาชิก กบข. ที่เฝ้าฟังการอภิปรายอยู่วันนี้เขาจะได้เข้าใจด้วยว่าวันนี้เราจ้างนายนี้เป็นเลขาธิการ ด้วยเงินเดือนแค่นี้ มันไม่ใช่เก็บเงียบทุกอย่าง ทําให้ทุกอย่างมันโปร่งใสครับ พี่น้องประชาชน เขาสนับสนุนอยู่แล้ว แล้วก็โชคดีครับวันนี้กฎหมายฉบับนี้ไม่ลักหลับ แล้วก็สมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ ผมเชื่อว่าทุกคนให้การสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ครับ เพื่อประโยชน์ กับข้าราชการของเราที่เขาทุ่มเทอุทิศทํางานเพื่อราชการมาจนกระทั่งเกษียณอายุราชการ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ