สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖

จิรายุ ห่วงทรัพย์ อภิปรายเรื่องการขายข้อมูลส่วนบุคคล โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อความที่อาจมีความหมายผิดหรือไม่ชัดเจน และขออนุญาตลงรายละเอียดในวาระต่อมา

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ขออภิปรายสนับสนุน ในชั้นรับหลักการอย่างนี้ท่านประธานครับ ในขณะที่ผมนั่งประชุมสภาตั้งแต่ ๑๓.๐๐ นาฬิกา มาจนถึงขณะนี้มีโทรศัพท์มา ๒ สาย สายหนึ่งบอกว่ามาจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (Standardchartered) หมายเลข ๐๙๔ ๔๑๖ ๑๔๖๘ อีกสายหนึ่งครับเมื่อสักครู่นี้เองครับ เข้าพระราชบัญญัตินี้โทรศัพท์มาอีก ๑ สายบอกว่าโทรมาจากบริษัท ไทยวีพี ๐๘๑ ๓๗๖ ๘๓๓๕ ที่ต้องเอ่ยเช่นนี้เพื่อเป็นหลักฐานบันทึกไว้ในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากสมัยก่อน โทรมาเบอร์ ๐๒ ถ้าขึ้น ๒๔๔ นี่ผมรับ เพราะว่าโทรมาจากสภา แต่ถ้าขึ้น ๐๒ เมื่อไรขี้เกียจรับ ท่านประธานครับ ขายประกันบ้างละ ขายสมาชิกฟิตเนส (Fitness) บ้างละ ขายสารพัดขาย เมื่อกี้นี้ผมบอกว่าผมไม่มีสตางค์ เขาบอกว่าเขาจะให้กู้ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท สแดนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ท่านประธานครับ เอาสัก ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทไหมครับ สาระสําคัญก็คือว่าผม บางทีอารมณ์ดีผมก็คุยกับเขานะครับ แต่บางทีหงุดหงิดประชุมกรรมาธิการอยู่ชอบโทรมา อย่างนี้ครับ สวัสดีครับ ท่านจิรายุ มีเงินให้กู้ ผมก็ถามว่าเอาเบอร์มาจากไหน เขาบอกบริษัท ให้มา นี่ละครับท่านประธาน ประจวบเหมาะกับที่ท่านสมาชิกทั้ง ๒ ท่าน และคณะรัฐมนตรี ได้เสนอครับ อีกรายหนึ่งโทรมาบอกว่าจะมีระบบบัตรอีออน (Aeon) อะไรสักอย่างหรือ อิออนอะไรนี่ครับ วิธีการของเขาผมก็ถามเสนอมาท่านประธานครับว่าเอามาจากไหน เนื่องจากโทรศัพท์ผมส่วนใหญ่จะไปปรากฏอยู่ทุกครั้งที่มีการเปิดบัตรเครดิต บัตรเครดิต ทุกธนาคารเวลากรอกก็ต้องใส่โทรศัพท์ไว้ให้เขาโทรมาทวง มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านประธานครับ รถยนต์ผมคันหนึ่งทําประกันของบริษัท เขาเรียกซ่อมห้าง ท่านประธานครับ ซ่อมห้างนี้คือ เป็นยี่ห้อเอช (H) ทํากับเขาคือซ่อมกับโรงงานหรือว่าศูนย์ของเอชเลย แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมหมดประกันวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เดือนตุลาคม เขาโทรแล้วครับ สวัสดีค่ะ ทําประกันจากบริษัทนั้นบริษัทนี้นะคะ ผมก็ถามว่าบริษัทผมที่ทํา อยู่กับบริษัทเอชใช่ไหม เขาบอกใช่ค่ะ แต่หนูมีของดีมานําเสนอค่ะ ท่านประธานครับ ผมฟังแล้วผมก็ เอ๊ะ ตกลงแล้วอย่างไร จะให้ผมเปลี่ยนบริษัทไปประกันใหม่อีกบริษัทเลย หรืออย่างไร ได้ความมาครับบอกว่าเขาได้ข้อมูลมาจากบริษัทแห่งหนึ่งว่าผมทําประกันภัย รถยนต์ชั้น ๑ ไว้กับบริษัทเอช ผมก็ถามว่าแล้วเอาข้อมูลมาจากไหน เขาบอกหนูไม่รู้ บริษัท ให้มาค่ะ และผมเชื่อว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติและท่านที่ฟังอยู่ในขณะนี้คงจะเกิดอาการ เดียวกับผมเป็นประจํา หลายครั้ง ท่านประธานครับ อยากจะเปลี่ยนโทรศัพท์หนี แต่เป็น เบอร์ที่ใช้มา ๒๐ ปี แล้วก็ไม่ค่อยมีเบอร์ที่ ๒ นี่คือสาระสําคัญครับที่ข้อมูลคุ้มครอง ส่วนบุคคลมันทําไมจึงไหลลื่นไปอยู่ที่คนอื่น ผมถามท่านประธานครับ ถ้าเกิดผมเป็นคน ล้มละลาย หน้าตาเป็นหนี้ เอ็นพีแอล (NPL) แปะอยู่ที่หน้าผาก หรือวัน ๆ มีแต่มอเตอร์ไซด์ ซ้อน ๒ ใส่หมวกกันน๊อกชุดดํามาทวงหน้าบ้านเป็นประจํา ผมเชื่อว่าคนเหล่านี้ไม่โทรศัพท์มา ที่มือถือของผมแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติคุ้มครองคู่มือส่วนบุคคลมันควรจะ มีมานานแล้วท่านประธานครับ เพราะว่าอะไรอีกไหมครับ นอกจากจะโทรมาสร้างความ รําคาญแล้วท่านประธานครับ มันยังเกิดภาวะแทรกซ้อน ความหมายสําคัญของผมก็คือว่า ข้อมูลถูกขายเป็นทอด เป็นทอด ผมถามว่ามีบริษัทแห่งหนึ่งครับ ผมเอารายชื่อของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาในนี้กว่า ๗๐๐ ท่าน ซึ่งแน่นอนครับมีกําลังซื้อ เอาไปขายให้กับบริษัทแห่งหนึ่งครับ เป็นสมาชิกเมมเบอร์ (Member) ไม่ว่าจะเป็นกอล์ฟ (Golf) ก็ดี หรือจะฟิตเนส (Fitness) หรืออะไรก็แล้วแต่มันมีราคานะท่านประธานครับ ถ้าผมบอกว่าท่านประธานดูสมาร์ท (Smart) รูปหล่อ และถ้าเกิดท่านประธานไปโบท็อกซ์ (Botox) อีกนิดหนึ่ง ยิ่งกว่าดาราหนังฮ่องกง ผมเชื่อว่าเขาก็อยากได้ว่าข้อมูลคนนี้น่าสนใจ เพราะลูกค้าเป็นกลุ่มที่ถูกบีบแคบมา ไม่ใช่โทรศัพท์จากสมุดหน้าเหลือแล้วก็สุ่มโทร โทรไปนี่ มีโอกาสลุ้น เพราะว่าลูกค้าจากล้านคนเหลือแค่เพียง ๕๐๐ กว่าท่าน สาระสําคัญที่ผมอ่าน เร็ว ๆ ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีเรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของข้อมูลในการไปรักษาที่โรงพยาบาล หลายท่านผมเชื่อว่าท่านมีความมั่นใจว่า โรงพยาบาลของรัฐก็ดี เอกชนก็ดี เขาเก็บข้อมูลของคนไข้ได้เป็นอย่างดี ผมไปถ่ายเอ็กซเรย์ (X-Ray) ปอดมา ท่านประธานครับ เมื่อ ๕ ปีที่แล้ว เขาส่งจดหมายมาที่บ้าน โรงพยาบาล แห่งหนึ่ง ที่ผมเป็นลูกค้าประจํา เขาจะทําลายฟิล์มเอ็กซเรย์ (Film X-Ray) แล้วนะครับ ถ้าท่านอยากจะเก็บไว้ท่านมารับ อันนี้โรงพยาบาลที่มีความรับผิดชอบ ท่านประธานครับ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าเดี๋ยวนี้มันมีคลินิก (Clinic) มันมีสถาบันเสริมความงาม มากมายหลากหลาย สมมุติว่าผมไปทํานม ขออภัยท่านประธานครับ ผมไปทํานมมา ผมไม่ได้ ไปทําที่โรงพยาบาลใหญ่ ๆ แล้วถามว่าคลินิกต่าง ๆ เหล่านี้จะมีใครไปบอกไหมว่าผมไปทํา นมมา หรือผมไปปรับอวัยวะอะไรบางอย่างมาก เรื่องนี้สําคัญท่านประธานครับ เพราะอะไร รู้ไหมครับ มันสามารถขยายความต่อจากข้อมูลที่มันถูกบันทึกไว้ในระบบที่เราไม่สามารถ เข้าไปควบคุมได้ ถ้าคลินิกแห่งใดบอกว่ารู้มาบอกว่าจิรายุมาทําอะไรบ้างที่คลินิกแห่งนี้ไปขาย ให้กับสมาชิกพรรคฝ่ายค้านบางคน บอกเอาไหม สมาชิกพรรคฝ่ายค้านบอกไม่รู้มาก่อน น่าสนใจ เขาก็มาตีแผ่ผมครับ บอกว่าผมเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ ไปทําโน่นทํานี่มา ไปดิสเครดิต (Discredit) ผมตามระบบต่าง ๆ มากมาย อย่างนี้น่าสนใจ ผมฝากท่านรัฐมนตรีครับว่า ผมอ่านเร็ว ๆ ๓๐ กว่ามาตรา ท่านประธานครับ หลายมาตราผมจะแปรญัตติไว้และลง รายละเอียดดูครับ

เรื่องต่อมา ท่านประธานครับ ที่เกี่ยวข้องก็คือว่าสาระสําคัญของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หลักการของมันมีอยู่ว่า ๑. คือเก็บ ๒. คือเปิดเผย ๓. คือส่งต่อ หรือขาย และ ๔. คือทําลาย กระบวนการต่าง ๆ นี้นะครับ บางข้อยังน่ากังวลใจครับ เช่น บุคคลธรรมดาหมายความถึงบุคคล เดี๋ยวก็ไปว่าในวาระ ๒ กัน แต่บุคคลที่ว่านี้ บุคคลธรรมดานี่มันมีแบบไม่ธรรมดาด้วยหรือครับ อย่างนี้เป็นต้น และบุคคลที่ว่า ที่ท่านครอบคลุมกฎหมายนี้หมายถึงนาย ก ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยไหม เช่น นักท่องเที่ยวเข้ามา อันนี้เครดิตไม่ดีเลย มาทีไรชักดาบตลอด กินทีไรเบี้ยวตลอด อย่างนี้ เปิดเผยได้ไหม อย่างนี้เป็นต้น ผมก็จะไปลงรายละเอียดในวาระต่อมา ท่านประธานครับ สรุปสุดท้ายปลายทางครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่รัฐสภาครับ ต่อไปนี้จะได้บอกคนที่เอาข้อมูลไปหากินกันง่าย ๆ อย่างนี้จะได้รู้ว่ามันมีกฎหมาย เป็นผู้ควบคุมและบังคับ รายละเอียดผมจะขออนุญาตว่าต่อไปนะครับท่านประธาน ขออนุญาตรับหลักการในเบื้องต้นกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ