สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖

ศุภชัย ใจสมุทร เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเรียกร้องให้มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ครอบคลุมเพื่อป้องกันการล่วงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผม และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย ได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ผมต้อง ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้กรุณาให้การรับรองร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ฉบับนี้จนสามารถที่จะเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรของเราในวันนี้ ผมอยากจะ ขอกราบเรียนว่าหลักการที่พรรคภูมิใจไทยได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็คือให้มี กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เหตุผลก็คือเนื่องจากปัจจุบันมีการล่วงละเมิด ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะนําข้อมูลส่วนบุคคลไปแสวงหาผลประโยชน์ หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลจนสร้างความเดือดร้อน รําคาญ จนก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ที่ถูกนําข้อมูลไปเปิดเผย ถ้าถามว่าวันนี้ข้อมูล มีความสําคัญหรือไม่ ผมว่าสิ่งหนึ่งซึ่งเราได้ยินคํานี้อยู่เสมอก็คือ คําว่า อินฟอร์เมชัน อีส เพาเวอร์ (Information is Power) ข้อมูลคืออํานาจ แล้วก็ติดตามข้อมูลข่าวสาร ในข่าวต่างประเทศก็ทราบดีว่าการแอบไปดักฟังข้อมูลของผู้นําในหลาย ๆ ประเทศ ในสหภาพยุโรปก็เป็นประเด็นกับประเทศยักษ์ใหญ่อยู่ นั่นหมายความว่าวันนี้ถ้าเราไม่มี กฎหมายเข้ามาคุ้มครอง เรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นก็คงจะต้องเข้ามาถึงประเทศไทย และเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ท่านประธานที่เคารพครับ ในปัจจุบันในประเทศไทยมันยังไม่มี กฎหมายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการทั่วไป เป็นกฎหมายกลางยังไม่เคยมีเลย แต่ก็มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลเฉพาะบางเรื่อง เช่น ข้อมูลทางด้านเครดิต (Credit) ตามพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. ๒๕๔๕ หรือข้อมูลการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ แล้วก็มีกฎหมายที่แก้ไข เยียวยาความเสียหายจากละเมิดสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับเรื่องของการละเมิดตามมาตรา ๔๒๐ นะครับ หรือการฟ้องคดีให้รับผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา ๓๒๖ หรือมาตรา ๓๒๘ แห่งประมวลกฎหมายอาญานะครับ เมื่อเป็นดังนี้ท่านประธานที่เคารพ เมื่อการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลยังไม่ครอบคลุมในทุก ๆ เรื่อง และกฎหมายที่อยู่ก็ไม่ได้มีการแก้ไขเยียวยา ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ทําให้การล่วงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายยังครอบคลุมไป ไม่ถึงมันมีอยู่หลายเรื่องนะครับ ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ ความเป็นอยู่ส่วนตัว อันไม่พึงเปิดเผย ประวัติอาชญากรรมหรือกิจกรรมส่วนตัวใด ๆ ที่ควรปกปิดเป็นความลับ และมาตรการแก้ไขเยียวยาก็ไม่อาจจะฟื้นฟูสภาพจิตใจหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากว่ากรณีดังกล่าวนี้นะครับท่านประธานที่เคารพ ก็จะต้องมีการไปฟ้องคดี และต้อง พิสูจน์ถึงความเสียหายที่แท้จริง ซึ่งแน่นอนละครับ ท่านประธานเองก็เป็นอดีตทนายความ ใหญ่อยู่ก็ต้องทราบดีว่าการนําคดีเข้าสู่ศาลนี้จะเป็นภาระในค่าใช้จ่ายและยังซ้ําเติม สภาพจิตใจและความเสียหายให้อย่างมากมายทีเดียว เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่า เมื่อถึงคราวแล้วมันก็มีความจําเป็นที่เราในฐานะที่จะต้องติดตามสิ่งที่มันเกิดขึ้นในโลก ปัจจุบันให้ทันกระแส เพราะฉะนั้นเมื่อความปรากฏว่าบ้านเมืองเรายังไม่มีกฎหมายอันที่จะ คุ้มครองให้ครอบคลุมให้กับบุคคลที่อาจจะต้องได้รับผลกระทบตรงนี้นะครับ มันก็จําเป็น ที่เราควรจะต้องมีกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ในปัจจุบันเราจะพบว่าการติดต่อ สื่อสารกันมันไม่ได้มีเพียงการติดต่อสื่อสารกันภายในประเทศเท่านั้น แต่ความเป็นจริง ในปัจจุบันนี้เราติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศได้สะดวกรวดเร็ว และตรงตามเวลาปัจจุบัน หรือเรียลไทม์ (Real Time) ดังนั้นถ้าวันนี้ประเทศเราจะไม่มีการพัฒนากฎหมายที่คุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการทั่วไปที่ครอบคลุมให้มันครอบคลุม แล้วก็เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ก็ย่อมจะเป็นอุปสรรคต่อการติดต่อสื่อสารกับชาวต่างประเทศ กับต่างประเทศ โดยเฉพาะ ประเทศที่เขามีกฎหมายกําหนดนะครับ ในเรื่องของการห้ามเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ส่วนบุคคล ซึ่งตรงนี้ถ้าเราไม่มีกฎหมายควบคุมก็จะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมากมายในการ ที่จะให้การคุ้มครอง ซึ่งการคุ้มครองที่ต่ํากว่าในหลาย ๆ ประเทศที่เขาสามารถพัฒนาขึ้นมา อย่างมากมาย เช่น สหภาพยุโรปก็ดี ก็จะมีผลทําให้เราสามารถที่จะได้รับผลกระทบทีเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ ตามรัฐธรรมนูญของเรา มาตรา ๓๕ วรรคสาม และมาตรา ๕๖ ได้บัญญัติให้บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองจากการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จากข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งตรงนี้ผมก็คิดว่า เป็นความจําเป็นเสียทีในวันนี้ที่เราเองควรจะต้องมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลเป็นการทั่วไปเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งต่าง ๆ ที่ได้กราบเรียนต่อท่านประธานไปแล้ว เมื่อสักครู่ และให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พรรคภูมิใจไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงเห็นความจําเป็นในการที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกได้กรุณา รับหลักการในวาระหนึ่งนี้ แล้วก็ได้ไปพิจารณากันในวาระต่อ ๆ ไปด้วยครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ