สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

รัชดา ธนาดิเรก กล่าวค้านว่ารัฐบาลนำผลงานของชุดที่แล้วมาเป็นของตนเอง และไม่รู้จักความจริง โดยวิพากษ์วิจารณ์ผลงานด้านการต่างประเทศของรัฐบาลและกล่าวว่าผลงานดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่รัฐบาลได้นําเสนอผลงานด้านการต่างประเทศในช่วงระยะเวลา ๑ ปีไปแล้วนั้น ดิฉันมีความคิดเห็นบางประการที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานค่ะ

ประการแรก ดิฉันเห็นว่ารัฐบาลมีพฤติการณ์ตีกิน เอาผลงานของรัฐบาล ชุดที่แล้วไปเป็นของตัวเอง เมื่อวานนี้มีการแถลงว่าผลงานที่โดดเด่นของรัฐบาลชุดนี้ ด้านการต่างประเทศอันหนึ่ง ก็คือการที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการจัดการประชุม เวิลด์เอ็กซ์โป (World Expo) เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ท่านประธานคะ การจัดงาน เวิลด์อีโคโนมิคฟอรัม (World Economic Forum) เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว การที่ประเทศ ไทยได้เป็นเจ้าภาพเมื่อปีที่แล้วมันเป็นผลงานของรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ได้ดําเนินการล็อบบี้ (Lobby) เป็นเพราะนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ไปร่วมการประชุมเวิลด์อีโคโนมิค ฟอรัม ตลอดระยะเวลาของการทําหน้าที่นายกรัฐมนตรี จนต่างชาติเขาให้ความไว้วางใจ แต่รัฐบาล ชุดนี้ก็มากล่าวอ้างว่าเป็นของตัวเอง รัฐบาลชุดที่แล้วได้ส่งเรือรบไปปราบโจรสลัดที่ประเทศ โซมาเลีย รัฐบาลชุดนี้ก็มาแถลงว่าเป็นผลงานของตัวเอง รัฐบาลชุดที่แล้วได้ส่งทหาร ๘๐๐ คนไปร่วมกองกําลังรักษาสันติภาพที่ประเทศซูดาน รัฐบาลชุดนี้ก็มากล่าวอ้างว่าเป็น ผลงานของตัวเอง จริง ๆ แล้วคําว่ากระดากนี่มันสะกดไม่ยากนะคะ แต่รัฐบาลชุดนี้ กลับไม่รู้จัก

ประเด็นที่ ๒ ผลงานหลายเรื่องก็เป็นเรื่องไร้สาระเกินกว่าที่จะเรียกว่าผลงาน ได้ เมื่อวานนี้มีการชี้แจงว่างานนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลชุดนี้โดดเด่นกว่ารัฐบาล ชุดที่แล้ว เพราะจํานวนผู้นําประเทศมาเยือนประเทศไทยมากกว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว ใครเขาจะ กล้ามาเยือนประเทศไทยละคะ ก็เมื่อในปี ๒๕๕๒ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน ประชุมผู้นําอาเซียน แล้วคนใกล้ชิดของรัฐบาลชุดนี้ก็ไปบุกโรงแรมรอยัลคลิฟบีชที่พัทยา จนผู้นําประเทศเขาต้องขึ้นเรือหนี ขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีกันไป ปีต่อมาก็มีเหตุการณ์ ความวุ่นวายเผาบ้านเผาเมือง แล้วผู้นําประเทศที่ไหนเขาจะกล้ามาเยือน เมื่อวานนี้ก็มี การบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เก่งด้านการต่างประเทศเพราะไปเยือน ต่างประเทศมากกว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไปเยือน ต่างประเทศ ๒ ปี ๔๑ ครั้ง นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไปเยือนต่างประเทศ ๒ ปีเพียงแค่ ๒๐ ครั้ง มันมานับประเทศแข่งกันอย่างนี้กันหรือคะเหมือนเด็กอมมือนั่งนิ้วเล่น ผลงานด้าน การต่างประเทศ เขาต้องวัดกันที่ว่าไปเยือนต่างประเทศแล้วมันได้ผลลัพธ์อะไรกลับมาบ้าง ถ้ามันมีเวลาว่างมากไม่เกรงใจประชาชนว่าจะผลาญงบประมาณใครก็ไปได้ทั้งนั้น ต่างประเทศ ดิฉันไม่ได้ปฏิเสธถึงความสําคัญในการที่ผู้นําประเทศจะไปเยี่ยม ผู้นําของ ประเทศไทยจะไปเยี่ยมเยือนประเทศอื่นเพราะมันมีประโยชน์ แต่ถ้าจะต้องไปมากมาย ขนาดที่รัฐบาลชุดนี้ดําเนินการอยู่ ดิฉันไม่แน่ใจ ยิ่งมีการมากล่าวบอกว่ายิ่งนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ไปเยือนต่างประเทศมากขึ้นเท่าไร เศรษฐกิจก็จะโตขึ้นมากเท่านั้น ดิฉันคิดว่ามัน เป็นตรรกะที่ตลกมากนะคะ บอกว่าความสัมพันธ์ของประเทศไทยกับจีนมีการพัฒนาขึ้นมาก ในยุครัฐบาลชุดนี้ ตัวชี้วัดของความสําเร็จในเรื่องความสัมพันธ์ไทย-จีน ก็คือเอ็มโอยู ๓ ฉบับ ๑. ไปลงนามเอ็มโอยูหรือบันทึกลงนามความเข้าใจในเรื่องของการจัดซื้อแท็บเล็ตพีซี (Tablet PC) ก็เราไปซื้อจากเขาเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ เครื่อง นับว่าเป็นความสําเร็จเรื่องการ ต่างประเทศหรือคะผู้ประกอบการร้านค้าไหนซื้อกันแสนเครื่องเขาก็แฮปปี้ (Happy) ทั้งนั้น ล่ะค่ะ นี่ยังจะเอามานับเป็นผลงาน บอกว่าเป็นผลงานในเรื่องของการลงนามเอ็มโอยูเรื่อง การจัดการน้ํา เราไปจ้างเขานะคะเขาไม่ได้มาจัดการน้ํามาทําโครงการให้เราฟรี ๆ ยังจะบอก อีกว่าเป็นผลงาน เรื่องสุดท้ายบอกว่าไปลงนามในเอ็มโอยูเรื่องรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ถ้าสําเร็จจริงแล้ววันนี้มากู้เงินทําไมคะ ๗.๘ แสนล้านบาท ก็เอาเอ็มโอยูนี้ให้จีนเขามาร่วม ลงทุนสิคะจะได้ประหยัดเงินรัฐบาลไทย แต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดิฉันคิดว่ารัฐบาลต้อง ทบทวนเรื่องการต่างประเทศให้ดี ผลงานไม่มีไม่ว่าแต่อย่ามาแอบอ้างแล้วเอาเรื่องที่ไร้สาระ มานับเป็นผลงาน ผลงานไม่มีไม่ว่าแต่อย่ามาแอบอ้างแล้วเอาเรื่องไร้สาระมานับเป็นผลงาน เลยค่ะ มันอายเขานะคะ ต่อมาบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีต้องเดินทางบ่อยเพราะไปขายของ ท่านนายกรัฐมนตรีขายของเก่ง ถ้าขายของเก่งทําไมข้าวมันยังเน่า