สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี โดยวิพากษ์วิจารณ์การบริหารเงินของกองทุน และเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารเงินให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

เพราะว่าอีกสักครู่รัชดาที่ไม่มี ภรณ์เขาจะได้พูดค่ะ จะได้ทราบว่าเป็นคนละคน ท่านประธานคะ ก็ต้องเรียนว่าที่จริงแล้ว รายงานแสดงผลการดําเนินการของคณะรัฐมนตรีนี้นะคะ ดิฉันอ่านแล้วมันไม่ใช่ผลงาน มันเป็นการแถลงว่าทําอะไรบ้าง แต่ผลเป็นอย่างไรไม่มี ดิฉันก็จะพูดเรื่องแนวนโยบาย ทางด้านสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีนะคะ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ ดังมากเลยในเรื่องนี้เพราะว่ามีงบประมาณมาก ประมาณ ๗,๗๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ กองทุนนี้ตั้งขึ้นมามีวัตถุประสงค์ใหญ่ ๆ อยู่ ๓ อย่าง ๑. ให้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ที่ดอกเบี้ยต่ํา ซึ่งก็คือเงินกู้นั่นละ ๒. ก็คือให้ช่วยผู้ยากไร้ เยียวยาผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก แล้วก็ ๓. เพื่อให้พัฒนาองค์กรสตรี ตอนแรกตั้งท่าก็ดูท่าจะดี เพราะว่าท่านกําหนดสัดส่วนเอาไว้ ๖๐ : ๒๐ : ๒๐ อย่างนั้นก็ตามเครือข่ายผู้หญิงพลิกโฉมซึ่งเป็นเครือข่ายขององค์กรผู้หญิง ประมาณ ๗๐-๘๐ องค์กรเขาก็พยายามที่จะไปนําเสนอว่าที่จริงแล้วเขาไม่เห็นด้วยกับ หลาย ๆ เรื่อง เพราะว่าเวลาท่านร่างระเบียบออกมาท่านก็ทําเอง ทําในหมู่พวกตัวเอง แล้วก็ คิดกันเอง แล้วก็ทํากันเอง เขาก็ไปเสนอว่าที่จริงกองทุนนี้มันน่าจะเป็นกองทุนเปิด ไม่ต้องมี การรับสมัครหรอกค่ะ ถ้าจะพัฒนาบทบาทสตรีมันก็ควรจะเป็นสตรีทุกคน ไม่ต้องเปิดรับ สมัคร ไม่ต้องกําหนดว่าอายุ ๑๕ ปี กําหนดอายุ ๑๕ ปี ยังไม่มีคําอธิบายเลยว่าทําไมต้องเป็น ๑๕ ปี แล้วเขาก็บอกว่ามันต้องเน้นการปลดหนี้ เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพิ่มทักษะชีวิต พัฒนาองค์กรผู้หญิง สร้างวิธีคิดที่ถูกต้องให้กับสังคม สร้างวิธีคิดเรื่องความเสมอภาค แล้วก็ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการที่จะเลือกผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ ท่านประธานคะ ก็ปรากฏว่า กองทุนนี้ก็ไปตั้งสัดส่วนของงบประมาณให้เป็นกองทุนหมุนเวียน ทั้ง ๆ ที่กองทุนหมุนเวียนนี่ การที่กลุ่มต่าง ๆ เขาจะขอเงินกู้มาประกอบอาชีพ ข้อมูลจากสํานักนายกรัฐมนตรีท่านก็บอกว่า ประชาชนนี่ ในตําบลนั้นมีกองทุนที่จะเข้าถึงเงินกู้ได้ประมาณ ๒๐ กองทุน ทั้งที่จริงแล้ว กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่ตั้งขึ้นมาทีหลังไม่ควรจะมีวัตถุประสงค์ด้านนี้เสียด้วยซ้ําไป หรือว่าไม่อย่างนั้นก็ต้องสลับเอาข้อ ๓ ขึ้นมาเป็น ๓ ๒ ๑ แต่ท่านก็บอกว่าก็เอาอย่างนี้ละ ก็เรียนท่านว่าการบริหารงานมันไม่เป็นการกระจายอํานาจเลย พยายามที่จะรวบอํานาจ ในขณะที่ท่านบอกว่าสมาชิกเป็นผู้หญิงทุกคนในทุกหมู่บ้าน แล้วก็เลือกตัวแทนหมู่บ้าน ขึ้นไปเป็นกรรมการตําบล เลือกตัวแทนของตําบลเป็นตัวแทนอําเภอเพื่อขึ้นไปอยู่เป็น กรรมการระดับจังหวัด แต่พอท่านทําอย่างนั้นแล้วนี่นะคะ โครงการทั้งหลายก็บอกว่า ให้หมู่บ้านเขียนโครงการมา ชาวบ้านเขียนมารวมกันไม่น้อยกว่า ๕ คน กรรมการระดับตําบล เขาก็บ่นกับดิฉัน หลายจังหวัดนะคะ โทรศัพท์มาถามว่าพวกเราจะไม่ส่งโครงการดีไหม เพราะหมู่บ้านเสนอโครงการขึ้นมา กรรมการระดับตําบลเป็นผู้กลั่นกรองเฉย ๆ แต่ผู้อนุมัติ คือระดับจังหวัด พอให้ระดับจังหวัดเป็นผู้อนุมัติ มันก็จะเป็นปัญหา ระดับกรรมการ ระดับจังหวัดบอกว่าเมื่อเงินลงไปใหม่ ๆ เขาก็ปรึกษาว่าถ้าเขาจะอบรมสัมมนากรรมการ ระดับจังหวัดเพื่อที่จะเข้าใจแนวทางและวิธีการที่ทํางาน ปรากฏว่าระดับชาติก็ไม่ให้ทํา กรรมการระดับชาติเป็นคนอบรมกรรมการทุกระดับเอง เพราะฉะนั้นมันก็เลยออกมา แปลก ๆ แล้วงบบริหารก็จะทําเอง ท่านประธานคะ ดิฉันก็อยากจะเรียนว่า การใช้เงิน มันอาจจะค่อนข้างกว้างแล้วก็รั่วไหล เพราะว่าจะให้เป็นแหล่งทุนเพื่อสนับสนุนการแก้ไข ปัญหาและพัฒนาผู้หญิงตามคณะกรรมการกองทุนพิจารณา เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร จัดการ มันกว้างและมันรั่วไหลได้ และมันก็ไปทําอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์กับผู้หญิง ที่อยู่ในชนบท เช่น โครงการสมาร์ทเลดี้ (Smart Lady) แต่ดิฉันจะไม่พูดสมาร์ทเลดี้ ในรายละเอียด เพราะดิฉันกําลังเก็บรวบรวมข้อมูล มันมีปัญหาค่อนข้างมากทั้งเรื่องแนวคิด และการดําเนินการ ดิฉันจะเก็บเอาไว้สําหรับที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดิฉันบอกโจทย์ ล่วงหน้าเลยค่ะ ท่านประธานคะ เพราะที่ทําอย่างนี้ละ มันถึงได้เกิดปัญหาขึ้นมา อย่างเช่น จังหวัดพิจิตรเขาสัมมนากัน ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดสัมมนาแล้วก็ประเมินผลกัน เขาก็บอกว่า การปล่อยกู้ให้กลุ่มผู้หญิงแรก ๆ มันเป็นแบบเร่งรีบ กรรมการ ๑๗ คนเป็นผู้มีจิตอาสา ขาดความรู้ความเข้าใจ และไม่ได้ลงพื้นที่เพื่อไปพิจารณาทุกโครงการ ก็ใช้ดูเอกสารเอาแล้วก็ เชื่อใจคณะกรรมการ แล้วก็พวกขอกู้เองนี้นะคะ เมื่อขอกู้มาแล้วก็กดดัน ก็จะร้องเรียน อ้างว่าจะร้องเรียน ถ้าเงินกู้ไม่ได้ตามที่ขอมา กรรมการก็ปล่อยกู้ กรรมการประเมินผลและ ติดตามบอกว่ามีปัญหาอยู่เยอะ กลุ่มผู้หญิงที่ตั้งขึ้นนี้ไม่ได้เป็นกลุ่มที่แท้จริง มีนักการเมือง บางคนจะลงไป แล้วก็ไปจัดตั้งกลุ่ม แล้วแถมยังบอกว่าถ้าไม่ใช่กลุ่มของพวกเราเองก็จะไม่ได้งบประมาณ ก็จะมีบางคนถูกยืมชื่อ ไปโดยไม่รู้ตัวที่เป็นสมาชิก ประธานนะคะ อันนี้เป็นเอกสารประธานบางทีก็จะไปกู้ แล้วเอาชื่อเพื่อนสมาชิกไป เพราะฉะนั้นเมื่อได้เงินมาแล้วมันก็จะทําให้เกิดปัญหา เพราะกว่าสมาชิกจะรู้ว่าตัวเองเป็นหนี้กับเขาด้วย โดยที่ไม่รู้เรื่องราวเลย เพราะฉะนั้นต้องดู ว่ากลไกนี้เป็นอย่างไร เพราะมันทําให้คนกลุ่มนี้แตกกันทันที แล้วเขาก็บอกว่าบางกลุ่มตั้งมา นี้ไม่มีแผนการในการดําเนินงาน ก็ทําให้มั่วนิ่มมาขอเงิน มากู้เงิน เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่เขาก็ บอกว่าบางคนกู้เงินไปแล้วไม่ได้ทําตามโครงการที่ขอมา เอาเงินไปใช้หนี้ ธ.ก.ส. เอาเงินไป ผ่อนบ้าน ไปผ่อนรถยนต์ ไปใช้หนี้นอกระบบ ไปจ่ายค่าเทอมเป็นต้น แล้วกลุ่มไม่มีการทํา บัญชีรายรับ-รายจ่าย บางกลุ่มอ้างว่าจะเอาไปจัดซื้อวัสดุ ทั้ง ๆ ที่วัสดุนั้นมีอยู่แล้ว เลียนแบบ ใครไม่ทราบ เอาของเก่ามาโชว์คณะกรรมการนะคะ ก็คือย้อมแมวแล้วก็หลอกกรรมการ บางกลุ่ม ไม่ดําเนินการตามที่อ้าง แล้วเอาไปแบ่งกัน คณะกรรมการระดับตําบลไม่เข้าใจวิธีโอนเงินทําให้ สมาชิกมีปัญหานะคะ แล้วส่วนทางด้านจังหวัดอุบลราชธานีเขาก็มีสัมมนาเหมือนกัน เขาก็ ออกมาบอกการอนุมัติโครงการนี้มันช้ามาก แล้วก็มองแค่เป็นการสวมประโยชน์ระหว่าง พรรคพวก เป็นคนของนักการเมือง ของนักการเมืองกลุ่มไหนถึงจะได้เร็ว ได้ช้า เขาก็ เรียกร้องว่าอย่าเอากองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเป็นตัวประกัน โดยที่ให้เป็นเครื่องมือของ นักการเมือง การเขียนโครงการท่านประธาน ข้าราชการจะบอกว่าเขาเขียนโครงการ ไม่ถูก เพราะว่าเอามาตรฐานของเราไป ท่านประธานคะ กองทุนหมุนเวียนที่บอกว่ามี ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ช่วยผู้ยากไร้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็พัฒนาองค์กร ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มันเปลี่ยนไป มันกลายเป็นว่าเงินทุนหมุนเวียนจาก ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เดิมที ๖๐ ๒๐ ๒๐ นี้เขาก็ว่าไม่เหมาะสมอยู่แล้ว พอไปเปลี่ยนเป็น ๘๐ ๑๐ ๑๐ มันกลายเป็นกองทุนสร้างหนี้ เพราะว่าเงินสร้างหนี้นี้เป็นหลัก พอไม่ได้พัฒนาองค์กรผู้หญิง ก็ปรากฏว่ามันก็เกิดความเพี้ยนไป มันไม่ได้ทําความเข้าใจกับผู้หญิงที่อยู่ในชนบท หรือที่เป็น สมาชิกว่าวัตถุประสงค์หรือว่าแนวคิดที่ถูกต้องทําให้ผู้หญิงเข้มแข็งนี้คืออะไรนะคะ บางทีเรา จะเห็นว่าก็สนใจข่าว ตบตีข่าวดูละคร ข่าวข่มขืน แล้วก็เชียร์เวลาพระเอกจะข่มขืนนางเอก กลัวพระเอกข่มขืนไม่สําเร็จ แล้วก็บางทีก็โกรธเวลามีคนพูดอะไรก็ถูกสร้างกระแสว่ามีการ ดูถูกผู้หญิงทั่วประเทศ แล้วสะท้อนออกมาด้วยการเอาผ้าถุงไปมอบให้คนนั้น อย่างนี้มันเป็น การดูถูกตัวเองโดยที่ไม่รู้ตัว ท่านประธานคะ ก็มีฝ่ายรัฐบาลพยายามสร้างกระแสว่าภูมิใจ ที่มีนายกรัฐมนตรีหญิงเป็นคนแรกที่เข้าสู่การเมือง แต่ขอประทานโทษเวลาเราบอกว่า ผู้หญิงเข้าสู่การเมืองสิ่งสําคัญที่สุดคือต้องสร้างความแตกต่างให้เห็นว่าผู้หญิงกับผู้ชาย บริหารบ้านเมืองต่างกัน แต่เราเห็นว่า ๒ ปีทีผ่านมาเราไม่เห็นความแตกต่างเลย เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงยอมให้เขาเอาเงินไปสร้างโครงสร้าง พื้นฐานทั้งหมดไม่ได้เอามาทําเรื่องคุณภาพชีวิตเลยในฐานะที่เป็นผู้หญิงที่เป็นแม่ ไม่ได้สนใจ เรื่องคุณภาพชีวิต แล้วก็เห็นว่าการที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีมาเป็นฉากบังหน้าให้คนที่อยู่รอบ ๆ ทําอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่า นายกรัฐมนตรีท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ท่านบอกว่าท่านไม่ได้ทําตัวเป็นแบบอย่างเป็นต้นแบบที่ดีทางประชาธิปไตยเลย เพราะอย่างน้อยที่สุดท่านเรียกร้องประชาธิปไตย ท่านบอกเชื่อมั่นในกลไกของรัฐสภา และเห็นว่าเป็นเวทีที่เหมาะสมที่สุดตามระบอบประชาธิปไตย แต่ท่านก็ไม่ค่อยเข้า ประชุมสภา หนีประชุมสภาและไม่ค่อยรับผิดชอบ มีตารางนะคะว่า ๔ สมัยประชุม ๕ สมัย ประชุมนี้ ท่านมาตอบกระทู้แค่ ๒ ครั้ง แล้วก็เป็นสมัยแรก ๆ เป็นกระทู้ที่ฝ่ายพรรคเดียวกัน กับท่านเป็นคนถามนะคะ แล้วก็มีดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ถามกระทู้สดครั้ง ๑ ถามวันที่ ๒๖ มกราคม ตอบวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ นี่คือกระทู้สด เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนท่านว่า อยากจะบอกว่าอย่าเอาความเป็นผู้หญิงมาปกป้องตัวเอง คําว่า ความเสมอภาคต้องทํา ความเข้าใจก่อนจะเข้าสู่ตําแหน่งนี้ใครก็อย่าเอาความเป็นผู้หญิงมากีดกัน แต่ถ้าเข้าสู่ ตําแหน่งนี้ได้แล้วอย่าเอาความเป็นผู้หญิงมาปกป้องตัวเองห้ามคนอื่นวิจารณ์ เพราะเขา วิจารณ์ตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาไม่ได้วิจารณ์เจ้าตัว ไม่ได้วิจารณ์ส่วนตัว ไม่ได้วิจารณ์ ผู้หญิงคนใดคนหนึ่งหรือไม่ได้วิจารณ์ผู้หญิงทั่วประเทศ แต่เขาวิจารณ์นายกรัฐมนตรีต้องยอม นะคะ ฝากท่านผู้ชายทั้งหลายท่านอย่าตกหลุมพราง พากันขุดหลุมเอาไว้ว่าถ้าวิจารณ์ นายกรัฐมนตรีเป็นการรังแกผู้หญิง พูดเถอะค่ะ เพราะท่านไม่วิจารณ์นายกรัฐมนตรีแล้ว ท่านจะวิจารณ์ใคร ขอบคุณค่ะ