จาตุรนต์ ฉายแสง หารือเรื่องการจัดซื้อของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นการประมูลซื้อในราคาที่สูงเกินสมควร และการเร่งดำเนินการในการจัดซื้อใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อความรวดเร็วและประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเพิ่มเงินเดือนหรือค่าจ้างของครูและบุคลากรทางการศึกษา การกองทุนตั้งตัวได้ การทุจริตครูผู้ช่วย กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา และการตรวจสอบทักษะการอ่านของนักเรียน โดยเสนอให้มีการปฏิรูปการศึกษาให้เป็นวาระแห่งชาติ
ในการจัดซื้อมีปัญหาในทางเทคนิควิธีการอย่างมาก ผู้จัดซื้อคณะกรรมการที่ดูแลก็ต้องดูแล เพื่อไม่ให้มีการทุจริตผิดกฎหมายเกิดขึ้น การประมูลซึ่งแบ่งเป็นครั้งหลังนี้ปีงบประมาณ ล่าสุดนี้มีการแบ่งเป็นโซน (Zone) ด้วยเหตุผลว่าต้องการให้มีการดูแลรับผิดชอบเป็นพื้นที่ รับผิดชอบซึ่งจะสามารถดูแลได้สะดวกกว่าการที่จะดูแลทั้งประเทศ แต่ว่าในเรื่องนี้ก็จะมี การสรุปบทเรียนในอนาคตต่อไปว่าควรจะเป็นอย่างไรแน่ แต่เจตนานั้นไม่ได้มีการต้องการให้ มีการแบ่งฮั้วกัน แล้วก็จากการดําเนินการก็ดําเนินการในโซน ๑ ๒ เสร็จแล้วที่ล่าช้า เนื่องจากว่าในขั้นตอนที่จะเสร็จอยู่แล้วก็มีการร้องเรียนรวมทั้งมีข้อสังเกตความเห็นจาก สตง. มา ก็ทําให้ต้องมีการชี้แจงรวมทั้งสุดท้ายได้มีการชี้แจงและมีการประชุมของคณะกรรมการ ว่าด้วยการพัสดุและวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์และเห็นมีข้อสรุปว่า การดําเนินการที่ผ่านมานั้น ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแล้ว จึงดําเนินการได้ทาง สพฐ. ซึ่งเป็นผู้จัดซื้อเสนอเรื่องมาที่ผม ผมได้อนุมัติไปภายในเวลา ๒ วัน ไม่ได้ล่าช้าแต่อย่างใดเลย ไม่ได้ปล่อยไว้ให้ล่าช้า ส่วนโซนที่ ๓ เนื่องจากว่าพบว่ามีการซื้อในราคาที่สูงเกินสมควร น่าจะซื้อได้ถูกกว่านี้ได้มากจาก การประมูลโซนที่ ๔ เป็นตัวอย่างด้วย แล้วมีข้อทักท้วงมาจาก สตง. ในที่สุดคณะกรรมการ ที่ดูแลจึงได้มีมติให้ไปดําเนินการยกเลิกระหว่างนี้อยู่ในระหว่างกระบวนการของการยกเลิก การชี้แจงของผู้ประมูลได้ และการที่จะดําเนินการยกเลิกให้เสร็จสิ้นไปในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเมื่อยกเลิกแล้ว ก็จะมีการจัดซื้อใหม่ประมูลใหม่ต่อไป แต่ว่าปัญหาในเรื่องการจัดซื้อนี้ จะมีการประมวลสรุปบทเรียนที่ผ่านมา ๒ ปีงบประมาณ เพื่อจะดูว่ามีปัญหาอย่างไรแล้ว จะทําให้รวดเร็วขึ้นได้อย่างไร มีประสิทธิภาพและสุจริตที่สุดได้อย่างไร เนื่องจากว่าที่ผ่านมา มีการห่วงใยในเรื่องกฎระเบียบ แต่ระบบของเราลืมไปอย่างหนึ่งคือความล่าช้าคือการเสีย ประโยชน์ของนักเรียน ของครู การล่าช้าเป็นปีก็คือเสียโอกาสซึ่งประเมินค่ามิได้ เพราะฉะนั้นก็จะมีการสรุปผลเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดต่อไป แต่ปัญหาใหญ่กว่านั้นที่จะต้องมี การดูแลก็คือเนื้อหาที่จะใช้กับแท็บเล็ตและความจริงก็จะต้องหมายถึงระบบ จะต้องมีระบบ มาคัดกรอง มีระบบที่จะผลิตเนื้อหา สร้างเนื้อหาขึ้นและกําหนดมาตรฐานสําหรับเนื้อหา ซึ่งไม่เพียงแต่จะใช้กับแท็บเล็ต ขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ให้ความสนใจ ทางกระทรวงศึกษา ก็ให้ความสนใจที่จะทําแผนแม่บทที่ครอบคลุมการใช้สื่อเพื่อที่จะใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ทุกชนิด ทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค (Notebook) แท็บเล็ตและมือถือ เพื่อให้ครอบคลุมทุกชั้นเรียนทุกวิชาต่อไป เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องเร่งดําเนินการ อย่างจริงจัง
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องการที่จะทําให้เงินเดือนหรือค่าจ้างเป็นไปตามนโยบายที่ให้ เงินเดือนปริญญาตรีเป็น ๑๕,๐๐๐ บาท และค่าจ้างรายวันเป็น ๓๐๐ บาท ซึ่งหมายถึง ค่าจ้างก็จะเป็นเดือนละ ๙,๐๐๐ บาทนั้น เรื่องล่าสุดที่มีการมาร้องเรียนจากครูอัตราจ้างและ เจ้าหน้าที่ธุรการของ สพฐ. ซึ่งก็ได้มีการหารือกันเหตุที่ล่าช้ามานั้นเป็นเพราะว่าการใช้เงินนี้ จะต้องมีการตั้งงบประมาณไว้เป็นงบบุคลากร แต่การจ้างนี้จ้างขึ้นมาโดยโครงการคืนครู ให้นักเรียนหรือว่าเป็นโครงการส่วนหนึ่งของเอสพี ๒ (SP๒) ซึ่งจ้างโดยงบดําเนินงาน เมื่อเป็นอย่างนี้จึงไม่มีระเบียบรองรับจําเป็นต้องใช้มติคณะรัฐมนตรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ เกี่ยวข้องก็เป็นห่วงว่าจะกระทบต่อส่วนราชการอื่น ๆ จึงได้ล่าช้ามา แต่ว่าหลังจากการหารือ ล่าสุด ผมได้หารือกับท่านรองกิตติรัตน์ และในวันพฤหัสบดีคือวันพรุ่งนี้ก็จะนําเข้า ครม. กลั่นกรอง เงินนั้น สพฐ. ได้เตรียมไว้แล้วเป็นงบประมาณ ๒,๗๖๙ ล้านบาท คาดว่า ในวันพรุ่งนี้ก็จะได้ข้อสรุปและเข้า ครม. ได้ในวันอังคาร ถ้าไม่วันอังคารหน้าก็เป็นวันอังคาร ถัดไปเป็นอย่างช้า
นอกจากนั้นทางกระทรวงศึกษาได้รวบรวมเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับการที่จะทํา ให้ครูหรือบุคลากรทางการศึกษาได้เงินเดือนเป็น ๑๕,๐๐๐ บาท หรือค่าจ้างเป็นเดือนละ ๙,๐๐๐ บาทนั้น ได้รวบรวมเรื่องทั้งหมดของการศึกษาเอกชน ของการศึกษานอกโรงเรียน ของอาชีวศึกษา ของ สกอ. ทั้งระบบ รวบรวมแล้วในเร็ว ๆ นี้ก็จะมีการหารือกับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องการคลังการงบประมาณต่อไป ซึ่งก็จะสามารถดูแลได้ ทั้งระบบ และท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้ความเห็นหรือนโยบายไว้ว่า ไม่ว่าจะส่ง ผลกระทบไปถึงส่วนไหน อย่างไร รัฐบาลก็จะดูแลให้ครบถ้วน
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องกองทุนตั้งตัวได้ ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ขออภัย ที่เอ่ยนามก็ได้แสดงความห่วงใยในเรื่องนี้ ก็ขอกราบเรียนว่าเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ห่วงใยและได้เร่งรัดกระทรวงศึกษาธิการทั้งใน ครม. และนอกที่ประชุม ครม. และ กระทรวงศึกษาทั้งผม และรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ก็ได้พยายาม ช่วยกันเร่งรัด ในขณะนี้ได้มีร่างระเบียบแล้ว แล้วก็จะเริ่มดําเนินการเดือนตุลาคมก็จะมี การจ่ายเงินได้ มีการอบรมไปแล้วบ้างรุ่น และต่อไปก็จะทําเพิ่มอย่างคาดว่าจะเพิ่มได้อย่าง รวดเร็ว และกระทรวงศึกษามีแผนว่านอกจากจะใช้กับมหาวิทยาลัยแล้ว จะใช้กับวิทยาลัย อาชีวศึกษาต่าง ๆ เพื่อที่จะไม่ใช่ผลิตคนเพื่อมาเป็นลูกจ้างตามสถานประกอบการเท่านั้น แต่ต้องการให้มาเป็นผู้ประกอบการเอง กองทุนตั้งตัวได้นี้มีงบประมาณแล้วจํานวนมาก น่าจะประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาทหรือรวมงวดแรกด้วยก็อาจจะเป็น ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั้นก็จะดําเนินการเพื่อสร้างผู้ประกอบการให้เกิดขึ้นตามนโยบายที่วางไว้ เรื่องต่อไปเป็นเรื่อง ทุจริตครูผู้ช่วยก็อยากจะขอกราบเรียนว่าที่ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ได้แสดงความห่วงใยนั้น ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ว่า เราทราบดีว่ามีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นจริง มีการตรวจสอบโดยดีเอสไอ มีการตรวจวิเคราะห์วิจัยโดยสถาบันการศึกษา แล้วก็พบว่า มีผู้เข้าข่ายการทุจริตอยู่จํานวนหลายร้อยคน รวมทั้งมีเรื่องของการทุจริตในขั้นตอนต่าง ๆ อยู่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนข้อเท็จจริง สอบสวนข้อเท็จจริง เมื่อมีการเสนอผล การสืบสวนก็ดี สอบสวนก็ดีมา ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยไปแล้วทุกเรื่อง ไม่มี การยกเว้น และให้ดําเนินการอย่างเคร่งครัดจริงจังในทุกเรื่อง บางเรื่องก็คืบหน้าไปมากแล้ว ส่วนการดําเนินการให้ครูที่เข้าข่ายว่าทุจริตออก จะต้องมีการตรวจสอบว่าทุจริตจริงหรือไม่ จะต้องมีกระบวนการคําสั่งทางปกครองให้เขาชี้แจง อันนี้มีการปฏิบัติที่ลักลั่นแตกต่างกัน อยู่บ้าง ซึ่งจะต้องมีการชี้แจงและทําให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งกําลังอยู่ระหว่าง การดําเนินการ การดําเนินการทางคดีอาญานั้นมีการดําเนินการของทางดีเอสไออยู่ ซึ่งก็จะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานและดําเนินการไปตามกระบวนการของฝ่ายที่ ดําเนินคดีอาญา ในส่วนนี้กระทรวงศึกษาก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ แต่ไม่สามารถไป สั่งการหรือไปกํากับในรายละเอียดได้ เพราะจะเป็นการก้าวก่ายการดําเนินการของ ฝ่ายพนักงานสอบสวน
ในเรื่องของ กยศ. ผมกราบเรียนโดยย่ออย่างนี้ครับว่า ท่านกนกก็ได้เป็นห่วงว่า มีการลดงบประมาณไป ในเรื่องนี้อยากจะกราบเรียนว่าเรื่อง กยศ. กองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษานี้ เป็นเรื่องที่มีปัญหาหลายอย่างอยู่ ไม่เพียงแต่เรื่องเงินเท่านั้น แต่ว่าเป็นเรื่อง ที่เกี่ยวข้องไปกับเรื่องการให้อํานาจสถานศึกษาเป็นผู้พิจารณา อาจจะเกิดช่องว่างช่องโหว่ ในการที่ดูแลนักศึกษาได้ยังไม่ดีเท่าที่ควร มีปัญหาเรื่องการขาดวินัยทางการเงินของผู้กู้ ซึ่งมีปัญหาค่อนข้างมาก และกําลังหาทางแก้อยู่ มีปัญหาหนี้เสียสูง แล้วก็ต้นทุนในการ บริหารหนี้เพิ่มสูงขึ้น เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้จึงจําเป็นต้องมีการจัดระบบให้มีประสิทธิภาพ เงินที่น้อยลงก็อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งมีการได้เงินคืนมา ก็เอาเงินที่คืนมานั้นมาใช้ได้ แต่เรื่องใหญ่คือการจัดระบบให้มีประสิทธิภาพ และอีกอย่างหนึ่งก็คือในระยะหลังนี้มี กรอ. คือกองทุนกู้ยืมที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคตเกิดขึ้น กองทุน กรอ. หรือไอซีแอล (ICL) นี้ได้เคย เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ ผมเองเป็นผู้รับผิดชอบอยู่ในขณะนั้น แต่ว่าเมื่อเกิด การรัฐประหารเปลี่ยนแปลงรัฐบาล กองทุนนี้ถูกยกเลิกไป เพิ่งนํามาใช้อีกเมื่อเร็ว ๆ นี้ แล้วก็ ขณะนี้ค้นพบว่าแนวความคิด ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง กรอ. นี้ยังคลาดเคลื่อน ไม่ค่อย ตรงกับความคิดที่เป็นต้นกําเนิด เพราะฉะนั้นในระหว่างนี้กระทรวงศึกษาจะได้หารือ กับกระทรวงการคลัง เพื่อที่จะพิจารณาทบทวนแนวความคิดเกี่ยวกับ กรอ. กันใหม่ กยศ. กับกรอ. ต่อไปข้างหน้าจะประสานกันอย่างไร เชื่อมโยงกันอย่างไร จะต้องมีการพูดจากัน ให้ชัดเจน แต่ว่าเรื่องของ กรอ. หรือไอซีแอลนี้ได้ปรากฏอยู่ในนโยบายรัฐบาลปัจจุบัน เพราะฉะนั้นจึงจะต้องมีการดําเนินการในเรื่องนี้ ส่วนที่ต่างกันและส่วนที่จะเพิ่มขึ้นถ้า กรอ. มีการนําแนวความคิดที่ชัดเจนมาใช้ ก็คือ กรอ. คือกองทุนกู้ยืมที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการที่จะกําหนดหรือในการที่จะผลักดันให้มหาวิทยาลัยจัดการศึกษา ได้ตรงกับความต้องการของประเทศอย่างมีคุณภาพมากขึ้น นี่เป็นจุดที่แตกต่างระหว่าง กรอ. กับ กยศ. ซึ่งจะต้องมีการมาประสานเชื่อมโยงกันต่อไป
เรื่องเกือบจะสุดท้ายแล้วครับท่านประธาน เรื่องการตรวจเกี่ยวกับเด็ก อ่านออกเขียนได้เป็นอย่างไร ที่ท่านชินวรณ์ก็ได้พูดไป ท่านประกอบ รัตนพันธุ์ ก็ได้พูดถึง ด้วยความห่วงใยนั้น ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับ เรื่องการให้สแกน (Scan) หรือการตรวจสอบ เกิดขึ้นโดยกระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผมได้สั่งการให้เกิดการตรวจสอบ โดยมีแบบในการตรวจสอบไปตรวจเด็ก ป. ๓ กับ ป. ๖ ในการตรวจสอบก็เกิดขึ้นมา จากการที่พบว่าผลการวัดการอ่านออกเขียนได้ ที่ทําระดับชาติในระดับ ป. ๓ ได้ผล ออกมาแล้ว คะแนนภาษาไทยไม่ดี คะแนนคณิตศาสตร์ยิ่งไม่ดี แต่เมื่อคะแนนภาษาไทยไม่ดีก็ย่อมเป็นธรรมดาที่วิชาอื่น ๆ จะไม่ดี นอกจากนั้นมีการสุ่มตรวจก็พบว่ายังมีปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้อยู่จํานวนมาก ไม่ทราบจํานวนที่ชัดเจน จึงได้มีการตรวจทั่วประเทศเป็นข่าวใหญ่อยู่ในวันนี้บอกว่า ป. ๒ ป.๓ และ ป. ๖ กว่า ๒๐๐,๐๐๐ คนทักษะการอ่านแย่ที่ลงในหนังสือพิมพ์ ก็คือ ป. ๓ ถึง ป. ๖ ถ้าคิดจํานวนที่อ่านไม่ออกอ่านไม่ได้เลยนั้น ก็มีใน ป. ๓ ก็มี ๒๗,๐๐๐ คน ใน ป. ๖ มี ๗,๘๘๐ คน แต่ถ้ารวมอ่านอยู่ในระดับที่ควรปรับปรุงทั้งหมด หมายความว่าอ่านไม่เข้าใจ สื่อสารยังไม่ได้ รวมแล้วทั้งหมดรวมกับที่อ่านไม่ได้ด้วยก็จะเป็นประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ แต่ผมคิดว่าตัวเลขนี้ ไม่ควรที่จะมาคิดหาว่าเป็นปัญหาจากรัฐบาล ไหน เด็ก ป. ๖ อ่านหนังสือไม่เข้าใจก็ต้องหมายความว่ามีปัญหามาตั้งแต่เขาเรียน ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ เรื่อยมา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราควรจะมองเรื่องนี้เป็นปัญหาของ ระบบการศึกษา ไม่ใช่ปัญหาของรัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใดจะสอนกันในปีเดียวให้รู้ไปหมดก็คงไม่ สามารถทําได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นปัญหาร่วมกันของทั้งประเทศ และการตรวจสอบมา นี้ไม่ต้องการที่จะตําหนิใคร ไม่ต้องการตําหนิทั้งครู ไม่ต้องการตําหนินักเรียน แต่ต้องการ หาทางออกร่วมกัน และเรื่องนี้มีทางออก ในปีการศึกษานี้จะมีการแยกเด็กมาติวเข้ม หรือจะ แยกเด็กมาสอนพิเศษ หรือแยกเด็กออกมาสอนเป็นห้องต่างหากในปีการศึกษานี้ และเชื่อว่า จะได้ผล เพราะว่ามีการทํากันมาแล้ว เพียงแต่ทําเป็นบางจุด ต่อไปนี้จะทําทั้งระบบ และจะมี การวางแผนในระยะยาวทั้งระบบต่อไปเพื่อดูแลการแก้ปัญหาเด็กอ่านหนังสือไม่เข้าใจ อ่าน หนังสือจับใจความไม่ได้ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ แต่ก็ปล่อยให้ไม่มีการตกซ้ําชั้น และปล่อยให้ผ่าน กันเรื่อยมา อันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีการทบทวน มีการวางแผน เรื่องการอ่านไม่ออกนี้ได้ สะท้อนถึงปัญหาใหญ่คือ หลักสูตร เช่น เราให้เด็ก ป. ๑ ถึง ป. ๓ เรียน ๘ กลุ่มสาระวิชา เวลาที่จะเรียนภาษาไทยก็น้อยไปมาก ซึ่งไม่เหมือนสมัยก่อน นี่ก็กําลังทบทวนเรื่องหลักสูตร การสอนให้เด็กอ่านเป็นคํา ๆ แทนที่จะสะกด เด็กบางส่วนจํานวนมากสะกดไม่เป็นแล้ว แต่อ่านจําเป็นคํา ๆ นี่ก็เป็นปัญหาการเรียนการสอน นอกจากนั้นครูต่างวิชา ครูวิชาต่าง ๆ ไม่มีความรู้สึกเป็นหน้าที่ที่จะสอนให้เด็กอ่านหนังสือ การสอนเข้มไม่ค่อยได้ทําให้เกิดขึ้น แต่ที่สําคัญมากอีกอย่างหนึ่งคือ ประเทศไทยไม่มีระบบการทดสอบวัดผลภาษาไทยที่เป็น ระบบ และเป็นมาตรฐานปล่อยให้ครูวัดผลกันไปให้เกรด ให้คะแนนกันไปตามอัธยาศัย โดยทั้งประเทศไม่รู้ว่าเด็กอ่านหนังสือเป็นอย่างไร เพราะไม่มีการทดสอบวัดผลที่เป็น มาตรฐานเหมือนประเทศที่พูดภาษาอังกฤษมีการวัดผลภาษาอังกฤษ ประเทศพูดภาษาจีน วัดผลภาษาจีนที่มีมาตรฐาน เพราะฉะนั้นจําเป็นจะต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ ก็โยงไปประเด็น สุดท้ายนิดเดียวนิดก็คือ เรื่องนี้โยงไปกับปัญหาการศึกษาทั้งระบบ แล้วก็เมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่านทั้งหลาย ท่านสมาชิกทั้งหลายก็ทราบอยู่แล้ว ท่านประธานก็คงทราบอยู่แล้วว่ามีการเผย ผลการจัดอันดับของเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม (World Economic Forum) ซึ่งบอกว่าคุณภาพ ระบบการศึกษาไทยอยู่ในอันดับที่ ๘ ของอาเซียน ความจริงมีตัวชี้วัดอีกหลายตัว อันดับ ๒ บ้าง อันดับ ๕ บ้าง อันดับ ๙ บ้าง เขาวัดความเห็นของนักธุรกิจในประเทศแต่ละประเทศว่า มีความเชื่อมั่นต่อระบบการศึกษาแค่ไหน ประเมินการศึกษาในแง่มุมต่าง ๆ อย่างไร จะมี ความคลาดเคลื่อนหรือไม่ เขาเน้นเรื่องอะไรเป็นเรื่องที่จะต้องศึกษากันต่อไป แต่ผมคิดว่าเรา ไม่มีเวลามาแก้ตัว เราไม่มีเวลาต้องมาวิเคราะห์ว่าเป็นผลงานของใคร เพราะว่ามันเป็นเรื่อง ของระบบการศึกษาทั้งระบบ สิ่งที่ควรจะทําก็คือ การยอมรับว่าเรายังจะต้องปรับปรุง การศึกษาของประเทศนี้อีกมาก เรายังจะต้องร่วมกันแก้ปัญหาการศึกษาของประเทศนี้อีก มากเพื่อไม่ให้อยู่ในสภาพล้าหลัง เพื่อให้ก้าวหน้าทันกับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะทันกับ ประเทศที่พัฒนา เพราะฉะนั้นผมจึงได้เสนอว่าเรื่องนี้จะต้องมาร่วมกันกําหนดให้การศึกษา เป็นวาระแห่งชาติ แล้วก็อยากจะกราบเรียนกับท่านทั้งหลายว่าเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ทั้งระบบนี้เป็นเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กําชับกับผมแล้วหลายครั้ง ในวันศุกร์นี้ก็จะ มีการประชุมหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ เชื่อว่า ถ้าหากว่ามีการวางแผนกันอย่างจริงจังเป็นระบบโดยอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย ผมเชื่อว่าบุคลากรทางการศึกษาของประเทศนี้ ภาคเอกชนผู้สนใจทั้งหลายจะสามารถ ร่วมกันกับกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกันกับรัฐบาลในการที่จะพัฒนาการศึกษาของประเทศ ให้มีความก้าวหน้า ทันสมัยได้ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากําลังคนเพื่อไปพัฒนาประเทศ ร่วมกันได้ต่อไป ขอบคุณครับ