พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก อธิบายว่าการพูดคุยเพื่อสันติภาพกับบีอาร์เอ็นเป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องและจำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงการสู้รบ โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายแบ่งแยกดินแดนหรือตั้งนครรัฐปัตตานีเด็ดขาด พร้อมเปิดกว้างสำหรับการเจรจาของกลุ่มอื่น ๆ ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่มีการแบ่งแยกดินแดน และหารือเรื่องการค้ามนุษย์โดยชี้แจงมาตรการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและดีเอสไอในการขับเคลื่อนให้พ้นจากสถานะ Tier 2.5 พร้อมทั้งรับนโยบายรัฐบาลที่ต้องฟังความคิดเห็นทุกกลุ่มในพื้นที่ภาคใต้ด้วยความรอบคอบ
ขออนุญาตใช้สิทธิ นําเรียนข้อเท็จจริงจากที่หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้วนะครับ กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ก็มีหลายประเด็นครับ ที่ท่านผู้อภิปรายหลาย ๆ ท่านได้กรุณาให้ทั้งข้อคิดเห็น ให้ทั้ง ข้อแนะนําตลอดจนสอบถามบ้างในบางประเด็นครับ เช่น ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ นะครับ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะครับ ท่านดอกเตอร์พีรยศ ราฮิมมูลา ท่านเจะอามิง แล้วก็ ท่านสุดท้ายคือท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ที่ท่านได้กรุณาให้คําแนะนําไปเมื่อสักครู่นี้ กระผมในฐานะที่ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ดูแลในปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาในภาพรวม กระผมก็ใคร่ขอถือโอกาสนี้นําเรียน ในข้อเท็จจริงที่สมควรที่จะนําเรียนให้ท่านกรุณาทราบนะครับ ก็เป็นจริงตามที่ท่านถาวร เสนเนียม นะครับ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ที่ท่านได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้แล้วว่ารัฐบาลได้ให้ ความสําคัญของนโยบายเรื่องแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้เป็นลําดับสูงสุดครับ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องปฏิบัติในข้อ ๑.๕ คือการเร่งนําสันติสุขและความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้เป็นนโยบายของ รัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาครับ ก็ใคร่ขอเรียนยืนยัน และนโยบายนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ก็ได้ติดตามในเรื่องการปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่องตลอดมานะครับ ตั้งแต่หลายท่านที่ได้ รับผิดชอบ ซึ่งก่อนตัวกระผมจะเข้ามารับในงานนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ติดตามเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิด ผมทราบอยู่ เพราะอยู่ในฐานะที่เป็นคณะรัฐมนตรีร่วมคณะ แล้วจนกระทั่ง ถึงตัวกระผมมารับงานนี้ ก็ได้รับการกําชับจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าให้ดูแลเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิดแล้วก็จริงจังและต่อเนื่องนะครับ ได้ให้มีการบูรณาการการปฏิบัติให้ชัดเจน และจริงจัง โดยเฉพาะได้มีการตั้งองค์กรขึ้นมา ซึ่งหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วนะครับ การตั้ง กปต. การตั้ง ศปก.กปต. จะซ้ําซ้อนอย่างไรหรือไม่ เพราะเหตุใดจึงต้องตั้งขึ้นมา กระผมก็ใคร่ขอกราบเรียนว่าองค์กรตรงนี้ที่ได้ตั้งโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีขึ้นมานั้น ก็เพื่อที่จะให้มีการกํากับดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นหูเป็นตาแทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในฐานะ เป็นประธาน กปต. นะครับ คือนโยบายยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดชายแดน ภาคใต้นั่นเองนะครับ แล้วก็ได้ตั้ง ศปก.กปต. ขึ้นมา ได้มอบให้ตัวกระผมเองเป็นผู้อํานวยการ ศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายนี้ต่อจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเพื่อให้เกิดความจริงจัง ในการบูรณาการนะครับ และให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สืบเนื่องจากทางภาคใต้นี้ก็ต้องมี การดูแลในหลายหน่วยงานนะครับ เพราะมีพระราชบัญญัติกฎหมายหลายฉบับเป็นต้นว่า กฎหมาย ศอ.บต. นะครับ การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. กฎหมาย กอ.รมน. แล้วก็ยังมีกระทรวง ทบวง กรม อีก ๖๖ หน่วยงานที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาอยู่ในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ เพื่อให้การปฏิบัติการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็การบูรณาการ เป็นไปอย่างได้ผล และฯพณฯ รัฐมนตรีจึงได้ตั้งหน่วยงาน ๒ หน่วยนี้ขึ้นมา คือ ศอ.บต. และ ศปก.กปต. อันนี้ใคร่ขอกราบเรียนให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาสอบถามว่าทําไมถึงตั้ง ๒ หน่วยนี้ขึ้นมาได้กรุณาทราบนะครับ ส่วนในเรื่องของ พ.ร.ก. พระราชกําหนดนั้น ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ได้สอบถามมาเมื่อไรจะมีการยกเลิก กระผมใคร่ขอกราบเรียนว่า เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายนที่ผ่านมานี้ได้มีมติคณะรัฐมนตรีต่ออายุในเรื่องการใช้ พ.ร.ก. นี้ไปอีก ๓ เดือน แต่ว่ามีเงื่อนไขในนั้นเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้วว่าจะต้องมีการยกเลิกเมื่อมีความพร้อม ขอนําเรียนว่าท่านจะเห็นการยกเลิกได้อย่างแน่นอนภายในไม่เกิน ๑ เดือนเศษ ๆ ต่อจากนี้ไป คือที่อําเภอกาบังครับ อันนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติไว้แล้ว เป็นแต่เพียงว่าขณะนี้อยู่ระหว่าง ขั้นการเตรียมการ คือการยกเลิก พ.ร.ก. นั้นก็จะต้องมีกฎหมายความมั่นคงออกมารองรับ มีเจ้าหน้าที่ตํารวจเข้าไปสอดรับเพื่อรับสถานการณ์แก้ไขปัญหาในพื้นที่ อส. เข้าไป เพราะฉะนั้นการเตรียมการอย่างนี้จึงต้องใช้เวลา คาดว่าประมาณ ๑ เดือนเศษ ๆ จากนี้ไป เราจะเห็นว่าอําเภอกาบังได้รับการยกเลิก พ.ร.ก. อย่างแน่นอนครับ ผมขอกราบเรียน ให้ทราบ แล้วก็ยังมี ๔ อําเภออีกครับที่จะได้มีการพิจารณายกเลิกต่อไปตามที่มติ คณะรัฐมนตรีได้มีไว้ก็คือ อําเภอเบตง อําเภอสุคิริน อําเภอแว้ง และอําเภอไม้แก่น อันนี้ ก็สามารถที่จะยกเลิกได้อีกเช่นกันเมื่อมีความพร้อม ขณะนี้กําลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ การบูรณาการกําลังที่จะเข้าไปรองรับ ตลอดจนแก้ไขตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดรับ ตรงนี้ แล้วก็จะมีการยกเลิก พ.ร.ก. อันนี้หวังว่าท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ขออภัยที่เอ่ยนาม ที่ท่านได้สอบถามไว้นั้นเมื่อไรจะมีการยกเลิก ก็คงเป็นคําตอบที่ให้กับท่านได้ในตรงนี้นะครับ
ส่วนในคําถามของท่านดอกเตอร์พีรยศ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ที่ได้พูดกันถึงเรื่องบีอาร์เอ็นแล้วก็มีการเสริมจากท่านรัฐมนตรีถาวรว่าการพูดคุยนี้เป็นการ พูดคุยกับโจรหรืออย่างไร อันนี้ใคร่ขอเรียนว่าไม่ใช่หรอกครับ เนื่องจากว่าการพูดคุย เพื่อสันติภาพนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล เป็นนโยบายข้อที่ ๘ ซึ่งจะต้องดําเนินการ ใคร่ขอ กราบเรียนว่าไม่มีการรบราฆ่าฟันใดที่จะจบลงได้ในสนาม มันต้องจบลงบนโต๊ะครับ การพูดคุยเท่านั้นถึงจะแก้ไขยุติปัญหาข้อขัดแย้งได้อย่างสิ้นเชิงและโดยเด็ดขาด ถ้าเราไม่มี การพูดคุย ถ้าไม่มีการทําความเข้าใจกันแล้วจะสู้รบกันไปจนถึงคนสุดท้าย อันนั้นก็คงไม่ใช่ วิธีการที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการพูดคุยนี้จึงเป็นยุทธวิธี เป็นยุทธศาสตร์ที่น่าจะถูกต้องแล้ว ที่รัฐบาลถือปฏิบัติเป็นเรื่องสําคัญ ส่วนว่าไปพูดคุยกับใคร ทําไมถึงเป็นบีอาร์เอ็น ก็เนื่องจาก บีอาร์เอ็นนั้นเป็นกลุ่มใหญ่ครับ เป็นกลุ่มใหญ่ซึ่งมีขีดความสามารถในการที่จะพูดคุยกับกลุ่ม อีกหลาย ๆ กลุ่มได้ อันนี้จากเนื้อหาสาระในการพูดคุยกันนะครับ เพราะฉะนั้นจึงได้เป็น คําตอบว่าทําไมถึงต้องเป็นบีอาร์เอ็น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่ได้ปฏิเสธกลุ่มอื่น ไม่ได้ปฏิเสธครับ ถ้ามีกลุ่มใดประสงค์ที่จะพูดคุยอีกทางรัฐบาลเราก็พร้อมที่จะพูดคุย ซึ่งได้มอบให้กับ เลขาธิการ สมช. เป็นหัวหน้าทีมรับผิดชอบในเรื่องนี้อยู่แล้ว สามารถที่จะดําเนินการได้ อย่างต่อเนื่องนะครับ ในประเด็นของท่านเจะอามิงที่ได้พูดถึงมีนโยบายนครรัฐปัตตานี หรือนครปัตตานีหรือไม่ ใคร่ขอตอบว่ารัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายที่จะตั้งนครปัตตานี ไม่มีเด็ดขาด แล้วก็การพูดคุยนั้นเรามีข้อหนึ่ง ประเด็นหนึ่งที่ลงบันทึกไว้เป็นสาระสําคัญว่าถ้าเกี่ยวข้อง กับการแบ่งแยกดินแดนเราจะไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้โดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนคนกลาง คือประเทศมาเลเซียหรือแม้กระทั่งหัวหน้าทีมพูดคุยคือ ฮัสซัน ตอยิบ ว่าจะไม่มีเงื่อนไข ในการแบ่งแยกดินแดน ถ้ามีก็ไม่มีเวทีพูดคุยในตรงนี้ อันนี้นําเรียนให้ท่านได้กรุณาทราบ อย่างชัดเจนนะครับว่า ท่านไม่ต้องกังวลว่าจะนําไปสู่การเป็นนครรัฐปัตตานีหรือเป็น นครปัตตานีหรือไม่ ไม่มีเด็ดขาดครับ อันนี้ใคร่ขอกราบเรียนให้กรุณาทราบครับ
อีกประเด็นหนึ่ง ผมใคร่ขอตอบในคําถามของท่านดอกเตอร์ ร้อยตํารวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ที่ท่านพูดถึงในเรื่องของการค้ามนุษย์ กระผมก็ใคร่ขอเรียนตอบตรงนี้ เลยว่ารัฐบาลได้ให้ความสําคัญเป็นอย่างมากในเรื่องนี้นะครับ เนื่องจากเราทราบดีว่าถ้าเรา ตกไปที่อยู่เทียร์ (Tier) ๓ เมื่อไรเราจะเดือดร้อนเราจะหนักมาก สถานการณ์จะเปลี่ยนไป อันนี้ทราบดี ขณะนี้ก็ได้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ๒ หน่วยที่เป็นหลักนะครับ ก็คือ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และดีเอสไอของกระทรวงยุติธรรม รับผิดชอบในการค้ามนุษย์ และก็ยังเสริมด้วยท่านของรัฐมนตรี พม. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ท่านก็ได้เข้ามาเสริมกันตรงนี้ เราพยายามกันที่จะดําเนินการ ให้พ้นจากที (T) ๒.๕ นี้ให้ได้ ขณะนี้ได้มีมาตรการที่จะดําเนินการอย่างชัดเจนอยู่แล้ว และกําลังขับเคลื่อนอย่างเต็มกําลังเลยครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ครับ ที่ได้ให้กําลังใจ กระผมรับไว้ครับ เพราะผมทราบดีว่าสถานการณ์ในภาคใต้นั้นมันเป็น สถานการณ์ที่สําคัญมาก แล้วมีความละเอียดอ่อนมากในตรงนั้น ผมเองจะทําด้วยความ ระมัดระวังและรอบคอบที่สุด สําคัญที่สุดนะครับ ฯพณฯ รัฐมนตรีได้ให้นโยบายก็คือ เราจะต้องฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่อย่างหลากหลายและทุกกลุ่ม ทุกหมู่ ทุกเหล่า ทุกศาสนา อันนี้เป็นข้อกําชับของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีซึ่งผมก็ได้รับเรื่องนี้มาเป็นหัวใจ สําคัญในการที่จะปฏิบัติงาน เราทํางานไปเราก็ฟังไป ผิดพลาดเราก็แก้ไขไป อันไหนที่ ไม่ถูกต้องเราก็ปรับปรุงเสียใหม่ อันนี้ผมขอรับไว้ครับ และจะดําเนินการด้วยความรอบคอบ และรัดกุมครับ ขอบคุณมากครับ