สุรเชษฐ์ แวอาแซ วิจารณ์รัฐบาลที่บริหารประเทศมา 2 ปีโดยไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรม และเรียกร้องให้ยกเลิกพระราชกำหนดฉุกเฉินในพื้นที่ที่ไม่มีความรุนแรง พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์นโยบายความมั่นคงที่ไม่มีประสิทธิภาพและการขาดความจริงใจของนายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ การแถลงผลงาน ของรัฐบาลที่นําโดยนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้เข้ามาบริหารประเทศ เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ มาถึงวันนี้ก็ย่างเข้าสู่ปีที่ ๓ ก็ยังไม่มีอะไรที่เป็นผลงาน เป็นรูปธรรม มีแต่ความเดือดร้อน ความทุกข์ยาก ความน่ากลัว เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้มากมาย ท่านประธานครับ ในหนังสือรายงานการดําเนินงานของรัฐบาลในส่วนที่ ๑ การดําเนินการ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนี้ ข้อที่ ๕ เร่งนําสันติสุขและความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชนกลับมาสู่พื้นที่จังหัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลบอกว่าได้จัดทํานโยบาย การบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๗ จะน้อมนํากระแสพระราชดํารัสเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นหลักในการปฏิบัติในแนวทาง สันติวิธีเน้นความร่วมมือทุกภาคส่วนกับประชาชนในพื้นที่เพื่อเร่งนําสันติสุขสู่ชายแดนใต้ ที่ผ่านมาก็จะเป็นลักษณะเป็นทฤษฎีหรือเป็นคําพูดสวย ๆ เท่านั้น ถ้าจะพูดถึงด้าน ความมั่นคงและการพัฒนาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านความมั่นคงสถานการณ์ ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลก็ยังไม่ประสบความสําเร็จ ไม่มีมาตรการที่ชัดเจน มีนโยบาย แต่ไม่นําไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง ทําให้การแก้ปัญหา ไม่ประสบความสําเร็จ สังเกตได้จากการมอบหมายผู้ที่รับผิดชอบกํากับดูแลความมั่นคง ในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมา เปลี่ยนรองนายกรัฐมนตรีดูแลด้านความมั่นคงมาแล้ว ๓ ท่าน เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมา ๓ ท่าน เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี้โดย พลตําเอก ประชา พรหมนอก เป็นรองนายกรัฐมนตรีและเป็นอดีตอธิบดีกรมตํารวจ ผมก็คิดว่าท่านก็จะ ใช้ความรู้ ความสามารถ ความเข้าใจ ข้อเท็จจริง เป็นแนวทางการกําหนดมาตรการแก้ปัญหา หวังว่าท่านจะประสบความสําเร็จทั้งงานและหน้าที่ตลอดอายุรัฐบาลนี้ ผมหวังเช่นนั้น นะครับ ไม่ใช่ ๖ เดือนแล้วก็เปลี่ยนท่านอีก ก็ทําให้การดําเนินงานด้านความมั่นคงที่ผ่านมา ไม่ประสบความสําเร็จ ด้วยความไม่จริงใจหรือไม่ใส่ใจของนายกรัฐมนตรีก็ไม่ทราบ แต่ที่ แน่ ๆ ในตลอดระยะเวลา ๑๐ ปี จนมาถึงรัฐบาลนี้ ซึ่งได้บริหารมาแล้ว ๒ ปี มีหลายประเด็นที่พี่น้องประชาชนนั้นตั้งคําถาม ไม่ว่าในเรื่องของข้อเท็จจริงของสถานการณ์ ว่าข้อเท็จจริงมันคืออะไร ทําไมตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมาเหตุการณ์ยังไม่ลด การก่อเหตุ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการข่าวไร้ประสิทธิภาพใช้การไม่ได้เลยหรือ ด้านการ ใช้งบประมาณแต่ละปีถูกต้องและคุ้มค่าหรือไม่ และสิ่งที่ผมอยากจะถามเช่นเดียวกันก็คือว่า การยกเลิก การบังคับใช้พระราชกําหนดฉุกเฉินยังมีความจําเป็นอีกมากหรือ และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในพื้นที่ที่ไม่มีผลกระทบเหตุการณ์ความรุนแรง ทําไมรัฐบาลนี้ก็ทราบดีว่าหลายพื้นที่ ที่ไม่มีผลกระทบ แต่ก็ไม่พยายามที่จะยกเลิกยังคงไว้ เพราะอะไร หรืออาจจะเป็น ผลประโยชน์ของใคร สิ่งเหล่านี้เป็นคําถามที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นข้องใจและอยากจะ ทราบ กรณีพระราชกําหนดฉุกเฉินยังมีผลกระทบและเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของ หน่วยราชการอื่น ๆ ในพื้นที่และมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนมากมาย เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลความมั่นคงโปรดศึกษาพื้นที่อย่างแท้จริงว่าพื้นที่ ที่ไม่มีผลกระทบ ที่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงนั้นสมควรหรือไม่ที่จะยกเลิก ไม่ใช่ให้ถูกตราหน้าว่า พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่เต็มไปด้วยพวกกบฏ ผมอยากจะให้มองว่าเป็นพื้นที่ ของประเทศไทยและพี่น้องคนไทยเป็นส่วนใหญ่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เหมือนกับคนที่อยู่ ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ท่านประธานครับ ปัญหาอุปสรรคของการแก้ปัญหานั้น เราต้องยอมรับความจริงว่าขณะนี้เราไปบังคับพระราชกําหนดฉุกเฉิน ซึ่งอยู่ภายใต้ยุทธการ ของฝ่ายทหาร เพราะฉะนั้นไม่ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายไหน ไม่ว่าจะเป็นตํารวจ พลเรือนหรือพี่น้อง ประชาชนก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปกํากับดูแลตามบทบาทอํานาจหน้าที่ที่ตนเองมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนจะปกป้องพื้นที่ของตนเองแทบจะไม่ได้เลย ก็ต้องอยู่ตามคําสั่ง และภายใต้กํากับของยุทธการฝ่ายทหาร เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้นโยบายที่รัฐบาล ได้แถลงไว้ต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าจะใช้การเมืองนําการทหารเมื่อไรละครับ วันนี้ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดเป็นฝ่ายทหารนําการเมืองอยู่ เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีในรัฐบาลทุกคน ผมเชื่อว่าถึงมีความคิดก็ไม่สามารถตัดสินได้ โดยผู้ที่มีอํานาจในการตัดสินใจก็คือ นายกรัฐมนตรี แต่ในขณะนี้นายกรัฐมนตรีนั้นมีความเข้าใจและมีความตั้งใจและจริงใจต่อ ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นแค่ไหน อย่างไร ที่ชัดเจนที่สุดก็เห็น ได้ว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้ใส่ใจและจริงใจต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ชัดเจน ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้ความจริงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมขอชื่นชมว่า บุคคลที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่น่าชื่นชมที่เข้าไปทําหน้าที่และถูกใจพี่น้องประชาชน นั่นก็คือ หน่วยงาน ศอ.บต. ซึ่ง ศอ.บต. นั้นได้กําหนดขึ้นมาในรัฐบาลสมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ท่านนี้ได้เข้าไปบริหารในฐานะที่เป็นเลขาธิการ ศอ.บต. คือ พันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง วันนี้ได้ปฏิบัติถูกใจและเป็นที่ชื่นชมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นรัฐบาลควร ที่จะยึดเอา ศอ.บต. เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมมั่นใจว่าทุกอย่างจะไปสู่แนวทางและมาตรการที่ถูกต้องและเป็นผลที่จะสัมฤทธิ์ผลให้กับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอขอบคุณครับ