สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ วิพากษ์วิจารณ์ผลงานของรัฐบาล 1 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ที่มีคุณภาพต่ำ และไม่ได้ส่งผลดีต่อกลุ่มลูกจ้างที่จบปริญญาตรี รวมถึงการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพง การปรองดองสมานฉันท์ คุณภาพทางการศึกษา และเรื่องยุบโรงเรียน นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการปฏิรูปทางการเมืองที่ประสบความล้มเหลว การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุจริตโครงการจํานําข้าว ราคายางตกต่ําและพืชผลทางการเกษตรตกต่ํา การคืนภาษีบ้านหลังแรก รถยนต์คันแรก การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ํา 3,000 บาท และขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท และการสร้างหนี้ 1,000,000 ล้านบาท

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผมต้อง กราบเรียนท่านประธานว่าพวกผมมีหน้าที่ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของรัฐบาล เพราะโดย กฎหมายรัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ชัดเจนว่า คณะรัฐมนตรีจะต้องแถลงผลงานประจําปีตาม แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐต่อสภา ไม่ใช่เสนอมาให้ชมกันนะครับ เหมือนที่เพื่อนสมาชิก ได้ร้องขอว่าขอให้พวกเราได้ชมบ้าง พวกเราต้องทําหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุล นี่คือกลไก สําคัญของระบอบประชาธิปไตย และคงไม่เหมือนกับที่รองนายกรัฐมนตรีพูดว่าเราด่าหรือใช้ คําพูดที่รุนแรง แต่เราต้องการที่จะชี้ให้รัฐบาลได้เห็นว่าผลงาน ๑ ปีที่ท่านทํามา เล่มที่สวยหรู นะครับท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะเริ่มต้น ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ว่าเมื่อปี ๒๕๕๕ รัฐบาลก็ได้มีการสํารวจความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนต่อนโยบายครับ วันนี้ผมก็ อยากจะเรียนโดยภาพรวมว่าจากการที่ผมสํารวจความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกันครับ ผมขอจัดอันดับความล้มเหลวของผลงานรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ สูงสุด ๑๐ เรื่องดังนี้นะครับ ขอท่านประธานได้เอาคลิปขึ้นด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

เรื่องแรกครับ คือการแก้ไข ปัญหาราคาสินค้าแพง หรือที่เรียกว่า แพงทั้งแผ่นดิน อันนี้อันดับ ๑ ครับ ล้มเหลว ของรัฐบาลนี้

อันดับที่ ๒ การปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งแน่นอนที่สุด ๒ ปีที่ผ่านมาท่านเลือกปฏิบัติ ท่านยังมีปรากฏการณ์คนเสื้อแดงไปข่มขู่หน่วยงานต่าง ๆ และก็เสนอกฎหมายที่มี ความขัดแย้งกันอย่างสูงครับ

อันดับที่ ๓ คุณภาพทางการศึกษาและเรื่องยุบโรงเรียน อันนี้ต้องยอมรับว่า เป็นยุคของรัฐบาลนี้ที่คุณภาพการศึกษานั้นตกต่ํา ไปอยู่ในลําดับ ๘ ตามข้อมูลเบื้องต้น ของดับเบิ้ลยูอีเอฟ (WEF) และเป็นประวัติศาสตร์เช่นเดียวกันที่เด็กนักเรียนชั้น ป. ๓ และ ชั้น ป. ๖ อ่านหนังสือไม่ออกถึง ๒๐๐,๐๐๐ คนในยุคนี้

อันดับที่ ๔ คือการปฏิรูปทางการเมือง ซึ่งเราพบความเป็นจริงว่ารัฐบาลนี้ ประสบความล้มเหลวในเรื่องนี้ และใช้เรื่องของการปฏิรูปทางการเมืองเพื่อมาเป็น การดําเนินการในทางการเมือง หวังผลประโยชน์ของรัฐบาลเอง ในขณะที่รัฐบาลก็ออก กฎหมายนิรโทษกรรม ออกกฎหมายแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ

อันดับที่ ๕ การแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้ก็ทราบกันอยู่ดีครับ ว่าตายไปแล้วกี่พันศพ

อันดับที่ ๖ ทุจริตโครงการจํานําข้าว ถึงท่านจะแก้ตัวท้าทายอย่างไรก็แล้วแต่ ในสภานี้ แต่วันนี้คุณพบความจริงว่ารัฐบาลต้องขาดทุนไปเป็นแสนล้าน ข้าวก็มีแต่ข้าวเน่า อยู่ทั่วประเทศ

อันดับที่ ๗ การแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ําและพืชผลทางการเกษตรตกต่ํา ที่เรียกว่า ถูกทั้งแผ่นดิน นะครับ

อันดับที่ ๘ คือการคืนภาษีบ้านหลังแรก รถยนต์คันแรก ซึ่งกําลังถูกยึดอยู่ ในขณะนี้นะครับ

อันดับที่ ๙ คือการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ํา ๓,๐๐๐ บาท และขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ซึ่งมีผลทําให้เงินเฟ้อและมีผลต่อการเลือกปฏิบัติ มีผลต่อการผลักภาระให้กับ คนที่ไม่มีส่วนที่จะได้รับค่าจ้างขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท และปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ก็คือกลุ่มพี่น้อง เกษตรกรที่ต้องรับภาระ

และอันดับที่ ๑๐ ที่เป็นผลงานชิ้นโบดําของรัฐบาลนี้คือการสร้างหนี้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และกําลังกู้เพิ่มอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการกู้ชาตินี้เพื่อที่ จะเป็นภาระของประเทศในการจ่ายชาติหน้า

แต่เนื่องจากว่าผมได้รับภารกิจในการที่จะวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของรัฐบาล ๑ ปีที่ผ่านมาผมอยากจะกราบเรียนครับ เรื่องการศึกษาที่มีคุณภาพต่ํานั้นไปอยู่อันดับ ๓ ที่มีผลอย่างชัดเจนว่าในรัฐบาลนี้ ๒ ปีที่ผ่านมานั้นนักเรียนประท้วงอดอาหาร ยุบโรงเรียน เปลี่ยนทรงผม ปิดโรงเรียนให้ครูอบรมกับวัดธรรมกาย ย้ายรัฐมนตรีมากที่สุด คุณภาพทรุด เด็กอ่านหนังสือไม่ออก ๒๐๐,๐๐๐ คน นี่คือผลงานของรัฐบาลนี้ ไม่เคยมีหรอกครับ ที่นักเรียนอดข้าวประท้วง ไม่เคยมีหรอกครับที่สื่อมวลชนต้องประท้วงการบริหารงาน ของรัฐมนตรีที่ทําเนียบรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะกราบเรียนครับว่ามีหลายเรื่อง ที่ผมได้ท้วงติงรัฐบาลนี้ไปแล้วท่านประธานครับในช่วงที่ได้อภิปรายพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี แต่วันนี้ผมมาดูผลงานที่ท่านได้เขียนไว้ตามแนวนโยบายแห่งรัฐ ผมคิดว่าทุกผลงานที่ปรากฏในหนังสือนี้ฟ้องต่อการบริหารงานกระทรวงศึกษาธิการของ ท่านเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแท็บเล็ต (Tablet) วันนี้ก็พบความเป็นจริงว่าเป็นเพียงนโยบาย ประชานิยม และไม่สนองตอบต่อการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา ผมดีใจว่ารัฐมนตรีคน สุดท้ายที่เข้าไปได้หยิบยกวาระแห่งชาติ ๘ ประเด็นขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องของการปฏิรูปการ เรียนรู้ เป็นเรื่องของหลักสูตร เป็นเรื่องของเทคโนโลยี เป็นเรื่องของการที่จะพัฒนาปฏิรูปครู ซึ่งตรงนี้ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าที่ผ่านมา ๑ ปีที่แถลงผลงานนั้นล้มเหลวจริง ๆ ครับ การศึกษาของไทยนั้นน่าเสียดายครับ ภายใต้ความไม่สนใจของท่านนายกรัฐมนตรีและ ภายใต้ความไม่สนใจในเรื่องของการให้การศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ ท่านจึงเปลี่ยนรัฐมนตรี ไปอย่างมากมาย วันนี้ผมเพียงแต่มาทวงเรื่องเดียวครับที่อยากจะให้รัฐมนตรีได้ตอบ ให้ชัดเจน เพราะว่าผมได้เรียนถามและติดตามเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วครับ ทั้งใน สภาผู้แทนราษฎรและนอกสภาผู้แทนราษฎร นั่นคือเรื่องที่รัฐบาลนี้เองครับท่านประธานที่ได้ ประกาศเป็นนโยบายไว้ครับ เงินเดือนปริญญาตรีไม่น้อยกว่า ๑๕,๐๐๐ บาทนะครับ ขออนุญาตขึ้นคลิปอันที่ ๒ เลยครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ที่ผมต้องมาทวง เพราะว่ามันมี ความเป็นมาที่ชัดเจนครับว่า วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา โดยมีนโยบายเร่งด่วนให้ดําเนินการ ให้แรงงานมีรายได้วันละไม่น้อยกว่า ๓๐๐ บาท และผู้ที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการร่างระเบียบให้กระทรวงการคลัง เบิกจ่ายเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราว นี่ก็ล้มเหลว ล้มเหลวเป็นประการแรกแล้ว ผมไม่อยากจะ ใช้คําว่า โกหก ครับ คือเวลาหาเสียงท่านพูดอย่างหนึ่ง แต่เวลามาบริหารราชการแผ่นดิน ท่านก็พูดอีกอย่างหนึ่งครับท่านประธาน ท่านก็เปลี่ยนไปเป็นการให้เงินเพิ่มค่าครองชีพ ชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจําส่วนราชการตามที่กระทรวงการคลังได้เสนอขึ้นมา วันที่ ๓๑ มกราคม ครับ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกฎ ก.พ. ว่าด้วยเรื่องการปรับเงินเดือน ข้าราชการเพื่อปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือนให้สอดคล้อง ให้แล้วเสร็จภายใน ๒ ปี อันนี้ก็เอาอีกแล้วครับ เอาอีกแล้วท่านไม่ต้องรับผิดชอบต่อสัญญา ประชาคมเลย มันก็เป็นความล้มเหลวของผลงานและของนโยบายตามแนวพื้นฐานแห่งรัฐ วันที่ ๑๐ เมษายนครับท่านประธาน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเลื่อนการปรับเงินเดือนผู้จบ ปริญญาตรีและข้าราชการระดับอื่นออกไปเป็นวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ ท่านประธานครับ ผมคงไม่ลงไปในรายละเอียดในเรื่องของคุณภาพทางการศึกษาทั้งระบบครับ เดี๋ยวจะมีเพื่อน สมาชิกจะมาพูดต่อไป แต่วันนี้ผมอยากจะเรียนถามรัฐบาลครับ ท่านจะหลอกเป็นครั้งที่ ๓ ไหมครับ เพราะวันนั้นตอนที่พิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณ ผมถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นประธานกรรมาธิการงบประมาณว่า ท่านจะดําเนินการกับลูกจ้าง ๖ จุด ๕๐,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นลูกจ้างของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เขาจบปริญญาตรีให้ได้ ๑๕,๐๐๐ บาทได้อย่างไร ท่านประธานครับเรื่องนี้เพื่อนครูอัตราจ้างและลูกจ้างของ สพฐ. ได้รวมตัวกันเป็นสมาพันธ์ และได้เรียกร้องกันมาไม่ต่ํากว่า ๔ ครั้ง และหลังสุดนี้เข้าใจว่า ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านก็ให้คําตอบชื่นใจละครับ ท่านบอกว่า จะรับไปดําเนินการที่จะเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อที่จะทําเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจน ต่อไป และทั้งนี้ คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลังก็ห่วงใยในเรื่องนี้ ทําไมท่านห่วงใยกับกลุ่มลูกจ้าง กลุ่มเพื่อนครูกลุ่มนี้ตั้ง ๒ ปีครับ นี่คือความล้มเหลวที่ชัดเจนครับ ๒ ปี ตามจริงแล้วท่านสามารถที่จะดําเนินการในการที่จะ ดูแลกลุ่มลูกจ้างถึง ๖๕,๐๐๐ คน ที่เป็นกําลังสําคัญ หรือท่านคิดว่ากลุ่มลูกจ้างเหล่านี้มาจาก โครงการของรัฐบาลเดิมที่เรียกว่าเป็นโครงการคืนครูให้กับนักเรียน วันนี้เขาต้องทํางาน อย่างเหนื่อยยากครับ แม้แต่บุคลากรที่เป็นลูกจ้าง ที่เป็นนักการภารโรงหลายโรงเรียนก็ หมุนเวียนไปรับภาระตั้ง ๒-๓ โรงเรียน แต่รัฐบาลไม่ได้เหลียวแลเลยครับ เพราะฉะนั้น ๑๐ ผลงานที่ผมจัดลําดับนั้นจึงเป็นความจริง นี่ละครับคือความรู้สึกของประชาชนที่ท่าน บอกว่าประชาชนคิดเอง ๑๐ อันดับนี้ครับประชาชนคิดเอง แต่เรื่องของแพงที่ท่านบอกว่าประชาชนคิดเองมันไม่ใช่หรอกครับท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ นี่ครับ พี่น้องประชาชนส่งมาให้ ท่าน นายกรัฐมนตรีบอกว่าถ้าหากได้รับเลือกเป็นรัฐบาล แน่นอนค่ะทุกอย่างพรรคเพื่อไทยและปู จะดําเนินการตามที่สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชนทันที ท่านประธานครับ วันนี้ ๑๐ อันดับ เยอะกว่านี้ครับ แต่ผมจัด ๑๐ อันดับที่เป็นความล้มเหลวของผลงานของรัฐบาลนี้ ผมอยากจะกราบเรียนครับ นี่คือความล้มเหลวบนความรู้สึกของพี่น้องประชาชนจริง ๆ และ ท่านไม่ได้ทําตามสัญญาครับ เพราะฉะนั้นผลงานฉบับนี้จึงเป็นผลงานของรัฐบาลที่ผม อยากจะให้ฉายาว่าเป็นอํามาตย์ลืมตีน ลืมสัญญาประชาชนครับ