สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

สาธิต ปิตุเตชะ หารือเรื่องความปรองดองของประชาชน โดยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศไม่สามารถสร้างความปรองดองได้ และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามหลักการกระบวนการยุติธรรมและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ สิ่งแรกที่พยายามบอกกับสังคม ก็คือการจะสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติแล้วก็เขียนลงไปในนโยบายเร่งด่วนเป็นอันดับ ๑ หลักของรัฐบาล ชุดนี้ก็คือว่าจะต้องผลักดันการปรองดองสมานฉันท์อยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรมที่เป็น มาตรฐานสากลเดียวกัน และเป็นหลักปฏิบัติที่เท่าเทียมกันต่อประชาชนคนไทยทุกคน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าเมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ พูดเรื่องนี้ก่อน เพราะรัฐบาลชุดนี้มีแผลครับ เป็นแผลใหญ่ที่ติดตัวมากับรัฐบาลชุดนี้ เพราะรัฐบาลชุดนี้ ยอมรับโดยบอกกับสังคมว่ามี ๓ ขา ขาหนึ่งพรรคการเมือง ขาหนึ่งเสื้อแดง และแผลใหญ่ ที่ว่านั้นคือเป็นแผลที่ทําร้ายประเทศไว้ในการชุมนุมทางการเมืองที่มีอาวุธครอบครอง เป็นการชุมนุมที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศอย่างใหญ่หลวง เหมือนที่คนพูดกันว่า มีการเผาบ้านเผาเมืองกัน ถึงแม้ว่ามันไปสู่การเลือกตั้ง ชนะเลือกตั้ง แต่แผลที่ทําไว้กับ ประเทศก็ติดอยู่กับรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่ามกลางความหวังของคนไทย ทั้งประเทศเกี่ยวกับความปรองดอง พี่น้องประชาชนจะเชื่ออย่างไรแต่ผมไม่เชื่อครับ และวันนี้ ๒ ปีเศษก็พิสูจน์ว่าเป็นการปรองดองที่จอมปลอมลวงโลกครับ ผมจะให้เหตุผลครับ ผมยึดหลักของรัฐบาลนี้เองที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้นะครับ บอกว่าจะยึดหลักสากล เป็นมาตรฐานสากลเดียวกัน ผมขออนุญาตท่านประธาน เจ้าหน้าที่โสตทัศนูปกรณ์ได้ใช้ แผ่นภาพที่ผมได้ขออนุญาตไว้แล้วครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลได้เชิญผู้ที่มี ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการปรองดองสมานฉันท์ทั่วโลกเพื่อมาสร้างภาพให้กับรัฐบาลว่าตั้งใจ จะทําเรื่องความปรองดอง แต่ปรากฏว่าผู้ที่เชี่ยวชาญท่านหนึ่งนะครับ คืออดีตนายกรัฐมนตรี ของประเทศอังกฤษ โทนี แบลร์ เขามาพูดที่เนื้อหาสาระก็เป็นไปตามหลักสากลครับ หลักใหญ่ ๆ ใจความ ขออนุญาตยกให้ท่านประธานดูนะครับ หลักใหญ่ ๆ ใจความของ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีที่พูดไว้ในการสัมมนาปรองดองที่รัฐบาลไทยจัด การปรองดองต้อง ค้นหาความจริงเสียก่อน ไม่สามารถก้าวข้ามข้อเท็จจริงในอดีตได้ หัวใจของการปรองดองคือ การยึดหลักกระบวนการยุติธรรม ไม่เลือกบังคับ ไม่เลือกใช้กฎหมายกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง ไม่ใช่ชนะเลือกตั้งแล้วก็มา อวดอ้างประชาธิปไตยแบบผิวเผิน แต่ต้องเต็มไปด้วยเนื้อสาระ และที่สําคัญประชาธิปไตย ไม่ใช่เพียงแค่คําพูดและต้องรักษาทุกคนในสังคมนี้ไว้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงส่วนน้อย ที่สําคัญ จะต้องไม่ใช้อํานาจกอบโกยได้ประโยชน์กับสียงข้างมากฝ่ายเดียวครับท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานครับ หลักอันนี้เป็นหลักสากลและเขียนไว้ที่นี่ หลักสากลอันแรกก็คือว่าเขาบอก ว่าต้องยอมเจ็บปวดทุกฝ่ายเลยครับ ผมพูดให้ชาวบ้านเข้าใจง่าย คือเมื่อมีบาดแผล นี่ถูกต้อง ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีพูดนะครับ ต้องเปิดแผลทําความสะอาด หาความจริง ต้องยอมเจ็บปวดทุกฝ่ายว่าข้อเท็จจริงมันเกิดจากอะไร ต้องรู้สาเหตุเสียก่อน ก่อนที่จะมี การมาให้อภัยซึ่งกันและกัน รัฐบาลนี้ไม่เคยทําครับ ในทางตรงกันข้ามรัฐบาลนี้จะยุติการค้นหาความจริงโดยออก กฎหมายปรองดองและออกกฎหมายนิรโทษกรรม ประชาชนอาจจะไม่เข้าใจว่าออกกฎหมาย แล้วมันยุติอย่างไร ก็เขายุติไม่ให้ไปหาความจริงอย่างไรครับ ไม่ให้ไปหาความจริงว่าใคร ชายชุดดําที่ปะปนอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมไปยิงใครตาย เจ้าหน้าที่ทหารทําผิดด้วยความประมาท หรือไม่ ต้องดําเนินคดี สุดท้ายต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมครับ คือพูดง่าย ๆ รัฐบาล ไม่ต้องทําอะไรเลย ปล่อยให้เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้วค้นหาความจริง แล้วดําเนินการไป เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแค่นั้นครับ แต่ผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลผิดหวังที่เชิญผู้เชี่ยวชาญ เรื่องความสมานฉันท์ปรองดองระดับโลกมาพูดแต่เนื้อหานั้นตรงกับที่พรรคประชาธิปัตย์ บอกให้รัฐบาลฟังทุกครั้งครับ ลุกขึ้นมาพูดเรื่องปรองดอง ลุกขึ้นมาพูดเรื่องนิรโทษกรรม มักจะพูดว่าต้องทําแบบนี้ ต้องทําตามหลักสากลครับ และกระบวนการปรองดองสมานฉันท์นั้น เขาไม่ให้บังคับใช้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธานครับรัฐบาลชุดนี้เลือกใช้ดีเอสไอ (DSI) ไปคุกคามหรือไปดําเนินคดีกับพรรค ฝ่ายค้านซึ่งเป็นฝั่งตรงกันข้ามครับ ถามว่าทําไมผมสรุปอย่างนี้ ก็มันชัดครับรัฐบาลให้ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ไปเป็นประธานกรรมการ คดีพิเศษ ไปประชุม สุดท้ายคดีที่เป็นคดีธรรมดายกให้เป็นคดีพิเศษหมดครับ คดีธรรมดา ที่ผมพูดถึงก็คือว่าคดีที่ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์บริจาคเงินเดือนตัวเองให้พรรคประชาธิปัตย์ มันยุ่งยากซับซ้อนที่ไหนครับ กกต. เขาก็สรุปแล้วว่าไม่ผิด แต่ดีเอสไอเอาไปทําคดีพิเศษ มีคนมาบริจาคน้ําท่วมในภาวะที่ประเทศกําลังมีปัญหา ไปคาดโทษดําเนินคดีให้กับผู้บริจาค เงินให้กับพรรคประชาธิปัตย์เป็นคดีพิเศษอีกครับ คดีท่านสุเทพ ท่านอภิสิทธิ์ถูกกล่าวหา ถูกวาทกรรมบิดเบือนว่าเป็นฆาตกร ๙๑ ศพ ทั้งที่ความจริงก็ชัดเจนนะครับว่าการเสียชีวิต ทั้ง ๙๑ ศพนั้นสาเหตุเกิดจากการชุมนุมบางส่วนด้วย แต่หลักที่สําคัญของการดําเนินคดี การถูกสั่งฟ้อง ท่านประธานเป็นนักกฎหมายทราบดีครับ ใช้หลักว่าเป็นผู้สั่งการแต่ดําเนินคดี ในฐานะประชาชนธรรมดา แค่หลักนี้ก็บิดเบือนแล้วครับ ถ้าดําเนินคดีในฐานะบุคคลธรรมดา จะมีอํานาจอะไรไปสั่งการทหารไปยิงประชาชนตามที่กล่าวหาละครับ แต่เลือกที่จะใช้ การดําเนินคดีเป็นบุคคลธรรมดาก็เพราะว่าไม่ต้องการให้ผ่าน ป.ป.ช. เพื่อให้ดีเอสไอ ดําเนินคดี ในขณะเดียวกันท่านอภิสิทธิ์ ท่านสุเทพก็ไม่มีปัญหาครับ เข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรม แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลนี้จะออกกฎหมายนิโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพ มีประชาชนผู้บริสุทธิ์ใจเขาบอกว่าโครงการรับจํานําข้าวมันโกงกันเยอะ และซับซ้อนทุกขั้นตอน ไปยื่นให้ดีเอสไอทําคดีพิเศษ ดีเอสไอบอกชัดครับว่าอันนี้ไม่เข้าข่าย คดีพิเศษ นี่อย่างไรครับ บังคับใช้กับบุคคลกลุ่มเดียวเพื่อประโยชน์ของเสียงข้างมาก แล้วนี่มันจะเป็นการปรองดองได้อย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนท่านประธานว่า หลักที่สําคัญก็คือหลักการปฏิบัติบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เมื่อวานนี้มีผู้ชุมนุม มาปราศรัยหน้าสภา ผมนับผู้ชุมนุมได้ประมาณ ๒๐ คน ผู้ชุมนุม ๒๐ คน ผมเห็นเจ้าหน้าที่ ตํารวจมาปฏิบัติหน้าที่ป้องกัน แต่งชุดครบถ้วนประมาณ ๑๐๐ คน ในขณะเดียวกัน เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านพูดในสภาเกือบทุกอาทิตย์ว่ามีพี่น้องเสื้อแดงประมาณ ๕๐ คนมาอยู่ หน้าสภาให้ดําเนินการ อยู่ได้เป็นเดือน ตํารวจก็ไม่มี และนี่มันคืออะไรครับประเทศนี้ จะปรองดองกับใครครับ ผมก็นึกออกว่าปรองดองมันชัดเจนว่าปรองดองเพื่อประโยชน์ตัวเอง ฝ่ายเดียว ชาติไหนก็ไม่มีการปรองดองหรอกครับ ผมก็นึกออกว่าปรองดองนี่มันชัดเจนว่า ปรองดองเพื่อประโยชน์ตัวเองฝ่ายเดียว ชาติไหนก็ไม่มีการปรองดองหรอกครับ มิได้ หมายความว่าพวกผมจะไม่ปรองดอง แต่ผมให้ทุกท่าน รัฐบาลชุดนี้ยึดหลักสากลตามที่ เขียนไว้นี่ครับ หน้า ๑๙ หลักสากลที่เชิญเขามาพูดนี่ครับ หลักนี้ ทําตามหลักนี้ครับ ทุกอย่าง เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อย่าเลือกปฏิบัติความปรองดองก็จะเกิด ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทอง ท่านประธานที่เคารพครับ บริหารมา ๒ ปีกว่า วันนี้แถลงนโยบาย ๑ ปี ผมก็สรุปอย่างนี้ว่า ความปรองดองที่รัฐบาลนี้พูดถึงเป็นความปรองดองที่จอมปลอม โกหก ลวงโลกครับ ขอบพระคุณมากครับ