สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย พูดถึงการแก้ปัญหาวิกฤติน้ำท่วมและการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาโดยการบริหารจัดการน้ำ 3 จุด 500,000 ล้านบาท และการเพิ่มความเชื่อมั่นของภาคการท่องเที่ยว

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานที่เคารพครับ การเข้ามาบริหารงานของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นช่วงที่ประเทศไทยประสบปัญหาหลายประการ ด้วยกันครับ โดยเฉพาะในขณะนั้นประเทศไทยไม่มีปัจจัยบวกเลยครับ ท่ามกลางปัจจัยลบ ของประเทศครับท่านประธาน ไม่ว่าเรื่องของวิกฤติเศรษฐกิจโลก วิกฤติจากภัยธรรมชาติ วิกฤติจากความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างประเทศ แล้วก็วิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองครับ ท่านประธาน หลังจากท่านนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาวิกฤติเรื่องน้ําท่วม ซึ่งน้ําท่วมครั้งนั้น เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศว่าเป็นการน้ําท่วมที่รุนแรงที่สุด ร้ายแรงที่สุดในรอบ ๑๐๐ ปี ครับท่านประธาน แต่ว่าด้วยความขยัน อดทน ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย ท่านนายกรัฐมนตรี ก็สามารถฝ่าฟันมาได้จนสําเร็จครับท่านประธาน หลังจากแก้ปัญหาวิกฤติน้ําท่วมสําเร็จ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ รัฐบาล ก็ลงมาดูแลปัญหาของประเทศตามนโยบายที่ให้คํามั่น สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ เราก็รู้อยู่ว่าท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ ของโลกในวันนั้นประเทศไทยต้องอาศัยเงินตราต่างประเทศ ส่งสินค้าไปขายต่างประเทศ ในเมื่อวิกฤติเศรษฐกิจของโลก กําลังซื้อของโลกชะลอตัว รัฐบาลวันนั้นจะต้อง รีบกระตุ้นกําลังซื้อในประเทศครับ คือเพิ่มกําลังซื้อของคนทั้งประเทศ คนส่วนใหญ่ ของประเทศคือชาวนาครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็ลงมาดูแลคนยากจน ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งเกษตรกรครับ เพราะประเทศไทยนั้นเป็นเมืองเกษตรกรรมที่ล้าหลัง ชาวนาเป็นคนหนึ่ง ที่ได้รับการดูแลน้อยที่สุด แล้วก็ผู้ใช้แรงงานครับท่านประธาน ๒ ส่วนนี้คือคนส่วนใหญ่ ของประเทศ เราจะเห็นว่ารัฐบาลมาเริ่มโครงการช่วยเหลือเกษตรกร ช่วยเหลือชาวนา โดยการเปลี่ยนโครงสร้างของการซื้อขาย เปลี่ยนโครงสร้างการจัดการแก้ไขกลไกตลาดของ เกษตรกรชาวนาครับ เราจะเห็นว่าในอดีตชาวนาถูกเอาเปรียบ ถูกพ่อค้าคนกลางกําหนด ราคา ชาวนาจนทั้งปีทั้งชาติครับท่านประธาน ไม่เคยลืมตาอ้าปากได้เลย เพราะอะไรครับ เพราะกลไกของตลาดอยู่ในมือพ่อค้าครับท่านประธาน พ่อค้ารวยขึ้น รวยเอา ๆ แต่ชาวนา ยากจนลง ๆ เพราะอะไรครับ ต้นทุนการผลิตพ่อค้าคนกลางเป็นผู้กําหนดราคา ปุ๋ย น้ํามัน ทุกอย่างครับ ราคาข้าว ปลูกข้าวได้พ่อค้าคนกลางก็กําหนดอีกครับ ไปขายพ่อค้าส่งออก พ่อค้าส่งออกเป็นผู้กําหนดราคา เพราะฉะนั้นทั้งซื้อทั้งขายตั้งแต่เกิดจนตายครับ ถูกเขากําหนดราคาทั้งหมด ถูกพ่อค้าเป็นผู้กําหนดให้ทั้งหมด แล้วชาวนาไม่จนได้อย่างไร ครับท่านประธาน รัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยท่านกิตติรัตน์ ท่านคิดถูกครับ มีโครงการรับจํานําข้าว เป็นเรื่องกลไกตลาดระหว่างชาวนากับรัฐบาล พ่อค้าไม่เกี่ยว คุณอย่ามายุ่ง เพราะฉะนั้น ในเมื่อรัฐบาลกําหนดกลไกของตลาด ทําให้ชาวนาอยู่ดีกินดี มีรายได้เพิ่มขึ้น มีกําลังซื้อ ของประเทศที่เพิ่มขึ้น ผู้ใช้แรงงานก็เหมือนกันครับท่านประธาน จาก ๒๔๐ บาท เราเพิ่ม เป็น ๓๐๐ บาทครับ ผู้ใช้แรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นเป็นการกระตุ้นรายได้ของ เกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน เป็นการกระตุ้นกําลังซื้อของคนยากคนจนครับ ภาคอุตสาหกรรม เมื่อก่อนเราส่งออกไปขายตลาดโลกได้เยอะครับ พอเกิดวิกฤติเศรษฐกิจของโลกชะลอตัว กําลังซื้อในประเทศมารองรับครับท่านประธาน นี่คือวิสัยทัศน์ของท่านนายกรัฐมนตรีครับ ในขณะนั้นเราก็เห็นว่ารายได้ประชาชาติเกือบเป็นลบครับท่านประธาน แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์เอง ครับท่านประธาน นั่นคือจีดีพีของประเทศในวันนั้น เพราะฉะนั้นรัฐบาลกระตุ้นกําลังซื้อ ภายในประเทศครับ

แล้วสิ่งสําคัญอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน รัฐบาลต้องเอาความเชื่อมั่น กลับคืนประเทศไทย เพราะในขณะนั้นประเทศขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรงครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเดินทางไปต่างประเทศ เพราะน้ําท่วมครับ นักธุรกิจ นักลงทุน ต้องการย้ายฐานการผลิตในภาคของอุตสาหกรรมไปอยู่ต่างประเทศ นักธุรกิจใหม่ ๆ ก็ไม่กล้ามาลงทุน กลัวจะถูกน้ําท่วมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องสร้าง ความเชื่อมั่นโดยการบริหารจัดการน้ํา ๓ จุด ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทว่าน้ําจะไม่ท่วมประเทศ ไทยอีกต่อไป นี่คือการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพราะฉะนั้นวันนี้ ๓.๕ แสนล้านบาท โดนสเปค (Speck) อีกครับ วันนี้น้ํากําลังท่วมอย่างรุนแรงครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น เราจะต้องรีบแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้ได้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนให้กลับมา เราจะเห็นว่ารัฐบาลบริหารไม่นานครับ ความเชื่อมั่นกลับคืนมาครับ นักลงทุนไม่หนีไป ต่างประเทศ นอกจากนั้นนักลงทุนใหม่ก็กลับคืนมาประเทศไทยอีก นอกจากนั้น ตลาดหลักทรัพย์โตมากที่สุด ๑,๗๐๐ จุดครับ นี่คือความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ ท่ามกลางวิกฤติของประเทศหลายปัญหาครับท่านประธาน

สิ่งที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งคือการท่องเที่ยวครับ เราจะเห็นว่าการสร้างรายได้ ที่ดีที่สุดของประเทศก็คือการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวทํากําไรมากที่สุด สนามบินสุวรรณภูมิ มีผู้ใช้มากที่สุดคือ ๕๘ ล้านคนครับ จาก ๓๘ ล้านคน นี่คือความเชื่อมั่นของภาคการ ท่องเที่ยวกลับคืนมาครับท่านประธาน ขอเวลาอีกนิดเดียวท่านประธานครับ