สาทิตย์ วงศ์หนองเตย วิพากษ์วิจารณ์รายงานของรัฐบาลเกี่ยวกับมหาอุทกภัยปี ๒๕๕๔ และการบริหารจัดการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ศปภ.) ที่มีประสิทธิภาพต่ำ และมีการทุจริต นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์การเปิดพรีเซนเทชันของเจ้าหน้าที่ และการบริหารจัดการน้ำท่วมในจังหวัดปราจีนบุรี
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้เราพูดเรื่องเก่า กันครับ เป็นเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่รัฐบาลเข้าทํางานเมื่อปี ๒๕๕๔ ช่วงเดือนสิงหาคม จนกระทั่งถึงเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๕ รายงานเล่มนี้เป็นรายงานที่รัฐบาลจัดทําขึ้นครับ รายงานมีทั้งหมดประมาณ ๕๒๐ หน้า ผมชั่งน้ําหนักหนังสือเล่มนี้เมื่อวานนี้ได้ ๑ กิโลกรัม กับ ๘ ขีด หนักมากครับ แต่ว่าสาระข้างในเป็นปัญหาครับ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่เสมือน กับบันทึกเรื่องเก่าซึ่งเป็นงานที่รัฐบาลทําเอาไว้ในตอนต้น ๆ ที่เข้ามาเป็นรัฐบาล ถ้าบันทึก ถูกต้องก็จะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลชุดต่อไป แต่ถ้าบันทึกไว้ไม่ถูกต้อง ผิดเพี้ยนไป จากข้อเท็จจริง หรือจงใจบิดเบือนข้อเท็จจริงมันก็จะเป็นบันทึกที่ไม่มีประโยชน์อันใดเลย ผมติดตามอยู่เรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูด ในรายงานของ รัฐบาลก็พูดเอาไว้ทั้งหมด ๑๐ หน้าครับเรื่องนี้ นั่นคือเรื่องของมหาอุทกภัยปี ๒๕๕๔ เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็บอกว่ามหาอุทกภัยปี ๒๕๕๔ นั้น เป็นอุปสรรคอันหนึ่งของรัฐบาลในการทํางาน ในรายงานนี้ก็ยอมรับว่าอุทกภัยปี ๒๕๕๔ นั้น ทําให้หลายงานของรัฐบาลไม่คืบหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่บันทึกไว้ผิดครับ ก็คือรายงานนี้เขียนเอาไว้ ว่าอุทกภัยนั้นเกิดขึ้นเพราะการบริหารจัดการเรื่องน้ําที่ไม่มีประสิทธิภาพในอดีต การเขียน แบบนี้ผมถือว่าไม่รับผิดชอบ นอกจากไม่รับผิดชอบแล้วเป็นการโยนความผิดให้คนอื่นแล้ว ตัวเองไม่รับผิดชอบอะไรเลย ผิดเพี้ยนจากข้อเท็จจริง แล้วเขียนไว้อย่างนี้ผมถือว่าเป็น การเขียนที่ใช้ไม่ได้ครับ มันต้องย้อนกลับครับ ผมขออนุญาตสไลด์ไว้แล้ว ในสไลด์ที่ ๑ ถ้าท่านประธานจําได้ครับ ช่วงหาเสียงเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยไปหาเสียงว่าลาก่อนน้ําท่วม น้ําแล้ง ในความหมายนี้ก็แปลว่าพรรคเพื่อไทยถ้าเป็นรัฐบาลปุ๊บคุณมีแนวทางนโยบายมาตรการ จัดการที่ชัดเจนครับ แต่ปรากฏว่าหลังจากท่านเข้าบริหารราชการแผ่นดิน เดือนสิงหาคม น้ําท่วมมหาศาล ตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายนไปจนจบเดือนมกราคม สิ้นสุดแล้วมีน้ําท่วม ทั้งหมด ๖๕ จังหวัด มีผู้เสียชีวิต ๘๑๕ คน สูญหาย ๓ คน ความเสียหายจากครั้งนี้มี การประเมินถึงเกือบ ๆ ๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีของประเทศ แล้วที่ไม่เคยมีครั้งไหนก็คือน้ําที่ ลงมาจากเหนือนั้นบ่าเข้ามาไหลท่วมกรุงเทพมหานครจนเกือบครบทุกเขตของ กรุงเทพมหานครอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ พอเกิดน้ําท่วมเกิดอะไรขึ้นครับ ไปดู สไลด์อันถัดมา ท่านนายกรัฐมนตรีไปให้สัมภาษณ์เลยบอกว่าที่น้ําท่วม อันนี้เป็น คําให้สัมภาษณ์เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรีก็โทษคนอื่นเลย บอกว่าเขื่อนต่าง ๆ ที่ช่วยรับน้ําก็เต็มหมดแล้วในขณะที่มารับตําแหน่ง แล้วจะเอาน้ํา ไประบายลงตรงไหน แปลว่าอะไร แปลว่าตัวเองไม่ผิด แต่ที่ผิดเพราะน้ําเต็มเขื่อนแล้ว ตอนตัวเองมา ตัวเองมาเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๔ คนถัดมาบอกว่าอย่างไรครับ คนถัดมาไป ให้สัมภาษณ์บอกเอาไว้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัย กุล บอกว่าปี ๒๕๕๓ เดือนธันวาคม พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลทําไมไม่ระบายน้ําออก จากเขื่อนลงสู่ทะเลเพื่อรองรับมรสุม นี่ก็โทษว่ารัฐบาลที่แล้วเก็บน้ําไว้ในเขื่อน คนถัดมาคือ ประชา พรหมนอก ประชา พรหมนอก บอกว่าท่านกักไว้เพื่ออะไร ทําไมไม่พร่องน้ํา เหมือนปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ เหมือนรายงานเปี๊ยบเลยครับ แต่ข้อเท็จจริงคืออะไรครับ ไปดู สไลด์ถัดไปครับ ในสไลด์ถัดไปเป็นปริมาณน้ําในเขื่อน ปริมาตรน้ําในเขื่อน ในอ่างเก็บน้ํา ภูมิพล จังหวัดตาก ซึ่งเป็นเขื่อนใหญ่ครับ ความจริงแล้วอีกเขื่อนหนึ่งคือเขื่อนสิริกิติ์ ลักษณะก็คล้ายกัน เส้นกราฟนี้อาจดูไม่ชัดนิด หน่อย แต่อธิบายอย่างนี้ครับ เส้นที่ผ่าตรงกลางคือเส้นตอนที่คุณยิ่งลักษณ์มาเป็น นายกรัฐมนตรี เส้นล่างสุดเป็นเส้นกราฟของปี ๒๕๕๓ เดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๓ ที่สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล บอกพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลกักน้ําไว้เต็มเขื่อนทําไมไม่ปล่อย มีน้ํา ไม่ถึงครึ่งเขื่อนครับ อยู่ที่ประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตรครับ พอมาถึงปี ๒๕๕๔ เส้นที่สีเข้ม ๆ ที่ไต่ระดับขึ้นไปออกสีแดง ๆ ในช่วงยุบสภาเลือกตั้ง น้ํามีประมาณครึ่งเขื่อน ตอนคุณยิ่งลักษณ์มาเป็นนายกรัฐมนตรี น้ําอยู่ที่ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มีเวลา แต่พอ เดือนกันยายนสิครับ น้ํามันไต่ระดับท่านประธานเห็นไหมครับ ที่มีเขียนว่าในช่วงรัฐบาลยิ่ง ลักษณ์ปล่อยน้ําน้อยกว่าที่คิด แล้วสุดท้ายน้ําไปถึงเส้นประประมาณเดือนตุลาคมครับแปลว่า ที่พูดมา ๓ คน โยนความผิดใส่เพื่อน ผิดหมดเลยครับ กราฟนี้มันยันเลยครับว่าคุณโกหก คําถามก็มีต่อไปว่าทําไมรัฐบาลเก็บน้ําในเขื่อนไว้ ดูสไลด์ถัดไป สไลด์ถัดไปเป็นคําให้ สัมภาษณ์ของอดีตรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงของท่าน รัฐบาลของท่าน ไม่เอ่ยชื่อท่านเพราะท่านออกจากรัฐบาลไปแล้ว ไปให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า เหตุผลที่มีการลด การระบายน้ําในเขื่อนลงในตอนต้น เพราะคาดการณ์ว่าจะเกิดฝนตกหนัก เพราะฉะนั้นจึงมี การให้ลดการระบายน้ําในเขื่อนภูมิพล ให้ชาวนาเร่งเกี่ยวข้าวก่อนน้ําเหนือไหลบ่า ทําไมต้อง เร่งเกี่ยวข้าวครับ เพราะท่านมีนโยบายรับจํานํา แล้วกลัวน้ําท่วมไม่มีข้าวเข้านโยบายรับ จํานํา ก็เลยเร่งระบายน้ํา ลดการปล่อยการระบายน้ําในเขื่อน ทําให้ปริมาณน้ํากักเก็บใน เขื่อนมันสูงขึ้น มันจึงโทษคนอื่นไม่ได้ครับ แล้วในสไลด์ถัดไปก็ชัดครับ มีการเขียนบอกว่าสั่ง การให้กรมชลประทานประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตลดการระบายน้ําเขื่อนภูมิพล นอกจากนี้ ให้หน่วงน้ําที่เขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้ไหลผ่านเกิน ๒,๓๙๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในภาพ ต่อไปก็เช่นเดียวกันครับ เป็นหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ ๖ กันยายน หลังจากนั้นฝนตก หนักลงเรื่อยครับ แล้วอ่างเก็บน้ําก็พัง นี่คือผลจากการเก็บน้ําเพื่อชะลอเอาไว้เพราะให้ ชาวนาเกี่ยวข้าวทัน น้ําในเขื่อนจึงเต็มครับ แล้วสุดท้ายพอเกิดเหตุท่านก็โบ้ยความผิดไปให้ คนอื่นครับ นี่คือสิ่งที่บันทึกไว้ผิดครับ สิ่งที่รัฐบาลจะต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์มันมีมากกว่า นั้นท่านประธานครับ ซึ่งต้องเขียนลงในรายงานนี้ ถ้าดูต่อไปจะพบความจริงอันหนึ่งครับว่า ปัญหาของรัฐบาลในการที่ไปดําเนินการแก้ไขปัญหามหาอุทกภัยนั้นมี ๔-๕ ประเด็น ที่ต้องพูดครับ ๑. ถ้าไม่โทษคนอื่น สาเหตุจริง ๆ คือท่านคาดการณ์ผิดครับ คาดการณ์ผิด เพราะคิดว่าคงไม่เป็นไร ก็บอกให้ชะลอการระบายน้ําจากเขื่อนลง น้ําก็เต็มเขื่อน เพราะต้องการได้โครงการจํานําข้าว นี่ผิดมหาศาลเลย ๒. ในสายการบังคับบัญชาก็ผิดพลาด ท่านประธานคงจํากรรมการไม่ได้ที่รัฐบาลตั้ง กยน. กยอ. กบอช. กฟอ. หลาย ก. มากครับ จนกระทั่งไม่รู้ใครกันแน่ที่ทํา แต่คนหนึ่งที่ไม่รับผิดชอบในการจัดการเรื่องน้ําในขณะนั้นเลย คือนายกรัฐมนตรี เพราะไม่เป็นประธานเลยแม้แต่ชุดเดียว แล้วก็สร้างวาทกรรมเอาอยู่ สุดท้ายก็เรียบร้อยครับ ท่วมกันไปค่อนประเทศ ๖๕ จังหวัด และเสียหายมหาศาล และยัง เขียนรายงานโทษคนอื่นอีก นอกจากนั้นในการสื่อสารผิดพลาดตลอด ถ้าจําได้ครับ รัฐมนตรี แย่งกันออกทีวีกันใหญ่ ทุกคนอยากเป็นพระเอกหมดครับ นิคมสหรัตนนคร พูดไม่เกิน ๓ ชั่วโมง บอกเอาอยู่ น้ําไม่ท่วม หลังจากนั้นท่วมวินาศสันตะโรเลยครับ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น และไม่เขียนลงในนี้ เขาให้เขียนปัญหาอุปสรรคเพื่อไว้แก้ไขท่านก็ไม่เขียน นอกจากนั้นแล้ว ท่านประธานครับ เรื่องใหญ่ที่สุดที่ทําให้น้ําท่วมจนกระทั่งมาถึงกรุงเทพมหานคร คือการใช้ การเมืองในการแก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วม ใช้การเมืองเพราะอะไรครับ ในหลายที่ที่มีมวลชนของ รัฐบาลคือเสื้อแดง ใครก็ไปทํางานไม่ได้ ใหญ่ขนาดสั่งเปิดประตูระบายน้ําได้ ถ้าไม่เปิด เป็นปัญหา น้ําจ่อกรุงเทพมหานครที่จังหวัดปทุมธานี ทะลักขึ้นมาจากเจ้าพระยา กทม. ไปกั้นกระสอบทราย มีสมาชิกสภาท้องถิ่นรายหนึ่งสังกัดอยู่กับมวลชนเสื้อแดงของรัฐบาล นําพวกมายิงปืนขู่เลยครับที่คลองสามวา เหล่านี้เป็นต้น และเรื่องใหญ่ที่สุดที่รัฐบาลเขียนไว้ ในรายงานฉบับนี้คือไปตั้ง ศปภ. ศปภ. ที่ดอนเมืองครับ แล้วดูภาพ ศปภ. บนสไลด์หน่อยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
สุดท้าย ศปภ. ที่ดอนเมือง ที่ตั้งช่วยน้ําท่วมเองก็น้ําท่วมหมดครับ มันไร้ประสิทธิภาพ นี่ที่เห็นในภาพนี้คือ ของที่ชาวบ้านเอามาบริจาคอยากให้เอาไปช่วยผู้ที่ประสบภัยน้ําท่วม สุดท้ายน้ําท่วมมโหฬาร นี่ผมยังไม่พูดเรื่องทุจริตอีกเยอะนะครับ ยักยอกเอาของบริจาค เขียนชื่อตัวเอง เอาไป หาเสียงส่วนตัว จองไว้เลยอันนี้ของคนนั้น อันนี้ของคนโน้น สุดท้ายที่ทําการ ศปภ. ต้องย้ายครับ ๕๐ วัน ศปภ. มีคนตายมโหฬารมาก สุดท้ายย้าย น้ําตามไปนะครับ ดี กทม. เขาเอาอยู่จริง ๆ ครับ สุดท้ายน้ําก็เลยไปไม่ถึง แต่ท่วมหมดที่ห้าแยกลาดพร้าว นี่คือสิ่งที่รัฐบาลไม่เขียน แต่มาเขียนเอาไว้ใน ๑๐ หน้านี้ในหน้าหลังบอกว่า คุยไว้ครับ บอกว่ามีการจัดงบประมาณแล้ว ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จากงบกลางของงบปี ๒๕๕๕ ในมือผมนี้เป็นรายงานที่กรรมาธิการงบประมาณปีนี้ได้รับครับ เป็นการประเมินผลงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาลที่ใช้ไปในงบกลาง ปี ๒๕๕๕ เขาสรุปไว้อย่างนี้ครับ สภาพัฒน์ร่วมกับสํานักงบประมาณทํา บอกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทําโครงสร้าง พื้นฐาน ๖๗ เปอร์เซ็นต์ ฟื้นฟูคุณภาพชีวิต ๒๙ เปอร์เซ็นต์ เศรษฐกิจอุตสาหกรรม ร้อยละ ๓.๙ แต่เขายอมรับครับว่ามีหลายโครงการมีปัญหา ทั้งเรื่องบุคลากร ที่สําคัญคือ ไม่มีความพร้อมในการดําเนินงาน เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่โครงการตามความพร้อม ของชุมชน ซึ่งผมเชื่อว่าเรื่องนี้มีการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ที่สําคัญครับถ้าจะบอกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลคุยนักคุยหนาในรายงานเล่มนี้ บอกไปป้องกันได้ ต้องดู ตัวนี้ครับ เขาบอกว่ามีอยู่ทั้งหมด ๑๗ จังหวัดที่มีผลการใช้จ่ายงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วเสร็จ ในจํานวนนั้นรวมปราจีนบุรีครับ และวันนี้เป็นอย่างไรครับ ปราจีนบุรีท่วมใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ไม่เคยมี งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปไหนครับ นี่มันแสดงให้เห็นว่าใช้เสร็จแล้วมันไร้ประสิทธิภาพครับ และ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ท่านประธานจําได้ครับ ในสภานี้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีงบตัวหนึ่งใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทเป็นงบไปขุดลอกครับ ขุดลอกนี้ละครับที่มีข้อกล่าวหา ข้อครหาเรื่องทุจริตกันอย่างมโหฬาร และวันนี้อยู่ใน ป.ป.ช. ครับ มันเป็นงบขุดลอกครับ ท่านประธาน อยู่ที่กรมเจ้าท่า วันนี้ ป.ป.ช. ยังสอบและไม่จบ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก และวันนี้พ้นจากปี ๒๕๕๕ มาปี ๒๕๕๖ วันนี้ที่ขุดลอกไว้เรียบร้อยครับ ฝนมา น้ําเยอะ ดินที่ ขุดเอาไว้ไปหมดแล้วครับ แต่เงินที่ทุจริตมันเข้ากระเป๋าคน มันอิ่มกันหมดแล้ว แต่ประชาชน เดือดร้อนเหมือนเดิมครับ นี่เป็นประสิทธิภาพการใช้เงินของท่าน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปแก้ไขปัญหาน้ําท่วมปี ๒๕๕๔ วันนี้ถือว่าล้มเหลวเกือบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วท่านประธานครับ ท่านจะอ้างในรายงานปีหน้าอีก บอกที่น้ําท่วม ใหญ่นี้เพราะ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ได้กู้ แต่ผมบอกเลยครับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทถูกยับยั้ง ไว้จริง แต่มีอนุมัติไปแล้วครับ ๒๑ มิถุนายน ปี ๒๕๕๖ อนุมัติกู้เงินไปแล้ว ๒๕,๓๙๓ ล้าน บาท มีอนุมัติไปหลายพันล้านบาทครับที่ใช้เงินแล้ว แต่ไปตรวจดูเถอะครับ สะเปะสะปะมาก ไปสร้างโน่นสร้างนี่ให้หลายกรมมาก ไม่มีหรอกครับที่คุยบอกว่ามีแผนบูรณาการเรื่องจัดการ น้ําครับ เพราะฉะนั้น ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าใช้แนวคิดแก้ปัญหาน้ําท่วมปี ๒๕๕๔ บอกมี ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับที่อนุมัตินี้ไปอีก ๒๐,๐๐๐ รวมเป็น ๑๔๐,๐๐๐ มีงบปกติ ปี๒๕๕๕ ต่อเนื่องตลอดทั้งปีที่ผ่านมาอีกประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ท่านประธานครับ ปี ๒๕๕๖ ฝนตกมา ปริมาณน้ําฝนยังไม่เท่า ปี ๒๕๕๔ ไม่ถึง ๑ ใน ๓ เลยท่วมมโหฬารไปครึ่งหนึ่ง ถ้าใช้มาตรฐานนี้คิด ท่านประธานครับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ผมว่าจบครับ เข้ากระเป๋ากันเบิกบาน ๒ ล้านล้านบาทจะเข้าอีหรอบ เดียวทํานองนี้กันอีกครับ นี่คือสิ่งที่ผมเรียนยืนยันกับท่านประธานให้เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลบันทึก เอาไว้นี้เขียนเอาแต่ได้ โยนความผิดใส่เพื่อน แล้วก็ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง ไม่มี การสรุปบทเรียนครับ ในตอนสุดท้ายที่ท่านพูดถึงในปัญหาอุปสรรคที่ท่านเขียนเอาไว้นะครับ ในหน้าสุดท้ายคือหน้า ๔๔๑ ของรายงานชุดนี้ครับท่านประธานครับ เขียนไว้ในปัญหา อุปสรรค ก็ยังโทษเพื่อนอีกว่าปัญหาอุปสรรคคือการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ในอดีตที่ผ่านมายังไม่เป็นระบบและไม่มีเอกภาพเท่าที่ควร ขาดการบูรณาการ ชอบพูดนักบูรณาการนี่ ท่านดีไม่เขียนต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ําด้วย เพราะมันไปกันทุกเรื่อง แต่สุดท้ายเป็นวาทกรรมที่ว่างเปล่าครับ เพราะฉะนั้นพูดเรื่องเก่าปี ๒๕๕๔ มีการประเมินผลปี ๒๕๕๕ ใช้งบมีการทุจริต ไร้ประสิทธิภาพวันนี้มีปัญหาไม่ยอมรับถึงสาเหตุที่แท้จริง โยนความผิดใส่เพื่อนแล้ว ปี ๒๕๕๖ มันฟ้องเลยครับอ้ายที่โทษเพื่อนวันนี้โทษไม่ได้ ๒ ปีผ่านมาแล้วไหนละครับการเตือนภัย วันนี้ พี่น้องจังหวัดลพบุรีต้องทําเฟซบุ๊ค (Facebook) เตือนกันเอง พี่น้องที่อื่นก็เหมือนกัน เพราะ มีแต่โม้ครับ ดีแต่โม้ และสุดท้ายคือดีแต่เที่ยว เพราะฉะนั้นป่วยการครับ เขียนรายงานแบบนี้ หนัก ๑ กิโลกรัม ๘ ขีด แต่เนื้อหาเบาหวิวท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมถึงเรียน ท่านประธานว่า บันทึกต้องเขียนให้ถูกต้อง ต้องสรุปประสบการณ์ให้ดี แต่ถ้าสรุปประสบการณ์ อย่างนี้ บิดเบือนข้อเท็จจริงทั้งหมดนี้มันถึงเป็นรายงานที่ใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นจําเป็นครับ ในอนาคตอาจจะมีคนเขียนผลงานโบว์ดําที่แท้จริงของรัฐบาลครับท่านประธาน