เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องการรับจํานํามันสําปะหลัง โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการกําหนดเวลา รับจํานํา และราคาที่รัฐบาลประกาศไว้ และเสนอคำแนะนำให้ ดร.ศุภชัย ศรีหล้องพูดในเวลา 10 นาที
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้จํานวนเวลา ครม. บวกกับ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ๗ ชั่วโมง ใช้ไป ๓ ชั่วโมง ๑๐ นาที เหลืออยู่ ๓ ชั่วโมง ๕๐ นาที ฝ่ายค้าน ๑๐ ชั่วโมง ใช้ไป ๕ ชั่วโมง ๑๔ นาที เหลืออยู่ ๔ ชั่วโมง ๔๖ นาที ขณะนี้ได้รับทราบว่ามีการถ่ายทอดอยู่นะครับ ท่านแรกท่านฉัตรพันธุ์ เดชกิจสุนทร จํานวน ๗ นาที เชิญครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าผลผลิตมันสําปะหลังแต่ละฤดูกาลของประเทศไทยนั้น ปริมาณผลผลิตที่ออกมานั้นมีจํานวนถึง ๒๘-๓๐ ล้านตัน แต่การที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมาย การรับจํานําอยู่ที่ ๑๐ ล้านตัน ย่อมแสดงให้เห็นว่าท่านเลือกปฏิบัติ ท่านเลือกช่วยคน บางกลุ่ม ท่านกําหนดปริมาณไว้ ๑๐ ล้านตัน แล้วผลผลิตอีก ๑๘ ล้านตัน เกษตรกรเหล่านี้ เขาทําอย่างไรครับ ท่านประธานครับ เพราะโดยข้อเท็จจริงเกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลังนั้น โดยส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง หรือแม้มีที่ดินก็เป็นที่ดินประเภท ภ.บ.ท. ส.ป.ก. การที่รัฐบาลกําหนดให้ผู้ที่ขึ้นทะเบียนมันสําปะหลัง ให้เป็นผู้มีเอกสารสิทธิเฉพาะเท่านั้น สิ่งนี้เป็นการกีดกันเกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลังโดยส่วนใหญ่ ผมยกตัวอย่างเกษตรกร จังหวัดกาญจนบุรี ปริมาณมันสําปะหลังที่เกษตรกรปลูกได้ ผลิตออกมานั้น ผลผลิตแต่ละปี ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านตัน แต่สามารถขึ้นทะเบียนได้ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ตัน ในจํานวน ที่ขึ้นทะเบียน ๖๐๐,๐๐๐ ตันนั้นสามารถเข้าโครงการรับจํานําได้จริงเพียง ๓๐๐,๐๐๐ ตัน เท่านั้นครับ เหตุเพราะว่ารัฐบาลไม่มีความพร้อม ไม่มีลานมันสําปะหลังที่จะรับซื้อ ไม่มีจุด รับซื้อลานมันสําปะหลัง ทั้งจังหวัดกาญจนบุรีมีลานมันอยู่เพียง ๒๐ กว่าแห่ง มิหนําซ้ํา ลานมันสําปะหลังที่มีนั้นมีอยู่ที่อําเภอเลาขวัญ ผมยกตัวอย่าง เกษตรกรบ้านผมปลูก มันสําปะหลังกว่า ๑๐ อําเภอ อําเภอไทรโยค อําเภอทองผาภูมิ อําเภอด่านมะขามเตี้ย อําเภอเมือง อําเภอศรีสวัสดิ์ ๕ อําเภอนี้ครับ ไม่มีลานมันสําปะหลัง แล้วจะไปเข้าโครงการ รับจํานําได้ที่ไหนครับ นี่อย่างไรครับ ความไม่พร้อมของรัฐบาล มิหนําซ้ํารัฐบาลยังกําหนดจุด ให้มีการรับจํานําช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม โดยกําหนดกฎเกณฑ์ไว้ว่าเริ่มรับ จํานําตันละ ๒,๗๕๐ บาท แล้วเพิ่มเดือนละ ๕๐ บาท จนถึงระดับเพดาน ๒,๙๐๐ บาท รัฐบาลไม่ทราบหรือครับว่าผลผลิตมันสําปะหลังที่ออกมาจริง ๆ ของเกษตรกรนั้นเขาเริ่มที่ เดือนตุลาคม เมื่อเป็นเช่นนี้แสดงว่ารัฐบาลนั้นไม่ได้มีข้อมูล ไม่ได้ศึกษาให้ถ่องแท้ และไม่ได้มี ความจริงใจที่จะช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลังอย่างแท้จริง เมื่อท่านกําหนดเวลา รับจํานําช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ประการแรก เกษตรกรไม่มีลานมันสําปะหลัง ที่จะไปเข้าร่วมโครงการ ไม่มีจุดรับซื้อ เมื่อเกษตรกรจะต้องเดินทางไปที่อําเภอที่ห่างไกล ก็ใช้ระยะทางกว่า ๒๐๐ กิโลเมตร พอไปถึงเขาบอกว่าอย่างไรครับ เขาบอกว่ามันสําปะหลัง เต็มสต็อก ไม่รับซื้อแล้ว เป็นการบีบเกษตรกรทางอ้อม ผลสุดท้ายเกษตรกรต้องทําอย่างไร ต้องจําใจครับ ขายที่ลานมันสําปะหลังทั่วไป ปี ๒๕๕๖ ครับ ผมขออนุญาตท่านประธานแล้ว ขายได้ราคาเท่าไรครับท่านประธาน ราคาที่รัฐบาลประกาศไว้ตันละ ๒,๗๕๐ บาท ขายได้จริงตันละ ๑,๙๕๐ บาท หรืออย่างดีก็ตันละ ๒,๐๐๐ บาท นี่อย่างไรครับความล้มเหลว ของรัฐบาล เกษตรกรไม่ได้ราคาที่แท้จริงเหมือนที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้เลยครับ แล้วมิหนําซ้ํา ค่าใช้จ่ายในแต่ละวันที่เกษตรกรต้องแบกภาระที่สูงขึ้น ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าต้นทุนการผลิต เพิ่มขึ้นทุกอย่าง แล้วอย่างนี้พี่น้องคนจน พี่น้องเกษตรกรชาวไร่มันจะเหลืออะไร ไว้รับประทานครับ จะมีอะไรกินครับ จะมีเงินที่ไหนที่จะส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัว เลี้ยงดู ลูกหลานครับ ท่านประธานครับ ผลสุดท้ายเกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลังเหล่านี้ ต้องทําอย่างไรครับ ต้องไปกู้หนี้นอกระบบ แต่ผมไม่แปลกใจหรอกครับที่เกษตรกร ชาวไร่มันสําปะหลังต้องกู้หนี้นอกระบบ เพราะว่าแม้แต่รัฐบาลก็ต้องกู้หนี้นอกระบบ เหมือนกัน ท่านประธานครับ นี่คือความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงของรัฐบาล และถ้าท่าน ไม่แสลงใจนะครับ ผมว่าท่านรัฐบาลกลับไปใช้โครงการประกัน ผมว่าท่านรัฐบาลกลับไปใช้ โครงการประกันราคานี้ ผมว่าจะช่วยเหลือเกษตรกรได้ดีกว่า เพราะการที่ท่านขาดทุน ปีละประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านเอาเงินที่ขาดทุนเหล่านี้ ไปชดเชยให้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกมันสําปะหลังก็จะเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้อย่างแท้จริงครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ๑๐ นาทีนะครับ