ยรรยง พวงราช หารือเรื่องโครงการธงฟ้า โดยอธิบายว่าโครงการนี้เป็นโครงการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เดือดร้อนจากภัยพิบัติ และการขยายตัวของเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยอ้างว่าเศรษฐกิจของไทยขยายตัวอยู่ที่ 2-3% ต่อปี และไม่ควรที่จะลดลง
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ก็ขอเอาเฉพาะประเด็นที่ท่านพูดตรง ๆ นะครับก็คือ ๑. เรื่องโครงการ ธงฟ้า ขณะนี้ขอกราบเรียนว่าสินค้า ๒๐ รายการที่กระทรวงพาณิชย์พยายามที่จะไป ช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร น้ํามันพืช ไข่ไก่ แล้วก็สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ที่สําคัญนั้น ในขณะนี้ก็กําลังดําเนินการต่อเนื่องอยู่นะครับ ช่วงที่ผ่านมาก็เป็นเพียงแต่ เมื่อโครงการเราประกาศล่วงหน้าแล้ว จริง ๆ แม้จะเป็นคําแนะนําที่ดีนะครับ แต่ว่าในแง่ของ การดําเนินโครงการก็คิดว่าควรจะต่อเนื่อง เพราะแต่เดิมเราคิดว่าธงฟ้าไม่ควรจะทําเป็น การถาวร ควรจะทําเฉพาะครั้งเฉพาะคราว เพราะบางครั้งถ้าไปขายราคาถูกกว่าราคาตลาดปกติ ทางผู้ประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายย่อย อย่างเช่น โชห่วยเขาก็จะบ่นเอานะครับ แต่ว่าถึงอย่างไรก็ตามเฉพาะรายการที่ประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ เราก็จะเข้าไปดําเนินการ ในขณะนี้ข้าวถุงทางกระทรวงพาณิชย์ก็แบ่งหน้าที่กันอยู่ว่าให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ท่านณัฐวุฒิไปดําเนินการทั้งร้านถูกใจ ร้านโชว์สวย ร้านธงฟ้าต่าง ๆ เพื่อที่จะเป็นการรวมพลังให้มีอิมแพค (Impact) มากขึ้น ก็คิดว่าน่าจะดําเนินการต่อเนื่องไปได้ ไม่ได้ทอดทิ้งธงฟ้านะครับ ส่วนแผนธงฟ้าปีนี้ก็จะพยายามทําให้กระจายเข้าไปถึงผู้ที่ประสบ ความเดือดร้อนต่าง ๆ ให้ทั่วถึงมากขึ้นนะครับ ส่วนที่ผมกล่าวว่าซีพีไอเป็นการวัดราคาสินค้า คือตัวซีพีไอเองนะครับ ค่าเฉลี่ยรวมที่ผมยกตัวเลขว่าสมัยพรรคประชาธิปัตย์ค่าเฉลี่ย ปี ๒๕๕๓ อยู่ที่ ๓.๓๐ สมัยยิ่งลักษณ์ เต็มปีแรก คือปี ๒๕๕๕ อยู่ที่ ๓.๐๒ ก็คือราคาสินค้าทั่ว ๆ ไป ขยายตัว ไม่ได้บอกว่าไม่ขยายตัว ไม่ได้แพงขึ้นหรืออะไรนะครับ แต่ปกตินี้ราคาสินค้า ก็เป็นสิ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจ คือเหมือนเราที่โตขึ้นทุกปีนี้นะครับ มีความสูง มันก็สูงขึ้น ๆ ปีละ ๒ ปีละ ๓ นี่กําลังดีนะครับ ผมอยากกราบเรียนว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยดีตรงนี้นะครับ ก็คือมันขยายตัวปีละ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์เป็นปกติ หมายความว่าเราจะไม่เป็นคนเตี้ย ในระบบเศรษฐกิจเราถ้ามันหด ๆ ลงไปเหลือ ๑ เปอร์เซ็นต์ ๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็หมายความว่าเรากลายเป็นคนเตี้ยแล้ว เหมือนกับประเทศ ญี่ปุ่น เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่เป็นคนรวยแต่รวยเตี้ยนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ ผมก็เข้าใจว่าท่านชนินทร์ รุ่งแสง ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามนี่นะครับ ท่านก็เข้าใจดีกว่าผมอยู่แล้ว แต่ว่าท่านก็คงจะแกล้งแซวนิดหน่อยนะครับ ส่วนข้าวแกง อันนี้ผมอยากจะกราบเรียน ท่านว่าอย่างนี้นะครับ เราดู เราแบ่งสินค้าข้าวแกง พวกร้านข้าวแกงสําเร็จรูปออกเป็น ๓ กลุ่มให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในชีวิต ก็คือกลุ่มที่เป็นร้านค้าทั่ว ๆ ไปซึ่งคนส่วนใหญ่กิน ซึ่งถามว่าทําไมกระทรวงพาณิชย์มาดูแลร้านค้าข้าวแกงมากมายนะครับ ทั้งนี้ก็เพราะว่า ตอนนี้บวกไปรวม ๆ กันทั้งหมดคนกินข้าวนอกบ้าน ถ้าคิดเป็นเงินที่จ่ายไปจากกระเป๋า ๑๕-๑๖ เปอร์เซ็นต์นะครับ ราคาที่เขากินข้าวนอกบ้านทุกวันนี้บางคนก็กินไป ๓ มื้อเลย เพราะฉะนั้นเราจึงให้ความสนใจแก่ข้าวแกงสําเร็จรูป โดยเฉพาะร้านข้าวแกงทั่วไป เราก็ไป สร้างเครือข่ายร้านธงฟ้าซึ่งมีอยู่ประมาณเกือบ ๖,๐๐๐ ร้านในปัจจุบันนี้ ถ้าท่านไปสํารวจ ร้านธงฟ้าก็คงจะมีความจริงเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ อาจจะมีบางร้านที่เล็ดลอดไปบ้าง แล้วก็ผมก็คิดว่ามันก็คงจะได้ผลสําหรับร้านที่อยู่ใกล้ ๆ ร้านธงฟ้าด้วยเหมือนกัน ร้านอาหาร ธงฟ้านะครับ ก็สังเกตธงฟ้าอยู่ ส่วนกรณีของฟู้ดคอร์ทของร้านที่คนชั้นกลางระดับสูงขึ้นไป ทานข้าว เราก็พยายามขอความร่วมมือเป็นหลักนะครับ ขณะนี้ราคาเขาอยู่ประมาณ ๓๕-๔๐ บาท ก็พยายามขอความร่วมมือว่าอย่าให้มันเลยไปกว่านั้น เราพบว่าต้นทุนส่วนใหญ่ ไม่ใช่มาจากวัตถุดิบ ต้นทุนส่วนใหญ่มาจากค่าเช่าสถานที่กับค่าบริการ แม้กระทั่ง ค่าทําความสะอาดต่าง ๆ นะครับ อันนี้ผมเองก็ได้พยายามที่จะขอความร่วมมือซักซ้อมกับ เขานะครับ ขอให้ลดค่าเช่าบ้าง ส่วนที่กลุ่มที่ ๓ หรือกลุ่มร้านอาหารที่อาจจะเรียกว่า ร้านอาหารคนมีสตางค์มากหน่อยนะครับ ตามดีพาร์ทเมนท์สโตร์ (Department store) ใหญ่ ๆ หรือว่าภัตตาคาร อันนั้นถ้าเป็นอาหารสําเร็จรูปก็อาจจะอยู่ที่ ๔๕-๕๐ บาท เราก็ไม่ เข้าไปแทรกแซงเขาเท่าไรเพราะคิดว่าก็คงจะเอื้อเฟื้อกันได้ตรงนั้นนะครับ แต่ว่าขอ กราบเรียนว่าที่พูดว่าตัวเลขซีพีไอ เป็นตัวเลขเฉลี่ย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมารวมนะครับ แต่อันนั้นเป็นเทคนิควิธีการที่จะดูราคาสินค้า แต่ถึงอย่างไรเราก็ดูเป็นรายการอยู่แล้วครับ ดูเป็นรายการแล้วก็ดูเป็นหมวดอาหารอย่างที่ผมขอกราบเรียนนะครับ ขอบพระคุณครับ