สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

ยรรยง พวงราช หารือเรื่องราคาสินค้าในประเทศ โดยอธิบายว่ากระทรวงพาณิชย์ใช้ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) เป็นเครื่องมือวัดราคาสินค้า โดยอาศัยข้อมูลจากหน่วยราชการในกระทรวงพาณิชย์ที่ได้พัฒนาองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญวิชาการ และไม่ได้แทรกแซงจากทางการ นอกจากนี้ ยรรยง พวงราช ยังอธิบายว่าดัชนีราคาผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าได้อย่างแม่นยำ และสามารถใช้ประโยชน์ในการบริหารเศรษฐกิจของฝ่ายรัฐบาล

นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ใคร่ขอเวลาเพื่อชี้แจงประเด็นเกี่ยวกับของแพง ซึ่งสมาชิกหลายท่าน รวมทั้งท่านผู้นํา ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนี้ ก็ได้อภิปรายว่าของแพง กระผมอยากจะกราบเรียนว่า ผมเคยทํางานที่กระทรวงพาณิชย์มานานนะครับ เกือบ ๔๐ ปี ก็แทบทุกรัฐบาลจะถูกโจมตี ว่าของแพงทั้งนั้น รัฐบาลที่แล้วก็ถูกโจมตีว่าไข่แพง จนกระทั่งมีเรื่องไข่ชั่งกิโล แล้วก็มีเรื่อง น้ํามันพืช น้ํามันปาล์ม ธงฟ้าออกขาย ก็เป็นที่ปรากฏนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของแพงนี้ จึงเป็นปรากฏการณ์ในระบบเศรษฐกิจการค้าอยู่ การกําหนดเรื่องของแพงของถูกนี้ก็ขึ้นอยู่ กับการที่เราจะเปรียบเทียบในเรื่องตัวสินค้า ในเรื่องเวลานะครับ อย่างเช่น ช่วงเวลา เดือนหนึ่งกับอีกเดือนหนึ่ง เป็นการเปรียบเทียบกัน หรือว่าเดือนนั้นในปีนี้ กับเดือนนั้น ในปีที่แล้ว ก็มีการเปรียบเทียบกันอย่างนั้นนะครับ แล้วก็แม้แต่ในวันเวลาที่อาจจะเป็นวันเดียวกันราคาสินค้าก็จะขึ้นลงอยู่นะครับ เราจะได้เห็น ถ้าเห็นชัด ๆ ก็คือราคาทองในปัจจุบัน แต่ว่าราคาสินค้าบางอย่าง อย่างเช่น เนื้อสัตว์ ตอน เช้าก็อาจจะแพงมากนะครับ ตอนเย็นก็อาจจะต้องมีการขายในราคาที่ถูกลง ก็เป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นวิธีเปรียบเทียบต่าง ๆ นี้ในทางวิชาการหรือในด้านนโยบายก็มีการจัดทําสิ่งที่เรียกว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็ได้ทํามาประมาณเกือบ ๖๐ ปีแล้วครับ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ที่เรียกสั้น ๆ ว่าซีพีไอ (CPI) นี้นะครับ ก็เป็นการวัดเปรียบเทียบ ราคาสินค้าที่ประชาชนทั่วไปใช้อยู่ประมาณ ๔๐๐ กว่ารายการ กระทรวงพาณิชย์ได้มีเจ้าหน้าที่ ในสํานักดัชนี้เศรษฐกิจการค้าอยู่ทั่วประเทศ คอยเก็บราคาสินค้านะครับในรายการที่กําหนดไว้ เปรียบเทียบกัน บางตัวก็ทุก ๆ วัน บางตัวก็ทุกสัปดาห์ บางตัวก็ทุกเดือนนะครับ ในจํานวน ๔๐๐ กว่าตัวนี้ แล้วก็วิธีคิดแต่ละวันก็ต้องเฉลี่ยนะครับ หมายความว่าที่แต่ละตลาด อย่างในกรุงเทพมหานครก็มีตลาดที่สําคัญ เนื้อสัตว์ก็จะดูที่ตลาดสดเป็นสําคัญนะครับ ก็จะวัดกันออกมา อันนี้เรียกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดถึงซีพีไอ ของแต่ละเดือน แต่ละปีนี้ ก็เป็นราคาเฉลี่ย ราคาขายปลีกเฉลี่ยนะครับ เพราะฉะนั้น บางทีตัวผมเองในฐานะผู้ปฏิบัติก็จะถูกโจมตีว่าพูดไม่จริงบ้างอะไรบ้างนะครับ อย่างเช่น ราคาเนื้อหมูหรือราคาไข่ไก่ ก็จะมีคนบอกว่าอันนี้เป็นราคาที่ไม่จริง เพราะที่ท่านไปสํารวจเอง หรือที่นักข่าวไปสํารวจ ท่านก็ไม่ได้สํารวจทั่วไปเหมือนที่เจ้าหน้าที่เขาอยู่ประจําตามจุดต่าง ๆ ก็จะคิดว่าอันนี้จริงบ้างไม่จริงบ้างนะครับ แต่ผมกราบเรียนว่าหน่วยราชการในกระทรวงพาณิชย์ ที่จัดทําดัชนีราคาสินค้านี้ก็เป็นหน่วยที่ได้พัฒนาองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญวิชาการ โดยการเมืองไม่ได้ไปแทรก เพราะฉะนั้นวิธีวัดราคาสินค้านั้น กระผมก็ขอกราบเรียนว่า ก็เพื่อประโยชน์ในการที่กระทรวงพาณิชย์เอง ในการที่รัฐบาลจะได้เอาไปติดตามดูแลกํากับ เรื่องราคาสินค้า แล้วจริง ๆ แล้วดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคนี้นะครับ ที่มีสมาชิกบางท่าน นะครับ ก็ขอเอ่ยนาม คือท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ก็บอกว่าเราน่าจะได้เผยแพร่ให้ประชาชน ทั่วไปทราบ ก็ขอกราบเรียนว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปนี้ท่านก็ติดตามได้ที่เว็บไซต์ (Web site) ของกระทรวงพาณิชย์ในส่วนที่เกี่ยวกับราคาสินค้านะครับ ชื่อว่าเวิลด์ ไวด์ เว็บ ไพรซ์.เอ็มโอซี.จีโอ.ทีเอช (WWW.Price.moc.go.th) ท่านก็จะได้เปรียบเทียบราคา สินค้าของทุกเดือนที่จะเปรียบเทียบกันได้นะครับ ทีนี้ประโยชน์ของดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งเป็นเหมือนกับเครื่องมือวัดราคาสินค้านั้น เป็นสิ่งที่นํามาใช้ประโยชน์สําหรับฝ่ายรัฐบาล นะครับ ในการบริหารก็คือ กระทรวงพาณิชย์ก็จะได้ใช้กํากับราคาสินค้าตัวสินค้าต่าง ๆ หมวดสินค้าต่าง ๆ หรือบริการต่าง ๆ นะครับ สําหรับหน่วยราชการอื่นที่เอาไปใช้ในการ วางแผนทํานโยบายเศรษฐกิจ อย่างเช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ กระทรวงการคลัง หรือกระทรวงอุตสาหกรรม สภาหอการค้า แห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็จะนําไปใช้ในการวางแผนธุรกิจ นะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนว่าความเชื่อถือในดัชนีราคาผู้บริโภคที่ได้จัดทํา สําหรับ ผู้ใช้เองก็ยังไม่มีใครบ่นนะครับ บอกว่ามันถูกหรือไม่ถูกอย่างไร ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ เชื่อถือได้ ทีนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับราคาสินค้าที่ทางรัฐบาลหรือกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามดูแล นะครับ ก็จะอาศัยดัชนีนี้ไปดูราคาสินค้าเป็นหมวด ๆ นะครับ ติดตามอยู่ตลอดเวลานะครับ บางทีท่านอาจจะรู้สึกว่าดัชนีที่แต่ละเดือนที่เราประกาศออกมามันค้านความรู้สึก ก็มีหลายครั้ง แม้แต่ในรัฐบาลที่แล้วนะครับ คนก็จะบอกว่ามันต่ําเกินความจริง หรือว่าสูงเกินความจริง อย่างเช่นช่วงหลังน้ําท่วม หรือบางทีช่วงก่อนที่จะมีเทศกาลบางอย่างราคาสินค้าก็จะขึ้นไป อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าความเป็นจริงในชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่นะครับ ทีนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับ ผลงานของรัฐบาลในช่วง ปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕ เรื่องราคาสินค้า ผมก็อยากจะขอกราบเรียนว่า ถ้าจะใช้ดัชนีราคาผู้บริโภคเป็นเครื่องวัดนะครับ ก็จะพบว่าดัชนีเฉลี่ยในปี ๒๕๕๓ ที่ผมไม่พูดถึง ปี ๒๕๕๔ เพราะปี ๒๕๕๔ นี่เป็นแชร์กันระหว่าง ๒ รัฐบาลนะครับ ปี ๒๕๕๓ ดัชนีเฉลี่ยอยู่ที่ ๓.๓๐ นะครับ ส่วนปี ๒๕๕๕ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ชุดแรกก็จะอยู่ที่ ๓.๐๒ หมายความว่าซีพีไอ ทั่วไปราคา สินค้าก็ไม่ได้เพิ่มมากขึ้นเกินกว่าอัตราปกติที่มีนะครับ สําหรับในปีดังกล่าวก็คือปี ๒๕๕๓ ในหมวดอาหาร ดัชนีอยู่ที่ ๕.๔ ส่วนดัชนีราคาอาหารในปี ๒๕๕๕ ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่ที่ ๔.๘๕ ก็คือการเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าของรัฐบาลชุดก่อนนะครับ สําหรับในหมวด พลังงานก็เช่นกันนะครับ ก็คือในปี ๒๕๕๓ หมวดพลังงานมีการเพิ่มขึ้นอยู่ที่ ๙.๗ แล้วก็หมวดพลังงานนี้เองในปี ๒๕๕๕ ก็อยู่ที่ ๗.๐๙ อย่างนี้ผมก็อยากจะเปรียบเทียบว่า อย่างนี้นะครับ ดัชนีราคาผู้บริโภคนี้เป็นราคาเฉลี่ยของราคาสินค้าที่ประชาชนทั่วไปใช้ เพราะฉะนั้นที่เราเห็นว่าสินค้าบางตัวในบางช่วงเวลาที่มันขึ้น บางตัวก็เป็นเรื่องของ อาจจะเรียกว่าเป็นฤดูกาลนะครับ ก็เป็นซีสแนล (Seasonal) แต่ว่าบางตัวก็ขึ้นอยู่กับเรื่อง การเพิ่มขึ้นของวัตถุดิบ ราคาวัตถุดิบ การเพิ่มขึ้นของเศรษฐกิจโลก บางทีก็อยู่ที่ การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ก็คือค่าของเงินเป็นต้น เพราะว่าสินค้าบางตัวเราต้อง นําเข้ามานะครับ อย่างเช่นถั่วเหลืองก็เอามาใช้เป็นกากถั่วเหลือง เป็นน้ํามันถั่วเหลือง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านั้นก็เป็นวัตถุดิบที่มีราคาเพิ่มขึ้น ราคาน้ํามันในตลาดโลกก็เป็นปัจจัย อีกอันหนึ่งซึ่งทําให้เกิดขึ้น หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ในการเมือง ความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศที่มีผลต่อระบบต่อภาวะทางเศรษฐกิจโลก อย่างเช่นในตะวันออกกลาง เป็นต้น ก็จะมีผลต่อราคาน้ํามัน เพราะฉะนั้นราคาสินค้าที่รัฐบาลได้ติดตามดูแลโดยเฉพาะ รัฐบาลนี้ ก็มุ่งไปที่หมวดอาหารแล้วก็ของอุปโภคบริโภคเป็นหลัก ที่กระทรวงพาณิชย์ติดตาม ดูแลอยู่ ก็พบว่าราคาสินค้าทั่ว ๆ ไปในปัจจุบันนี้นอกจากไข่เท่านั้นนะครับที่แพงขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามในส่วนอื่น ๆ เราก็พยายามที่จะให้ราคาสินค้าเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ หมายความว่าไม่ขึ้นลง รวดเร็วเกินไป เพราะว่าสินค้าบางตัวที่เป็นวัตถุดิบ อย่างเช่น พวกเนื้อสัตว์ พวกหมู พวกไก่ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าปล่อยให้ราคาสินค้าผันผวนก็จะมีผลกระทบ ต่อทั้ง ๒ ด้านนะครับ ก็คือ ๑. ต่อผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้า แม่ค้าข้าวแกงสําเร็จรูปต่าง ๆ ก็จะได้รับความเดือดร้อนนะครับ ในขณะเดียวกันผู้บริโภคก็จะได้รับความเดือดร้อน เช่นเดียวกัน แต่ถ้าเราไปกดราคามากเกินไป ฝ่ายผู้ผลิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเกษตรก็จะ เดือดร้อน เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนว่ากิจกรรมต่าง ๆ หรือมาตรการที่รัฐบาลพยายาม ที่จะไปดูแลนี้ ก็พยายามที่จะดูแลเรื่องราคาสินค้าในทุกช่วงของสินค้านะครับ ราคาของ ผู้ผลิต ก็คือราคาหน้าโรงงาน ราคาของผู้ค้าทั้ง ๒ ช่วง ก็คือคนกลาง พวกราคาขายส่ง หรือว่าตอนปลาย ก็คือราคาขายปลีก ซึ่งผู้ประกอบการค้า ค้าปลีกทั่ว ๆ นี่ไปว่าไม่ให้ เอารัดเอาเปรียบของกลไกตลาดในแต่ละช่วงนะครับ อันนี้ก็เป็นวิธีการที่กระทรวงพาณิชย์ ได้ดําเนินมาและได้พยายามที่จะปรับปรุงนะครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์นี้ ก็ได้พยายามที่จะเข้าไปดูแลทั้งต้นทุน ก็คือพวกวัตถุดิบต่าง ๆ ราคาให้มีความเป็นธรรม ไม่ให้ขึ้นสูงเกินไป ถ้าตัวไหนที่เป็นภาระมากเกินไปก็จะไปทําธงฟ้า ซึ่งผมตอนนี้ก็เป็นคนแรก นะครับที่ถูกฟ้องเรื่องธงฟ้า ก็คิดว่าขอบคุณผู้ที่ฟ้องเพราะเขาฟ้องด้วยเป็นความเป็นธรรม นะครับ ผมก็รู้สึกว่าที่ฟ้องไปเพื่อต้องการที่จะให้มีความชัดเจนในเรื่องนโยบายที่รัฐบาล เข้าไปดําเนินการต่าง ๆ ก็ขอขอบคุณมากครับ