สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

กิตติรัตน์ ณ ระนอง หารือเรื่องรายงานผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ และเสนอแผนการบริหารจัดการเพื่อลดการขาดดุล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการช่วยเหลือเกษตรกร การควบคุมราคาสินค้า การแก้ไขปัญหหนี้สาธารณะ และการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อกระจายโอกาสให้กับประชาชน และยังเสนอแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ กระผมตระหนักดีว่า ในภารกิจในการรายงานผลการดําเนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ สําหรับการปฏิบัติภารกิจในช่วงปีที่ ๑ ของรัฐบาลเป็นวาระที่มีความสําคัญเพื่อให้ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายซักถาม แล้วก็ให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ นะครับ อย่างไรก็ตาม ผมจะขออนุญาตใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เพื่อที่จะได้กราบเรียนแง่มุม ทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งอยู่ในรายงานที่ได้มอบให้กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านแล้ว นะครับ ด้วยความที่เฉพาะด้านเศรษฐกิจนั้นเป็นรายงานระหว่างหน้า ๒๗๗-๔๒๐ ซึ่งมี ความยาวถึง ๑๔๓ หน้า กระผมจึงจะขออนุญาตได้กราบเรียนเป็นภาพรวมโดยใช้เวลาเพียง สั้น ๆ นะครับ เพื่อที่จะได้กราบเรียนว่าในภารกิจด้านเศรษฐกิจนั้นได้มีการปฏิบัติตาม มาตรา ๘๓ และมาตรา ๘๔ ซึ่งมีหลักการให้รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการดําเนินการ ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งรัฐจะต้องดําเนินการตามแนวนโยบาย ทางด้านเศรษฐกิจที่ครอบคลุมถึง ๑๔ ด้าน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การสนับสนุนเศรษฐกิจ แบบเสรีและเป็นธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด การดําเนินการให้มีการกระจายรายได้ที่ เป็นธรรม การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีกิจการพาณิชย์นาวี การขนส่งทางราง รวมทั้งการ ดําเนินการตามระบบบริหารจัดการขนส่งทั้งภายในและต่างประเทศ และรวมถึงการส่งเสริม และสนับสนุนองค์กรภาคเอกชนทางเศรษฐกิจทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นให้มี ความเข้มแข็ง ผมจะขออนุญาตได้ใช้แผ่นใสเพียง ๔-๕ แผ่น ตามที่ได้กราบขออนุญาตต่อ ท่านประธานไว้แล้วนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ในแผ่นใสแรกนั้นเพียงแต่ต้องการกราบเรียนว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศของเรายังคงดําเนินนโยบายด้านงบประมาณที่เรียกว่างบประมาณขาดดุล คือมี งบประมาณรายจ่ายที่สูงกว่ารายรับอยู่นะครับ ย้อนไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ นั้นเราก็มีการจัดเก็บ รายได้ประมาณ ๑.๕ ล้านล้านบาท แล้วก็มีงบประมาณรายจ่ายอยู่ที่ประมาณ ๑.๖๖ ล้าน ล้านบาท ซึ่งเป็นการขาดดุลอยู่ที่ ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา เราก็มีความจําเป็นที่จะต้องบริหารงบประมาณในลักษณะที่มีการขาดดุลอย่างต่อเนื่อง แล้วก็อาจจะมีความจําเป็นที่จะต้องขาดดุลมากขึ้นในช่วงเวลา ๓-๔ ปี เนื่องจากปัญหา ทางเศรษฐกิจ แล้วก็ประเด็นในเรื่องของการดําเนินการ การขาดดุลงบประมาณนั้นมีจํานวน เพิ่มขึ้นจนถึงระดับใกล้เคียง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อปี ๒๕๔๔ ซึ่งท่านสมาชิกคงจะจําได้ว่า ในรัฐบาลนี้เมื่อเข้ามา มีความตั้งใจที่จะจัดทํางบประมาณในลักษณะที่มีการขาดดุลลดลง แต่ด้วยเหตุที่จะต้องมีการจัดเตรียมงบประมาณเพื่อชดเชยเงินคงคลังที่ติดลบมาก่อนหน้านั้น จํานวนประมาณ ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลนี้จึงเริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าให้มีรายได้อยู่ที่ ๑.๙๘ ล้านล้านบาท และมีงบประมาณรายจ่าย ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ซึ่งครอบคลุมในส่วนที่เป็น ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่ยกยอดมาจากการปฏิบัติก่อนหน้านี้ด้วย อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า การดําเนินการในเรื่องของการรักษาความยั่งยืนทางการคลังนั้นเราสามารถดําเนินการให้มี การขาดดุลงบประมาณลดลง ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ซึ่งกําลังจะหมดลงอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เราสามารถที่จะทําให้มีการขาดดุลงบประมาณลดลงจาก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และงบประมาณใหม่ซึ่งที่จริงก็ได้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว นะครับ การขาดดุลงบประมาณก็จะมียอดลดลงอีก เหลือเพียง ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถ้าหากว่านําไปเทียบเคียงกับจีดีพีของประเทศนั้นก็จะเห็นได้ว่ามีระดับที่น้อยกว่าร้อยละ ๒ ของจีดีพีซึ่งมีเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่สามารถทําได้ แล้วทิศทางในการที่จะลดการขาดดุลนั้น ยังคงเดินหน้าต่อไปโดยมีเป้าหมายที่จะให้เกิดความสมดุลในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ขออนุญาตภาพฉายถัดไปนะครับ ในเรื่องของประมาณการณ์หนี้สาธารณะต่อจีดีพี ซึ่งกระผมได้เคยกราบเรียนในหลายโอกาสว่ากรอบวินัยการคลังซึ่งได้ถูกกําหนดขึ้นโดย กระทรวงการคลังนั้นอยู่ที่ร้อยละ ๖๐ ของจีดีพี ซึ่งเป็นระดับที่ได้ถูกกําหนดขึ้นก่อนหน้านี้ รัฐบาลนี้จะเข้ามา อย่างไรก็ตามการที่เราจะพยายามระมัดระวังให้ระดับหนี้สาธารณะต่อ จีดีพีนั้นไม่เข้าไปใกล้เพดานที่มีการกําหนดขึ้น เราจึงได้การวางแผนในการบริหารจัดการ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารรายรับแล้วก็งบประมาณ รวมทั้งการกู้เงินในโครงการต่าง ๆ ทั้งในส่วนที่มีความจําเป็นและได้ผ่านการพิจารณาของสภาแล้ว รวมทั้งในส่วนที่กําลัง ดําเนินการอยู่ก็จะสามารถทําให้มีการควบคุมระดับหนี้สาธารณะให้อยู่ในระดับที่ไม่สูงเกิน ร้อยละ ๕๐ แล้วก็จะมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ หลังจากปี ๒๕๖๐ ซึ่งในส่วนนี้ก็ขออนุญาต ให้ความเชื่อมั่นท่าน แล้วท่านคงจําได้ว่าในระดับหนี้สาธารณะจํานวนร้อยละ ๔๐ เศษ ๆ ดังกล่าวนั้นมีหนี้สาธารณะจํานวน ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ซึ่งยังรวมยอดอยู่ในนี้แต่ว่าเป็นหนี้ ที่ไม่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดอกเบี้ยหรือเงินต้นก็ตาม ดังนั้น ยอดจํานวนเงินดังกล่าวนั้นมีสัดส่วนประมาณร้อยละ ๘ ของจีดีพี ดังนั้นถือว่าระดับ หนี้สาธารณะที่เป็นภาระต่องบประมาณแผ่นดินนั้นมีระดับที่ต่ํากว่าที่กังวลกันนะครับ อย่างไรก็ตามไม่เพียงแต่เรื่องของการที่จะเทียบเคียงระดับหนี้สาธารณะกับจีดีพีเท่านั้น แต่การที่จะประมาณการในเรื่องของการชําระดอกเบี้ยและเงินต้นไปในอนาคตนั้น เราก็มี กรอบที่เราตั้งใจจะทํางานให้เป็นวินัยการคลังที่ดี คือการดูแลการชําระดอกเบี้ยและเงินต้น ไม่ควรจะเกินร้อยละ ๑๕ ของงบประมาณประจําปี ซึ่งท่านจะเป็นได้ว่าในชาร์ท(Chart) นี้ ได้แสดงให้เห็นถึงยอดของการควบคุมงบประมาณในส่วนที่จะดูแลชําระเงินต้นและดอกเบี้ย อยู่ในระดับเพียงประมาณร้อยละ ๑๐ และจะน้อยลงในช่วงอีกหลายปีที่ต่อเนื่องไปนะครับ ผมขออนุญาตเรียน ขอไปแผ่นฉายต่อไปนะครับ ในส่วนของผลการดําเนินการตามนโยบาย ของรัฐบาล ซึ่งได้กราบเรียนเมื่อเสนอต่อรัฐสภาไว้แล้วว่าหลักการในเรื่องของการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส และสร้างรากฐานแห่งอนาคต ซึ่งผมจะขออนุญาตกราบเรียน โดยสังเขปว่าแนวทางในการเพิ่มรายได้นั้นก็คือรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การที่เรา ทําให้เศรษฐกิจยังคงขยายตัวในอัตราที่เหมาะสมแล้วก็มีเสถียรภาพจะสามารถรักษา การจ้างงาน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในช่วงเวลาที่รัฐบาลบริหารงานมาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะ เกิดอุทกภัยก็ตามยังคงมีอัตราการจ้างงานอย่างเต็มที่ การว่างงานอยู่ในระดับที่ต่ํามาก แล้วก็สามารถทําให้ประชาชนมีรายได้ที่ดี ในส่วนของการหารายได้เข้าประเทศนั้น ท่ามกลาง ความยากลําบากในการส่งออกซึ่งเป็นปัญหาของโลก เราสามารถที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยว จากต่างประเทศและในประเทศ เฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศนั้น ซึ่งแต่เดิมนั้นเรามี นักท่องเที่ยวในจํานวนเพียงไม่ถึง ๒๐ ล้านคนต่อปี ขณะนี้ยอดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นโดยลําดับ และในปี ๒๕๕๕ เรามีนักท่องเที่ยวมากถึง ๒๒ ล้านคน และรวมทั้งในปี ๒๕๕๖ ก็จะมี การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย ในส่วนที่เป็นเรื่องของรายได้ของประชาชนนั้น นโยบายในการ ปรับค่าแรงขั้นต่ําได้มีการดําเนินการจนเป็นผลและมีการประกาศเป็นค่าจ้างขั้นต่ํา โดยคณะกรรมการไตรภาคีซึ่งประกอบไปด้วยทั้งฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และภาครัฐ ได้มีการดําเนินการจนผ่านมติ ครม. ให้สามารถกําหนดเป็นค่าจ้างขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท ทั่วประเทศไปแล้ว การดูแลสินค้าเกษตรหลักก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลดําเนินการ ไม่ว่าจะสินค้า เกษตรประเภทใดที่เป็นประเภทหลักนี่นะครับ เราก็มีการดําเนินการเพื่อให้ระดับราคาสินค้า อยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้วก็สามารถทําให้เกิดรายได้ที่ดีกับเกษตรกร การปรับฐานเงินเดือน ของบุคลากรภาครัฐก็ได้มีการดําเนินการไปตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้และการส่งเสริม ประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจและองค์กรของรัฐนั้นสามารถทําได้เป็นผลที่ดี รายได้ ขององค์กรรัฐวิสาหกิจและองค์กรของรัฐอื่น ๆ ซึ่งเคยอยู่ในระดับเพียงประมาณ ๘๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ เมื่อปี ๒๕๕๒ ในปี ๒๕๕๕ เราสามารถทําให้มีรายได้นําส่งคลัง สูงถึง ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท และรวมทั้งการดําเนินการในการทําให้รัฐมีรายได้โดยการขยาย ฐานภาษีและไม่ได้ผ่านกลไกในการเพิ่มอัตราภาษี ดังนั้นการดําเนินการในส่วนนี้สามารถ ทําให้รายรับของรัฐเป็นไปตามเป้าหมายและสามารถทําให้เกิดการขาดดุลงบประมาณ ที่ลดลงดังที่ผมได้เรียนแล้วในภาพฉายแผ่นก่อนนะครับ ในส่วนของการลดรายจ่ายนั้นเราได้ ดําเนินการในเรื่องของการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เพื่อทําให้ราคาน้ํามัน ขายปลีกประเภทต่าง ๆ นั้นมีราคาที่ลดลง แต่เนื่องจากราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกได้ทะยาน ขึ้นหลังจากการดําเนินการนี้ไประยะหนึ่งนะครับ เราก็ยังสามารถที่จะรักษาระดับราคาน้ํามัน ขายปลีกไว้ไม่ให้ผันผวนตามราคาน้ํามันดิบในตลาดโลกที่ทะยานขึ้นไป เรามีการลด การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามันดีเซล ซึ่งก็สามารถควบคุมให้ระดับน้ํามันดีเซล ซึ่งเป็น น้ํามันที่ใช้ในการขนส่งสินค้าทั่วประเทศอยู่ในระดับที่ไม่เกิน ๓๐ บาทต่อลิตร

การดําเนินการเรื่องของการพักหนี้และการลดดอกเบี้ยให้กับเกษตรกร รายย่อยและผู้มีรายได้น้อยก็ได้ดําเนินการจนเป็นผลให้เกษตรกรต่าง ๆ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะ ไม่สามารถชําระหนี้ได้ เนื่องจากรายได้ในอดีตจากการขายสินค้าเกษตรนั้นมีไม่เพียงพอ สามารถที่จะดูแลการชําระดอกเบี้ยและเงินต้นต่าง ๆ ได้ การกํากับดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค ก็ขออนุญาตเรียนว่ารัฐบาลให้ความสําคัญในส่วนนี้นะครับ และได้ดําเนินการให้มีการดูแล กําหนดสินค้าควบคุมจํานวน ๔๒ รายการ และสินค้าและบริการที่มีภารกิจให้รัฐบาลติดตาม ดูแล ๒๒๕ รายการ การตรึงราคาจําหน่ายสินค้าเพื่อบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน เป็นระยะเวลาต่อเนื่องในสินค้า ๗ หมวด จํานวน ๑๔๐ รายการ ซึ่งจากการดูแลดังกล่าว นะครับ ทําให้สินค้ารายการสําคัญ ๆ มีราคาไม่เพิ่มขึ้น แล้วก็มีราคาลดลงเมื่อเทียบกับ ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน การแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะ จํานวน ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ที่ผมได้กราบเรียนไป ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณา ผ่านพระราชกําหนดนะครับ ซึ่งทําให้หนี้จํานวนดังกล่าวนั้นมีกลไกในการกํากับดูแลที่ไม่พึ่ง งบประมาณแผ่นดินเหมือนกับช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา

ขอภาพฉายถัดไปครับ ในส่วนเรื่องของการขยายโอกาสนั้น การดําเนินการ ในการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อให้ภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้ชําระภาษีอย่างตรงไปตรงมา สามารถที่จะชําระภาษีในอัตราที่สามารถแข่งขันได้กับผู้ประกอบการ ไม่ว่าเป็นประเทศใด ๆ ในอาเซียนและในโลก โครงการบ้านหลังแรกและโครงการรถคันแรก เป็นโครงการ ที่ให้โอกาสพี่น้องประชาชนได้สามารถมีสินทรัพย์ที่สําคัญของชีวิต ในเรื่องของที่อยู่อาศัย และยานพาหนะที่มีขนาดเล็ก ๆ นะครับ ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว ทําให้ผู้ที่ใช้สิทธิจํานวนกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน สามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์สําคัญนี้ได้

แนวทางเรื่องของการกําหนดบัตรสินเชื่อเกษตรกรซึ่งก็ช่วยให้เกษตรกร ต่าง ๆ สามารถมีวงเงินสินเชื่อเพื่อปัจจัยการผลิต โดยไม่จําเป็นต้องพึ่งพิงอัตราดอกเบี้ยที่สูง นอกระบบ โครงการเงินกู้เพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคตก็ได้ให้โอกาสบุตรหลาน ซึ่งมีความสามารถในการเรียนในสาขาวิชาชีพที่มีความขาดแคลน แล้วก็สามารถที่จะมีความ สบายใจว่าการชําระหนี้จะเกิดขึ้นเมื่อท่านสามารถมีรายได้ถึงระดับที่กําหนด นอกจากนั้น ยังดําเนินการในเรื่องของการสร้างรากฐานในอนาคต นอกเหนือจากเรื่องของการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายและขยายโอกาสนั้น เรายังดําเนินการในส่วนของการสร้างความเชื่อมั่นหลังภาวะ อุทกภัย จะเห็นได้ว่าผู้ลงทุนทั้งภาคธุรกิจ ทั้งต่างประเทศและในประเทศยังคงมีความเชื่อมั่น ทําให้อัตราการจ้างงานของเรานั้นไม่ถูกกระทบกระเทือน แม้ว่าเราจะมีวิกฤติอุทกภัย ครั้งใหญ่

การดําเนินการเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ซึ่งท่าน ก็คงจะจําได้ว่าหลังจากที่เรามีระบบรถไฟทางคู่ในช่วงฉะเชิงเทรา ศรีราชา แหลมฉบังแล้ว นะครับ รัฐบาลได้ผลักดันให้เกิดการอนุมัติรถไฟทางคู่ในช่วงที่ต่อเนื่อง คือ ฉะเชิงเทรา คลองสิบเก้า และแก่งคอย นอกจากนั้นในเรื่องของระบบขนส่งทางรางต่าง ๆ ซึ่งก็อยู่ในชั้นที่ มีการเตรียมการ และรวมถึงระบบขนส่งมวลชนที่กําลังมีการก่อสร้างต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นสีแดงอ่อน สีม่วง สีน้ําเงิน สีเขียวเข้ม สีเขียวอ่อน โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ กําลังดําเนินการก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งในเรื่องของรถไฟสายสีแดง ซึ่งจะเชื่อม ช่วงบางซื่อถึงรังสิตนั้น ทางกระทรวงคมนาคมก็ได้ให้ความสําคัญในการที่จะดําเนินการ ให้มีความคืบหน้านะครับ

การดําเนินการในส่วนของการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนนั้น รัฐบาล ได้ดําเนินการตามแผนแม่บทยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการพัฒนาชุมชน ฉบับที่ ๑ ช่วงระหว่างปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๗ โดยการทํางานร่วมกัน กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจํานวน ๗,๘๕๒ แห่ง และนอกจากนั้นได้มีการดําเนินการ เพื่อให้ความเข้าใจในเรื่องของหลักการของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นที่รับรู้ รับทราบโดยทั่วไป

การเตรียมการเพื่อส่งเสริมการออมของแรงงานนอกระบบ รัฐบาลได้มีการ สํารวจความซ้ําซ้อนของกฎหมาย และความมีประสิทธิภาพของการบริหารงาน ซึ่งในขณะนี้ ในกองทุนประกันสังคมนั้นได้มีการเตรียมการที่จะรองรับการออมของแรงงานนอกระบบ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ให้มีลักษณะสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการส่งเสริมการออม และสามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เกิดความสิ้นเปลืองของความซ้ําซ้อน ของการจัดตั้งหน่วยงานสํานักงาน หรืองบประมาณในเชิงของการบริหารจัดการ

การจัดทําระบบงานเพื่อการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรและสินค้า อุตสาหกรรม ได้มีการเตรียมการเพื่อให้สามารถทําระบบเกษตรโซนนิ่ง (Zoning) มีการสํารวจพื้นที่เพาะปลูกพืชชนิดต่าง ๆ มีการกําหนดพื้นที่ที่มีความเหมาะสมและ ไม่เหมาะสมต่าง ๆ รวมทั้งมีการเตรียมการในภาคอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องในการใช้สินค้า เกษตรเหล่านั้น รวมทั้งสินค้าอุตสาหกรรมชนิดอื่น ๆ โดยการทํางานร่วมกันกับสํานักงาน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนนะครับ เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการส่งเสริม การลงทุน ซึ่งแต่เดิมนั้นเน้นการจ้างงานมาสู่การเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าที่มีการผลิต ภายในประเทศ

การจัดการสินทรัพย์ของประเทศให้เกิดประโยชน์ ท่านสมาชิกคงสังเกตเห็น นะครับ ว่าประเทศเป็นเจ้าของสินทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอสังหาริมทรัพย์จํานวนมาก แต่ปรากฏว่าสินทรัพย์เหล่านั้นกลับไม่ได้ถูกนํามาใช้ประโยชน์ให้เกิดผลประโยชน์อย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นในเชิงเศรษฐกิจ หรือการให้บริการสาธารณชนนะครับ การเตรียมการในส่วนนี้ ทางกระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ได้ทํางานร่วมกับส่วนราชการทุกแห่ง เพื่อที่จะทําให้เกิด ความคุ้มค่าในการบริหารจัดการ ซึ่งก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ ซึ่งได้กรุณาสนับสนุนพระราชบัญญัติการลงทุนของเอกชนและรัฐ ซึ่งสามารถที่จะ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ตั้งแต่วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖ ไปแล้ว ดังนั้นการเตรียมการ เหล่านี้ก็จะเห็นผลรับที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า รวมทั้งการบริหารงบประมาณให้มี ประสิทธิภาพ ท่านคงทราบดีว่ารัฐบาลนี้ได้เข้ามาในช่วงที่เป็นรอยต่อนะครับ แล้วทําให้การ บริหารงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ซึ่งอาจจะยังไม่สามารถผลักดันให้เกิดการใช้จ่ายงบประมาณ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ รัฐบาลได้ดําเนินการผ่อนผันในเรื่องของการใช้งบประมาณ ข้ามปี เพื่อให้งบประมาณในส่วนที่ค้างอยู่จากปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ นั้น สามารถูกใช้จ่ายได้ แล้วรวมทั้งงบประมาณในปี ๒๕๕๕ ซึ่งรัฐบาลนี้สามารถดําเนินการให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๕ ซึ่งก็ล่าช้าไปกว่ากําหนดเกือบ ๕ เดือน การดําเนินการ ในเรื่องของการบริหารงบประมาณต่าง ๆ จึงสามารถผลักดันให้มีประสิทธิภาพได้ แล้วก็ ขออนุญาตเรียนว่าในงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ และปี ๒๕๕๗ นั้น ประสิทธิภาพของการใช้ งบประมาณก็จะยิ่งดีขึ้นโดยลําดับ ดังนั้นการดําเนินการใช้งบประมาณนั้น ยังเพียงแต่เรื่อง ของการผลักดันให้เกิดการใช้จ่ายอย่างสอดคล้องกับระยะเวลาที่สมควรที่มีการดําเนินการ ประกาศหลักเกณฑ์การคํานวณราคากลางชนิดต่าง ๆ จนครบถ้วนตามกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ และสามารถดําเนินการได้ตั้งแต่ราคากลางของงานก่อสร้าง ซึ่งใช้มาตั้งแต่วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๕ จนถึงราคากลางของงานจัดซื้อจัดจ้างทุกชนิดแล้วในขณะนี้นะครับ

ผมขออนุญาตได้สรุปด้วยแผ่นใสสุดท้ายนะครับ ผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือจีดีพี ของประเทศนั้นจะเห็นได้ว่าไม่มีความผันผวนนะครับ ในช่วงก่อนหน้านั้นก็มีความผันผวน อันเกิดจากภาวะเศรษฐกิจของโลก แล้วก็ผลกระทบที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามา แล้วได้เผชิญกับภาวะอุทกภัยอย่างที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กราบเรียน ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นะครับ แต่รัฐบาลก็สามารถที่จะทําให้การติดลบของจีดีพีเกิดขึ้น เพียงช่วงเวลาไตรมาสเดียว แล้วก็หลังจากนั้นเราสามารถที่จะทําให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโต ได้ จนกระทั่งในปีปฏิทิน ๒๕๕๕ นะครับ เรามีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจตลอดปีอยู่ที่ ร้อยละ ๖.๕ ซึ่งก็เป็นทิศทาง ซึ่งยังสามารถที่จะทําให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวต่อเนื่อง ได้ตามศักยภาพในระยะยาว จึงขออนุญาตได้กราบเรียนท่านสมาชิกเพื่อที่จะได้เห็นภาพ เศรษฐกิจโดยรวมก่อนที่ท่านจะได้ใช้เวลาในการอภิปราย แล้วก็ตั้งข้อสังเกต รวมทั้งให้ ความคิดเห็นต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ