สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกับกัมพูชา และเรียกร้องให้ดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกัน นอกจากนี้ยังพูดถึงผลประโยชน์ที่ได้รับจากการเยือนของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ และการค้าชายแดน โดยอ้างตัวเลขเพื่อเปรียบเทียบผลการค้าระหว่างสองสมัยรัฐบาล นอกจากนี้ยังระบุว่าการลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นและการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย และแสดงความภาคภูมิใจในผลงานของตนเองในการนำเสนอแนวคิดดีๆ ให้กับองค์กรระหว่างประเทศ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ

ท่านประธาน มาตรา ๘๒ ครับ เขียนไว้ชัดเจนนะครับว่า รัฐต้องส่งเสริมสัมพันธไมตรีและความร่วมมือกับนานาประเทศ แล้วก็ย่อมานะครับ อีกพารากราฟ (Paragraph) หนึ่ง เขียนไว้ว่า รัฐต้องส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวกับนานาชาติ ตลอดจนต้องให้ความคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์ ของคนไทยในต่างประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกําลังนําเสนอขณะนี้ ผมไม่ได้ออกนอก ประเด็นเลยนะครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปเยือนนี่ นําธุรกิจเข้ามาในประเทศ มีการลงทุนเพิ่มอย่างไร นักท่องเที่ยวเพิ่มอย่างไร การค้าเพิ่มขึ้นอย่างไร ท่านทนฟังนิดเดียว ผมจะไม่ลงรายละเอียดมากจนเกินไป จะทําให้กระชับหน่อยนะครับ เพราะว่า พี่น้องประชาชนจะได้เข้าใจ เอาละครับ สําหรับประเทศที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดน ติดกัน หลังจากที่เรามาบริหาร และท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปมีโอกาสพบท่านประธานาธิบดี เต็ง เส่ง นะครับ ในขณะที่ช่วงนั้นน้ําท่วมด้วย ก็ไปพบ แล้วก็ได้มีการพูดคุยกันอย่างเป็นคณะ มีข้อตกลงชัดเจน ในที่สุดก็ตกลงเปิดด่านแม่สอด-เมียวดี ซึ่งปิดมา ๑ ปีกว่านะครับ ตั้งแต่ รัฐบาลท่าน มาเปิดเมื่อ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ นอกจากนั้นแล้วก็มีการตกลงเปิดด่านน้ําพุร้อน มีเอ็มโอยู (MOU) ที่เซ็นกันไว้ ๒ ฉบับ เรื่องการพัฒนาท่าเรือน้ําลึกทวาย และความร่วมมือ เพื่อการพัฒนาในด้านอื่น ๆ ก็มีหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน ผมจะไม่พูดรายละเอียดมากแล้ว นะครับ เพื่อจะให้เร็วขึ้น นอกจากนั้นแล้วความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา ที่เมื่อกี้ผมเอารูป ที่เกิดขึ้นมานั้นให้ท่านดูว่ามีการปะทะกันนั้น พอเรามาบริหาร ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปพบ ท่านสมเด็จฮุนเซนอย่างเป็นทางการนะครับ ก็ได้มีการตกลงกัน ตั้งแต่นี้ไปเราจะแยกปัญหา ข้อพิพาท เขาพระวิหารออกจากความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนระหว่างกัน เดี๋ยวจะมี ตัวเลขครับว่าหลังจากพูดกันจบ ยอดการค้าในแต่ละปี การลงทุนเพิ่มขึ้นเท่าไร เดี๋ยวใจเย็น ๆ มีตัวเลขให้ดู แล้วก็สิ่งที่สําคัญที่สุดก็มีการพูดคุยกันอย่างดี มีการเลิกรบกันตามแนวชายแดน ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกันอีกต่อไป

สําหรับประเทศลาวครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยือนอย่างเป็นทางการ ก็ได้ มีการหารือกันที่จะยกระดับด่านไทย-ลาว ที่ภูดู่ ที่บ้านฮวก จังหวัดพะเยา ให้เป็นจุดผ่านแดน ถาวร แล้วก็มีความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเกษตร การบริหารจัดการน้ําระหว่างกัน นอกจากนั้นแล้วที่สําคัญที่สุดก็มีการพูดเรื่องเขตแดนไทย-ลาว ทั้งทางบกและทางน้ํา ในการประชุมเจบีซี (JBC) เกิดขึ้นได้ มาเลเซียก็ดีครับ มาเลเซียก็มีการรื้อฟื้นการประชุม หารือร่วมระดับสูงคือซึ่งเป็นระดับ ครม. เลยครับ หลังจากที่ห่างเหินกันมานานกว่า ๖ ปี มีการประชุมร่วมไทย-มาเลเซีย เพื่อเปิดการเดินทางข้ามชายแดนไทย-มาเลเซีย ถึง ๒ ครั้ง ด้วยกันนะครับ ท่านประธานอันนี้คือสิ่งที่ได้รับประโยชน์ ทีนี้เอายกตัวอย่างให้ดูอีก ๒ ประเทศ ง่าย ๆ ประเทศจีนนะครับ เราในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยือนจีนก็มี การหารือเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการ แล้วมีการแถลงการณ์ร่วมกัน มีการบอกว่าสิ่งแรก นะครับ ขยายเวลาให้หมีแพนด้าอยู่ต่อในประเทศไทย อันนี้ก็เป็นรูปธรรม ลงนามเอ็มโอยู ความร่วมมือการพัฒนาอย่างยั่งยืนในไทย ๔ ด้าน คือด้านคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต (Tablet) นะครับ การสร้างระบบบริหารจัดการน้ํา โครงการรถไฟฟ้าไทย-จีน พลังงาน ทดแทน นอกจากนั้นแล้วก็มีการวางแผนระยะ ๕ ปี ภายใต้การตกลงและขยายความร่วมมือ ทวิภาคีด้านเศรษฐกิจและการค้า มีการจัดตั้งรูปแบบการหารือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-จีนสําเร็จ เดี๋ยวผมก็จะให้ดูตัวเลขการค้าระหว่างไทยกับจีนเพิ่มขึ้นเท่าไรใน ๒ ปีที่ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์บริหาร นอกจากนั้นผู้นําทั้ง ๒ ฝ่าย ตั้งเป้าการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๐ ต่อปี แล้วตั้งเป้าหมายการลงทุนเพิ่มขึ้นให้ได้ร้อยละ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปีร้อยละ ๑๕ ต่อปี การท่องเที่ยวระหว่างกัน การท่องเที่ยวต้องเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๐ ต่อปี นะครับ อันนี้ก็เป็น ตัวอย่าง นอกจากนั้นเขาก็ส่งมีความร่วมมือที่จะส่งครูจีนมาสอนภาษาจีนในประเทศไทย อินเดียครับ อินเดียก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เราสามารถยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทาง ยุทธศาสตร์ได้สําเร็จ ไทยก็เป็นประตูเชื่อมโยงอาเซียนกับเอเชียใต้ โดยจะมีการเชื่อมถนน ระหว่างไทย-เมียนม่าร์ไปอินเดีย อันนี้ก็จะทําให้เกิดการค้าขายระหว่างกันเพิ่มได้มากขึ้น มีการเพิ่มรายการสินค้าในเอฟทีเอ (FTA) ระหว่างไทยกับอินเดียเป็นที่สําเร็จนะครับ ตั้งคณะทํางานร่วมด้านการกงสุล เพื่อบริการนักท่องเที่ยวอินเดียที่เขามาเที่ยวประเทศไทยมาก เขามาจัดแต่งงานที่จังหวัดภูเก็ต เหมาลําเครื่องบินมาพาแขกมาเลี้ยงทั้งหมดเป็นเศรษฐี ทํารายได้เข้าประเทศ อันนี้เราก็อํานวยความสะดวกให้เขา เป็นการหารือที่เกิดขึ้นระหว่าง ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กับนายกรัฐมนตรีอินเดีย ญี่ปุ่นครับ ญี่ปุ่นนี้เป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด เพราะว่าช่วงนั้นก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะไปเยือนญี่ปุ่น น้ําท่วมประเทศไทยต้องไปสร้าง ความมั่นใจให้กับนักลงทุนญี่ปุ่น ว่าเรามีแผนในการที่จะป้องกันภัยพิบัติน้ําท่วมในอนาคต อย่างไร เพื่อให้เกิดความมั่นใจ เพราะในขณะที่เราเดินทางไปก็มีกลุ่มอีกกลุ่มหนึ่งไม่รู้เป็นใคร ปล่อยข่าวว่าญี่ปุ่นกําลังจะถอนการลงทุน กําลังจะปิดกิจการหนีพอท่านนายกรัฐมนตรี ไปคุยกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น สิ่งที่ได้รับครับ เขาบอกชัดเจนว่าญี่ปุ่นจะไม่หนีจากไทย และจะเพิ่มการลงทุนในไทยฟังอย่างนี้แล้วชื่นใจไหมครับ แล้วตัวเลขเฉพาะญี่ปุ่นนะครับ เดือนมกราคม-ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ มีมูลค่าถึง ๑.๗๖ แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๔๔ เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเดียวกันของปี ๒๕๕๔ อันนี้เป็นข้อมูลจากบีโอไอ (BOI) นะครับ แล้วก็ญี่ปุ่นตกลงขยายเวลาวีซ่า (Visa) ให้แก่คนไทยจาก ๓๐ วันเป็น ๙๐ วัน แบบเข้าได้หลายครั้ง แล้วในที่สุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ญี่ปุ่นก็ประกาศยกเว้นวีซ่าให้กับคนไทยเพื่อไป ประเทศเขา แล้วก็มีการตั้งเป้าการค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ให้ได้ถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายในปี ๒๕๖๐ นอกจากนั้นญี่ปุ่นก็อนุญาตให้นําเข้าเนื้อสุกรแปรรูป แล้วก็ยินดีทบทวน การนําเข้าไก่สดแช่แข็ง ท่านประธานสิ่งเหล่านี้ละครับ เป็นสิ่งที่เราได้รับประโยชน์จาก การเยือนของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วท่านนายกรัฐมนตรี เวลาผมไปเยือนก็ดี ท่านนายกรัฐมนตรี ไปเยือนก็ดี มีการลงนามเอ็มโอยูข้อตกลงระหว่างกัน สมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ๒ ปี ๘ เดือน ได้มีการลงนามในความตกลงไว้ ๑๖ ฉบับ แต่สมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ๒ ปี ลงนามเอ็มโอยูไว้ ๙๔ ฉบับครับ ของท่าน ๑๖ ฉบับ ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ๙๔ ฉบับ แล้วแบบนี้จะว่าไม่ทํางานได้อย่างไร เดี๋ยวตัวเลขข้อมูลมันก็จะเพิ่มขึ้นมา ท่านประธานครับ การไปเดินทางไปเยือนของท่านนายกรัฐมนตรีนอกจากจะไปพบหารือ ทวิภาคีพาภาคธุรกิจร่วมคณะไปแล้ว ท่านยังไปดูงาน ขณะนั้นประเทศไทยเจอน้ําท่วม ในเมื่อไปประเทศเกาหลีใต้ ไปประเทศจีน ไปประเทศญี่ปุ่น ท่านก็ไปดูการแก้ไขปัญหา น้ําท่วมในประเทศจีนและประเทศเกาหลีใต้ และไปดูแนวป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ญี่ปุ่น อันนี้คือสิ่งที่ไปดู นอกจากนั้นแล้วในด้านรถไฟความเร็วสูง เพราะเรากําลัง จะต้องการเป็นฮับ (Hub) เป็นศูนย์กลางของอาเซียน เราเอาสิ่งเหล่านี้ไปขายให้ต่างชาติ ได้เห็นว่าประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน เรามีประเทศเพื่อนบ้านที่ติดกัน อยู่ในอาเซียน เราได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ เพราะฉะนั้นเราบอกว่าถ้าเราจะลงทุน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาจะได้เห็นภาพในสิ่งที่เราทํา ท่านนายกรัฐมนตรีก็เลยพาคณะไปดู รถไฟความเร็วสูงทั้งที่ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเยอรมนี เราไปศึกษาดูงาน เขาไปเดิน ตามสถานีไปดูเขาว่าเขาพัฒนาอย่างไร เพื่อจะได้เอาสิ่งเหล่านี้มา ท่านประธานครับ ปีแรกเราต้องไปสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนภายหลังน้ําท่วมซึ่งเป็นงานที่หนักและเหนื่อย ชี้แจงให้เขาฟัง พอเขารับฟังแล้วเขาก็ชื่นใจ เขาก็มาลงทุนกับประเทศเรา เดี๋ยวตัวเลข จะมีครับว่าลงทุนเพิ่มเท่าไร นอกจากนั้นแล้วเราก็ไปสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมโลกอีกว่า ประเทศไทยมีรัฐบาลนี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอย่างแท้จริง เขาจะได้มั่นใจในระบอบประชาธิปไตยของเรา ท่านประธานครับ การที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไปไหน ไปประเทศนั้น ๆ เดี๋ยวขอภาพหนังสือพิมพ์ต่างประเทศหน่อยครับ นี่ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีทุกครั้งเวลาพานักลงทุน นักธุรกิจตามคณะไป เราจะลงสื่อประชาสัมพันธ์ ให้คนในแต่ละประเทศเขารู้ว่า เรามาเพื่ออะไร เรามาทําอะไรในประเทศเขา แล้วจากนั้น ผู้นําหลาย ๆ ประเทศเลยครับ พอเขาเห็นหนังสือพิมพ์ฉบับนี้เขาหยิบยกมา เขาเข้าใจเลยว่า ประเทศไทยมาเพื่ออะไร พอเขาอ่านเขาเข้าใจ จากนั้นนักลงทุนของเขาก็จะมาร่วมครับ เวลาท่านนายกรัฐมนตรีไปบีโอไอ (BOI) ก็จะจัดสัมมนาเชิญชวนนักลงทุนต่างประเทศมาฟัง ภาคกระทรวงการต่างประเทศก็จับคู่ธุรกิจครับ เอาธุรกิจพลังงานจับกับพลังงานของ ประเทศเขา ธุรกิจอาหารจับกับอาหาร ธุรกิจอัญมณีจับกับอัญมณี เพื่อมีการพูดคุยกัน ในอนาคตถ้าท่านได้เป็นรัฐบาลท่านเอาสิ่งเหล่านี้ไปใช้ ผมไม่หวงเลยนะครับ เอาไปใช้จะได้ เป็นประโยชน์กับประเทศ ไม่หวงครับ ครัวไทยสู่ครัวโลกเราก็ไป เรามีกุ๊กไป กระทรวง พาณิชย์นําทีมไป ไปโชว์การทําอาหาร กระทรวงวัฒนธรรมเอามวยไทยไป เอาการแสดงไทยไป เพื่อไปดึงดูดให้เขามาเที่ยวประเทศไทย ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกถามว่าไปมาแล้ว ภาคเอกชนได้อะไร ผมขออนุญาตอ่าน เอาสั้น ๆ เอาแค่ปีแรก เพราะปีที่ ๒ นี่จะเยอะมาก สาขาธุรกิจบริการตลาดทุนบาห์เรนและกาตาร์ส่งผู้แทนเข้ามาประเทศไทยเพื่อมาหา แนวทางการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นธุรกิจอาหาร ท่องเที่ยวและโรงแรม สาขาธุรกิจ การเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร บริษัทดอยคําทําข้อตกลงกับเยอรมนีในธุรกิจ ส่งน้ําผลไม้พร้อมดื่มไปประเทศรัสเซียและประเทศในแอฟริกา บริษัทสหฟาร์มตอนนั้น ยังไม่เจ๊ง ตกลงซื้อขายผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกในปริมาณสูงและต่อเนื่องกับประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน ประเทศกาตาร์ ประเทศบาห์เรน ประเทศเกาหลีใต้ บริษัทสยามจัมโบ้ ทําข้อตกลงทางธุรกิจกับผู้ค้าผักผลไม้ของประเทศจีน ประเทศกาตาร์ ประเทศบาห์เรน ประเทศออสเตรเลีย ประเทศเยอรมณี ประเทศฝรั่งเศส สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยี และอาชีวศึกษาแห่งประเทศไทยทําข้อตกลงความร่วมมือด้านอาชีวศึกษากับออสเตรเลีย เยอรมนี ฝรั่งเศส สาขาธุรกิจพลังงานไทย โดย ปตท. ตกลงซื้อขายแอลเอ็นจี (LNG) ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี เป็นเวลา ๒๐ ปีจากประเทศกาตาร์ เครือบริษัทน้ําตาลมิตรผล ทําบันทึกความเข้าใจกับประเทศจีนเพื่อสนับสนุนนิคมอุตสาหกรรมจีน-ไทย เป็นฐานผลิต และแปรรูปน้ํามัน บริษัท ยันฮี โซล่า เพาเวอร์ จํากัด ทําสัญญากับบริษัทของเยอรมนี สั่งซื้อแผงโซล่าเซลล์เพื่อใช้ในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทมูลค่าไม่ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สาขาธุรกิจการแพทย์ โรงพยาบาลธนบุรี ลงนามความตกลง ๓ ฉบับ กับจีนเพื่อพัฒนาโครงการด้านการแพทย์และสุขภาพ

ท่านประธานครับ ทีนี้มาดูตัวเลขหลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยือน ขึ้นตารางเลยครับ สรุปการค้ากับต่างประเทศ ท่านประธานเห็นนะครับ การค้าต่างประเทศ สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ผมเอาแฟร์ ๆ (Fair) เลย เดือนสิงหาคมถึงกรกฎาคมท่านอยู่ ครบเทอม ของท่านนะครับ ๑๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมยอมเอาเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๕ ในช่วงแรกน้ําท่วม ช่างมัน เอามาเปรียบเทียบกันให้เห็น ว่าในเวลาเดียวกัน ในปีเดียวกัน ปีต่อปีมันเพิ่มขึ้นเท่าไร ปรากฏว่าการค้าต่างประเทศ สมัยยิ่งลักษณ์ ๑ เพิ่มขึ้นเป็น ๑๔.๓ ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นสมัยท่านอภิสิทธิ์ ๙.๙ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ พอมารัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ปีที่ ๒ เพิ่มขึ้นแค่ ๒.๗๗ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งครับ ก็เลยเหลือ ๑๔,๗๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ จะให้เห็นตัวเลขอีกอันหนึ่งครับ ให้เห็นชัด ๆ ว่าไทยกับจีนเพิ่มขึ้นหรือไม่ ตัวเลขครับ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ การค้าระหว่างไทยกับจีน ๑,๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ๑ ขนาดน้ําท่วม ๑,๘๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๖ เปอร์เซ็นต์จากสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ปีที่ ๒ เป็น ๑,๙๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๓.๖๘ เปอร์เซ็นต์จากปีแรก เนื่องจากค่าเงินบาท แข็งตัวครับ ไทย-ญี่ปุ่น เห็นนะครับ รัฐบาลอภิสิทธิ์ขายได้ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ๑ ปีแรก ๒,๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ ๙.๘๑ เปอร์เซ็นต์ ปีที่ ๒ ลดลงหน่อยครับ เพราะว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เงินเยนอ่อนค่าลง ก็เลยเหลือ ๒,๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นแล้ว จะให้เห็นการค้าชายแดน อันนี้สําคัญครับ การค้าชายแดน ขอตัวเลขขึ้นครับ การค้าชายแดนกับสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ การค้าชายแดน ตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึง เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๔ จํานวน ๘๔๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เอาช่วงต้น ๆ นี้ ด่านยังไม่เปิดนะครับ เดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ ด่านยังไม่เปิด ต่อให้เลย ก็เป็นเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๕ เพิ่มขึ้น ๗.๖๘ เปอร์เซ็นต์ จาก ๘๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๙๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สมัยท่านยิ่งลักษณ์ พอมาปีที่ ๒ ของยิ่งลักษณ์ ก็เพิ่มอีกครับ เพิ่มเป็น ๙๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้น คือมีการเปิดด่าน โดยเฉพาะตัวเลขเมียนมาร์ เฉพาะประเทศเลยครับ เอาเมียนมาร์ขึ้นมา เมียนมาร์ประเทศเดียว อันนี้เฉพาะการค้าชายแดนเฉพาะไทยกับเมียนมาร์ รัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ ๑๔๗,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ปีแรก ๑๗๒,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลยิ่งลักษณ์ปีที่ ๒ จํานวน ๑๙๔,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากนะครับ จะให้เห็นตัวเลขอีกตัวเลขหนึ่งว่า การค้าชายแดนที่หลังจากเปิดด่านกับปิดด่านจะได้เห็นครับ ในช่วงเดียวกันในช่วงที่ปิดด่าน รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ขายได้ ๑๓๓,๐๐๐ ล้านบาทระหว่างไทยกับเมียนม่าร์ แต่พอเปิดด่าน เรียบร้อยในช่วงเดียวกันเราสามารถขายได้ ๑๗๙,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๓๓ เปอร์เซ็นต์ นี่คือเหตุผลที่ปิดด่านกับเปิดด่านมันแตกต่างกันอย่างไร

สําหรับ สปป. ลาว การค้าชายแดนรัฐบาลอภิสิทธิ์ ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลยิ่งลักษณ์ปีแรกก้าวกระโดดเพิ่มขึ้น ๓๘ เปอร์เซ็นต์จาก ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๑๒๔,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ๒ เพิ่มอีกครับ ๑๒๔,๐๐๐ ล้านบาทในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ๑ มาเป็น ๑๒๙,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างประเทศเรา กับประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกัน ประเทศกัมพูชาไม่ต้องพูดถึงเลย ประเทศกัมพูชา เขย่งก้าวกระโดด รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ๕๙,๐๐๐ ล้านบาท พอเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ปีแรก ๗๒,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นที่ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ พอรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ๒ เพิ่มเป็น ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาอีก ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน อันนี้คือการค้า ขอตารางต่อไปครับ การลงทุน การลงทุนนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นจากการไปเยือนมีการเชิญนักธุรกิจเข้ามาร่วมสัมมนา รัฐบาลอภิสิทธิ์มีคนมาลงทุนสมัยท่าน ๓๓๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ๑ จํานวน ๕๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๕๗ เปอร์เซ็นต์ พอมารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ๒ ๖๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากท่านเกือบเท่าตัว อย่างนี้ว่าการต่างประเทศไม่ดีหรือครับ ทําเงินเข้าประเทศพาคนมาลงทุนขนาดนี้

ทีนี้เอาประเทศญี่ปุ่นขอดูการลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น เพราะตอนนั้น มีคนยายามจะโจมตีว่านักลงทุนญี่ปุ่นหนีหมดจะไม่มาแล้ว ท่านดูตัวเลขประเทศญี่ปุ่นครับ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ประเทศญี่ปุ่นมาลงทุนในประเทศไทย ๑๕๘,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ๑ ขนาดน้ําท่วมที่ท่านบอกว่าจะหนีเขามาเพิ่มการลงทุน ๓๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก รัฐบาลอภิสิทธิ์ ๙๔ เปอร์เซ็นต์ ปีที่ ๒ เพิ่มอีกครับ เพิ่มเป็น ๓๕๔,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ๑ อีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานอียู (EU) ไม่ต้องดูหรอกครับอียู ก็เพิ่มขึ้นหมด การท่องเที่ยวขึ้นตัวเลขการท่องเที่ยว นี่นะผมจะเอาภาพรวมให้ดู เดือนสิงหาคม เดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๔ ถึงรัฐบาลท่านจบสมัย ๑๘,๕๗๕,๐๐๐ คน รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ขนาดน้ําท่วมนะครับ น้ําท่วม ๓-๔ เดือนแรกต่อให้ก่อนก็ยังมากกว่าสมัยท่าน เพิ่มขึ้นเป็น ๒๐ ล้านคน มาปีนี้เขย่งก้าวกระโดดตัวเลข ณ เดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๖ นับจากเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๕ ๒๔,๘๐๐,๐๐๐ คน เพิ่มขึ้นมาอีก ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน อันนี้ละครับ คือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีไปเยือน ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยือน ต่างชาติเขาเห็น เพราะว่าไปเดินคู่ขนานกับผู้นําเขา แล้วนายกรัฐมนตรีเราแต่งตัวดีก็ไป กล่าวหา หาว่าท่านนายกรัฐมนตรีแต่งตัวไม่เข้าท่า ท่านเอาไหมไทยไปตัด เอาผ้าที่แช่อยู่ใน น้ําไปตัดเป็นชุดต่างชาติเขาให้ความนิยมชมชอบ ผ้าไหมไทยขายได้เพิ่มมากขึ้นท่านรู้ หรือเปล่าครับ พวกท่านรู้หรือเปล่า หัวเราะกันนี่ ผ้าไหมไทยทํายอดขายสูงขึ้น แล้วที่ท่านพยายามจะบอกว่ารัฐบาลนี้ทําไมไม่ไปประชุมนานาชาติ ประชุมนานาชาตินี้ ใครไปก็ได้ แต่ไปแล้วมีความคิดริเริ่มดี ๆ หรือไม่ ท่านเคยไหมไปเสนอแนวคิดดี ๆ ให้อาเซียนเขาทําตามท่าน ท่านไม่ต้องหัวเราะ พวกท่าน อาจจะอยู่กระทรวงการต่างประเทศมาก่อนผม แต่วันนี้ผมเชื่อว่าผมทําได้ดีกว่าพวกท่าน นะครับ ผมไปยูเอ็นจีเอ (UNGA) สมัยนั้นโดนโจมตีว่าพูดอังกฤษไม่ได้ แต่ผมก็ไปเปิดตัว รัฐบาลในยูเอ็น (UN) สร้างความเชื่อมั่นให้เขาได้เห็นว่ารัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ได้รับ ความนิยมจากพี่น้องประชาชน แล้วก็ไปหารือกับรัฐมนตรีประเทศต่าง ๆ เชิญเขามาครับ เชิญเขามาเยือน เล่าให้เขาฟังถึงพัฒนาการของประเทศไทยที่อยู่ในความสงบขึ้น เราต้องการ ความปรองดองก็เล่าให้เขาฟัง สิ่งเหล่านี้เราต้องช่วยกันครับ พอเขามั่นใจเขาก็มา ก่อนที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะไปเยือนประเทศไหน ผมต้องไปคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศเขาก่อน เพื่อให้ความมั่นใจ อีกอาทิตย์หน้าวันที่ ๔-๕ ที่ท่าน ส.ส. เมื่อสักครู่อภิปรายว่าลาตินอเมริกา รัฐบาลไทยไม่ให้ความสนใจ ประธานาธิบดีเปรูกับประธานาธิบดีชิลีจะมาเยือนอย่างเป็น ทางการและจะมีการลงนามเอฟทีเอไทยกับเปรู ไทยกับชิลี ผมจะบอกให้ แล้วผมนี่ ไปลุยมาแล้วที่บราซิลกับชิลี แล้วรัฐมนตรีต่างประเทศโคลัมโบก็มาพบกับผมเรียบร้อยแล้ว แล้วผมนี่เป็นคนริเริ่มให้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนพบกับรัฐมนตรีของแปซิฟิก แอลไลแอช (Pacific Alliance) ภายใต้ลาตินอเมริกา ซึ่งประกอบไปด้วยเม็กซิโก ชิลี เปรู ท่านรู้ไว้ด้วย เราไม่เคยปล่อยวาง ทุกอย่างเกาะติด พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยเก่งแต่ก็พูดได้ เชิญเขามาได้ ท่านต้องเข้าใจครับสมัยที่ผ่าน ๆ มา ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศทํางานลําบากมาก ท่านทูตบอกว่าไปงานไหนอายเขาเพราะเขาไม่พูดด้วย เขาบอกว่ารัฐบาลไม่ได้มาจาก การเลือกตั้ง รัฐบาลมาจากการรัฐประหาร ทูตไทยทํางานลําบาก วันนี้เราต้องมาช่วยกัน ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยือน เลือกเยือนประเทศที่เป็นตลาดใหม่ มีพลังงานที่เรา จะไปเอาเขามา มีไม้ มีก๊าซ มีพลอย มีเพชร มีทับทิม เพื่อจะมาเจียระไน เพื่อจะทํามูลค่าเพิ่ม มีปลาเพื่อจะมาให้บริษัทไทยทําบรรจุกระป๋องไทยขายไปในต่างประเทศ เอาความรู้ไปให้เขา แอฟริกาเราก็จะไปบุก วันนี้ก็ไปบุกมาแล้ว เดี๋ยวประธานาธิบดีของแอฟริกาใต้ก็จะมาเยือน ไทยแล้วครับ ยังไม่อยากจะพูดก่อนแค่นั้นเอง แต่วันนี้ทนไม่ไหวต้องเล่า เพราะไม่อย่างนั้น ท่านบอกเราไม่สนใจนะครับ นอกจากนั้นแล้วอย่างในเวทีนิวเคลียร์ นิวเคลียร์ เซคิวริตี้ ซัมมิท (Nuclear Security Summit) ที่เกาหลี ท่านนายกรัฐมนตรีก็แสดงเจตนารมณ์ ของไทยที่จะสนับสนุนให้โลกได้ปลอดอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนั้นสิ่งที่หยิบยกขึ้นมา การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ค้ามนุษย์และแรงงาน ทําไมประเทศไทย สมัยที่ท่านอยู่ อเมริกาตัดสินให้ประเทศไทยอยู่ในชิพ รีพอร์ท (Ship Report) การค้ามนุษย์ เหยื่อมนุษย์อยู่ในระดับ ๒ เฝ้าระวัง ถ้ารัฐบาลใหม่เข้ามาแล้วไม่ทําอะไรก็จะตกไปอยู่ ระดับ ๓ เขาจะเลิกซื้อสินค้าทะเล เลิกซื้อเครื่องนุ่งห่ม ผมนี่แบกหน้าไปพบท่านฮิลลารี คลินตัน ไปขอเขาว่าเราเป็นรัฐบาลเพิ่งมาใหม่ขอเวลาปีหนึ่ง ก็ประสบความสําเร็จ เขาก็ให้คง อยู่ระดับเดิม ซึ่งปกติแล้วอัตโนมัติไปเป็นระดับ ๓ แล้ว ท่านก็รู้กันดี ท่านประธานครับ ในเวทียูเอ็นก็เช่นกันที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพยายามจะมาบอกว่ายูเอ็น เขาเป็นห่วงเรื่อง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม เขาไม่ได้ห่วงเรื่อง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม เขาห่วงว่า พ.ร.บ. นิรโทษกรรมจะยกโทษให้กับผู้สั่งการที่ทําให้คนต้องเจ็บ เสียชีวิต อันนี้คือข้อเท็จจริง เขามาพบผมเรียบร้อยแล้วครับ ท่านไม่ต้องส่ายหน้า ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมเอาความจริงมาพูดนะครับ นอกจากนั้นแล้วการทูตเพื่อประชาชน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ หลังจากเข้ามารับตําแหน่ง ได้ไปคุยกับท่านสมเด็จฮุนเซน ขอลดโทษให้กับคุณวีระ และคุณราตรีและในที่สุดคุณราตรีก็ได้รับการอภัยโทษ คุณวีระก็ได้รับการลดโทษ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราได้ทําครับ เราได้ช่วยหญิงไทยในบาเรนห์ ที่ถูกจับ ลูกเรือไทยถูกโจรสลัดจับ ที่ไนจีเรีย คนไทย ๙๒ คน ถูกจับที่เกาะสอง อพยพนักเรียนไทยจากซีเรียนะครับ ไม่ใช่อียิปต์ ปีนี้อียิปต์ปี ที่แล้วซีเรีย ทําบัตรประชาชนให้คนไทยในต่างประเทศ เปิดสํานักงานหนังสือ เดินทางในต่างจังหวัด เพื่อบริการพี่น้องประชาชน และก็ให้ความรู้แก่คนไทยก่อนที่จะ เดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะแรงงานไทย มีโครงการบัวแก้วสัญจร กงสุลสัญจร ไปให้ความรู้เหล่านี้แก่พี่น้องประชาชน ผมเอาแค่นี้ครับท่านประธาน เพราะว่าเยอะมาก แล้วปีหน้าจะมาต่ออีกครับ ขอบคุณครับ