สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

พันตํารวจเอก สามารถ ม่วงศิริ วิพากษ์วิจารณ์นโยบายประกันสุขภาพของรัฐบาลว่าเป็นนโยบายโฆษณาชวนเชื่อ โดยไม่ได้ปฏิบัติตามจริง นอกจากนี้ยังพูดถึงปัญหาการบริการสุขภาพที่โรงพยาบาลเอกชน และปัญหาอาชญากรรมในกรุงเทพมหานคร เช่น การฉกชิงวิ่งราว ลักทรัพย์ และการพนัน โดยระบุว่าปัญหานี้เกิดจากการที่รัฐบาลปล่อยให้อบายมุขเกลื่อนเมือง และไม่มีนโยบายที่มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา

พันตํารวจเอก สามารถ ม่วงศิริ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตํารวจเอก นายแพทย์สามารถ ม่วงศิริ ครับ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เขตบางบอนและหนองแขมครับ ตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ ข้อ ๑.๑๔ ก็คือพัฒนาระบบ ประกันสุขภาพบูรณาการสิทธิผู้ป่วยให้ได้รับจากระบบประกันสุขภาพต่าง ๆ รัฐบาลได้ ประกาศนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินไม่ถามสิทธิ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ กล่าวคือ เมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถเข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งผมให้ท่านเห็นว่านโยบาย เหล่านี้เป็นนโยบายโฆษณาชวนเชื่อ เพราะเนื่องจาก ๑. ก็คือท่านลองไปสอบถามประชาชน ต่าง ๆ ที่ไปใช้สิทธิเจ็บป่วยฉุกเฉินไม่ถามสิทธิดู พอท่านไปที่โรงพยาบาล ทุกโรงพยาบาล ถามสิทธิหมดนะครับ แล้วถามว่าท่านสามารถจากค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่ ผู้ป่วยไปใช้สิทธิ ๓๐ บาท บอกว่าท่านกลับไปที่โรงพยาบาลต้นสังกัด ท่านมีสิทธิประกันสังคมก็กลับไปที่ โรงพยาบาลต้นสังกัดท่าน มีสิทธิข้าราชกาหรือก็ไปใช้ที่โรงพยาบาลรัฐบาล หรือว่าท่านต้อง สํารองจ่าย โรงพยาบาลเอกชนที่ท่านบอกว่าสามารถเจ็บป่วยฉุกเฉินไม่ถามสิทธิเหล่านั้น ปฏิเสธบอกว่าโรงพยาบาลไม่เข้าร่วมโครงการบ้าง ซึ่งนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเห็นว่า เป็นนโยบายที่ท่านประกาศมาแต่ยังทําไม่ได้ จริง ๆ แล้ว ซึ่งโรงพยาบาลต่าง ๆ เหล่านี้ ในอดีตเขาก็เจ็บป่วยฉุกเฉินเขาก็รักษาตามมนุษยธรรมอยู่แล้ว ถ้าสมมุติเจ็บป่วยถึงชีวิต โรงพยาบาลต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้ทิ้งผู้ป่วย ซึ่งเหมือนกับท่านไปเพิ่มเติม แต่ผมยังไม่เห็นนโยบาย ที่เป็นรูปเป็นธรรม นอกจากนั้นในโครงการ ๓๐ บาท ท่านก็ได้ยินคําร้องเรียนต่าง ๆ ไม่ว่าบริการ ที่หนาแน่น ผู้ป่วยหนาแน่น รอนาน ยาด้อยคุณภาพ ก็ยังมีผู้ป่วยร้องเรียนตลอดเวลา หรือว่า ผู้ป่วยที่จําเป็นต้องได้รับการฟอกไต เครื่องฟอกไตที่โรงพยาบาลก็ไม่เพียงพอ ก็ให้ไปใช้ที่ เอกชน ประชาชนก็ไม่มีเงินค่าใช้จ่ายหรือพยายามที่จะกําจัดสิทธิของผู้ป่วยไม่ให้ฟอก ต้องให้ฟอกทางหน้าท้องต่าง ๆ เหล่านี้ ผมจึงเห็นว่านโยบายสิทธิของนโยบายสาธารณสุข ยังเป็นปัญหาอยู่ครับ

สําหรับนโยบายต่อไปที่ยังเป็นปัญหาคือ นโยบายข้อ ๘.๒ เรื่องกฎหมาย และยุติธรรมครับ เพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนสอบสวนป้องกันอาชญากรรมแก้ไขฟื้นฟู ผู้กระทําผิดคืนคนดีกลับสังคม อาชญากรรมตอนนี้เกลื่อนเมืองจริง ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น ฉกชิงวิ่งราว ลักทรัพย์ ลักรถจักรยานยนต์ ลักรถยนต์ ถ้าท่านไม่เชื่อท่านไปที่เขตบ้านผม เลยครับ บางบอน-หนองแขม ตลอดเส้นเอกชัย ผมได้รับร้องเรียนทุกหมู่บ้าน หมู่บ้าน พระปิ่น ๕ หมู่บ้านธีระ หมู่บ้านสังสิทธิ์ หมู่บ้านปิ่นทอง หมู่บ้านดีเค มันเป็นปัญหาจริง ๆ ตอนนี้ ฉกชิงวิ่งราวเกลื่อนเมืองจริง ๆ แต่ผมว่าสาเหตุหลักคือการที่รัฐบาลปล่อยอบายมุข เกลื่อนเมืองมากกว่า คําว่า อบายมุข ไม่ว่าจะตู้ม้า สล็อต (Slot) และบ่อนการพนัน ถ้าท่าน ไม่เชื่อท่านไปดูที่ซอยกํานันแม้น ๑๑ ครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎร ผมเป็นแพทย์มาก่อนครับผมไม่รู้จักเรื่องการพนัน แต่พอมาเป็นผู้แทนราษฎรชาวบ้านร้องเรียน ไม่เว้นแต่ละวันเรื่องจับยี่กี ผมไม่ทราบจับยี่กีคืออะไร ประชาชนเขามาร้องเรียนจนกระทั่ง ผมเข้าใจมันเป็นเหมือนกับออกหวยครับ ซึ่งผมก็บอกแทงครั้งละ ๒๐ บาท ๔๐ บาท มันจะ หมดตัวได้อย่างไร แต่ว่าแปลกเหมือนกันครับ จับยี่กีไปหากินกับคนยากจน ไม่หากินกับแม่ค้า ตามตลาด ซึ่งเขากําไรวันหนึ่ง ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง เศรษฐกิจ ลําบาก ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีอยู่แล้วเขาทํามาหากินด้วยความยากลําบาก หวยรัฐบาลออก เดือนละ ๒ ครั้ง ออกกลางเดือน ปลายเดือน แต่จับยี่กีแทงครั้งละ ๒๐ บาทก็จริง แต่ท่าน รู้ไหมครับวันหนึ่งออก ๑๐ ถึง ๑๔ ครั้ง ครั้งละ ๒๐ บาท แต่วันหนึ่งแทงกัน ๑๐ กว่าครั้ง ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาทไม่พอ เป็นหนี้เป็นสิน ทําให้เกิดผลกระทบที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็น เก็บดอกเบี้ยเงินกู้รายวัน ท่านทราบหรือไม่ครับ เขาร้องเรียนมากู้ ๔๐๐ บาท จ่ายวันละ ๑๐๐ บาท ๕ วัน ๕๐๐ บาท กู้ ๔๐๐ บาทจ่าย ๕๐๐ บาท ๕ วัน วันละ ๑๐๐ ดอกเบี้ย เกินกว่าร้อยละ ๒๐ อีกครับ นี่เป็นปัญหาผมว่าเป็นปัญหาที่รัฐบาลปล่อยอบายมุข เกลื่อนเมืองจริง ๆ ครับท่าน นอกจากนั้นยังมีปัญหาการร้องเรียนจากวินมอเตอร์ไซค์ ท่านจะเห็นได้ว่าผู้มีอิทธิพลก็เริ่มกลับมา พวกมอเตอร์ไซค์คิวมีผู้มีอิทธิพลคุ้มครอง ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันทําไมมันมาพร้อมกันหมดเลย มีทั้งจับยี่กีเกลื่อน เริ่มมีนักเลงมาคุม ผู้มีอิทธิพลคุมวินมอเตอร์ไซค์แถวถนนกํานันแม้นนี่นะครับ หรือว่านอกจากนั้นท่านมีนโยบาย ที่เมื่อสักครู่ผมอ่าน แก้ไขฟื้นฟูผู้กระทําความผิด คืนคนดีสู่สังคม ผมได้มีโอกาสเป็น กรรมาธิการงบประมาณ เขาบอกว่าผู้ต้องขังตอนนี้ ๒๗๐,๐๐๐ คน เดินล้นเรือนจําครับ ไม่มีที่เดิน ผมก็สงสัยว่าทําไมข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์มันออกมา พอทําผิดแล้วก็ทําผิด ซ้ําแล้วซ้ําเล่าออกมาก็กลับไปเหมือนเดิม ฉกชิงวิ่งราว ปล้นฆ่า ข่มขืน เพราะฉะนั้นผมก็สงสัยว่า ท่านมีนโยบายอย่างไร ผู้ต้องสงสัยล้นคุกท่านก็อภัยโทษไปหรือ เพราะผมสอบถาม ตัดสินจําคุก ๒๐ ปี มันจําคุก ๒๐ ปีหรือเปล่า บางคนจําคุก ๗ ปี ก็ได้ออกแล้ว จําคุกตลอดชีวิต ไม่ถึง ๒๐ ปีก็ออกแล้ว ท่านจะอ้างว่าคุกมันล้นแล้วก็ปล่อยออกไปหรือครับ มันเป็นปัญหา หลาย ๆ ปัญหา ซึ่งปัญหาที่ตามมาเป็นปัญหาทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ซึ่งนํามา ซึ่งความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่ารัฐบาลล้มเหลว ในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอาชญากรรมต่าง ๆ ซึ่งสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คืออบายมุขเกลื่อนเมือง แล้วทําให้คดีความต่าง ๆ ฉกชิงวิ่งราวเกลื่อนเมืองจริง ๆ ครับ ท่านไปที่เขตเลือกตั้งของผมได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ