สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

ศุภชัย ใจสมุทร หารือเรื่องการบริหารประเทศของรัฐบาล โดยวิพากษ์วิจารณ์ผลการบริหารของรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงเสนอให้เปลี่ยนวิธีคํานวณอัตราเงินเฟ้อ และมีมาตรการลดค่าครองชีพของประชาชนและผู้ใช้แรงงาน และยังหารือเรื่องการยกเลิกรถขนส่งมวลชนสาธารณะ การช่วยเหลือในการการศึกษา สวัสดิการผู้สูงอายุ สาธารณสุข และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองและความสมานฉันท์ในสังคม และเสนอให้พรรคภูมิใจไทยจัดสัมมนาเพื่อหาทางออกแก้ไขปัญหา

นายศุภชัย ใจสมุทร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ นับตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งมาอย่างถล่มทลาย ได้คะแนนเสียงในสภาผู้แทนราษฎรเกินกึ่งหนึ่ง นับจากวันนั้นพรรคภูมิใจไทยเราก็คิดว่า เมื่อมติของมหาชนได้มอบให้กับท่านให้เข้ามาบริหารประเทศ เราก็พร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้าน และจะเป็นฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์เพื่อจะดูการทํางานของท่าน และเราคิดว่าเมื่อพี่น้องประชาชน เชื่อในนโยบายที่ท่านได้นําเสนอต่อพี่น้องประชาชน เราในฐานะฝ่ายค้านก็จะต้องมีหน้าที่ ในการจับตาเฝ้ามองว่าสิ่งที่ท่านได้รับปากกับประชาชนได้เกิดขึ้นจริงหรือไม่อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ การทํางานปีแรกของรัฐบาลก็เปรียบเสมือนการวางรากฐาน หรือการสร้างลงเสาเข็มให้เกิดความแข็งแรงมั่นคงให้กับบ้านกับเมือง เพื่อที่จะทําให้ ระยะเวลา ๔ ปีข้างหน้าจะเป็น ๔ ปีที่จะทําให้บ้านเมืองเติบโตอย่างแข็งแรง แน่นอนครับว่า ท่านเองรัฐบาลมีความตั้งใจอย่างเอาจริงเอาจังในการที่จะทําหน้าที่เหล่านั้น แต่เมื่อเราได้ ย้อนมองกลับไปก็จะพบว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่ท่านทําไปกลับมีเรื่องบกพร่องอยู่มากมาย สิ่งที่ท่านตั้งใจสิ่งที่ท่านบอกกับประชาชนว่าจะทําให้ก่อให้เกิดประโยชน์ให้กับพี่น้อง ประชาชนมันไม่ได้เป็นในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งผมจะขออนุญาตที่จะพูดในที่ประชุมแห่งนี้ ในช่วงเวลาตามเวลาที่มีอยู่เพียง ๑๕ นาที ท่านประธานครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านก็อยู่ที่นี่ ท่านเป็นคนที่ดูแลด้านเศรษฐกิจมาตั้งแต่วันแรกที่มีการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ วันนี้ต้องบอกว่าเมื่อมองย้อนกลับไปสิ่งที่รัฐบาลพยายามบอกว่า ได้อัดฉีดลงไปในโครงการต่าง ๆ หลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นรถคันแรก เรื่องอะไรของท่านก็ตาม ท่านบอกว่าเป็นการส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นการสร้างการบริโภคภายในประเทศ แต่ก็ปรากฏชัดเจนแล้วว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านได้ทําไปพรรคภูมิใจไทยคิดว่าเป็นการกระตุ้น เศรษฐกิจได้ในระยะสั้น ๆ เท่านั้นเอง นักวิชาการทางเศรษฐกิจเองก็ได้มีการประเมิน การบริหารของรัฐบาลที่ผ่านมาอย่างน่าสนใจนะครับว่าหากมองในแง่อัตราการเติบโต ทางเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๔ ที่รัฐบาลเข้ามาบริหารในปีแรก เศรษฐกิจโตเพียง ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วมาในปี ๒๕๕๕ จีดีพีก็โตขึ้น ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแปลว่า ๒ ปีเฉลี่ยแล้วก็โตเพียง ร้อยละ ๓ และอัตราที่เท่ากับค่าเฉลี่ยปี ๒๕๔๙ ถึงปี ๒๕๕๕ ก็พบว่ามีการต่ําสุดในอาเซียน ยกเว้นบรูไน นโยบายประชานิยมในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสร้างให้จีดีพีโตใน ปี ๒๕๕๕ ๖.๕ เปอร์เซ็นต์ของรัฐบาลนั้น ส่วนใหญ่อย่างที่ผมเรียนไปเมื่อสักครู่ ก็คือเป็นแผนระยะสั้น แล้วเริ่มส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในเวลานี้

ประการแรก ก็คือว่าเศรษฐกิจไทยขาดความยั่งยืนจากการที่รัฐเองจะต้อง กันงบประมาณรายจ่ายจํานวนมากเพื่อใช้ในโครงการประชานิยม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจํานําข้าว ซึ่งก็เป็นปัญหาอย่างมากมายที่เราได้ทราบกัน เรื่องรถคันแรก โครงการพักหนี้หรือการที่ท่าน จะต้องใช้กลไกในภาครัฐในการเข้าไปแทรกแซงในสินค้าหลาย ๆ ชนิดนะครับเป็นสินค้า เกษตร ซึ่งส่งผลให้งบลงทุนเหลือเพียงสัดส่วนเพียง ๑๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ประการที่ ๒ ก็คือผลจากนโยบายของรัฐบาลทําให้เศรษฐกิจขาดเสถียรภาพ เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่เศรษฐกิจไทยกลับมาต้องขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอีกครั้งหนึ่ง อันเนื่องมาจากการส่งออกและการนําเข้าน้ํามัน ซึ่งตรงนี้ผมก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุผลเรื่องของนโยบายรถคันแรกของท่านหรือเปล่า วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ แม้รัฐบาลจะอ้างว่าการถดถอยทางเศรษฐกิจเป็นการถดถอย ในเชิงเทคนิคก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่าผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะสั้น ๆ ที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่นั้น ก็ก่อให้เกิดปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทั้งขาดดุลบัญชีเดินสะพัด หนี้ครัวเรือนที่พุ่งขึ้น ซึ่งสมาชิกรายท่านก็ได้อภิปรายไปนะครับ จาก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ กลับมาเป็น ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี และหนี้สาธารณะที่ยังไม่ทันได้กู้ มาลงทุนนะครับ ก็พุ่งขึ้นสู่ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็มาจากนโยบายจํานําข้าวและที่ซุกไว้ ในรัฐวิสาหกิจอีกหลายที่ที่หากจะต้องมาคํานวณแล้วนี่ผมก็เกรงว่าเรื่องนี้เป็นที่น่าตกใจ นอกจากนี้ท่านประธานที่เคารพครับ นักวิชาการได้แสดงความคิดเห็นไว้น่าตกใจครับว่า ความท้าทายของรัฐบาลก็คือจีดีพีเกือบต่ําสุดในอาเซียน ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐบาล พูดมาตลอดระยะเวลา ๒ ปีว่าจะปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ได้ทําอะไรเลย ในทางตรงกันข้ามนักวิชาการเขาบอกว่าท่านไปกระตุ้นเฉพาะทางด้านฝั่งดีมานด์ ไซด์ (Demand Side) อย่างเดียวซัพพลายไซด์ (Supply Side) ท่านไม่ได้ดําเนินการอะไร อย่างเหมาะควร สิ่งเหล่านี้ท่านประธานที่เคารพครับ มันเป็นปัญหาที่รัฐบาลไม่สามารถที่จะ วางรากฐานที่มั่นคงได้ในช่วงระยะเวลาปีแรกที่ท่านเข้ามาบริหาร และดูจะเป็นปัญหา ที่สําคัญที่สุด ทั้งที่ปัจจัยภายนอกก็ต้องยอมรับนะครับว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรรุนแรงเลย ท่านได้คะแนนกันมาแบบถล่มทลาย แต่ไม่ทราบว่าเป็นการ พุท เดอะ ไรท์ แมน อิน เดอะ ไรท์ จ็อบ (Put the right man in the right job) หรือเดอะ วรอง แมน อิน เดอะ ไรท์ จ็อบ (The wrong man in the right job) หรือเปล่า มันจึงเป็นปัญหาที่เรื้อรังตามมาจนถึง ปัจจุบัน วันนี้ถ้ามองถึงเครื่องยนต์ ๔ เครื่องยนต์ในระบบการสร้างให้จีดีพีมันโต ปัญหาเรื่อง ของการลงทุนภาครัฐ กัฟเวอร์เมนท์ สเปนดิง (Government spending) กําลังมีปัญหา อ่อนแรงและเครื่องก็คงจะดับในไม่ช้า เพราะกว่าที่ท่านจะรอเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อจะมากระตุ้นให้เศรษฐกิจมันโตขึ้นก็คงน่าเป็นห่วง เพราะวันนี้สิ่งที่เราได้พิจารณากันก็ล้วนแล้วแต่กําลังจะไปรอการพิจารณาอยู่ใน ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแน่นอนว่าเงินเหล่านี้จะเป็นปัญหาต่อไปในการที่จะทําให้ท่าน ไม่สามารถที่จะมากระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโตได้ นี่คือสิ่งที่มุมมองของพรรคภูมิใจไทยมอง

ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่ไม่พูดไม่ได้ก็คือปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น วันนี้ เมื่อสักครู่ท่านโสภณ ซารัมย์ ก็ได้พูดปัญหาเรื่องเศรษฐกิจพี่น้องประชาชนในระดับรากหญ้า ที่ยังมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนในเรื่องต่าง ๆ ปัญหาเรื่องค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นมันก็เป็น ปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องแก้ การที่ไม่สามารถหยุดหรือยุติค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นได้ อันนี้ประชาชนก็จะต้องได้รับผลกระทุกหย่อมหญ้า วันนี้คนที่ไม่มีผลกระทบก็คือผู้มีรายได้ ระดับสูง แต่ระดับปานกลางลงมาจนถึงระดับล่าง โดยเฉพาะระดับรากหญ้ามีปัญหา ล้วนแล้วทั้งสิ้น วันนี้ราคาสินค้าทุกอย่างราคาอาหาร ราคาน้ํามัน แก๊สหุงต้ม แก๊สขนส่ง ทุกสิ่งทุกอย่างมันรวมถึงปัจจัยการผลิตในทางการเกษตรนะครับ ไม่ว่าจะปุ๋ยเรื่องอะไรต่าง ๆ ล้วนแต่เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น ซึ่งผมว่าวันนี้ถ้าใครมาพูดเรื่องแพงทั้งแผ่นดิน ผมว่าท่านก็ต้องอย่าไป ปฏิเสธหรือไปแก้ตัว เพราะการแพงมันเกิดขึ้นอย่างแท้จริง แต่เป็นหน้าที่ของท่านนะครับ ในการที่จะต้องเข้ามาแก้ปัญหา ปัญหาเรื่องราคาของแพงมันเกิดขึ้นจากอะไร หรือว่าทําไม ราคาพลังงานน้ํามันมันสูงขึ้นหรือว่าค่าแรงมันเพิ่มขึ้น ผมว่าไม่จําเป็นต้องไปพูดหรอกครับ สิ่งที่อยากจะถามท่านก็คือว่าเมื่อขึ้นแล้วท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร แน่นอนละครับขึ้นมาตั้งแต่ ท่านเป็นรัฐบาลในปีแรก อภิปรายตรงนั้นมันก็ขึ้น วันนี้มันก็ยังขึ้น เพราะฉะนั้นท่านเอง จะต้องเข้าไปแก้ ผมไม่คิดหรอกครับว่าผมเห็นในเอกสาร ร้านธงฟ้าราคาประหยัด ร้านถูกใจ อะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ผมว่าจริง ๆ สิ่งที่ท่านได้มีการดําเนินการผมไม่แน่ใจว่า ท่านจะแก้ เข้าไปตรงจุดหรือไม่ ไม่ถึงขนาดว่าท่านจะแก้ชื่อร้านจากโชห่วยไปเป็นโชว์สวยหรืออะไร นะครับ ซึ่งมันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร แต่สิ่งที่ไม่อยากจะให้ท่านพูดก็คือว่าท่านไปว่า เหตุผลทั้งหมดว่ามันขึ้นเพราะสื่อมวลชนบอกว่าราคาสินค้ามันแพง ซึ่งความจริงแล้ว ก็ต้องยอมรับว่ามันแพง สิ่งที่ผมอยากจะเสนอต่อรัฐบาลก็คือว่า ในฐานะพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ทํางานใกล้ชิดกับ พี่น้องประชาชน เราก็พบว่าปัญหาต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นในเรื่องพี่น้อง โดยเฉพาะคนยากคนจน ในเรื่องปัญหาค่าครองชีพนะครับ เราก็อยากจะเสนอว่าถ้ารัฐบาล ๑. ก็คือเปลี่ยนวิธีคํานวณ อัตราเงินเฟ้อมาใช้กลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจําวันมาเป็นฐานในการคิด ได้แก่ หมวดอาหาร เครื่องดื่ม หมวดอาหารสําเร็จรูป หมวดไฟฟ้า เชื้อเพลิง น้ําประปา และแสงสว่าง มันก็น่าจะปรับการถ่วงน้ําหนักของกลุ่มสินค้าเสียใหม่ได้ ๒. ก็คืออยากจะ เสนอให้มีมาตรการการลดค่าครองชีพของประชาชนและผู้ใช้แรงงานโดยเร่งด่วน โดยมี มาตรการการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและราคาอาหาร ราคาน้ํามันเชื้อเพลิง แก๊สหุงต้มและแก๊สขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ทางรัฐบาล จะต้องหาวิธีการในการไปช่วยเพื่อพยุงสถานะของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบท ในภาคเกษตรนะครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากรัฐบาล

อีก ๒ เรื่องที่อยากจะฝาก ก็คือ วันนี้ได้ข่าวว่าท่านจะมีการยกเลิกเรื่อง รถขนส่งมวลชนสาธารณะ รถเมล์ รถไฟ เรือโดยสารทั้งหลายที่บอกว่า วันที่ ๓๐ กันยายน รัฐจะช่วย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์รัฐให้ประชาชนออก ผมว่านโยบายนี้รัฐบาล ไม่ได้สูญเสียเงินไปเท่าไรหรอกครับ ช่วยทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เถอะครับ ช่วยพี่น้องประชาชน ตรงนี้น่าจะเป็นประโยชน์ แล้วก็ฝากเมื่อสักครู่ครับ ร้านธงฟ้า ร้านถูกใจนี้ผมว่าในที่สุด เหมือนสมาชิกหลายท่านบอกมันไม่มีของที่ไปวางขายอยู่อย่างครบถ้วนหรอกครับ เพราะฉะนั้นผมว่ากว่าที่จะเดินทางไปซื้อมันก็ไม่ได้อยู่กระจายด้วย ค่ารถก็หมดแล้ว ไม่มีเวลาพอที่จะต้องซื้อนะครับ เพราะฉะนั้นผมว่ายกเลิกพวกนี้เขา หาวิธีการอื่น ๆ ที่มันดีกว่านะครับ

อีกเรื่องหนึ่งซึ่งลืมไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ต้องฝากไปยังรัฐบาลก็คือว่า วันนี้ท่านต้องหาวิธีการในการที่จะช่วยเหลือในด้านการศึกษาก็ดี ในเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับผู้สูงอายุ การสาธารณสุข สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ไม่ได้ อภิปราย แต่ฝากบอกมาว่าวันก่อนได้มีตั้งกระทู้ถามสดเรื่องค่าทําศพผู้สูงอายุที่เสียชีวิต นี่นะครับ ๒๖๐,๐๐๐ ราย วันนี้ยังไม่ได้สักบาทหนึ่ง ท่านจงช่วยไปดูหน่อยนะครับ ถามตั้งกระทู้สดแล้ว สดยิ่งกว่าสดปรากฏว่าท่านก็ยังไม่ได้มีการดําเนินการจัดการให้ ซึ่งตรงนี้เป็นจํานวนไม่มากมาย ท่านโปรดรีบไปดําเนินการเถอะครับ แล้วมาแจ้งให้กับ ประชาชนได้ทราบว่าดําเนินการแล้ว เรื่องนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน

เรื่องที่อยากจะพูดอีกสัก ๒ เรื่องครับท่านประธาน ก็คือปัญหาทางด้าน การเมือง เรื่องของสังคม เรื่องของความขัดแย้ง สิ่งที่พรรคภูมิใจไทย ท่านหัวหน้าพรรค ภูมิใจไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีการแสดงจุดยืนอันสําคัญว่าเราจะช่วยกันดึงฟืน ออกจากไฟ เป็นเรื่องที่ภูมิใจไทยเราพูดกันมาตลอด วันนี้รัฐบาลเองก็จะต้องมีหน้าที่ในการ ช่วยดับไฟในที่ประชุมแห่งนี้ด้วย ในการที่จะให้มันเกิดความสมานฉันท์เกิดขึ้นมาจริง สิ่งที่อยากจะเรียนก็คือว่าที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรี ในปีแรกท่านบอกว่าอยากให้ลืมอดีต ใช่ไหมครับ ในเรื่องของการที่จะเดินหน้าร่วมกัน แต่ในที่สุดแล้ววันนี้ท่านเพิ่งเริ่มเรื่องปฏิรูป ซึ่งเสียดายว่าถ้าท่านเริ่มมาตั้งแต่ตอนนี้ สนับสนุนเรื่องของการสานเสวนาหรือไดอะล็อก (Dialog) อย่างที่สถาบันพระปกเกล้าได้เสนอมาตั้งแต่เริ่มแรก ไม่ใช่มาเริ่มเอาทีหลัง ผมว่าวันนี้ความสามัคคี ความสมานฉันท์ ในเรื่องของการลดความขัดแย้ง การมองอนาคต ร่วมกันของบ้านเมืองของเราน่าจะสามารถเดินหน้าไปได้ด้วยดี แต่ยังไม่สายครับ ก็ยังยืนยัน ว่าพรรคภูมิใจเอง เราก็ร่วมในการปฏิรูป แต่ขอให้รัฐบาลจริงใจและลดเงื่อนไขความขัดแย้งต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่อยากจะฝากทางรัฐบาลนะครับ ในฐานะท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เรื่องดูแลความมั่นคง วันนี้ไปดูเรื่องวิทยุชุมชน สถานีโทรทัศน์อะไรทั้งหลายที่สร้าง ความขัดแย้งนะครับ ทําวิธีการอย่างไรละครับ ใช้อํานาจหน่อยครับ ไปปิดให้หมดเลยก็ได้ ผมว่าวันนี้ถ้าสถานีโทรทัศน์เหล่านั้น สถานีวิทยุเหล่านั้นเงียบไปบ้านเมืองเราอาจจะเจริญขึ้น ความขัดแย้งจะลดน้อยถอยลงก็ได้

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือเรื่องพืชผลการเกษตรตกต่ํา วันนี้ไม่ต้อง พูดหรอกครับว่าข้าว มันสําปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา มันมีปัญหาที่มีผลกระทบต่อพี่น้อง ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้ อย่างจริง ๆ จัง ๆ พรรคภูมิใจไทยจัดสัมมนาเรื่องการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรของ พี่น้องประชาชนมาโดยตลอดนะครับ ในไม่กี่วันข้างหน้าเราก็มีอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของ พี่น้องมันสําปะหลัง คือเรื่องมัน ๆ ปัญหาและทางออกของมันสําปะหลัง เชิญไปร่วมเสวนา กับพรรคภูมิใจไทยนะครับ แล้วจะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลในการร่วมกันแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ เวลาพอดีเป๊ะเลยครับ