สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องนโยบายเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาท โดยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายหลังจากที่พรรคเพื่อไทยได้รับเลือกเป็นรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือคนกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีการอุดหนุนการขาดทุนของรถไฟฟ้า 200,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการล็อคสเปคในการประมูลรถเมล์ โดยอ้างว่ามีการปิดกั้นโอกาสผู้ที่สนใจรายใหม่ในการเข้าประมูล

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมาทวงถามรัฐบาลเรื่องนโยบายเก็บค่าโดยสาร รถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสาย ผมขอใช้รูปประกอบครับ เชิญห้องโสตทัศนูปกรณ์ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ทําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานคงจําได้ดีนะครับ ว่านโยบายเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า ๒๐ บาทต่อสายนั้นเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย จําได้นะครับท่านประธาน ขอรูปที่ ๒ ครับ ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ท่านประธานจะเห็นว่า มีโปสเตอร์หาเสียงของพรรคเพื่อไทยเรื่องเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสาย ติดไปทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เองก็ลงพื้นที่หาเสียง ในหลายพื้นที่ ชูนโยบายเรื่องนี้ครับ ภาพต่อไปครับ ในวันปราศรัยใหญ่เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ประกาศเสียง ดังฟังชัดว่า “ถ้าหากได้รับเลือกเป็นรัฐบาล แน่นอนค่ะ ทุกอย่างพรรคเพื่อไทยและปู จะดําเนินการตามที่ได้สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชนทันทีค่ะ” ทุกอย่าง หมายความว่า นโยบายเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสาย รวมถึงด้วย ทันที หมายความว่า จะต้องทําทันทีหลังจากที่เป็นรัฐบาล ท่านประธานครับ พอได้เป็น รัฐบาลก็เริ่มแก้ตัว ขอรูปต่อไปครับ แก้ตัวครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๔ โดย พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต ขอภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยประกาศชัดเจนว่าจะเก็บค่าโดยสาร รถไฟฟ้า ๒๐ บาท ตลอดสาย เมื่อสร้างรถไฟฟ้าครบทั้ง ๑๐ สายเท่านั้น ตอนหาเสียงบอกว่า จะทําทันที ทุกคนก็เข้าใจอย่างนั้น รวมทั้งสื่อมวลชนนะครับ ดูภาพต่อไป นี่เป็นเสียงสะท้อน จากสื่อมวลชนโดยคุณภาคภูมิ ป้องภัย ที่เขียนบทความ เรื่อง คําลวง ๒๐ บาท ลงในหนังสือพิมพ์มติชน เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ ความว่า มุมมองของผมในฐานะ คนกรุงเทพฯ ที่ได้ฟังคําแถลงของยิ่งลักษณ์ และเห็นป้ายหาเสียงคือ จําเป็นหรือไม่ที่ต้องมี รถไฟฟ้าครบ ๑๐ สายเสียก่อน แล้วค่อยเก็บค่าโดยสาร ๒๐ บาทตลอดสาย หรือมีแค่ ๓-๔ สายก็สามารถทําตามสัญญาได้ หากบริหารจัดการให้ดี กลับกัน หากยึดถือ ตามบทสรุปของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้วละก็ ทําไมตอนหาเสียงไม่ระบุ ให้ชัดเจนในคําแถลงและป้ายไปเลยว่าเราจะสร้างให้ครบ ๑๐ สายเสียก่อน จึงจะเก็บ ค่าโดยสาร ๒๐ บาททุกสาย นั่นเป็นของสื่อมวลชนนะครับ

รูปที่ ๖ ครับ พอถูกสื่อมวลชนทวงถาม ก็มีการแก้ตัวต่อไปครับ ทวงถามว่า เมื่อไรจะได้ใช้สักที ๒๐ บาทตลอดสาย ท่าน พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ ว่า รถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสาย จะสามารถให้บริการได้อีก ๓ ปีข้างหน้า หมายถึง ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งสิ่งที่ต้องเร่งทําที่สุดนั้น ก็คือการก่อสร้างรถไฟฟ้า ๑๐ สาย ให้แล้วเสร็จ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่านประธานครับ ปี ๒๕๕๘ นั้นก่อสร้างรถไฟฟ้า ๑๐ สายไม่เสร็จครับ ปี ๒๕๖๒ เช่นเดียวกันครับ ผมตรวจสอบแผนเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ก็ไม่สามารถก่อสร้างรถไฟฟ้า ๑๐ สาย ให้แล้วเสร็จครับ แต่ที่ท่านบอกว่าจะสามารถให้บริการ ๒๐ บาทตลอดสายได้ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้นเป็นการชี้ให้เห็นว่าไม่จําเป็นให้รอให้สร้างครบ ๑๐ สายก็สามารถ ให้บริการ ๒๐ บาทตลอดสายได้ครับ และสิ่งนี้ยืนยันโดยรูปที่ ๗ ครับ

รูปที่ ๗ ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนปัจจุบัน ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ท่านได้นําร่องนโยบาย ๒๐ บาทตลอดสาย โดยเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิ้งค์ (Airport Link) ตลอดสาย ๒๐ บาท ปรากฏว่า ล้มเหลวครับ ใช้ได้เพียง ๓ เดือนเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ ปรากฏว่าผู้โดยสารไม่เพิ่มขึ้น แต่รายได้จากค่าโดยสารลดน้อยลงครับ ชี้ให้เห็นว่า ล้มเหลว ไม่สามารถทําได้ บทสรุปของผมก็คือ ขอรูปต่อไปครับ

รูปที่ ๘ ๒๐ บาทตลอดสายจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพราะจนถึงวันนี้ ๒๐ บาทตลอดสาย ยังทําไม่ได้สักสายเดียว พอเป็นรัฐบาลแล้วแก้ตัวว่า ต้องรอให้เสร็จ ๑๐ สายก่อน โดยจะเสร็จเร็วที่สุด ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งผมยืนยันว่า ไม่สามารถเสร็จได้ครับ ดูตามแผนการใช้เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลไม่มี ความสามารถจะก่อสร้างรถไฟฟ้า ๑๐ สายเสร็จได้ครับ แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์สามารถอยู่ได้ นานที่สุดแค่ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ เท่านั้น อยู่ได้แค่ปี ๒๕๕๘ ทําไมไปรับปากถึงปี ๒๕๖๒ ครับ

และข้อที่ ๓ ครับ รฟม. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยชี้แจงว่า รัฐบาลจะต้องอุดหนุนการขาดทุน ปีละกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าหากนํานโยบาย เก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า ๒๐ บาทต่อสายมาใช้ตัวเลขนี้นะครับ เป็นการคิดแค่ ๘ สายเท่านั้น ถ้ารวมอีก ๒ สายตัวเลขนี้จะมากขึ้นครับ และยังไม่รวมเงินอุดหนุนหรือชดเชย กับผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าเดิมก็คือ บีทีเอส (BTS) ที่ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส และบีเอ็มซีแอล (BMCL) ที่ให้บริการรถไฟใต้ดินของ รฟม. ครับ เงินจํานวนมากมายขนาดนี้อาจจะเพิ่มขึ้นถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระหนักของรัฐบาล นั่นหมายความว่าพี่น้องประชาชน คนทั้งประเทศต้องช่วยกันเสียภาษีเพื่อช่วยเหลือคนกรุงเทพมหานคร ตอนก่อสร้าง ก็ใช้เงินคนจากทั่วประเทศ จากตาสีตาสามาช่วยสร้างรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร พอถึงเวลาให้บริการก็หนีไม่พ้นครับต้องใช้เงินจากตาสีตาสามาช่วยเหมือนเดิม ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลล้มเหลว และก็ไม่ทําตามสัญญาที่รับปากไว้กับพี่น้องประชาชน

ต่อไปครับท่านประธาน ผมไปที่เรื่องล็อคสเปค (Lock Spec) ซื้อรถเมล์ เอ็นจีวี ๓,๑๘๓ คัน ขอรูปต่อไปครับ ผมเคยอภิปรายเรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้ครับ บอกว่า ผมเตือนไปที่รัฐบาลว่าเรื่องนี้มีการล็อคสเปคให้ผู้ประกอบการ ผู้ประสงค์จะเสนอราคา บางราย รูปต่อไปครับ ผมยกตัวอย่างว่ามีข้อกําหนดในทีโออาร์ (TOR) บางข้อ เป็นการ เปิดทาง เป็นการปิดกั้นผู้ประกอบการบางรายและเปิดทางให้เฉพาะบางรายเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ในข้อ ๓.๑๐ ซึ่งเขียนว่า ผู้ประสงค์จะเสนอราคาต้องมีผลงานการให้บริการ ซ่อมบํารุงรักษาเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซ ธรรมชาติที่นํามาประกอบเป็นรถโดยสารที่ยื่นเสนอราคา ในครั้งนี้กับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจหรือภาคเอกชนภายในประเทศมาแล้ว โดยมี ระยะทางการวิ่งใช้งานต่อคันมาแล้วของเครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ กิโลเมตรครับ เขียนอย่างนี้ใคร ๆ ก็รู้ว่าล็อคสเปคให้กับผู้ประกอบการรายเดิมครับท่านประธาน พอผม พูดไปครับ ดีครับ ขสมก. ก็ปรับแก้ขึ้นมา ตัดเรื่อง ๒๐๐,๐๐๐ กิโลเมตรออกไป ทําให้ ทีโออาร์นั้นดูดีขึ้น แต่ยังปลดล็อคไม่หมด ผมยืนยันว่ายังมีการล็อคสเปค ยกตัวอย่าง ทีโออาร์ ที่มีการแก้ไขแล้วนะครับ ในข้อ ๕.๗ นี้เขียนว่าผู้ประสงค์จะเสนอราคาจะต้องแจ้ง รายละเอียดของการประกอบรถโดยสารว่าผู้ประสงค์จะเสนอราคาจะใช้โรงงานใดในการ ประกอบรถโดยสารในครั้งนี้ และแผนการดําเนินงานประกอบรถโดยสารโดยละเอียด และรายละเอียดผลงานการประกอบรถโดยสารขนาด ๑๒ เมตรครับ เขียนอย่างนี้เป็นการ เปิดทางให้เฉพาะผู้ที่ประสงค์จะเสนอราคาที่สามารถติดต่อกับโรงงานประกอบรถโดยสารได้ ซึ่งในเมืองไทยนั้นมีโรงงานอย่างนี้มีน้อยจริง ๆ และโรงงานทั้งหมดเล่านี้ ซึ่งมีอยู่เพียง ไม่กี่โรงงานเขาได้จับมือกับผู้ประสงค์จะเสนอราคา หรือผู้ที่จะประมูลไว้แล้ว จับมือกันไว้ เรียบร้อยครับ เป็นการปิดกั้นโอกาสผู้ที่สนใจรายใหม่ เขาไม่สามารถเข้าประมูลได้ครับ ท่านประธาน เพราะไม่สามารถหาโรงงานประกอบรถโดยสารได้ จะตั้งโรงงานใหม่ก็ไม่ได้ ครับท่านประธาน