สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แนะนำข้อมูลผ่านสไลด์เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการขาดรายได้ของภาครัฐและปัญหาการบริหารงานของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการรถยนต์ที่ไม่ได้ผล และเรียกร้องการปฏิรูปการบริหารงานของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอสไลด์ที่ ๑ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี (กรุงเทพมหานคร) ท่านประธานครับ ป้ายนี้ ยังจํากันได้ไหมครับ ขอนํามาพูดอีกทีครับ ป้ายนี้ถูกปริ้นท์ (Print) ออกมาเป็นไวนิล (Vinyl) ติดทั่วประเทศไทย ล้างหนี้ประเทศไทย สร้างรายได้ประชาชน เอาความสุขที่ได้รับคืนมา เพื่อไทยครับ และเป็นไวนิลสําคัญครับ เป็นป้ายสําคัญในการโฆษณาติดทั่วทั้งประเทศ ต้องขอประทานอภัยวันนี้หาป้ายนี้ไม่เจอแล้วในเขตกรุงเทพมหานคร เพราะว่าน้ําท่วมใหญ่ แล้วก็คงไม่มีกล้าเอาไปแขวนหน้าบ้าน เพราะวันนั้นมันเป็นคํามั่น เป็นความหวัง แต่วันนี้ มันเป็นคําเท็จ เพราะฉะนั้นคงไม่มีใครติดหน้าบ้านแล้วครับ ท่านประธานครับ ในประเด็น ของหนี้ที่ท่านบอกจะล้างหนี้ให้กับประชาชน วันนี้มันกลายเป็นคําเท็จทั้งนั้น ลองมาดูชาร์ท ที่ ๒ ครับ หนี้สาธารณะที่เขาเรียกว่า เป็นหนี้ของแผ่นดิน จะต้องจ่ายคืนจากเงินภาษีอากร ของประชาชนเป็นหลัก ถ้ารัฐบาลนี้ก็ทําลายสถิติไปแล้วจาก ๔.๒ ล้านล้านบาทในสมัย คุณอภิสิทธิ์ ขึ้นมาเป็น ๕.๒ ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท คํานี้ผมจะพูด อยู่ทุกครั้งที่อภิปรายและผมจะย่ํายีรัฐบาลนี้ตลอดเวลาว่า เป็นรัฐบาลที่สร้างหนี้มากที่สุด เป็นประวัติการณ์ครับ ท่านประธานครับ หนี้สาธารณะ คือหนี้ที่ประชาชนจะต้องจ่าย และสุดท้ายเมื่อจ่ายไม่ไหวก็ต้องขึ้นภาษีอากร ซึ่งล่าสุดไปเพิ่งขึ้นภาษีน้ําเมา ภาษีบาปไปเรียบร้อยแล้ว เพราะท่านถังแตกจัดเก็บรายได้ กรมสรรพนสามิตไม่ตรงเป็นไปตามเป้า เอาชาร์ท นี้ลงครับ หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจาก ๔.๒ เป็น ๕.๒ เพิ่มขึ้น ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่มีประเทศไทยเขามีหนี้แค่ ๔.๒ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็สร้างหนี้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เฉพาะหนี้ ในงบประมาณซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับหนี้อื่น ๆ ที่ไปซุกอยู่ในรัฐวิสาหกิจอย่าง ธ.ก.ส. ภายใต้ โครงการจํานําหรือยังไม่ได้รวมหนี้ พ.ร.ก. น้ําท่วม ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็รวมไปถึง คมนาคมที่จะต้องกู้อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดไม่ออกเลยครับ ว่าหนี้สาธารณะประเทศไทย จะเป็นเท่าไรภายใต้การบริหารงานอย่างนี้ ๒. หนี้ภาคครัวเรือนก็เพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หนี้ครัวเรือน หมายถึง หนี้ของพวกเราเองที่ถัวเฉลี่ยต่อครัวเรือนแล้วมีเท่าไร ชาร์ทแผ่นนี้ เป็นข้อมูลจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยครับ ท่านประธานจะเห็นว่า ในปี ๒๕๕๔-๒๕๕๖ ในยุคที่คุณยิ่งลักษณ์ดํารงตําแหน่งเพิ่มขึ้นจาก ๕๙๐,๐๐๐ บาท ต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นเป็น ๑๘๘,๐๐๐ ต่อครัวเรือน ตกแล้วเกือบ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ครับ ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ครับ ขึ้นชาร์ทต่อไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ชาร์ทต่อไปเป็นตัวสรุปที่บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ทําลายสถิติการสร้างหนี้ ในประเทศไทย ซึ่งไม่สอดรับกับนโยบายที่บอกว่าจะล้างหนี้ ก็คือหนี้สาธารณะสูงถึง ๕.๒ หนี้ครัวเรือนสูงต่อครัวเรือนถึง ๑๘๘,๐๐๐ กว่าบาท นี่คือความล้มเหลว และนี่คือ ความตระบัดสัตย์อย่างชัดเจนของรัฐบาลนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอลงเจาะลึก ในโครงการเดียวที่ทําให้สภาพเป็นแบบนี้ แล้วจะไม่พูดถึงโครงการอื่น เนื่องจากเพื่อนสมาชิก จะได้มีการอภิปรายต่อไป โครงการรถยนต์คันแรก โครงการรถยนต์คันแรกครับ มันส์จริง ๆ โครงการนี้ครับ ประมาณการไว้ตอนต้นว่าจะใช้เม็ดเงินเพียงแค่ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายแล้วรัฐบาลบานปลายแห่งนี้ของท่านทํางบที่จะต้องใช้ในโครงการนี้ไปถึง ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท รถจํานวน ๑,๒๐๐,๐๐๐ คัน ออกมาวิ่งในทั่วประเทศไทย ๗๐ เปอร์เซ็นต์ วิ่งใน กรุงเทพมหานคร รถติดปีกว่า ๆ ที่ผ่านมาเกิดจากนโยบายอัปยศคราวนี้ ผมจะอธิบายต่อไป ว่าแล้วนโยบายนี้มันไปส่งผลกระทบถึงหนี้สาธารณะ และหนี้ภาคครัวเรือนที่มีการเพิ่มสูงขึ้น อย่างเป็นประวัติการณ์อย่างไร

ประการที่ ๑ เงินรายได้หายจากภาครัฐไป ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท หายไปครับ เพราะว่าจะต้องเป็นรายได้ที่ท่านจะเก็บได้กรมสรรพสามิต จํานวน ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท สรุปก็คือว่าไม่ได้มีการนําส่งในเม็ดเงินจํานวนนั้นครับ ก็ขาดรายได้ไป เมื่อขาดรายได้ทําไมครับ ก็เป็นงบประมาณรายจ่ายที่ขาดดุลอย่างไรครับ แล้วเวลาเป็นงบประมาณรายจ่ายที่ขาดดุล หมายความว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับก็ต้องกู้มาชดเชยเพื่อการขาดดุล นี่ละครับ ปัจจัย ของเหตุในการที่ก่อให้เกิดหนี้สาธารณะ เพราะว่าเป็นการจัดสรรงบประมาณแบบขาดดุล เนื่องจากมีโครงการที่ไม่ได้เรื่องแบบรถคันแรก ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากความ บานปลาย กําหนดงบไม่พอแล้ว จาก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ประเทศต้องสูญเสียรายได้ มาดูว่าไปอุดหนุนในอุตสาหกรรมเดียว คือเทเม็ดเงิน ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปอุดหนุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ เกิดอะไรขึ้นครับ ผลออกมาคือแท้งครับ เพราะว่าบริษัทประกอบรถยนต์ค่ายใหญ่ ๆ อย่างมิตซูบิชิ โตโยต้า ฮอนด้า ฟอร์ด เขาไม่มี การเพิ่มโรงงานการประกอบรถยนต์ครับ ผิดหวังครับ แท้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้ประกอบการ ชิ้นส่วนยานยนต์ต่างหากที่เป็นคนไทย แล้วต้องส่งชิ้นส่วนเข้าสู่โรงงานประกอบพวกนี้ มีการขยายตัวอย่างสูง แล้วก็มีการซื้ออุปกรณ์จํานวนมาก วันนี้กอดคอกันตายเรียบร้อยแล้ว เพราะโรงงานประกอบยานยนต์ไม่ได้ประกอบรถยนต์ให้เป็นไปตามเป้า เขาใช้วิธีการแบค ออเดอร์ (Back Order) คือหมายถึงว่าจองไว้ก่อน แล้วได้ปีต่อไป ปีต่อไปครับ โรงงานประกอบ เขาไม่เพิ่มรายผลิต วันนี้ผมถามท่าน ท่านจะช่วยเขาอย่างไรครับ ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ ไม่ใช่ผู้ประกอบรถยนต์นะครับ คนผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เขากอดคอกันตายอยู่ครับในขณะนี้ นี่คือนโยบายที่แท้งแล้วออกมาแบบนี้ครับ มาดูครับที่ศูนย์บริการรถยนต์ตัวแทนจําหน่าย เขาต้องไปเช่าโกดังเก็บรถเดือนหนึ่งเป็นแสน ๆ เพราะมีการยกเลิกการจอง รัฐบาลได้ศึกษา มาก่อนหรือเปล่าว่าสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ. เขาระบุชัดครับว่าถ้าท่านมี ความประสงค์จะคืนรถ แล้วรถคันนั้นยังไม่ได้มีการเจาะรูดัดแปลงสภาพ คืนรถได้หมด แล้วต้องคืนเงินจองให้ด้วย หรือว่าถ้าพี่น้องประชาชนไปหาแหล่งเงิน แล้วกู้ไม่ได้ก็คืนรถให้ด้วย คืนเงินจองให้ด้วย นี่ละคือสาเหตุที่ทําให้ศูนย์บริการต่าง ๆ ได้รับผลกระทบในการคืนใบจอง ภายใต้โครงการรถคันแรก ครบห่วงโซ่อุปทาน มาจนกระทั่งถึงคนที่บริโภคคนที่ซื้อรถยนต์ ดูสิว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้างครับ ไล่ไปเลยครับ

ประการที่ ๑ คนที่เขาซื้อรถยนต์ไป ขีดความสามารถในการบริโภคเขาลดลง แน่นอนครับมันเป็นตัวบอกว่าความล้มเหลวเรื่องของหนี้ครัวเรือนที่ท่านเพิ่มสูง เป็นประวัติการณ์ถึง ๑๘๘,๐๐๐ เศษต่อครัวเรือนนี่ทําไมมันเกิดขึ้นครับ ถ้าผมเงินเดือน ถ้า ส.ส.อรรถวิชช์เงินเดือน ๒๐,๐๐๐ บาท ผมผ่อนรถเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท ผมเหลืออีก ๑๑,๐๐๐ บาท จากเดิมที่ผมไม่ต้องผ่อนรถ ผมอาจจะมีแรงครับ พาภรรยาไปเที่ยวจังหวัด เชียงใหม่ พาภรรยาไปเที่ยวจังหวัดภูเก็ต การท่องเที่ยวโตได้ แต่วันนี้ทุกเซกเตอร์ (Sector) ถูกดึงลงมาที่ภาคยานยนต์หมดทุกอย่าง ความสามารถของกระผมในการที่จะผ่อนหนี้ ความสามารถของผมในการที่จะเบ่งตัวเองออกมาเพื่อใช้เงิน ไม่เหลือหลอแล้วครับ เพราะหนี้ มันจุกที่คอหอยผม วันนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยเขาถึงออกมาบอกอย่างไรว่าอัตราส่วนหนี้ ครัวเรือนต่อจีดีพีมันมาสู่ในจุดที่น่ากลัว เห็นไหมครับ วิธีการดําเนินการของท่านมันครบ ห่วงโซ่จริง ๆ ครับ รวมไปถึงรถยนต์ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คัน ที่ออกมาภายใต้โครงการนี้ แรก ๆ ท่านบอกจะใช้เงินแค่ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท สุดท้ายบานปลายไปใช้ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท รถยนต์ออกมา ๑,๒๐๐,๐๐๐ คัน รถยนต์ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คัน วิ่งในกรุงเทพมหานครมหาศาล รถติดอย่างมากครับ แล้วก็เป็นปัญหาต่อมาครับ การที่ท่านดําเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ ผิดพลาดโดยใช้โครงการประชานิยมแบบไม่คิดหน้าคิดหลังอย่างโครงการรถยนต์คันแรก มันก่อให้เกิดหนี้สาธารณะอย่างมหาศาล เพราะการจัดเก็บรายได้ของเราลดลงไป ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้ต้องกู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณ โครงการรถยนต์คันแรกส่งผลต่อ ความล้มเหลวในการที่ประชาชนคนไทยมีหนี้ภาคครัวเรือนมากขึ้น และหนี้มันจุกคอหอย ทําให้เงินในกระเป๋าผมไม่สามารถไปเจริญเติบโตให้เซกเตอร์อื่นในทางธุรกิจท่องเที่ยว หรือว่า อาหารภัตตาคารต่าง ๆ โตได้ แล้วนี่คือเหตุว่าทําไมภาพรวมเศรษฐกิจของไทยมันถึงย่ําแย่ และนี่คือเหตุที่บอกว่าทําไมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยถึงปรับลดครับ ท่านมา ใหม่ ๆ ต้นปีท่านบอกมันจะโต ๔.๘-๕.๘ วันนี้ปรับลงมาเหลือแค่ ๔.๓ เดี๋ยวก็ลดลงไปอีกครับ ปลายปี เพราะรายจ่ายภาครัฐไม่สามารถจะจ่ายได้ เป็นกรณีปกติ ความหวังอยู่ที่เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใช่ไหมครับ สําหรับรัฐบาล ใช่ครับ เพราะว่าท่านผิดดําเนินการพลาด ในงบประมาณประจําปีปกติ ความหวังวันนี้อยู่ที่เงินกู้ และเงินกู้พรรคประชาธิปัตย์ก็เสนอ ทางออกให้ท่านแล้วว่าทําอย่างไรไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่ากระบวนการนั้นจะต้องผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ เพียงแต่ว่ากระบวนการนั้นจะต้องประมูลจัดซื้อจัดจ้างตามปกติ ท่านจะ ไปใช้วิธีในการพิเศษเหมือนเรื่องน้ําที่ท่านเคยทําแล้วล้มเหลวไม่ได้ เพียงแค่นี้ท่านก็ไม่รับ ข้อเสนอพวกเรา และนั่นละครับ จะเป็นปัจจัยว่าตัวช่วยของท่านในไม้สุดท้ายปลายปีก็คือ เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เนื่องจากสอบตกแล้วในงบประมาณปกติ เงินจะไม่ออก ประมาณการจะไม่เป็นไปตามเป้า และนี้คือความน่ากลัวภายใต้การบริหารงานของท่าน ที่เรียกว่า ในช่วงที่ผ่านมาสอบตก ผิดสัญญา ล้มเหลว บานปลาย ขอบพระคุณครับ