คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช หารือเรื่องนโยบายด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของรัฐบาลที่ล้มเหลว และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ
ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขอเริ่มต้นที่ว่านโยบายด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของรัฐบาลนี้ ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง จะไม่ล้มเหลวได้อย่างไร รัฐมนตรีไม่เคยอยู่กระทรวงเลยค่ะ ๑๔-๑๕ เดือนที่อยู่กระทรวงวิทยาศาสตร์ไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึง ไม่พัฒนา ก็มัวแต่ไปทําเรื่องน้ํา ทีนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์มีรัฐมนตรีอย่างนี้แล้วจะพัฒนาได้อย่างไร แม้ท่านจะไม่ได้ทํา เรื่องวิทยาศาสตร์ถ้าแต่มาทําเรื่องน้ําก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงเช่นเดียวกัน ในปี ๒๕๕๔ ท่านพูด อะไรก็ไม่มีคนเชื่อ ท่านบอกน้ําไม่ท่วมพอคล้อยหลังน้ําก็ท่วม ดิฉันเป็นพยานได้ที่นวนคร เพราะดิฉันตามท่านไปแล้วก็ทําให้เสียหายถึง ๑.๔ ล้านล้านบาท มีคนตายถึง ๘๑๓ คน สูญหาย ๓ คน ท่านบอกเอาอยู่ ก็เอาไม่อยู่หรอกค่ะ บอกไม่ต้องขนของ น้ําก็มาแล้วค่ะ เป็นประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ําและอุทกภัย ต่อไปนี้จะขอใช้คําว่า กบอ. นะคะ ท่านโชคไม่ดีค่ะ ท่านมากับน้ํา ท่านก็ต้องไปกับน้ําอย่างแน่นอน ดิฉันคิดจะอธิบายต่อไป ท่านรองนายกรัฐมนตรีโชคร้าย แต่ท่านก็โชคดี เพราะว่าประเทศไทยเรามีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงพระปรีชาสามารถ เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขปัญหาน้ําของประเทศ ที่ต่างชาติยอมรับ ในปี ๒๕๓๘ แล้วก็รัฐบาล คณะกรรมการไม่เคยนําพาที่จะนําแนวพระราชดําริมาใส่เกล้าฯ แก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา แต่ในทางตรงกันข้ามกลับเอาคนต่างชาติมาบอกไทยว่าต้องทําอะไรบ้าง ตัวอย่างง่าย ๆ นะคะ ญี่ปุ่น ไจก้า (JICA) ซึ่งเคยถวายงานและร่วมงานวิจัยกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็บอกว่าใช้เงิน ๑ ใน ๓ คือจาก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทใช้เพียงแสนเดียว ก็จะทํางานได้ ทุกอย่าง เขาไม่เข้าประมูล เขาก็เลยถอนตัวไปค่ะ รัฐบาลคิดผิดค่ะ ดิฉันไม่เข้าใจว่าทําไม คิดผิดและคิดพิสดารได้ถึงขนาดนี้ ออกกฎหมาย พ.ร.ก. กู้เงิน ๓.๕ แสนล้านบาท ผิดพลาด เพราะไม่ใช่โครงการเร่งด่วน ไม่ใช่ฉุกเฉิน มันฟ้องตัวของมันเองอยู่แล้วค่ะ ๒๘ กุมภาพันธ์ ถึง ๓๐ มิถุนายน ก็ทําอะไรไม่ได้ มัวแต่ไปแสดงพระนารายณ์อยู่หรือเปล่าไม่ทราบนะคะ เมื่อศาลปกครองให้ชะลอโครงการทั้งหลายแหล่เหล่านี้ที่พิสดารนี้ว่าจะต้องทําอีไอเอ (EIA) เอชไอเอ (HIA) ซึ่งดิฉันจะต้องอธิบายรายละเอียดเล็กน้อยนะคะ ให้ต่างชาติมาบอกให้เรา ทําอะไร ซึ่งเป็นงานที่จะกระทบประชาชนกว้างขวาง ตัดสิทธิพื้นฐาน กระทบสิทธิพื้นฐาน ของประชาชนตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ํา ขออภัยที่ต้องขอยืมคําของท่านนายกรัฐมนตรี มาพูดนะคะ แต่ยังไม่บูรณาการค่ะ กระทบพื้นที่อนุรักษ์ วิถีชีวิตที่ทํามาหากิน สร้างให้สังคม แตกแยก ทีโออาร์ (TOR) ก็ไม่มีรายละเอียด พิสดารมากกว่านั้นก็คือว่าออกแบบไปก่อสร้าง ไป เวนคืนที่ไป ไม่ทราบว่าจะทําโครงการโมดูล (Module) นี้ที่ไหน อย่างไร พื้นที่เท่าไร อําเภอไหน จังหวัดไหน ไม่มีรายละเอียดทั้งนั้น แล้วก็ที่พิเศษพิสดารก็คือว่ารัฐไม่เวนคืนที่ แต่ให้เอกชนเป็นคนเวนคืนที่ มันเป็นไปได้อย่างไรคะ ท่านเสนาบดี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีคะ ดูแลลูกน้องท่านดี ๆ หน่อย งานของกระทรวงก็ไม่ทํา มาทํางานนี้ ก็ทําให้ล้มเหลว อีไอเอ ดิฉันเชื่อว่าคนฟังทางบ้านและพวกเราคงเข้าใจนะคะว่าเป็น การประเมินทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย ก็ไม่โปร่งใส ไม่มีมาตรฐาน มีการเปลี่ยน ผู้กระทําการศึกษาอย่างไม่ชอบมาพากล ดิฉันขออนุญาตขอชื่นชม ขอขอบคุณอาจารย์รัตยา ซึ่งเป็นทายาทของสืบ นาคะเสถียร อาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ แล้วก็อาจารย์ศรีสุวรรณ จรรยา หาญณรงค์ เยาวเรศ และเครือข่ายที่รักป่า รักสัตว์ รักประเทศไทย มาเดินเท้าต่อต้าน อีเอชไอเอ (EHIA) ที่ไม่มีคุณภาพ แล้วก็ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วประเทศ ดิฉันจะขอ ยกตัวอย่างของ พ.ร.ก. ๓.๕ ล้านบาท เพียง ๒ โครงการเป็นตัวอย่างเท่านั้นเองนะคะ อันที่ ๑ ก็คือว่าเอ ๕ (A 5) ตามตัวเลขของโมดูลที่เขาให้ประมูลแบบพิสดารนั้นละค่ะ มีบริษัทใหญ่ ๆ รับไป มีการสร้างทางเบี่ยงเบนน้ําหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่าฟลัดเวย์ (Floodway) ๓๐๐ กิโลเมตร จากนครสวรรค์ถึงอ่าวไทย ท่านประธานคะ ถ้าเราลองคิดดู ๓๐๐ กิโลเมตร คูณ ๑,๐๐๐ เป็นกี่เมตร คูณความกว้างของแม่น้ําสัก ๑๐๐ เป็นเท่าไร คูณความลึก เป็นเท่าไร ดิฉันกะประมาณไว้เท่านั้นเองนะว่า ๓-๔ เมตร ก็จะมีดินประมาณ ๑๒๐ ล้านคิว คิวละเท่าไร ท่านจะเอาดินนี้ไปไว้ที่ไหนหลังจากขุด ๓๐๐ กิโลเมตรแล้ว แล้วเงินที่ขายดินได้เป็นของใคร เป็นขอรัฐหรือเป็นของบริษัท คุณปลอดประสพ ขอประทานโทษ แล้วขอบคุณนะคะที่มาฟัง ท่านล้มเหลวอย่างไม่น่าเชื่อ อันนั้นก็เป็น เอ ๕ เท่านั้นเอง ส่วนเขื่อนแม่วงก์ อุทยานแม่วงก์ ดิฉันจะขอนําคําพูดของท่านนะคะ ท่านประธาน เพื่อจะได้เห็นว่าดิฉันไม่ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับท่านข้าราชการที่มีงานดีเด่นเมื่อตอนเป็น ข้าราชการ ได้เงินหรือได้กล่องจึงยอมสยบเช่นนี้ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว ๑๓ ปีผ่านไป กับการเปลี่ยนแปลงของคุณปลอดประสพนะคะ ปี ๒๕๔๒ ท่านพูดไว้ว่า การตัดสินใจไม่อนุญาตให้เข้าไปสร้างเขื่อนในป่าแม่วงก์นั้น เป็นการตัดสินใจของตนเอง เพียงคนเดียวในฐานะอธิบดีกรมป่าไม้ หลังจากพิจารณาข้อมูลรอบคอบแล้ว ทั้งนี้เพื่อ ต้องการรักษาผืนป่าไว้ หากปล่อยให้ใช้อย่างฟุ่มเฟือยไปเรื่อยต่อไปคงไม่มีป่าเหลือ อย่างแน่นอน ปี ๒๕๕๖ นิดเดียวค่ะ