สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖

ฮอชาลี ม่าเหร็ม หารือเรื่องโครงการท่าเรือน้ําลึกปากบารา และเรียกร้องการคำอธิบายจากกรมการทางรถไฟ

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้แปรญัตติ ในมาตรา ๓ ซึ่งเป็นการเพิ่มข้อความเพิ่มเข้าไปในมาตรา ๓ นี้ ในเรื่องของโครงการ ซึ่งหมายความว่าเป็นโครงการซึ่งอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ แล้วก็แผนงานที่กําหนดเอาไว้ ท้ายร่างพระราชบัญญัติ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการอภิปรายของผมนั้นได้รับเอกสารจากทางกรรมาธิการ ซึ่งได้ให้มาเมื่อวานนะครับ แต่ประเด็นที่ผมจะอภิปรายนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ของคนในพื้นที่จังหวัดที่ผมอยู่นะครับ นั่นก็คือจังหวัดสตูล ซึ่งโครงการที่ปรากฏอยู่ในเอกสาร ท้าย พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เป็นเรื่องของท่าเรือน้ําลึกปากบารา เอกสารที่ผมได้รับยังไม่เพียงพอ ในการที่จะอภิปราย แต่อย่างไรก็ตามผมเองก็เพิ่งได้รับเอกสารจากข้าราชการที่เข้าใจ ในการทําหน้าที่นะครับ ได้ส่งเอกสารให้ผมอย่างน้อย ๓ ชุด ชุดแรกก็เป็นรายงานผลกระทบ ทางด้านสิ่งแวดล้อมหรือว่าอีไอเอ (EIA) ซึ่งจัดซื้อจัดจ้างโดยกระทรวงคมนาคม ทาง สนข. ก็คิดว่าอยู่ในวงเงินประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็รายงาน ฉบับที่ ๒ ซึ่งเอกสารซึ่งถ้าจริง ๆ แล้วทาง สนข. น่าจะถ่ายเอกสารฉบับนี้ซึ่งเป็นบทสรุป สําหรับผู้บริหารให้กับพวกเราในสภาผู้แทนราษฎรได้นะครับ ไม่ต้องเอาเล่มใหญ่ที่ผมถืออยู่ ขณะนี้ ซึ่งเป็นรายงานเฉพาะสําหรับผู้บริหารนะครับ ซึ่งเล่มนี้เป็นเรื่องของรายงานโครงการ สํารวจออกแบบเพื่อก่อสร้างท่าเรือน้ําลึกปากบารา ซึ่งใช้วงเงินในการศึกษาตรงนี้ก็ประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาทเช่นกัน แล้วก็เอกสารฉบับที่ ๓ ก็เป็นเอกสารซึ่งเราก็ได้ผ่าน สภาผู้แทนราษฎรด้วย ได้วงเงินประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาทเช่นกัน นั่นก็คือรายงาน การศึกษาความเหมาะสมออกแบบเบื้องต้น ในเรื่องของทางรถไฟซึ่งเชื่อมโยงระหว่าง ฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองในฐานะซึ่งเป็นผู้แทน ในพื้นที่ เป็น ส.ส. ในพื้นที่ เมื่อได้อ่านรายงานของท่านแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงาน โครงการสํารวจออกแบบเพื่อก่อสร้างท่าเรือน้ําลึกปากบารานี่ เปิดมาหน้าแรก เห็นบทนําก็สะดุ้งเลยนะครับ ท่านให้เหตุผลในการศึกษาว่า เดิมทีเดียวโครงการก่อสร้าง แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) หรือว่าโครงการก่อสร้างสะพานเศรษฐกิจเพื่อเป็นการเชื่อม ระหว่างฝั่งทะเลตะวันออกและฝั่งทะเลตะวันตก ประตูเชื่อมโยงของการค้าระหว่างซีกโลก ตะวันตกเพื่อที่จะไปยังซีกโลกตะวันออกนั้นเดิมทีเดียววางเอาไว้ที่จังหวัดกระบี่และอําเภอขนอม แต่เหตุผลที่ต้องเลื่อนและยกเลิกพื้นที่ เปลี่ยนพื้นที่จากจังหวัดกระบี่ จากท่าเรือทับละมุมายัง ที่ปากบาราที่จังหวัดสตูลซึ่งอยู่จังหวัดใกล้เคียงกันนั้น เหตุผลท่านเขียนเอาไว้ในรายงาน ของท่านว่า เนื่องจากจังหวัดกระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยว การที่มีท่าเรือน้ําลึกนั้นอาจจะ ส่งผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญ ๆ อย่างเกาะสิมิลัน อย่างหาดนพรัตน์ธารา แล้วก็เกาะพีพี และอาจจะส่งผลกระทบถึงการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตด้วย นี่คือเป็นข้อความที่ท่านเขียนเอาไว้ในบทนําสภาพปัญหาของการศึกษา ซึ่งเราใช้งบประมาณ ของแผ่นดินไปประมาณ ๑๐๐ กว่าล้านบาท เหตุผลที่ท่านเลิกจากจังหวัดกระบี่ แล้วก็โยน สิ่งเหล่านี้มาที่จังหวัดสตูล ก็เพราะกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขอพูดด้วยเหตุด้วยผลว่าจังหวัดสตูลกับจังหวัดกระบี่นั้นระยะทางเราวิ่ง ทางรถยนต์ประมาณเกือบ ๆ ๒๐๐ กิโลเมตร แต่ถ้าไปกันทางทะเลท่านประธานครับ เกาะหลีเป๊ะ เกาะตะรุเตา เชื่อมโยงไปยังจังหวัดตรัง จังหวัดตรังเชื่อมไปยังจังหวัดกระบี่ ในทะเลนั้นสามารถที่จะเชื่อมกันไปได้ ในสภาพพื้นที่ตรงนั้นเรียกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่สวยงามที่สุดระดับโลกของอันดามัน เพราะฉะนั้นเมื่อท่านบอกว่าการที่จะก่อสร้าง ท่าเรือน้ําลึกตรงนี้โดยใช้วงเงินกู้ในระยะแรก ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยกเลิกจากจังหวัดกระบี่ มาไว้ที่จังหวัดสตูล เนื่องจากเหตุผลเพราะการท่องเที่ยว ถ้ายึดตรรกตรงนี้ก็แสดงว่าท่านก็ไม่เอาการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูลใช่ไหมครับ ท่านจะ ไม่เอาความสวยงามของเกาะหลีเป๊ะ ของเกาะตะรุเตา และเป็นจุดหมายปลายทางของ การท่องเที่ยวของคนระดับโลก ซึ่งขณะนี้เกาะลังกาวีอยู่ใกล้จังหวัดสตูลครับท่านประธาน ที่เกาะลังกาวีเขาไม่มีสถานที่ท่องเที่ยว หาดทรายเขาไม่สวยงาม หาดทรายเป็นสีดํา เป็นสีน้ําตาล แต่ความสวยงามจะมาอยู่ที่จังหวัดสตูล ตอนนี้นักท่องเที่ยวจากเกาะลังกาวีนั้น เขามาชื่นชมความสวยงามแล้วก็นําเงินมา แล้วก็มาพักที่รีสอร์ทที่จังหวัดสตูล นั่นคือสิ่งที่ผม อยากจะพูดถึงว่าเฉพาะแค่อินโทรดักชัน (Introduction) หรือว่าบทนําของท่านนั้นก็ทําให้ ชาวจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ในการก่อสร้างอภิมหาโปรเจกต์ก็สะดุ้งแล้วนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือเอกสารที่ผมบอกว่าหยิบยกขึ้นมาในฉบับแรก มาในฉบับที่ ๒ อีไอเอ ซึ่งท่านบอกว่าผ่าน ผมเองก็ได้ศึกษาเนื้อหาว่าเขาสํารวจกันอย่างไร เขาศึกษากัน อย่างไรว่าอีไอเอหรือว่าผลกระทบของสิ่งแวดล้อม ปรากฏว่ามี ๑๕ รายการหรือ ๑๕ ไอเทม (Item) ที่ท่านศึกษา แล้วก็เป็นการศึกษาผลกระทบเฉพาะในช่วงเวลาที่ก่อสร้างเท่านั้น ท่านออกโจทย์ให้บริษัทซึ่งรับงานของท่านไปร้อยกว่าล้านบาทนี้ ตอบโจทย์เฉพาะ ๑๕ รายการแค่นั้นเองว่าในเฉพาะช่วงก่อสร้างมีฝุ่นไหม กระทบต่อผิวดินไหม กระทบต่อ สภาพแวดล้อมตรงนั้นหรือไม่ แต่ท่านไม่ได้ให้โจทย์ไปว่าถ้าในวันข้างหน้ามีเรือเดินสมุทร เป็นร้อย ๆ ลําเข้ามาในพื้นที่ตรงนี้มันจะส่งผลกระทบต่อปะการังหลากสีของเกาะหลีเป๊ะ หรือไม่ มันจะส่งผลกระทบต่อการมาของนักท่องเที่ยว มันกระทบต่ออุตสาหกรรม การท่องเที่ยวในพื้นที่หรือไม่ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะฝากเป็นข้อคิด นอกเหนือจากนั้น ใน ๑๐๐ กว่าล้านบาทซึ่งท่านยังได้กันเอาไว้สําหรับการศึกษาผลกระทบในเรื่องของสุขภาวะ เรื่องของสุขภาพและสิ่งแวดล้อมซึ่งจะมีก่อนที่จะเกิดโครงการนั้นก็อยากจะขอฝากว่าโจทย์ที่ ท่านจะต้องตั้งเอาไว้ว่านอกเหนือจากผลกระทบต่อสุขภาพ ณ ช่วงเวลาของการก่อสร้างแล้วนั้น ต้องศึกษาไปให้ไกลถึงว่าในวันข้างหน้า แล้วก็ศึกษาไปให้ลึกว่าเมื่อเรามาทําท่าเรือน้ําลึก ตรงนั้นเราจะเอาการท่องเที่ยวหรือไม่ เพราะว่าขณะนี้ยุทธศาสตร์ของจังหวัดภายใต้การนํา ของท่านผู้ว่าการจังหวัดสตูลแล้วก็บรรดาพี่น้องในพื้นที่เราต้องการที่จะชูจังหวัดสตูลนั้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ ต้องการที่จะให้ขายแหล่งท่องเที่ยวให้กับผู้คน ต้องการที่จะขาย ความสวยงามของพื้นที่ของจังหวัดสตูลให้กับพี่น้องซึ่งมาจากทั่วทั้งโลก แต่การที่ท่านคิด โครงการตรงนี้แล้วก็กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะมาสร้างตรงนี้จะต้องเลือกครับ เพราะการท่องเที่ยวกับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง แล้วก็ระบบปิโตรเคมีซึ่งจะต้องตามมา ในระยะที่ ๒ ระยะที่ ๓ ระยะที่ ๔ มันอยู่ร่วมกันไม่ได้ ต้องเลือกเอาระหว่างการท่องเที่ยว กับการขนส่งและอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่จะมีมา อย่าบอกกับชาวบ้านว่าเราเอาเฉพาะท่าเรือ แล้วก็เม้มเอาไว้ว่าเรื่องของอุตสาหกรรมเราจะไม่มีในรายงานของท่านระบุไว้ชัดว่าการมี ท่าเรือน้ําลึกนั้นเป็นการจุดประกายของการมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องหรือนิคมอุตสาหกรรม สุดท้ายท่านประธานครับ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ในฐานะซึ่งท่านจะได้มี อํานาจในการที่จะได้รับเงินเอาไปกู้ทําโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการท่าเรือน้ําลึก ที่ปากบารา ในรายงานของท่าน ไม่ว่าจะเป็นรายงาน ร้อยกว่าล้านในเรื่องของการศึกษา เส้นทางรถไฟจากจังหวัดสงขลามาจังหวัดสตูล หรือรายงานที่สํารวจออกแบบความเป็นไปได้ ความคุ้มค่าของท่าเรือน้ําลึกปากบารานั้น ผมอยากจะให้ท่านลองถ่ายเอกสาร ว่าผลการศึกษาที่เขาศึกษาออกมาชัดเจนว่าความคุ้มค่าในแง่ของทางการเงิน เมื่อเรากู้เงินไปแล้ว เราต้องรับภาระดอกเบี้ยแล้วก็ใช้เงินในการที่จะก่อสร้างโครงการตรงนี้ นักวิชาการ ซึ่งท่านได้จ้างเอาไว้ร้อยกว่าล้านได้ศึกษาบอกว่ามันเป็นการลงทุนที่ไม่ได้กําไร ภาษาเศรษฐศาสตร์เขาใช้คําว่า บีซี เรทิโอ (B/C Ratio) หรือว่าอัตราการตอบแทนต่อต้นทุน ไม่ถึง ๑ นั่นหมายความว่าลงทุนไป ๑ บาท ได้รับผลตอบแทนไม่ถึง ๑ บาท นั่นคือภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ถูกระบุอยู่รายละเอียดของการศึกษาแล้ว อยากจะให้นําประเด็น ตรงนี้ของท่านไปเป็นแนวในการพิจารณาเพื่อที่จะตัดสินใจในการที่จะเดินหน้าโครงการตรงนี้ ไปด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ นอกเหนือจากรายงานในตรงนี้แล้วนั้น ล่าสุดผลการศึกษา ของ สนข. เช่นกันนะครับ ที่ใช้เงินไป ๑๐๐ กว่าล้านในการที่จะศึกษาเรื่องของเส้นทางรถไฟนั้น ก็ผลสรุปออกมาเช่นกันนะครับว่าความคุ้มค่าทางด้านการเงิน หรือว่าเอฟไออาร์อาร์ (FIRR) นั้น มันก็ไม่ถึง ๑ แปลว่าลงทุนไป ๑ บาทก็ได้คืนมาไม่ถึง ๑ บาทเช่นกัน แล้วในแง่ของ การทําธุรกิจเราก็เห็นอยู่ ก็มีคนบอกอยู่ว่าเมื่อทําไปแล้วเจ๊ง เราจะเดินหน้าหรือว่าเราจะ มาทบทวนแล้วก็มาคิด ตรงนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะให้รัฐบาลได้นําข้อมูลซึ่งมีอยู่ในมือของ ท่านเองอยู่แล้วนะครับ นําไปพิจารณา แล้วก็นําไปทบทวนในเรื่องนี้ แล้วก็ขอให้ชาวสตูล ขอให้คนในพื้นที่เขาได้มีโอกาสได้กําหนดอนาคตทิศทางของเขาเอง เพราะเขาต้องอยู่ ในพื้นที่นั้นไปอีกตลอดชีวิตนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ