สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖

จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ แสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและระบบรองรับในกรณีอุบัติเหตุของโครงการรถไฟความเร็วสูง และการโยกย้ายโครงการที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการทุจริตที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังนำเสนอแผนการพัฒนาและปรับปรุงสถานีรถไฟไทย โดยแสดงภาพเปิดวีดิทัศน์และเปรียบเทียบสถานีรถไฟบางบำหรุในอดีตและปัจจุบัน เพื่อแสดงความเป็นไปได้ในการสร้างสถานีรถไฟด้วยงบประมาณปกติ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๓ เรื่องให้แนบบัญชีเล่มนี้ครับ เอกสารประกอบ ซึ่งถ้าเป็นการอภิปรายงบประมาณเราจะ เรียกว่าเล่มขาวคาดแดง แต่ในร่าง พ.ร.บ. ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไม่มีเล่มขาวคาดแดง มีแค่เล่มนี้ที่เป็นเอกสารเพิ่มเติม ผมก็แปรญัตติไว้ว่าต้องการให้เอาอันนี้เป็นกฎหมายด้วย ไม่ให้เป็นแค่เอกสารเพื่อพิจารณา ให้เป็นกฎหมายด้วย นี่คือหลักการในการแปรญัตติ ของกระผม ท่านประธานครับ วันนี้ผมเสียดายครับ เสียดายที่เจ้าของโครงการเอารถไฟ ความเร็วสูงไปขนผักจากจังหวัดเชียงใหม่มากรุงเทพมหานครไม่ได้มานั่งฟังผมด้วย เพราะในวาระที่หนึ่ง ผมเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะทํารถไฟความเร็วสูงไปทําอะไร ท่านนั่นอยู่ตรงนั้น วันนั้นท่านตอบว่าจะเอาไว้ขนผักสินค้าเกษตรจากจากจังหวัดเชียงใหม่ มากรุงเทพมหานคร นี่คือที่มาว่าเอารถไฟความเร็วสูงมาขนผัก เสียดายท่านไม่มานั่งตรงนี้ ด้วยนะครับ ท่านจะได้ทราบว่าวันนี้เราจะขนผักอะไรบ้าง จะเขาไปขนยางพาราด้วยไหม จะเอาไปขนปาล์มน้ํามันด้วยไหม จะเอาไปขนมันสําปะหลัง อ้อยด้วยหรือเปล่า ท่านประธานครับ สิ่งที่พวกกระผมเป็นห่วงกันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องว่าประเทศไทยขาดระบบคมนาคมอย่างเดียว สิ่งที่ประเทศไทยขาดนี้ครับ ถ้าเกิดโครงการรถไฟความเร็วสูงเพิ่มขึ้นนี้ครับ เรายังขาด อย่างอื่นอีกมากครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ๒-๓ เรื่องครับ เช่น วันนี้เรามีสนามบิน มีระบบ ขนส่งทางอากาศที่เรียกว่าเชื่อมต่อเป็นศูนย์กลางของอาเซียน แต่ถามว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุ ทางเครื่องบินขึ้น เรามีระบบสาธารณสุขรองรับหรือยัง ผู้โดยสารเครื่องบินลําหนึ่ง ๓๐๐ ท่าน ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วมีการบาดเจ็บกัน ๒๐๐-๓๐๐ ท่านพร้อมกัน เรามีรถพยาบาล ขนผู้บาดเจ็บจากสนามบินไปยังโรงพยาบาลหรือยัง มีโรงพยาบาลรองรับอย่างนี้หรือยัง เปรียบเทียบตรงนี้กับโครงการรถไฟครับ ไม่ว่ารางคู่หรือความเร็วสูง เมื่อไม่กี่วันเป็นข่าวมา มีการขโมยตัดสายไฟรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ตัดสายทองแดง ขนาดอยู่กลางกรุงเทพมหานคร ยังแอบขโมยตัดกันได้ และถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นละครับ ถ้าอยู่ในกรุงเทพมหานคร ผมก็ไม่เป็นห่วงเท่าไร แต่สมมุติถ้าเป็นรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างจังหวัด ถ้ามีคนเข้าไป ขโมยตัดหรือไปเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างทําให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างรุนแรง ผมคิดว่าประเทศไทย ยังไม่มีระบบรองรับตรงนี้ครับ รถมูลนิธิไม่รู้ต้องใช้กี่ร้อยคันนะครับ ถ้ารถไฟขบวนหนึ่ง มีผู้โดยสาร ๓๐๐-๔๐๐ คนในการเดินทางดังกล่าว นี่คือสิ่งที่พวกผมเป็นห่วงและคิดว่า มันไม่ใช่แค่พัฒนาด้านคมนาคมอย่างเดียว ยังต้องพัฒนาด้านอื่นควบคู่ไปด้วยในการรองรับ ตรงนี้นะครับ เพราะอย่ามั่นใจว่ารถไฟความเร็วสูงแล้วจะไม่เกิดอุบัติเหตุนะครับ เมื่อไม่กี่วัน ที่ผ่านมาประเทศญี่ปุ่นเจ้าของเทคโนโลยี รถไฟความเร็วสูงฟ้าผ่าขบวนรถไฟ เกิดอะไรขึ้นครับ แล้วถ้าเป็นประเทศไทยจะเกิดอะไรครับ ถ้ามีการคอร์รัปชันกันรถไฟจะได้เต็มร้อย ได้รถเฟอรารี่ มาคันหนึ่งกลายเป็นได้แค่รถโตโยต้า ที่สุดแล้วความคุ้มครองความปลอดภัยหรือระบบต่าง ๆ ก็ไม่ดีเท่า นี่คือสิ่งที่พวกผมเป็นห่วง ท่านประธานครับ ในอีกเรื่องหนึ่งครับที่ผมยืนยันว่าควรต้องมีข้อความในเล่มขาวเล่มนี้ครับ เป็นกฎหมายด้วย เพราะผมเป็นห่วงเรื่องจะมีการโยกโครงการกัน ถ้านําเล่มนี้เป็นกฎหมายด้วย ความเป็นห่วงพวกผมก็จะลดลง เพราะอะไรครับ ๑. โยกโครงการได้ยากขึ้นครับ เพราะว่าตอนนี้ ที่ท่านให้เป็นกฎหมายนี้ครับ มีแค่ ๑๙ มาตรา บวกบัญชีแนบท้ายแค่ ๒ แผ่น ๕๓ โครงการหลัก ใน ๕๓ โครงการนี้อันไหนทําไม่ได้หรือได้ไม่ได้นี่ ที่สุดแล้วท่านโยกได้เพราะยอดตัวเลข มันเหมือนเดิม ซึ่งผมจะอภิปรายทีหลัง ท่านประธานครับ ในการโยกโครงการได้นี่นําไปสู่ อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องการทุจริตได้ง่าย ทุจริตอย่างไรครับ ผมยกตัวอย่างครับ เมื่อสักครู่ ท่านเพิ่งส่งเอกสารมาให้ผมเรื่องรถไฟความเร็วสูง ไม่มีเวลาได้ดูหรอกครับ หนาเท่านี้ครับ เพิ่งส่งเมื่อสักครู่นี้ ระบุว่ารถไฟความเร็วสูงเส้นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จะผ่านจังหวัดไหนบ้าง ตรงไหนบ้าง แต่ก็เป็นแค่การศึกษาอยู่ ยังไม่มีการรับรองว่าจะเป็นเส้นทางดังกล่าวจริง แต่ตามข้อมูลก่อนที่ท่านจะส่งเอกสารดังกล่าวให้นี้ครับ ผมทราบว่ากรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จะมีทั้งหมด ๕ เส้นทาง ๕ แนว ผมไม่ลงลึกรายละเอียดหมดละครับ เพราะ ๕ แนวนี้ ที่สุดแล้วผมก็ยังไม่ได้ดูว่าท่านเลือกเอาแนวไหน เพราะที่สุดมันก็ยังไม่จบ ณ วันนี้ เพราะท่านยังศึกษาไม่เสร็จ ถูกไหมครับ ท่านประธานครับ ใน ๕ แนวที่ท่านคิดไว้นี่ครับ แต่ละแนว ราคาไม่เท่ากัน ผมพูดแค่เรื่องราคาอย่างเดียวพอ ราคาที่สูงสุดนี่ครับ ๔๓๓,๕๓๗ ล้านบาท ราคาถูกที่สุดแนวที่ ๔ ๔๐๙,๒๒๐ บาท เฉพาะ ๒ แนวนี้ ซึ่งผมยังไม่รู้ว่าท่านเลือกแนวไหน นะครับ มี ๕ แนว เฉพาะ ๒ แนวนี้ที่ราคาสูงสุดกับต่ําสุดนี่ครับ มีส่วนต่าง ต่างกัน ๒๔,๓๑๗ ล้านบาท การที่ท่านเลือกแนว ๑ นี่ ๔๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเลือกแนวที่ ๔ ๔๐๙,๐๐๐ ล้านบาท มีส่วนต่างตรงนี้ ๒๔,๓๑๗ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ เยอะนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมไม่รู้ว่าท่านเลือกแนวไหน ประเด็นของผมก็คือส่วนเกิน ๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้มันเป็นเงินภาษีประชาชนครับ ถ้าท่านไม่ใช้ท่านจะเอาเงินตรงนี้ ไปไว้ตรงไหน นั่นคือคําถามของผม เพราะท่านบอกว่ากู้ไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนเรา อภิปรายกันท่านก็บอกว่าถ้าพูดว่า ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ได้ ต้องพูด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้น คราวนี้ถ้าท่านพูดอย่างนั้นแสดงว่าท่านจะกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเต็ม คราวนี้ ส่วนเกินที่กู้นี้ท่านจะเอาไปทําอะไร เมื่อท่านไม่ระบุอันนี้ไว้ในกฎหมาย ท่านเอาไปทําอะไรก็ได้อีก ซึ่งจะงอกมาทีหลัง จะเติมมาทีหลัง จะทุจริตมาทีหลัง จะเติมอย่างไรก็ได้ครับ นี่คือสิ่งที่ พวกกระผมเป็นห่วง เพราะที่สุดรายการพวกนี้ไปอยู่ในบัญชีแนบท้าย แม้ว่าวันนี้ท่านจะบอกว่า รถไฟความเร็วสูงเส้นนี้จะใช้แค่ ๓๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ผมยังไม่เห็นแนวทางไหนที่สามารถ ทําตรงนี้ได้ ที่สุดงบประมาณก็ต้องเกินขึ้นไปอีก แล้วมีเงินเหลือจ่ายจากส่วนนี้ครับที่จะ ไปเข้ากระเป๋าใครบางคนได้ ซึ่งพวกผมก็เป็นห่วงกัน กระทั่งอีกเรื่องหนึ่งที่จะนําไปสู่ การทุจริตได้ก็คือ การที่ท่านเลือกแนวที่ ๑ แนวที่ ๒ แนวที่ ๓ แนวที่ ๔ แนวที่ ๕ นี่ ไม่ว่าแนวไหนก็ตามเส้นทางไม่เหมือนกัน ผ่านจังหวัดไหน ที่ดินใครไม่เหมือนกัน พวกผม ไม่มีกําลังหรอกครับ ผมไม่ได้ร่ํารวยพอที่จะไปซื้อที่ดินกว้านมาเก็บไว้ในมือล่วงหน้า ไปบอกว่า สถานีไหนจะจอดตรงไหน ไปถึงที่ดินผมมี ๒,๐๐๐ ไร่ ผมได้ไปตรงนี้เวนคืนผมไป ๑๐๐ ไร่ อันนี้คือความร่ํารวยนอกระบบ เป็นการทุจริตด้านนโยบายได้ นี่คือสิ่งที่พวกกระผมเป็นห่วงกัน แล้วก็หวังว่าจะไม่เกิดขึ้น แต่เมื่อมีการใส่โครงการลักษณะนี้ผมคิดว่ามันเกิดแน่ครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าแนวที่ ๑ นี้ครับ ค่าเวนคืนที่ดินท่านตั้งไว้แค่ ๓,๖๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเอาแนวที่ ๑ แต่ถ้าท่านเอาแนวที่ ๔ ค่าเวนคืน ๑๖,๖๒๗ ล้านบาท ต่างกัน ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทอีก เฉพาะเรื่องค่าเวนคืนของแต่ละแนว นี่คือปัญหาอย่างไรครับ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟังเท่านี้ครับว่านี่คือปัญหาที่จะนําไปสู่ การทุจริตคอร์รัปชันได้ และพวกกระผมก็เป็นห่วงกัน คําถามก็คือ ทําไมท่านไม่ใช้งบปกติ ถ้าใช้งบปกติเป็นงบประมาณปกติประจําปีนี่ท่านจะมีเอกสารแนบพวกนี้มาทั้งหมด พวกผม ก็ตรวจสอบง่ายขึ้น ดูได้ง่ายขึ้น

ผมนําไปสู่เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องสุดท้ายก็คือเมื่อวานนี้ผมเป็นคนหนึ่งที่ท้วง เพราะมีความพยายามทําความเข้าใจกันว่าที่ผ่านมาการรถไฟไทยไม่เคยมีการพัฒนาปรับปรุง กันเลย ผมก็ท้วงไว้ว่ามันไม่จริง ผมได้ขออนุญาตใช้ภาพเปิดวีดิทัศน์ ได้ขอท่านประธานไว้แล้ว แล้วก็มีการอนุญาตไว้แล้ว เป็นการเปิดภาพแค่ ๓ ภาพครับ ภาพสถานีรถไฟนะครับ ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเปิดภาพด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

นี่คือสถานีรถไฟบางบําหรุในอดีต ท่านประธานดูในจอนะครับ ภาพถัดไปครับ ภาพถัดไปที่ท่านเห็นนี่ครับ ๑. ไม่ใช่ภาพ คอมพิวเตอร์กราฟฟิค (Computer graphic) เป็นภาพจริง ๒. ไม่ใช่ภาพในต่างประเทศ เป็นภาพในประเทศไทย ๓. อยู่ห่างจากรัฐสภาไม่ถึง ๑ กิโลเมตร ภาพนี้ครับ ท่านประธาน ออกจากสภาไปเลี้ยวซ้าย เลี้ยวซ้าย ๒ ทีขึ้นสะพานซังฮี้ไป ท่านวิ่งตรงไปเรื่อย ๆ ครับ เลยหน้าห้างตั้งฮั้วเส็งแล้วท่านไปยูเทิร์น (U-tern) รถกลับ ตรงสถานีตลิ่งชัน ตรงทางข้าม ตลิ่งชัน แล้วท่านยูเทิร์นกลับมาท่านเลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยแรกครับ ท่านจะเห็นสถานีรถไฟ บางบําหรุครับ เปิดภาพถัดไปเพื่อใกล้เข้าไปอีกครับ นี่คือภาพสถานีรถไฟบางบําหรุ ณ ปัจจุบัน ใช้งานแล้วครับ สร้างเสร็จแล้วครับ ในรายงานนี้ก็บอกว่าสร้างเสร็จแล้ว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากเห็นการเอาภาพที่สร้างสรรค์ลักษณะอย่างนี้มาพูดกันในสภาบ้าง มาพูดบ้างว่าสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ทํารถไฟฟ้าสายแรกและได้วิ่งใช้ในกรุงเทพมหานคร เมื่อปี ๒๕๔๒ มาวันนี้สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ผ่านมาทําสถานีรถไฟต้นแบบอันนี้มาแล้วครับ สร้างเสร็จแล้ว ใช้บริการแล้ว ทดลองวิ่งแล้วครับ มีผู้โดยสารใช้วันละกี่คนครับ ๒๐๐ กว่าคน เริ่มต้นแล้ว เริ่มศึกษาวันละ ๔ รอบ อันนี้มาเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าบางบําหรุ เมื่อสักครู่ เป็นสถานีรถไฟเฉย ๆ ไม่ใช่สถานีรถไฟฟ้านะครับ เดี๋ยวท่านจะมาแย้งผมว่านั่นมันสถานี รถไฟฟ้า ไม่ใช่ครับ สถานีรถไฟครับ นี่เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสภาและเป็นประโยชน์ ต่อคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ว่าไม่ได้กู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วจะทําอะไรไม่ได้เลย ไม่ใช่นะครับ เราไม่ต้องกู้สักบาทหนึ่งด้วยงบประมาณวิธีแปลกพิสดารแบบนี้ เราใช้งบปกติ ทําได้ สร้างได้ และทํามาแล้ว ทําให้ดูแล้ว วันนี้ผมจึงมาบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ว่าทักษิณคิด เพื่อไทยทําหรอกครับ อภิสิทธิ์คิด ชวนคิด แล้วก็ทําให้ดูมาแล้วครับ รัฐบาลที่ผ่านมา ทํามาแล้ว เสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านต้องให้เครดิต (Credit) คนอื่นบ้าง สําคัญที่สุดครับ ไม่จําเป็นต้องกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็สามารถทําผลงาน แผนงานดี ๆ อย่างนี้ได้ ท่านต้อง เลิกเอารูปรถไฟตกรางวันเว้นวัน ๆ มาออกได้แล้วครับ ท่านนําภาพดี ๆ ตัวอย่างอย่างนี้มาดูบ้าง มาสื่อสารให้คนไทยได้ดูบ้าง ผมคิดว่าในสภานี้ไม่มีใครเคยเห็นหรอกครับภาพอย่างนี้ เมื่อสักครู่ผมถามหลายท่านก็บอกไม่เคยเห็น คิดว่าเป็นภาพต่างประเทศ จริง ๆ เป็นภาพ ในประเทศไทยนะครับ ที่สถานีรถไฟบางบําหรุ จึงขอให้สภานี้ได้พิจารณานะครับว่า วันนี้เราไม่จําเป็นต้องกู้ครับ เราใช้งบประมาณปกติ แล้วก็ใช้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ความโปร่งใสนี่คือให้มีเอกสารแนบให้เห็นชัดเจนเรียบร้อยว่าเราจะทําอย่างไร เรื่องความ เป็นธรรมครับ มีคนฝากผมมาฝั่งอันดามัน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีไปจังหวัดภูเก็ต แม้แต่บาทเดียว ในการทําสถานีรถไฟไป ที่บอกให้ไปศึกษานี่ใช้งบปกติอีกครับ ไม่ได้ใช้งบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเลยครับ ใช้งบประมาณปกติของปี ๒๕๕๖ ที่ผ่านมาที่กําลังใช้กันอยู่ ในการศึกษา เพราะฉะนั้นใช้งบปกติได้ครับ ผมจึงฝากท่านประธานไว้เท่านี้นะครับ แล้วผมจะอภิปรายในมาตราต่อไปอีก ขอบพระคุณครับ