อลงกรณ์ พลบุตร วิจารณ์นโยบายงบประมาณปี ๒๕๕๗ โดยชี้ให้เห็นความล้มเหลวในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและนวัตกรรม พร้อมเรียกร้องให้ปรับแผนการลงทุนจากโครงการถนนไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ต่อมา อลงกรณ์ พลบุตร หารือประเด็นเทคโนโลยีและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยชี้ว่าประเทศไทยมีคะแนนด้านเทคโนโลยีต่ำกว่าอาเซียน และเสนอให้ทบทวนการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันพร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบโครงการอย่างเข้มข้นโดยปราศจากคอร์รัปชัน
ก็จะสรุปแล้วครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเครื่องยนต์ ๔ เครื่องนี้ครับท่านประธาน ผมก็กังวลใจ เพราะว่าเวลาอาจจะ สําคัญมากของสภานี้ครับ แต่ผมคิดว่าเวลาของประเทศสําคัญกว่า แล้วเวลาในอนาคต ยิ่งสําคัญครับ ผมก็อยากให้ประเทศนี้เดินไป แล้วก็สามารถยกระดับขึ้นมาสู่การเป็นประเทศ ที่เป็นประเทศรายได้สูง ประชาชนจะได้พ้นความยากจน และเราก็เลิกที่จะต้องมาพูดกันถึง ข้าวราคา ๑๕,๐๐๐ บาท หรือยางราคาเท่านั้นเท่านี้ แต่ว่าเราจะขายสินค้าที่มีมูลค่าสูง อย่างไรครับ ผมถึงบอกว่าลงทุนอะไร ลงทุนอย่างไร อยู่ในคําแปรญัตติของผมครับ ตั้งแต่ มาตรา ๓ จนกระทั่งจบมาตรา ๑๙ ก็ขอพูดครั้งเดียว เพราะว่าอยากให้กรรมาธิการ เสียงข้างมากได้นําไปคิด นี่คือเวลาที่ยังเปลี่ยนแปลงได้ครับ เรามีเวลาไม่ถึง ๒๔ ชั่วโมง ในการที่จะเปลี่ยนแปลง ถ้าท่านเห็นว่าตรงนี้มันจะเป็นประโยชน์ และเห็นว่า ท่านควรเพิ่มเติมอย่างอื่น ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ไปเปลี่ยนแปลงท่านไม่ได้อยู่แล้วครับ และโครงการที่ท่านเสนอมาก็เป็นเรื่องที่ประเทศนี้สมควรและจําเป็นที่จะต้องมี จะมีวันนี้ วันหน้า มีวันนี้ก็ต้องดีกว่า แต่ว่ามันมีอีก ๓ เครื่องยนต์ ท่านประธานเห็นไหมครับว่า ใน ๔ เครื่องยนต์ดังกล่าวนี้ ก็คือโครงการที่ ๑ และทั้งหมดคือโครงสร้างพื้นฐานของด้าน คมนาคมขนส่ง ถ้าดูในแง่ของลําดับความสําคัญ มาดูนะครับว่าขีดความสามารถ ในการแข่งขันภายใต้การจัดอันดับของดับเบิลยูอีเอฟ เราอยู่อันดับที่ ๔๖ จาก ๑๔๔ ประเทศ ไม่เลวเท่าไรหรอกครับ ผมเดินทางไปรอบภูมิภาคนี้ ไปอาเซียนบวกสามบวกหก ไปมาทั่วโลก นะครับ แล้วก็ยังเดินทางทุกเดือนครับ สิ่งที่เราได้เห็นคืออะไร ในอาเซียนที่เราบอกว่า จะเชื่อมโยง เชื่อมไทยเชื่อมโลกนี้ครับ ด้านถนน ด้านอื่น ๆ เราอยู่ลําดับที่ ๑๖ แต่เรื่องที่ สําคัญมากในการยกประเทศนี้ขึ้นคือด้านนวัตกรรม เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เรื่องเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ เรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มจําเป็นต้องมีสถาบันวิจัยและพัฒนา จะต้องมีสถาบัน ด้านส่งเสริมนวัตกรรม จะต้องมีงานที่ส่งเสริมในด้านนี้ ผมไปเดินงาน ผมไปทุกปี ท่านประธานครับ ไม่ทราบท่านประธานไปบ้างหรือเปล่า หรือกรรมาธิการไปหรือเปล่า งานสําคัญที่สุดของชาตินี้คืองานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ซึ่งจัดมาเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว ผมก็ไปเดินดูทุกปีครับ เราต่อยอดแทบไม่ได้เลยครับ และเราจะขายสินค้าวัตถุดิบที่ชาวนา ชาวไร่ กรรมกรผู้ใช้แรงงานของเรา หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน มีค่าครองชีพ จ่ายค่าแรงขั้นต่ํา แล้วก็เป็นอยู่อย่างนี้เป็นประเทศรับจ้างทําของโออีเอ็ม ไม่เหมือนประเทศที่ก้าวพ้น และรัฐบาลมีโอกาสแล้วเพราะอยู่ในภาวะที่สามารถที่จะกู้เงินได้ แต่กู้ก็ยังตอบไม่ตรงโจทย์ ดังนั้นนวัตกรรมเราอยู่ลําดับที่ ๘๔ ครับ อยู่ในกลุ่มประเทศแอฟริกาเลยนะครับ จาก ๑๔๔ ประเทศ การศึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่เรียกว่า ฮิวแมน รีซอสเซส ดีเวลลอปเมนท์ สําคัญมาก หรือแม้แต่เรื่องของการผู้ประกอบการที่เป็นหัวใจสําคัญในการ สร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจเศรษฐกิจของประเทศ เราอยู่อันดับ ๖๐ ครับ จาก ๑๔๔ ประเทศ เรื่องพลังงาน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางด้านของการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร ภาคคมนาคมของเราอยู่อันดับเกือบบ๊วยครับ ๑๖๖ จาก ๑๙๖ ครับ ท่านประธาน เราต้องการการวางท่อแก๊ส ต้องการวางท่อขนส่งทางท่อของน้ํามัน ต้องการ โรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และต้องการการขุดเจาะทั้งออนชอร์ ออฟชอร์ (Onshore Offshore) และต้องการส่งเสริมพลังงานทดแทนให้มากขึ้นตามเป้าที่วางไว้ อย่างน้อย ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ของการใช้พลังงาน วันนี้จาก ๒๕,๐๐๐ เมกะวัตต์ เราอยากได้อีกสัก ๕,๐๐๐ เมกะวัตต์ วันนี้ไดแค่ ๓๐๐-๔๐๐ เมกะวัตต์ รัฐบาลไม่เอาเงินเหล่านี้มาลงตรงนี้เลย เอาแค่ว่า ๔ เครื่องยนต์ตรงนี้ครับ มันจะสมดุลได้อย่างไร เหมือนที่ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ใกล้ตัวที่สุดตําบลของเรา บอก อบต. หยุดจ้างถนนคอนกรีตปีนี้สักกิโลเมตรหนึ่งก็ดี ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เอาตรงนั้นมาขุดสระน้ําทําแปลงเพาะพันธุ์หญ้า มาทําเรื่องออกานิกส์ (Organics) มาทํา ในเรื่องของเหมืองฝายเข้า ใช้เงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่ากัน ปีหน้าชาวนาในตําบลนั้นรายได้ เพิ่มขึ้น ท่านจะเลือกอะไร ถึงบอกว่าถนนทําให้เดินหน้าได้ แต่ยกระดับรายได้ ยกอัพเกรด ประเทศไม่ได้ ยกได้ระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมจึงยกตัวอย่างตรงนี้มา แล้วท่าน ดูคะแนนนะครับ ผมจะจบแล้วครับท่านประธาน เพื่อสนับสนุนข้ออภิปรายของผม ให้กรรมาธิการได้เปลี่ยนใจในเรื่องของโครงการและวิธีการของการใช้เงินกู้ เรื่องของคะแนน ตรงนี้น่ากังวลมากครับ นวัตกรรม นวัตกรรมเราได้คะแนน ๓.๑๙ เท่าประเทศกัมพูชาครับ เป็นไปได้อย่างไรว่าด้านนวัตกรรมการวิจัย พัฒนาของเราได้ ๓.๑๙ เท่ากับประเทศกัมพูชา นี่ประเทศไทยใน พ.ศ. นี้ครับ และมันน่าเศร้าไหมครับที่ผมทวง หวังอย่างยิ่งว่าท่านประธาน ให้เวลาผมก็คือว่าเราผ่านงบประมาณปี ๒๕๕๗ ไปแล้วเมื่อไม่กี่วันนี้เอง ความหวังสุดท้าย คือเงินกู้ก้อนนี้ครับ ในงบปี ๒๕๕๗ ท่านประธานเชื่อไหมครับ รัฐมนตรีนั่งอยู่บนนี้อาจจะ ไม่กล้าสบตาผมนะครับ รัฐมนตรีตัดสินใจไปได้อย่างไรครับ หลายคนอยู่ในกรรมาธิการ งบประมาณ งบวิจัยและพัฒนาของประเทศเรา ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยมากอยู่แล้ว งบปี ๒๕๕๗ ตัดลงไปเหลือ ๐.๑๘ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี นี่ท่านมองประเทศ มองอนาคต ของประเทศอย่างไรครับ จุดอ่อนของประเทศที่จะจําเป็นจะต้องเยียวยา พัฒนา ปฏิรูป แก้ไข ที่จะทําให้ประเทศนี้เติบโตก้าวหน้าเหมือนอย่างประเทศที่เขาก้าวพ้นกับต่างประเทศ รายได้ปานกลาง มีแต่หนทางเดียวคือเรื่องวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เรื่องนวัตกรรม เรื่องการศึกษา คะแนนเฉลี่ยของอาเซียนเราก็ต่ํากว่าครับ อาเซียนโดยเฉลี่ยมีคะแนนเฉลี่ย อยู่ที่ ๓.๖๔ ครับ เรา ๓.๑๙ ประเทศอินโดนีเซียข้ามเราไปแล้วครับ ๓.๖๑ นั่นเขาดูแลคน ๒๔๐ ล้านคน เกาะ ๑๗,๐๐๐ เกาะ เขาขึ้นเราไปแล้วครับ ประเทศมาเลเซียไม่ต้องพูดถึงเลยครับ ที่ผมบอกว่า ๑๐ กว่าปีมานี้วิสัยทัศน์ ปี ๒๐๒๐ ของเขาไม่ได้ส่งเสริมการทําถนนหนทาง อย่างเดียวครับ เขาไปทุกด้านครับ ๔.๓๘ นี่ของจริงทั้งสิ้นครับ ทําไมเราไม่เอาเงินกู้ตรงนี้ ที่เราใช้วิธีอื่นเป็นเครื่องมือ ลดการกู้ลง ทําได้เหมือนเดิมทุกโครงการ แล้วก็เอาส่วนหนึ่งที่ เป็นเงินลงทุนเหล่านี้มาในเรื่องของการวิจัยและพัฒนา มีอยู่น้อยอยู่แล้ว ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี มาเหลือ ๐.๑๘ เปอร์เซ็นต์ มันตอบอะไรได้บ้างครับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านรัฐมนตรีมัวแต่คุยอยู่นั่นละครับ แล้วก็มาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ เพราะท่านคุย สอบตกยกประเทศ ถ้าเราไม่สร้างคนสร้างชาติ แต่รัฐบาลโดยงบนี้ ท่านเชื่อว่าสร้างถนนสร้างชาติครับ แต่ผมเชื่อว่าสร้างคนสร้างชาติและพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าสร้างคนสร้างชาติ งบการศึกษาเราจะแก้อย่างไรครับ สอบตกยกประเทศ วิชาสําคัญ แต่ผมก็เชื่อว่าท่านรัฐมนตรีใหม่นะครับ เพราะว่าท่านเปลี่ยนรัฐมนตรีบ่อยเหลือเกิน กระทรวงสําคัญอย่างนี้ขาดความต่อเนื่อง ผมก็หวังว่าเงินกู้ส่วนนี้จะไปช่วย ในเรื่องของหลักภาษา หลักวิทยาศาสตร์ ไปเรื่องของการเพิ่มเงินเดือนครู ไปขยายโรงเรียน ของเรา ยกระดับมหาวิทยาลัยวิจัย วันนี้มหาวิทยาลัยของเราหลุดอันดับ ไม่ติด ๑ ใน ๒๐๐ ของแรงกิง (Ranking) มหาวิทยาลัยโลกแล้วครับ มันต้องการการลงทุน ทุกอย่างต้องใช้เงิน มันไม่มีอะไรที่ไม่ใช้เงินหรอกครับ แต่เงินงบประมาณไปแล้ว วันนี้เงินนี้ถามบอก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหลุดมาไหม ไปอยู่ที่ถนน หลุดมาที่การศึกษาไหม ไม่มีสักสลึงเดียว หลุดไปที่การวิจัยและพัฒนาไหม ไม่มีสักสลึงเดียว ทําไมความเชื่อจึงเป็นอย่างนั้น มองอะไร เหมือนม้าแข่งในลู่แคบ ๆ ละครับ คิดว่าถนนนี้อย่างเดียวสร้างถนนสร้างชาติ ใช่ ต้องทําถนน ทําระบบราง เปลี่ยนโหมด (Mode) เป็นมัลติโมดอล ทรานสปอร์เทชัน (Multimodal Transportation) แต่ว่ามันไม่พอสํารวจประเทศนี้นะครับ
สุดท้ายเทคโนโลยีครับ สิ่งเหล่านี้ท่านประธานจะเห็นว่าสินค้าที่สร้าง มูลค่าเพิ่มมันก็ย้อนกลับมาที่ประชาชนของเราใช่ไหมครับ ดังนั้นประเทศไทยจึงมีความพร้อม ด้านเทคโนโลยีเพียงคะแนน ๓.๕๖ ต่ํากว่าอาเซียนโดยเฉลี่ยแล้วครับ วันนี้โดยเกรด (Grade) หลัก ๆ ของเรานี้เราต่ํากว่าอาเซียนโดยเฉลี่ยนะครับ อาเซียนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ ๓.๙๗ และเมื่อดูโดยรวมของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่เรียกว่าจีซีไอ (GCI) โกลบอล คอมเพทิทิฟเนส อินเด็กซ์ ประเทศไทยมีคะแนนอยู่ ๔.๓๘ อาเซียนโดยเฉลี่ย ๔.๔๐ ผมก็สรุปกับท่านประธานว่าในการลงทุนด้วยการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งนี้ ท่านยังมีเวลาทบทวน ไม่กี่ชั่วโมงจากนี้ผมไม่คิดว่าการเมืองจะทําให้ความมีเหตุมีผลและ วุฒิภาวะ และความรับผิดชอบของท่านต่อวันนี้และวันหน้าของประเทศชาติและประชาชน ของเรานั้นจะมาปิดกั้นจิตสํานึกของท่านในการที่จะไม่ทบทวนเปลี่ยนแปลง ถ้าท่านคิดว่า สิ่งที่ผมได้นําเสนอ ไม่ว่าด้วยแนวคิดในทางยุทธศาสตร์ก็ดี วิธีการบริหารจัดการประเทศจากนี้ไป ความจําเป็นที่ประเทศจะต้องมี ๔ เครื่องยนต์หลัก ไม่ใช่เพียงเครื่องยนต์เดียว เราได้เห็นแล้ว และการกู้ครั้งนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคงทราบว่ามันชนเพดาน ชนเพดาน หนี้สาธารณะต่อจีดีพีซึ่งจะทําให้กระทบต่อวินัยการเงินการคลังและความมั่นเชื่อถือ ของประเทศ แต่อย่างไรก็ตามนี้มันมีทางเลือก เขาเลือกโพลิซีชอยซ์ (Policy Choice) แล้วก็ โปรเจกต์ชูส (Project Choose) ก็คือว่ามีนโยบายทางเลือก มีโครงการทางเลือกเสมอ เมื่อท่านได้รับฟังแล้วเห็นว่าน่าจะดําเนินการได้ ท่านก็ปรับเปลี่ยนครับ เราจะได้เห็นถึง วุฒิภาวะของเสียงข้างมาก จะได้เห็นถึงวุฒิภาวะของสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลที่แสดง ความรับผิดชอบต่ออนาคต ผมไม่มีเวลาที่จะพูดถึงประเด็นเรื่องการตรวจสอบเพราะผมรู้ดีว่า ภายใต้ระบบรัฐสภานั้นโหวตสู้ไม่ได้หรอกครับ และเราก็เห็นด้วยกับการลงทุนโครงสร้าง พื้นฐานของประเทศ เพียงแต่ว่ามันยังไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมดสําหรับอนาคตของประเทศ สิ่งที่เราจะต้องรับผิดชอบจากนี้ไปคือการตรวจสอบอย่างเข้มข้น คําแปรญัตติของผมปรากฏ ชัดเจนว่าองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทยที่ภาคเอกชนเขารณรงค์มาตั้งแต่สมัย คุณดุสิต ประธานหอการค้า จนกระทั่งท่านเสียชีวิตไปวันนี้ยังสืบทอดเจตนารมณ์และ ต้องการความร่วมมือทุกโครงการจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วก็สภาแห่งนี้ การตรวจสอบและการลงทุนนั้นเป็นโดยโปร่งใส ปราศจากคอร์รัปชันเป็นอีกหนึ่งในงาน ของเรานับแต่วันนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ