รังสิมา รอดรัศมี แสดงความกังวลเกี่ยวกับการกู้เงิน 2,000 ล้านบาท และเสนอแนวคิดเรื่องรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครกับจังหวัดสมุทรสงคราม แทนที่จะขยายถนนพระราม 2 และเสนอคำถามเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินกู้นี้
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันขอแปรญัตติตัดลดวงเงินในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติไว้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ คือดิฉันตัดไว้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์นี่ ถ้าดิฉันฟังคนอื่นก่อนนะคะ ก่อนที่ดิฉัน จะพูด ดิฉันจะตัด ๕๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ เพราะว่าดิฉันเน้นเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน อย่างมาก เพราะว่าดิฉันมาดูแล้วว่าขณะนี้ประชาชนได้รับความลําบาก เพราะว่า ข้าวยากหมากแพง ไม่มีจะกิน แต่ว่าท่านมากู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ราคากลางท่านก็ไม่มี แล้วก็การประมูลท่านก็ใช้วิธีพิเศษ ดิฉันก็กลัว เป็นห่วงเรื่องความโปร่งใส แล้วก็ อีกประการหนึ่ง คือดิฉันอยากให้ทางรัฐบาลเปิดเผยข้อมูลด้วย เกี่ยวกับรายละเอียดในการ เปิดประมูล แล้วก็ประกาศผล แล้วก็ให้คนสามารถติดตามไปดูความโปร่งใสของท่านนะคะ โครงการที่ท่านขอมา ถ้าท่านไม่ได้ทํา ดิฉันกลัวว่าท่านจะไปโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ดิฉันอยู่คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ๓ สมัย การโอน เปลี่ยนแปลงงบประมาณมันจะโอนเปลี่ยนแปลงประจําเลย ดิฉันก็เป็นห่วงว่าพอโอน เปลี่ยนแปลงไปแล้วส่วนใหญ่มันก็จะไปต่างประเทศ ไม่ได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเลย ดิฉันก็อยากจะฝากทางท่านกรรมาธิการแล้วก็ผ่านไปถึงรัฐบาลด้วยว่า คือถ้าท่านไม่ได้ทํา โครงการที่ท่านขอมาก็ไม่ควรที่จะโอนเปลี่ยนแปลง แล้วถ้าเกิดว่าไม่ได้ทําจริง ๆ ก็ไม่ควร ที่จะกู้มา เพราะว่าขนาดกรรมาธิการมีรายละเอียดนะคะก็ยังมีโกงกันเยอะแยะมากมาย เดี๋ยวก็ติดตามตอนต่อไปนะคะ อาทิตย์หน้าวันอังคารใช่ไหมคะ ที่ท่านจะประชุมเรื่องผลงาน ของรัฐบาล ประชาชนเขาก็ฝากดิฉันมาบอกรัฐบาลนะคะว่า เขาไม่เห็นด้วยหรอกที่รัฐบาล จะกู้เงินถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่าสามารถที่จะมาใช้งบประมาณแผ่นดินได้ เพราะว่ามันสามารถตรวจสอบได้ แล้วก็ โครงการนี้ตั้ง ๗ ปี เขาก็กลัวว่ากู้ชาตินี้เขากลัวจะใช้หนี้ไปถึงชาติหน้า ดิฉันก็คิดว่าดิฉัน คงไม่ได้อยู่ใช้หนี้หรอกนะคะ ทีนี้ที่ดิฉันห่วงอีกประเด็นหนึ่งก็คือมันก็จะตรงกับที่ท่านอรรถวิชช์ ได้อภิปรายไปนะคะ คือดิฉันก็เน้นเรื่องค่าที่ปรึกษา ค่าที่ปรึกษา ปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ก็ตั้งเอาไว้ในงบประมาณปกติก็ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว แล้วพอมางบเงินกู้อีก ทีแรกก็ตั้งไว้ ๔,๔๐๐ ล้านบาท แต่ว่าพอทางฝ่ายค้านได้อภิปรายไป ทางกรรมาธิการก็ตัดเหลือ ๔,๑๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ค่าจ้างที่ปรึกษาดิฉันคิดว่ามันตั้งเท่าไรก็ได้ คือตั้งมากมายมหาศาลเลย ดิฉันก็เป็นห่วง เพราะมันเป็นเงินกู้นะคะ
อีกประการหนึ่งคือ ที่ท่านตั้งเผื่อเหลือเผื่อขาด เมื่อสักครู่นี้ดิฉันก็ฟัง ท่านอรรถวิชช์พูดไปแล้ว แต่ดิฉันจะพูดบันทึกไว้เพื่อให้ประชาชนเข้าใจการถ่ายทอด คําพูดของดิฉัน ประชาชนจะเข้าใจมากกว่านะคะ ตั้งเอาไว้ ๙,๒๖๑ ล้านล้านบาท แต่ว่าเมื่อกรรมาธิการพิจารณาไปแล้วตัดลดไปถึง ๑๑,๗๘๙.๖๙ ล้านล้านบาท รวมแล้วตั้งเผื่อเหลือเผื่อขาดตั้ง ๒๑,๐๕๐.๗๐ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นดิฉันก็มีความรู้สึก ว่าให้ไปนั่งทํา เห็นที่ท่านอรรถวิชช์บอกประชุมตั้งไม่รู้กี่ครั้ง พอตัดไปตัดมาแทนที่จะเอาไป ทําประโยชน์อย่างอื่นท่านก็เอากลับไปอีก เอากลับไปตั้งเผื่อเหลือเผื่อขาดอีกตั้ง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทําไมท่านไม่มาพิจารณา ท่านทําเกี่ยวกับรถไฟดิฉันก็เห็นด้วยนะคะ อย่างเช่น รถไฟสายวงเวียนใหญ่ไปท่าฉลอม แล้วก็ไปข้ามแม่น้ําท่าจีนก็ไม่มีทางรถไฟข้าม ก็มีจากมหาชัยไปแม่กลอง ทําไมท่านไม่คิดเชื่อมระหว่างวงเวียนใหญ่แล้วก็ไปข้ามไปที่ ท่าฉลอม-มหาชัย แล้วก็ทําต่อไปที่จังหวัดสมุทรสงคราม แม่กลอง แล้วแม่กลองทําต่อ ไปปากท่อ ท่านสามารถที่จะย่นระยะทางจากกรุงเทพมหานครไปสายใต้ตั้ง ๗๐ กิโลเมตร แล้วอีกประการหนึ่งดิฉันเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีเคยบอกว่ารถไฟความเร็วสูงเอาไป ขนผัก ดิฉันว่าถ้าท่านทํารถไฟสายวงเวียนใหญ่ข้ามแม่น้ําท่าจีนไปท่าฉลอม แล้วจากท่าฉลอม ไปจังหวัดสมุทรสงคราม อันนั้นขนได้มากกว่าผักอีก ผักก็ขนได้ กุ้งหอยปูปลา ท่านก็จะได้ กุ้งหอยปูปลาที่ไม่ต้องมาบรรทุกรถสิบล้อที่มาถนนสายพระราม ๒ ท่านจะได้บรรทุก ลดค่าใช้จ่ายจากตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือตลาดปลาที่จังหวัดสมุทรสงคราม เขาจะเปิดตี ๓ แล้วไม่ต้องมาวิ่งถนนพระราม ๒ เลย ท่านกิติรัตน์ ท่านฟังดิฉัน ท่านกรุณา ลงไปดูพื้นที่นะคะ ท่านจะได้เอามาปรับปรุงพัฒนาให้มันตรงกับวัตถุประสงค์อันนี้นะคะ แล้วมันจะลดค่าใช้จ่ายมากเลย แล้วก็ถนนพระราม ๒ ก็จะได้ไม่พังขนาดนี้ด้วย ถ้าเป็นดิฉัน คิดนะคะดิฉันจะคิดทําทางมอเตอร์เวย์ จากกรุงเทพมหานครไปกลางเกาะ ผ่านจังหวัด สมุทรสาคร ไปจังหวัดสมุทรสงคราม ไปจังหวัดเพชรบุรี กลางเกาะถนนเพชรเกษมเลย ไม่ต้อง มาขยายข้างล่างเพราะมันเป็นดินเลน มันจะใช้งบประมาณมากกว่าเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านทํา ท่านทําอย่างที่ดิฉันแนะนํา ดิฉันคิดว่าได้ประโยชน์มหาศาลแล้วคนจะไม่มาประดัง ในเมืองเลย ในกรุงเทพมหานครเลย สามารถจะขึ้นรถไฟจากแม่กลองมากรุงเทพมหานคร ได้สะดวกคนกรุงเทพมหานครก็ไปปลูกบ้านอยู่จังหวัดสมุทรสงครามแล้วนั่งรถไฟมา ก็ประหยัดค่าใช้จ่ายมากมาย เพราะจังหวัดสมุทรสงครามเป็นจังหวัดพื้นที่สีเขียว ไม่ให้มีโรงงาน เพราะฉะนั้นท่านไม่ค่อยมีวิสัยทัศน์เท่าไร ดิฉันมามองว่าทางที่ดีเงินที่เหลือ น่าจะเอาไปทําให้เกิดประโยชน์ให้มันเชื่อมต่อกัน คือลงทุนก็ไม่กี่สตางค์แต่จะได้ประโยชน์ มากมายมหาศาลดิฉันก็ฝากท่านไว้ตรงนี้ค่ะ เมื่อท่านอยากจะกู้ให้มันได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประชาชนก็เลยฝากดิฉันมาถาม ถามภาษาดิฉันนะคะ คือให้ตอบเป็นข้อ ๆ ที่ดิฉันถามนะคะ จะมีประมาณ ๕ ข้อ ก็ถามว่า ท่านกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านกู้จากที่ไหน กู้ในประเทศ หรือว่ากู้ต่างประเทศ แล้วถ้ากู้ ในประเทศกับกู้ต่างประเทศ ท่านกู้ในอัตราส่วนเท่าไร หรือกู้ในประเทศหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ กู้ต่างประเทศหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือว่ากู้สัดส่วนเท่าไรแล้วก็ กู้จากใคร กู้จากธนาคารหรือว่ากู้จากเอกชน กู้บุคคล อย่างเช่นยกตัวอย่างอย่างเช่น ท่านทักษิณอย่างนี้ มีเงินมากมายมหาศาล ท่านจะไปกู้ท่านทักษิณมาทําไหมรถไฟนี้ เพราะว่าอะไรดิฉันมองนะคะ ท่านไม่มีข้อกําหนดข้อห้ามอะไรเลยว่าจะกู้จากตรงไหนก็ได้ เพราะท่านไม่ได้กําหนดใช่ไหมคะ และอีกอย่างหนึ่งดิฉันก็มามองว่าถ้าท่านกู้จากธนาคาร ธนาคารก็จะได้ดอกเบี้ย แล้วเงินที่ธนาคารได้ก็คือเงินภาษีของพี่น้องประชาชนตาดํา ๆ นะคะ แต่คนที่ได้ดอกเบี้ยคือนายทุนทั้งนั้นเลยที่เป็นเจ้าของธนาคาร แล้วดิฉันก็เป็นห่วงอีกว่า ถ้าเกิดรัฐไปกู้เงินธนาคาร ประชาชนจะไปกู้เงินธนาคารของรัฐอีก หรือว่าธนาคารของเอกชน ในประเทศไทยจะมีผลกระทบไหม ดอกเบี้ยมันจะสูงขึ้นไหม เพราะเอามาให้กู้โครงการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้แล้ว เขาจะมีเงินมาให้กับประชาชนกู้ ดอกเบี้ยจะแพงเพิ่มขึ้นไหมคะ
อีกประการหนึ่งก็คือว่าธนาคารคงจะเอาเงินมาให้โครงการนี้กู้มากกว่า เพราะว่าอัตราเสี่ยงมันน้อยกว่านะคะ ท่านประธานอีกนิดเดียวค่ะ ท่านอย่างเพิ่งตัดนะคะ แล้วก็จะถามว่า กู้เมื่อไร กู้นี่จะกู้หลังจากที่ร่าง พ.ร.บ. นี้ผ่านแล้วกู้เลย หรือว่าอีกนานเท่าไร ต่อไปถ้ากู้แล้วเมื่อไรจะได้เงิน ได้เงินแล้วท่านเริ่มทําเลยไหม คือที่ถามนี้มันเกี่ยวกับดอกเบี้ย ทั้งนั้นเลยนะคะ ดิฉันก็เป็นห่วงว่าดอกเบี้ยมันจะกลับไปที่ใคร คือจะย้อนกลับไปที่ใคร อย่างไร อย่างเช่นที่ดิฉันถาม ถ้ากู้ทักษิณจะกลับไปที่ทักษิณไหม แล้วก็ถ้ากู้ได้แล้วก่อนที่ท่าน จะใช้เงิน ท่านต้องเอาเงินเอาไปฝากไว้ก่อน ท่านเอาไปฝากไว้แล้วสมมุติท่านฝากธนาคาร ท่านได้ดอกเบี้ยหรือท่านจะต้องจ่ายดอกเบี้ย เพราะในเมืองไทยฝากธนาคารแล้วได้ดอกเบี้ย แต่ถ้าเป็นต่างประเทศท่านอาจจะต้องเสียดอกเบี้ยในการฝาก เพราะฉะนั้นก็จะมีผลได้ จากดอกเบี้ยนี้อีกว่าท่านจะเอาดอกเบี้ยนี้ไปทําอะไร หรือจะทําในโครงการนี้อีก มันก็จะต้อง เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถูกไหมคะ เพราะฉะนั้นก็ตอบเป็นข้อ ๆ นะคะ เพราะว่า ประชาชนฝากดิฉันมาค่ะ ก็ขอตัด ๓๕ เปอร์เซ็นต์อย่างที่ดิฉันสงวนไว้ ขอบคุณค่ะ