อรรถพร พลบุตร อภิปรายคัดค้านร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน 2

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖

อรรถพร พลบุตร อภิปรายคัดค้านร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยชี้ว่าการปรับลดตัวเลขและการโอนเงินบางส่วนอย่างไม่มีเหตุผล รวมถึงการให้ประชาชนแบกรับหนี้ระยะยาว 50 ปี เป็นการทำลายอนาคตของประเทศและเปรียบเสมือนการข่มขืนประชาชน ซึ่งขัดแย้งกับหลักการเชื่อมั่นในอำนาจของประชาชนที่อ้างไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้สมาชิกสภาตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประวัติศาสตร์ชาติก่อนลงมติเห็นชอบ

นายอรรถพร พลบุตร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณนะครับที่ให้โอกาสอภิปรายเป็นคนสุดท้ายในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ผมจะใช้เวลาอย่างน้อยที่สุดในประเด็นที่มี ความสําคัญ เนื่องจากบัญชีแนบท้ายของพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการแก้ไข ผมจึงใช้สิทธิ ในการอภิปรายด้วยความไม่เห็นด้วยกับการปรับลดตัวเลขต่าง ๆ การปรับแต่งตัวเลขต่าง ๆ รวมทั้งการโอนเงินบางส่วนอย่างไม่มีเหตุผลที่สมควร และผมจะได้อภิปรายประกอบเหตุผล โดยใช้เวลาไม่มากนัก ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผมไม่แน่ใจว่าท่านจะรู้สึก เหมือนที่ผมรู้สึกหรือไม่ว่าอีกไม่กี่นาทีจากนี้ไปไม่เกิน ๑๕ นาทีนี้ สภาผู้แทนราษฎรของเรา จะได้กระทําสิ่งซึ่งจะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ตราบชั่วฟ้าดินสลาย อีกไม่เกิน ๑๕ นาทีพวกเราจะได้ลงมติเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายที่ให้อํานาจ รัฐบาลได้กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะมีผลผูกพันอย่างเป็นนัยสําคัญต่อประชาชน และประเทศของเรา อย่างน้อยครึ่งศตวรรษ ๕๐ ปีจากนี้ไป เราจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับการ ให้อํานาจรัฐบาลนี้ ที่จะไปปล้นชิงอํานาจของรัฐบาลในอนาคต อย่างน้อย ๗ ปีข้างหน้า ซึ่งนั่นก็ไม่ร้ายเท่ากับการที่เราได้ใช้สภาแห่งนี้และเสียงของสภาแห่งนี้ไปดึงลากประชาชน ผมขอใช้คําที่ตรงไปตรงมาอย่างที่ชาวบ้านใช้ว่าไปข่มขืนประชาชน ให้เขาต้องมาเป็นหนี้ ร่วมกับเรา อย่างน้อย ๕๐ ปี และวงเงินเมื่อรวมดอกเบี้ย ๕.๓ ล้านล้านบาท สิ่งเหล่านี้ จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ชื่อผู้ที่จะลงมติเหล่านี้จะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ จะถูกจารึก ไว้เป็นเวลาเนิ่นนานตราบชั่วฟ้าดินสลาย วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ ผมอยากให้ท่านประธาน ได้ตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ แน่นอนครับ พวกผมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน เราไม่เห็นชอบ และได้แสดงเจตจํานงที่ชัดเจนตรงนี้ตั้งแต่วาระที่หนึ่ง วาระที่สอง เราก็ ไม่เห็นชอบ บัญชีแนบท้ายก็ไม่เห็นชอบ ดังนั้นเราอาจจะพูดได้ว่าเราไม่มีส่วนรับผิดชอบเลย ต่อประวัติศาสตร์ที่กําลังจะเกิดขึ้นในอีก ๑๕ นาทีข้างหน้าก็พูดได้ครับ แต่พวกเราไม่สามารถ ปฏิเสธความรับผิดชอบตรงนี้ได้เพราะประชาชนก็เป็นของเราเหมือนกัน ท่านประธานครับ เมื่อเช้าวันนี้ผมกับท่าน ส.ส. อภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส. จังหวัดเพชรบุรี ก็ไปประชุมชาวบ้าน และที่นัดกันไว้ล่วงหน้า ผมก็ถามชาวบ้านที่นั่น อําเภอหนองหญ้าปล้อง ว่าเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร ที่ต้องไปเป็นหนี้ร่วมกันเพื่อการพัฒนาประเทศในมุมมองของรัฐบาล ครึ่งศตวรรษ ๕๐ ปี ไม่มีใครเห็นด้วยเลยครับ ในช่วง ๒ เดือนที่ผ่านมาผมและ ๔ ส.ส. จังหวัดเพชรบุรี ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ท่านอรรถพร พลบุตร ท่านอภิชาติ สุภาแพ่ง ท่านกัมพล สุภาแพ่ง ก็ออกเยี่ยมเยียนประชาชนอย่างน้อย ๒๐ จุดครับ และเราถามประโยคเดียวกันหมดว่า ประชาชนคนเมืองเพชรเห็นด้วยอย่างไรกับการที่จะเป็นหนี้ร่วมกันตรงนี้เพื่อการพลิกโฉมหน้า ประเทศ ดังที่กล่าวอ้าง ไม่มีใครเห็นด้วยเลยครับ และเราก็ถูกตั้งคําถามว่ากู้ขนาดนี้ เป็นหนี้ ขนาดนี้ มันจะเปลี่ยนประเทศได้จริงหรือ มุมมองที่แตกต่างตรงนี้เป็นนัยสําคัญ อีกสักครู่หนึ่ง อีก ๑๕ นาที สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ ๕๐๐ ท่านจะถูกตั้งคําถาม จากประธานสภาว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ในร่างพระราชบัญญัติกู้เงินฉบับนี้ เราจะ ถูกถาม แต่ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาและจากนี้ไปพวกเราก็จะถูกชาวบ้านถามเหมือนกันครับ ว่าได้ลงมติอย่างไร มีเหตุผลอย่างไร ร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ฉบับนี้มีประโยชน์อย่างไร หรือมันจะนําประเทศไปสู่ความล่มสลายหายนะเหมือนหลายประเทศ ในประเทศ อาร์เจนตินา ในอเมริกาใต้ เราจะถูกถามคํานี้ตลอดเวลา เราต้องมีคําตอบให้กับ ชาวบ้าน และที่สําคัญเราก็ต้องตอบตัวเองได้ว่าเราใช้สิทธิใช้เสียงคืนนี้อย่างมีเหตุมีผล และคุ้มครองประโยชน์ของประเทศชาติจริงหรือไม่ อย่างไร เราต้องตอบตัวเองได้ก่อนที่จะ กดปุ่มเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ซึ่งจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ผมกราบเรียน ท่านประธานในประเด็นสั้น ๆ นิดเดียวว่าพี่น้องประชาชนมีสิทธิจะรู้ครับ พิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คําพูดหนึ่งซึ่งจะถูกพูดอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะจากกรรมาธิการ ก็คือคําพูดที่ว่าเราเชื่อมั่นในอํานาจของประชาชน ท่านประธาน ได้ยินครับ แต่ในเรื่องที่มีความสําคัญกว่ารัฐธรรมนูญซึ่งเป็นประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ทําไมแนวคิดความเชื่อมั่นในอํานาจของประชาชนไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาล่ะครับ ผมไม่เคยได้ยิน ประโยคเหล่านี้ดังขึ้นในการพิจารณา ๒ วันที่ผ่านมา เพราะถ้าเราเชื่อมั่นในอํานาจของ ประชาชนการที่จะชักลากประชาชน ลากพาจูงมือของเขาไปเป็นหนี้ร่วมกันถึง ๕๐ ปี ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาต้องมีส่วนเห็นชอบสิครับ ผมยังไม่เคยได้ยินการไปรับฟัง ประชาชนทั้งประเทศจริง ๆ ว่าเขาเห็นชอบหรือไม่ อย่างไร คนอีสานเห็นอย่างไร คนเหนือ เห็นอย่างไร คนใต้เห็นอย่างไร คนภาคกลางบ้านผมเห็นอย่างไร ผมก็เห็นมีแต่เสียงเรียก สภาแห่งนี้ละครับที่เห็นแทนประชาชนไปทั้งสิ้น และไหนล่ะครับ เชื่อมั่นในอํานาจ ของประชาชน สิ่งที่ประชาชนต้องรู้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้สื่อตรงนี้สื่อสาร ผ่านท่านประธานสภาไปยังกรรมาธิการ สื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนซึ่งจะมาเป็นหนี้ร่วมกัน กับพวกผม ๕๐ ปี ท่านประธานทราบไหมครับหนี้ก้อนนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกดอกเบี้ยเข้าไปมันก็เป็น ๕.๓ ล้านล้านบาท พูดให้ชาวบ้านเข้าใจ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วง ๕๐ ปี เราเป็นหุ้นส่วนร่วมกันนะครับ ท่านประธานมี ๑ หุ้น ผมมี ๑ หุ้น พี่ประเสริฐนั่งอยู่ตรงนี้มี ๑ หุ้น เฉลี่ยออกมาครับ หัวละ ๗๖,๐๐๐ บาท ทุกคนเท่ากันหมด กรุงเทพมหานครแบ่งหุ้นส่วนหนี้สินไปเท่าไร รู้ไหมครับ กรุงเทพมหานครมีประชากร ๗,๗๐๐,๐๐๐ คน แบ่งหนี้ตรงนี้ไป ๕๙๒,๐๐๐ ล้านบาท บ้านผมภาคกลางอยู่กลางประเทศนี้นะครับ แบ่งหนี้ส่วนนี้ไป ๑.๓ ล้านล้านบาทครับ ภาคเหนือน้อยลงมามีประชากรอยู่ ๑๑ ล้านคน เป็นหนี้ร่วมอยู่ตรงนี้ ๘๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาคใต้ที่คนสวนยางพาราถูกรังแกอย่างเจ็บปวดขมขื่นที่สุดนั่นละ มีประชากรไม่เยอะครับ ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน เป็นหุ้นส่วนหนี้สินตรงนี้ ๕๐ ปี รวมกัน ๖๕๖,๐๐๐ ล้านบาท ฟังแล้ว ตกใจไหมครับ และภาคที่เป็นหนี้มากที่สุด เพื่อนภาคอีสานของผมครับ มีประชากรมากที่สุด ในประเทศไทย ๑๙ ล้านคน แบ่งส่วนแบ่งเป็นหนี้ตรงนี้ ๑,๔๕๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๔๕๑,๐๐๐ ล้านบาท ที่คนอีสานทุกคนมีหนี้เฉลี่ยร่วมกันตรงนี้น่าตกใจนะครับ เพราะตรงนี้อย่างไรครับ ผมจึงไม่ แปลกใจว่าทําไม ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช ยกตัวอย่างสักจังหวัดหนึ่ง ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ทําไมจึงไม่ต้องไม่เห็นด้วย ทําไมต้องอภิปรายคัดค้านอย่างสุดกําลังความสามารถ ก็จังหวัดนครศรีธรรมราชมีประชากร ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน เขาแบ่งหนี้ตรงนี้ไป ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดเดียวนะครับ มากกว่างบพัฒนาจังหวัด ๗๐ ปีรวมกันอีกครับ แล้วเขาได้อะไรครับ เขาไม่มีสิทธิจะถูกตั้งคําถามว่าเห็นด้วยกับรถไฟความเร็วสูงหรือไม่เลย เพราะมันไปแค่หัวหิน อุตสาหกรรมยางพาราที่เขาต้องการมาลบคราบน้ําตาชาวสวนยาง งบอยู่ตรงไหน ได้แค่รถไฟรางคู่เพิ่มมาอีกรางเดียว ถ้าถามเขาว่าเขาต้องการอะไร คนนครศรีธรรมราชจะตอบว่า เขาได้ถนนเพชรเกษมสายใหม่ที่มันใหญ่กว่าเก่า ไม่ใช่รถไฟ ความเร็วสูงซึ่งไปไม่ถึงบ้านเขา แต่เขาต้องเป็นหนี้ตรงนี้ร่วมกับพวกเรา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๕๐ ปี คนนครศรีธรรมราชรู้ไว้ครับ จังหวัดอุบลราชธานี ผมไม่แปลกใจว่าทําไม ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า และคุณวุฒิพงษ์ นามบุตร ลุกขึ้นอภิปรายคัดค้านอย่างสุดกําลัง ความสามารถ แล้วไม่เห็นด้วยเพราะเขาต้องตอบชาวบ้าน เขาต้องตอบชาวบ้านว่า ที่คนจังหวัดอุบลราชธานี มีประชากร ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน ต้องเป็นหนี้ร่วมตรงนี้ ๕๐ ปี ๑๔๑,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดเดียวนะครับ ๑๔๖,๐๐๐ ล้านบาท เขาไม่ได้อะไรเลยครับรถไฟมันไปแค่จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากบ้านเขาตั้ง ๓๐๐ กิโลเมตร อย่างมากก็มีรางรถไฟอีกรางหนึ่งพาดผ่านจังหวัดของเขา เขาจะบอกชาวบ้านอย่างไร เขาก็ต้อง ไม่เห็นด้วย ท่านประธานต้องเข้าใจครับ เพื่อนสมาชิกต้องเข้าใจครับ จังหวัดอํานาจเจริญ ทําไมครับ ส.ส. อภิวัฒน์ เงินหมื่น ต้องคัดค้านสุดกําลังหรือจะต้องยกมือไม่เห็นด้วย ก็จังหวัดอํานาจเจริญเขาก็ไม่ได้อะไรครับ แต่เขาต้องมาได้ร่วมตรงนี้ ๒๙,๑๘๐ ล้านบาท มากกว่างบพัฒนาจังหวัดอํานาจเจริญ ๑๐๐ ปีรวมกันครับ แล้วเขาได้อะไรสักอย่างไหมครับ รถไฟก็ไม่ได้ เรือก็ไม่มี ความเร็วสูงก็ไปแค่จังหวัดนครราชสีมา ได้อะไรครับ แต่เขามาเป็นหนี้ เป็นหมื่น ๆ ล้านบาทร่วมกับพวกเรา ผมขออีกนิดเดียวครับ เพราะผมคนสุดท้ายแล้วครับ อีกไม่เกิน ๓ นาทีครับ แต่ที่เจ็บปวดที่สุดครับ ๓ จังหวัดภาคใต้ ท่านเจะอามิง โตะตาหยง ท่านอันวาร์ สาและ เหล่านั้นคัดค้านทุกคนครับ เพราะอะไรครับ ๓ จังหวัดภาคใต้ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส เป็นหนี้ตรงนี้ร่วมกับพวกเรา ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้อะไรครับ มันเป็นธรรมต่อเขาไหมครับ ที่เขาต้องมาผ่อนหนี้กับเรา ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไม่ได้อะไรเลย ผมไม่อยากยกตัวอย่างอีสานครับ จังหวัดหนองคาย ประชากร ๕๒๗,๐๐๐ คน เป็นหนี้ร่วมกับพวกเรา ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เขาควรจะมีสิทธิได้รับรถไฟความเร็วสูงก่อน จังหวัดเชียงใหม่ด้วยซ้ําไป เพราะผลศึกษาเขามีผลประกอบการที่มีความสัมฤทธิ์ทางธุรกิจ มากกว่าเขาก็ไม่ได้ แต่เขาต้องมาเป็นหนี้ร่วมกับพวกเราตรงนี้นะครับ ๔๐,๐๙๔ ล้านบาท เอาอีกจังหวัดเดียวครับ ผมไม่อยากยกจังหวัดสุรินทร์นะครับ จังหวัดสกลนคร ประชากรมาก นิดหนึ่งครับ ๑,๑๖๑,๐๐๐ คน มาเป็นหนี้ร่วมกับเราเท่าไรรู้ไหมครับ ๘๘,๓๐๐ ล้านบาท คนสกลนครได้อะไรครับ ตอบคําถามชาวบ้านเขาได้อย่างไรครับ ถ้ายกมือเห็นชอบครับ ผมนึกคําตอบไม่ถูกเลยครับ ไม่ได้อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เป็นหนี้ร่วมกันตรงนี้มากกว่างบพัฒนาจังหวัด ๖๕ ปีรวมกัน ไม่เป็นธรรมครับ ผมไม่พูดถึงคนกาญจนบุรีของท่าน ส.ส. ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ผมไม่พูดถึง จังหวัดจันทบุรี ตลาดกลาง ๒๐๐ กว่าล้านบาทป่านนี้ก็ยังไม่ได้เงิน แต่เป็นหนี้รวมกับเราอีก ๓๙,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐ ปีไม่ได้อะไรแม้แต่สตางค์แดงเดียว มันไม่เป็นธรรมครับ ผมไม่อยาก ยกตัวอย่างไปมากกว่านี้หรอกครับ เพราะทั้งหมดนั้นเป็นภาระที่ท่านต้องไปตอบคําถาม ชาวบ้านในพื้นที่ของท่าน ผมตอบไม่ยากครับ เพราะผมไม่เห็นด้วย ท่าน ส.ส. ประเสริฐ ตอบไม่ยาก เราไม่เห็นด้วย ความไม่เป็นธรรมอย่างนี้ตอบไม่ยาก คนที่ตอบยากไม่ใช่พวกเรา นะครับ เวลาก็หมดแล้ว ผมสรุปก็แล้วกัน อีก ๕๐ ปีไม่มีใครอยู่ในสภาแห่งนี้อาจจะมีบางคน อยู่ได้ถ้ากินถั่งเช่าเยอะ ๆ ผมไม่อยู่ละครับ ท่านประธานจะอยู่หรือไม่อยู่แล้วแต่ แต่ลูกหลาน ของเรายังอยู่ครับ เขาต้องแบกรับภาระตรงนี้ และถ้าประเทศมันล้มสลายแน่นอนครับ มันคงมีคําจารึกบนหลุมศพที่แตกต่างหลากหลายได้อรรถรส ผมไม่อยากให้คําจารึกถึง ท่านนายกรัฐมนตรีถูกจารึกว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่สร้างหนี้สินมากที่สุด ตั้งแต่ ตั้งประเทศไทยมาถึงวันนี้ ๘๐๐ ปี ผมไม่อยากให้ถูกจารึกอย่างนี้ คนอื่นไม่ได้จารึก เรานี่ละ จารึกหลุมศพตัวเราเอง ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ผมไม่เอ่ยถึงท่านนะครับ ผมมีคําจารึก ของท่านอยู่ในหัวใจไปแล้ว พูดไปท่านโกรธผมนะครับ แต่คนที่ผมอยากจะเน้นเป็นพิเศษคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผมอยากให้ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ถูกจารึกว่าท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่มีความรู้ มีความสามารถ มีความตั้งใจ มีความสุจริต มีเจตจํานงที่ดีในการพลิกโฉมหน้าประเทศไทย ผมอยากให้เป็น อย่างนั้น เพราะตัวตนของท่านจริง ๆ เป็นเช่นนั้น ผมไม่อยากให้ท่านถูกจารึกว่ารัฐมนตรี คนนี้กลายเป็นเหยื่อของทุนสามานย์ครับ กราบขอบพระคุณครับ