สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี โต้แย้งการลงทุนของรัฐบาล โดยวิพากษ์วิจารณ์การที่ไม่ได้ระบุชื่อโครงการและจำนวนเงินในบัญชีแนบท้าย และเรียกร้องการปรับลดค่าจ้างที่ปรึกษาในโครงการ โดยอ้างว่าแผนงานนี้มีมูลค่าสูงถึง 121,353 ล้านบาท

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยในบัญชีแนบท้ายที่ได้ระบุมา เราประชุม กรรมาธิการร่วมกันมาทั้งหมด ๒๓ ครั้ง ใจผมแล้วอยากจะลาออกตั้งแต่การประชุมครั้งที่ ๓ ถึงครั้งที่ ๔ หลายคนคิดแบบผมในห้องกรรมาธิการนั้นครับ ถ้าไม่ใช่เพราะท่านวิฑูรย์ นามบุตร ที่ประสานงานเอาไว้ให้พวกเราอยู่กันจนกระทั่งครบการประชุมกรรมาธิการทั้ง ๒๓ ครั้ง คงลาออกไปแล้วครับ เพราะเราเชื่อว่าสุดท้ายรัฐบาลก็ตั้งธง ท่านวิฑูรย์ก็บอกว่าอย่าเพิ่ง ไปคิดอย่างนั้นครับ ลองช่วยกันดู เสนอแก้กันดูสิว่าสุดท้ายแล้วปรับแล้วหน้าตาเป็นอย่างไร ลองช่วยกันปรับลดเงินกู้ดูสิ สุดท้ายรัฐบาลเขาน่าจะปรับลดให้ แต่ปรากฏว่าวันนี้ มันเป็นตัวยืนยันชัดเจนครับว่าท่านไม่ปรับลดเงินกู้เลยแม้แต่บาทเดียว ยังคงกู้เต็ม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงในห้องนั้นมีการปรับลดเม็ดเงินไปได้แล้ว ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือท่านยืนธงตลอด แล้วผมก็บอกท่านวิฑูรย์ครับว่าผมก็ว่าแล้วว่า รัฐบาลไม่เปลี่ยนใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่ามี ๒ เรื่องที่ท่าน ไม่ยอม แล้วเป็นการไม่ยอมแบบที่มันไม่ถูกต้องครับ

เรื่องแรก ท่านไม่เห็นด้วยที่จะเอาโครงการทั้งหมด ๕๓ โครงการที่อยู่ในเล่มแรก ที่เข้าสู่วาระการประชุม ๒๓๑ หน้า ในนี้มี ๕๓ โครงการหลัก ไม่เอาโครงการเข้ามาใส่ ในบัญชีแนบท้าย แต่ท่านกลับเขียนภาพรวม ๆ ครับว่า เสนอยุทธศาสตร์เข้ามา มี ๓ ยุทธศาสตร์ แล้วก็ใส่ระดับย่อยลงมาจากยุทธศาสตร์ระดับแผนงาน แต่ไม่ระบุชื่อ โครงการ ไม่ระบุจํานวนเม็ดเงินโครงการลงไปในนี้ ก็เท่ากับว่าสิ่งที่พวกผมทํามาทั้งหมด ผมก็ส่งเช็คเปล่าให้ท่าน ผมยกตัวอย่างให้ฟังครับ เมื่อสักครู่ท่านรองประธาน ทางกรรมาธิการ เสียงข้างมากท่านบอกว่าไปลงทุนเส้นเลือดฝอยไม่ได้หรอก คือหมายถึงว่าไปลงทุนในถนน เส้นเล็ก ๆ ไม่ได้หรอกครับ ต้องเป็นถนนเส้นใหญ่เท่านั้น ผมบอกไม่จริงครับ แล้วจากนี้ เป็นต้นไปอํานาจเต็มอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไปถนนไหน ไปจังหวัดไหน สั่งถนนยิบย่อย เป็นถนนครับ ทําไมผมถึงบอกว่าเป็นอย่างนั้น ท่านประธานลองดูนี่สิครับ แผนยุทธศาสตร์ที่ ๓ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ แผนที่ ๓.๒ บอกอย่างนี้ครับ ยุทธศาสตร์พัฒนาระบบขนส่งเชื่อมโยงพื้นที่ เศรษฐกิจหลักภายในประเทศ แล้วต่อย่อยลงมาในนั้นครับ พัฒนาและบูรณะโครงข่ายถนน เพื่อแก้ไขปัญหาจลาจรพื้นที่ปริมณฑลและเมืองหลวงในภูมิภาค ขยายช่องจลาจรเพิ่ม ประสิทธิภาพทางหลวงสายหลัก อันนี้ละประโยคสําคัญ รวมทั้งพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยง พื้นที่เกษตร อุตสาหกรรม ละแหล่งท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวอยู่ลึกครับ ท่านก็สามารถจะ เอางบประมาณไปได้ครับ เพราะแผนงานนี้มีมูลค่าสูงถึง ๑๒๑,๓๕๓ ล้านบาท เอาง่าย ๆ ครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเขียนแค่นี้ในบัญชีแนบท้ายมีผลตาม กฎหมาย หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปไหนก็ได้ครับ ถ้าเส้นทางนั้นเป็นเส้นเลือดฝอยชี้เอาเลยครับ นี่ครับเงินกู้ แล้วในวาระที่หนึ่งท่านตอบผม อย่างไรครับ ผมอภิปรายแบบนี้ ท่านบอกไม่จริง ท่านอรรถวิชช์ท่านมาดูสิว่าแผนงาน ๓.๒ อยู่ในแผนงานประกอบ มันอยู่หน้า ๒๑๔-๒๓๐ มันทําได้แค่ ๔ โครงการ ๑. โครงการเร่งรัด ขยายจราจร ๔ ช่องทาง ๒. โครงการแก้ไขปัญหาพื้นที่ปริมณฑลและเมืองใหญ่ ๓. บูรณะทางหลวงสายหลักระหว่างภาค ๔. พัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบท รอยัล โคสต์ (Royal Coast) ในนี้ระบุชัดหมดเลย ท่านอรรถวิชช์ วาระที่หนึ่งผมยังจําได้ท่านพูดกับผมอย่างนี้ครับ แล้วทําจะไปทําเรื่องอื่น นอกเหนือจากนี้ได้อย่างไร ท่านดูสิโครงการเขาระบุชัดว่ามี ๔ โครงการ แล้วอย่างไรครับ มาวันนี้ไม่เห็นเขียนเลย ๔ โครงการ เขียนแค่นี้ แผนงานพัฒนาประเทศ พัฒนาระบบ เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลังภายในประเทศ ท่านสมาชิกครับ ท่านอ่านเล่มสีขาวที่แจก ในวันนี้ หัวข้อ ๓.๒ นี่ละครับมหกรรมรุมงบประมาณเกิดขึ้น เงินกู้ ๗ ปี ส.ส. พรรคเพื่อไทย คนไหนอยากได้ เรียนบอกท่านนายกรัฐมนตรีครับ จัดได้เลยตามกฎหมาย ผมยืนยันครับ เพราะเอกสารฉบับนี้ที่เป็นโครงการทั้งหลาย ๕๓ โครงการนี้มันไม่ได้ถูกบรรจุมาเป็น ส่วนหนึ่งของบัญชีแนบท้าย อันนี้เข้าใจหรือยังครับ ว่าแบบนี้มันเช็คเปล่า แบบนี้คือสิ่งที่ผม ประชุมกับท่านไป ๒๓ ครั้งแล้วเสียแรงเปล่า ผมให้เช็คเปล่าท่านไปครับ ผมโหวตสู้ท่าน ไม่ได้ครับ มี ๒ มือก็ยังแพ้ครับในห้องกรรมาธิการ

มาดูเรื่อง ๒ ครับ นอกจากเช็คเปล่าที่ยืนยัน ท่านไม่ยอมปรับลดในโครงการ ที่พวกผมได้ปรับลดไปแล้ว และรวมถึงพวกท่านที่นั่งในห้องกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพ ครับ เมื่อสักครู่ผมบอกแล้วว่าโครงการในเล่มขาวไม่มีประโยชน์แล้วครับเพราะวันนี้เรากําลังอนุมัติ ในเรื่องแผนซึ่งยอดรวมมันใหญ่กว่า มาดูเล่มสีฟ้าพวกเรานั่ง๒๓ ครั้งเป็นแรมเดือนนะครับ ประชุมเช้ายันมืด ปรับลดโครงการพวกนี้ออกไปครับ บางโครงการนะครับ ขอยกตัวอย่าง รถไฟรางคู่ชุมทางถนนจิระ จังหวัดขอนแก่น แต่เดิมมีค่าจ้างที่ปรึกษาอยู่ ๑,๑๓๓ ล้านบาท เราปรัดลดร่วมกันไป ๔๔๔ ล้านบาท เหลือแค่ ๖๘๙ ล้านบาท คําว่า เรา หมายถึง กรรมาธิการเสียงข้างมากจากพรรคเพื่อไทย และกรรมาธิการเสียงข้างน้อย จากพรรคประชาธิปัตย์ เราครับ ปรับลดไปแล้วครับ แต่ถามว่าวันนี้พอท่านมาเสนอกฎหมาย แล้วเอาถ้อยคํา ตัดโครงการออกให้เหลือเฉพาะแต่ภาพรวมใหญ่ ๆ ในบัญชีแนบท้าย แล้วไม่ใส่โครงการลงไป พวกผมปรับลดไปทําไมครับ ปรับลดไปท่านบอกว่าทําเกินกว่านี้ ได้ไหม จะไปจ้างที่ปรึกษาที่ตัดออกไปแล้ว แพงกว่านี้ได้ไหม ได้หมดละครับ มันปาหี่ชัด ๆ ท่านประธานครับ เรานั่งแก้กันไปเพื่ออะไรครับ ปรัดลดไปทั้งหมดแต่ละโครงการได้จํานวน เม็ดเงินมาตามนี้นะครับ ๑๑,๗๘๙.๖๙ ล้านบาท เอาเป็นว่า ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทก็แล้วกัน พูดง่าย ๆ แทนที่มันจะถูกปรับลดในจํานวน ๑๑,๗๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ไม่ต้องกู้ แทนที่จะไม่ต้องกู้ ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ท่านโยกตัว ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปอยู่ในหมวดเรื่องของ การเตรียมงานครับ ดูบัญชีแนบท้ายครับ หมวดสุดท้ายนี้ท่านเตรียมเงินที่เรียกว่า เป็นแผนงานสําหรับการเตรียมงาน คือพูดง่าย ๆ คือไส้ในไม่มีโครงการเลยเป็นเงินเผื่อเหลือ เผื่อขาดที่ตั้งเอาไว้ในกรณีที่ประมูลแล้วค่าใช้จ่ายไม่พอ โครงการไหนขาดก็มาหยิบเงินส่วนนี้ ท่านเตรียมไว้ ๙,๐๐๐ ล้านบาทครับ ในส่วนบัญชีแนบท้ายสุดท้ายครับ ๙,๒๖๑ ล้านบาท แต่ท่านเอาเสียแบบนั้นง่าย ๆ เลยครับ นั่งปรับลดกันไป ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านไปเอา ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทที่พวกเราปรัดลดร่วมกันมาใส่เข้าในเงินเผื่อเหลือเผื่อขาด แล้วมันไม่มีไส้ ในเอกสารเลย แม้กระทั่งเอกสารรายละเอียดแผ่นนี้มันเป็นหน้าสุดท้าย แล้วเขียนแค่นี้ แผนส่งเสริมหรือสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแผ่นเดียว นั่งกันมา ร่วมกันมา ทํางานกันมาไม่ได้ให้เกียรติกันเลยครับ เงิน ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทสิ่งที่ควรถูกปรับลด กลับเอามาใส่ในเงินเผื่อเหลือเผื่อขาดเพิ่มเข้าไปอีก อย่างไรก็กู้เต็ม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเงินเผื่อเหลือเผื่อขาดมันมีไหมเวลาออกเงินกู้ มี อย่างพระราชกําหนดไทยเข้มแข็ง ของพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยใส่เผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้ แต่ที่ต้องใส่เพราะมันเป็น พระราชกําหนดอายุมันสั้น หมายความว่าอายุมันอาจจะปีเดียวหรือปีครึ่ง น้ําท่วมก็มีทราย มันปีครึ่งครับ มันเลยต้อง เผื่อเหลือเผื่อขาด เผื่อไม่พออย่างไร แต่กฎหมายของท่านนี่มัน ๗ ปี มันจะไปเผื่อเหลือเผื่อขาด ทําไมล่ะครับ เพราะระหว่างนั้นมันต้องผ่านงบประมาณ ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ไม่พอก็ขอในปีงบประมาณสิ แล้วจริงไหมว่าเคยขอ ขนาดงบประมาณปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านสภาไปแล้ว ยังมีงบค่าจ้างที่ปรึกษาทะลุไปขอในปี ๒๕๕๗ เลยครับ ค่าจ้างที่ปรึกษาในโครงการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปอยู่ในงบประมาณปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านสภาไปแล้ว ไม่จําเป็นต้องตั้ง เผื่อเหลือเผื่อขาดด้วยซ้ําไปสําหรับพระราชบัญญัติฉบับนี้เพราะมีอายุ ๗ ปี มันต่างกับ พระราชกําหนดที่เคยออก เพราะอายุมันสั้นพระราชกําหนด นี่ครับ เราทํางานกันแบบนี้ในห้อง กรรมาธิการ แต่สุดท้ายท่านก็ไม่ได้ให้เกียรติ ท่านไม่รับฟังความเห็นจากฝ่ายเสียงข้างน้อยครับ ท่านยังคงเอาเม็ดเงินที่ปรับลดลงมา ๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทรวมเข้าไปกับหมวดสุดท้าย คือหมวดการเตรียมงานแล้วไม่มีไส้ในโครงการเป็นเงินเผื่อเหลือเผื่อขาด ในห้องงบประมาณ พวกเราเคยทํากันมา ก็ไม่น่าเกลียดแบบนี้ ครั้งนี้ละครับ น่าเกลียดที่สุด ค่าจ้างที่ปรึกษา พวกเราทํากันมาแบบไหนครับ จาก ๔๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหลือ ๔๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปรับลดไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท ปรับร่วมกัน วันนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ผมฝากนะครับ ช่วยดูหน่อย อย่าทําแบบนี้เลยครับ แก้ไขได้ไหมครับ คําเสนอคําแปรญัตติของผม ก็ปรับลดลงมา ตามเม็ดเงินที่ต้องใช้ในปีแรก ปีแรกท่านใช้แค่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็ปรับให้ท่าน สัก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วขยับตามยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ผมว่าคําอภิปรายของผม ค่อนข้างชัดเจนว่าเราทํางานกันหนักกันขนาดนี้ แต่สิ่งที่เราได้รับกลับมานั่นคือความที่มันไม่จริงใจ นะครับ ไม่มีประโยชน์อะไรเลยครับ ท่านยังคงกู้เต็ม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไม่ได้ปรับลด สักบาท ขอบพระคุณครับ