สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖

เจะอามิง โตะตาหยง หารือเรื่องการกู้เงินของรัฐบาล โดยเสนอการกู้เงิน 2,000,000 ล้านบาท เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการขนส่ง และเรียกร้องการตรวจสอบและประเมินผลโครงการและแผนงานด้วย นอกจากนี้ยังกล่าวหาว่ารัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์เคยกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ค่อยมีความสามารถในการหาเงิน แต่ตอนนี้พรรคของท่านก็ใช้วิธีการกู้เงินอย่างมากและเพิ่มหนี้ให้กับประเทศชาติ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ได้แปรญัตติในมาตรา ๑๘ ในร่างพระราชบัญญัติให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการขนส่งในประเทศ พ.ศ. .... จํานวนเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนี้ครับท่านประธาน ผมขอแปรญัตติมาตรา ๑๘ ให้กระทรวง เจ้าสังกัดของหน่วยงานเจ้าของโครงการจัดให้มีระบบการติดตามและประเมินผลโครงการ และแผนงานและรายงานผลติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานและแผนงานของ กระทรวงการคลัง และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผม จะต้องแปรญัตติลักษณะอย่างนี้ เพราะว่าผมเป็นห่วงเรื่องในการตรวจสอบ และผม ขออนุญาตท่านประธานว่าแม้กระทั่งในการตั้งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินวันนี้ก็ยังไม่ได้ตั้ง ผมก็เป็นห่วงครับว่าในการทํางานของรัฐสภาวันนี้การจัดสรรงบประมาณ การขอกู้ งบประมาณของรัฐบาลซึ่งเป็นเงินจํานวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์วันนี้ เริ่มต้นของเงินกู้ มีการพูดถึงการเลี่ยงบาลี พยายามที่จะพูดถึงว่าการกู้เงินวันนี้ไม่ใช่เป็นเงินของแผ่นดิน ไม่ใช่ เงินงบประมาณของแผ่นดิน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตว่าในความหมาย เงินของแผ่นดิน ก็คือเงินของหลวงหรือเงินของรัฐ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเงินที่ได้มาก่อนหรือมา โดยวิธีการอื่นใด รวมทั้งเงินกู้ที่รัฐบาลกู้ เพราะการกู้ของรัฐบาลนี้ต้องยอมรับนะครับว่า เมื่อรัฐบาลกู้มาแล้วจะเป็นสินทรัพย์และเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ และเป็นสิทธิของแผ่นดิน ในส่วนของภาระดอกเบี้ยซึ่งหากจะมีจะต้องเป็นภาระของแผ่นดินที่จะต้องเอาเงินของแผ่นดิน ไปจ่าย ถามว่าเงินแผ่นดินมาจากไหน ท่านประธานครับ ก็ต้องมาจากเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นเงินกู้มันก็คือเงินของแผ่นดิน หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เวลากลับมาดูในเนื้องานที่ทางรัฐบาลได้ขอกู้เงินวันนี้ ผมจําได้ครับว่าสมัยก่อนหน้านี้ พรรคประชาธิปัตย์สมัยที่เป็นรัฐบาลก็ถูกข้อกล่าวหาตลอดครับว่าพรรคประชาธิปัตย์เอาแต่กู้ ถูกตราหน้าจากพรรคฝ่ายค้านในขณะนั้น ซึ่งวันนี้มาเป็นรัฐบาล ท่านประธานครับ วันนี้เราต้อง ยอมรับนะครับว่าที่สมัยก่อนคุณเคยกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์กู้ วันนี้ใครกู้ แล้วในส่วนของ รัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์วันนี้ที่ได้กู้มา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมตามดูว่ารัฐบาล ของท่านยิ่งลักษณ์ กู้เงินมาตั้งแต่กู้ พ.ร.ก. หนี้ ติดหนี้กู้ พ.ร.ก. เงินกู้ ๓.๕ แสนล้านบาท หนี้ พ.ร.ก. กองทุนประกันภัย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หนี้โครงการรับจํานําข้าวปีละไม่ต่ํากว่า ๒.๕ แสนล้านบาท หนี้จากการกู้เงินประกอบกองทุนน้ํามันอีก ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สูญเสียรายได้จากการลดภาษีนิติบุคคลเหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทําให้รัฐบาลขาดรายได้ไป ๑.๕ แสนล้านบาท สูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีรถยนต์คันแรกอีก ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท สูญเสียภาษีบ้านหลังแรก อีก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือในสมัยของรัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์ ที่ได้ไปกู้มา ผมเป็นห่วงครับ เพราะการกู้เงินทั้งหมดในที่ได้เสนอในแผนงานและโครงการเข้ามานี้ เวลาไปดูในเนื้องาน ส่วนใหญ่จะไม่สามารถทําให้สภาสามารถตรวจสอบได้ ผมถึงบอกว่า ในที่ผมได้แปรญัตติต้องส่งให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบด้วย ด้วยเหตุผล เพราะอะไร เพราะต้องการให้ตรวจสอบเพื่อให้มีความโปร่งใสในโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาล ได้ทําไว้ เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ใกล้เคียง กับเงินงบประมาณรายจ่ายประจําปีของรัฐบาล ปี ๒๕๕๗ มันเยอะไหมครับ เป็นการกู้ งบประมาณเป็นประวัติศาสตร์ ต้องจารึกเลย สร้างหนี้ให้กับประเทศชาติ ต้องจ่ายหนี้คืน อีก ๕๐ ปี ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องยอมรับครับว่าเรากลับมาดูในเนื้องาน ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานว่าทําไมผมถึงต้องแปรญัตติในมาตรา ๑๘ ไว้ ผมอยากจะ ยกตัวอย่างในกรณีการลงทุนรถไฟความเร็วสูง ระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ผมจะขอถามถึง ฝ่ายกรรมาธิการว่าได้มีการปรึกษาหารือเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร ที่ผมจะถามต่อไปนี้ ค่าจ้างที่ปรึกษา ๗,๐๐๐ ล้านบาทนี่ มันมีลักษณะโครงการอะไร อย่างไร และจะสามารถติดตามได้หรือไม่ อย่างไรนะครับท่านประธาน แล้วโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ๓,๐๐๐ ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษานะครับ กรุงเทพฯ-หัวหิน ๒,๕๐๐ ล้านบาท กรุงเทพฯ-ระยอง ๒,๑๒๒.๘๓ ล้านบาท รวมทั้งหมด ๑๑๔,๖๒๒ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมถามไปถึงทางกรรมาธิการว่าโครงการลักษณะอย่างนี้ในการจ้าง ที่ปรึกษามากมายลักษณะอย่างนี้ ในเมื่อไม่มีแผนงาน ถามว่าในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ จะสามารถตรวจสอบได้ไหมครับ มันไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ แล้วถ้าเกิดว่า มีการกล่าวหาจากสังคม พูดกันเป็นเรื่องใหญ่โตเลยครับว่ารัฐบาลนี้กู้เงินเพื่อมาผลาญเงิน แล้วก็พวกพ้องตัวเองได้ผลประโยชน์ ท่านประธานที่เคารพครับ พวกผมไม่ได้ขัดข้องในการ ที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ให้เป็นไปตามวินัยการเงินการคลังของประเทศ อันนี้ก็ว่ากันไป แต่กระบวนการทั้งหลายที่มาวันนี้มันส่อไปว่ากระบวนการทั้งหลายนี้มันจะ ไปตกในมือของนักธุรกิจการเมืองที่มีโครงการและแอบแฝงอยู่ในโครงการของรัฐบาลด้วย นี่เป็นข้อกล่าวหาของสังคม พวกผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จําเป็นที่จะต้อง ตรวจสอบ เพราะเงินเหล่านี้จะต้องเอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชนจ่ายคืนครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเลยตั้งข้อสงสัยในกรณีอีกกรณีหนึ่ง ในกรณีค่าเวนคืนที่ดิน ค่าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงนี้ที่จริงรถไฟความเร็วสูงในสมัยรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ก็ได้เคย ทําไว้ ผมไปดูในรายงานการศึกษาแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาระบบรางและรถไฟความเร็วสูง ปี ๒๕๕๓ และในเอกสารประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของรัฐบาลนี้นะครับ มาเทียบเคียงกันดู ในสมัยของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ได้จ่ายค่าเวนคืนที่ดิน ระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ประเมินไว้เพียงแค่ ๑,๗๑๙ ล้านบาท แต่มาในรัฐบาลของ คุณยิ่งลักษณ์ ที่ได้ขอเงินกู้ในขณะนี้เพิ่มขึ้นถึง ๙๖๙ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นเท่าไรครับท่านประธาน เพิ่มขึ้น ๑๘,๓๗๑ ล้านบาท มันเพิ่มขึ้นถึง ๙๖๙ เปอร์เซ็นต์ ผมถามท่านประธานไปถึงทางกรรมาธิการว่า ได้สอบถามไหมว่าโครงการเหล่านี้ที่เพิ่มขึ้น ที่ดินเพียงแค่ ๑ ปี มันเพิ่มขึ้นอะไรกันนักกันหนาถึงขนาดนั้น และในเส้นทางของ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ได้เสนอแผนงานไว้ ๑,๐๔๘ ล้านบาท แต่ในสมัยของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ในขณะนี้ที่ขอเงินกู้ในขณะนี้ เงินเพิ่มขึ้น ๑๑,๘๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าไรครับ ค่าเวนคืน เพิ่มขึ้น ๑,๐๒๖ เปอร์เซ็นต์ มันเป็นดินทองหรืออย่างไร ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการได้ถามไหม

ท่านประธานที่เคารพครับ มาดูแผนงานของกรุงเทพฯ-หัวหิน ในสมัยรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ได้เสนอแผนงานไว้ ๗๓๔ ล้านบาท แต่ในสมัยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์เสนอ ๕,๘๖๕ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๖๙๙ เปอร์เซ็นต์ กรุงเทพฯ-ระยอง ๒,๕๖๑ ล้านบาท ในสมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์เพิ่มขึ้นเป็น ๔๗๖๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๘๖ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าความแตกต่าง ในสมัยรัฐบาล ของท่านอภิสิทธิ์ถ้ารวม ๔ โครงการ ๖,๐๖๒ ล้านบาท แต่ในสมัยของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ที่ขอ ในขณะนี้ ถ้าเฉพาะค่าเวนคืนเพิ่มขึ้นเป็นจํานวนเงิน ๔๐,๘๐๐ ล้านบาท กระบวนการเหล่านี้ ทางกรรมาธิการได้สอบถามไหม ว่ามันเพิ่มขึ้นเพราะอะไร สิ่งเหล่านี้ครับท่านประธานทําให้ พวกผมจําเป็นที่จะต้องแปรญัตติเพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องมีการตรวจสอบ แต่ในของ กรรมาธิการได้ตัดออกทั้งหมด เพราะอะไรครับ เพราะกลัวการตรวจสอบใช่หรือไม่ การตัดออก ของกรรมาธิการทั้งหมดทําให้ผมมีความรู้สึกไม่ดีต่อกรรมาธิการว่า ท่านไม่ปกป้อง ท่านไม่ ดูแลในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ท่านประธานครับ ผมต้องให้เหตุผลเพราะต้อง ประกอบเอกสารหลักฐานเพื่อที่จะได้ผ่านท่านประธานไปถึงกรรมาธิการ ผมขออนุญาต ท่านประธานอีกนิดหนึ่งว่า ในส่วนการเปลี่ยนแปลงเงินลงทุนในหมวดของรายจ่ายนี้นะครับ ทางกรรมาธิการได้มีการสอบถามหรือไม่ อย่างไร ตามที่ผมจะถามท่าน โดยเฉพาะค่าจ้างที่ปรึกษา ได้มีการปรับลดตามที่ได้เสนอตามร่างเดิม ๔๔,๓๗๔ ล้านบาท ผลในกรรมาธิการได้มีการ ปรับลดลง ๓,๐๓๔ ล้านบาท ไปดูในหมวดค่าที่ดิน ๑๐๑,๓๗๗ ล้านบาท กรรมาธิการขอปรับลด ๗,๒๐๕ ล้านบาท พอไปดูในยอดเงินท่านประธาน รวมหมดที่ได้มีการปรับลด ๑๑,๗๒๐ ล้านบาท ถ้าไปดูในงบในหมวดรายจ่ายอื่น ๆ ช่วงหลังสุดนอกจากกรรมาธิการได้ปรับลดลงมาแล้ว กรรมาธิการส่วนใหญ่แปรญัตติงบเหล่านี้มาบวกกับงบในหมวดของงบอื่น ๆ ๙,๒๖๑ ล้านบาท ทําให้เงินของกรรมาธิการเพิ่มขึ้นในหมวดของรายจ่ายเผื่อเหลือเผื่อขาดหรือหมวดอื่น ๆ เป็น ๒๑,๐๕๑ ล้านบาท ถามว่าในทางกรรมาธิการได้มีการปรับลดออกมาแล้ว ผมถาม ท่านประธานไปถึงกรรมาธิการว่าด้วยเหตุผลอะไรที่กรรมาธิการเอาเงินที่ปรับลด แทนที่จะ ตัดออกไป จะได้เป็นตัวเซฟ (Save) เงินงบประมาณ ตัวเซฟการขอกู้เงินเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท ออกไป ทําไมต้องกลับมาเพิ่มอีก มาเพิ่มเพื่อให้ได้ยอดเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้หรือครับ ผมขอถามท่านประธานผ่านไปถึงกรรมาธิการว่าเหตุผลเหล่านี้ท่านได้มีไหม อย่างนี้ละครับ ท่านประธานที่พวกผมเป็นห่วง ท่านประธานที่เคารพครับ พวกกระผมสมัยเป็นรัฐบาล ผมเองเคยเจ็บปวดกับข้อกล่าวหาของท่าน ส.ส. สุรพงษ์ ที่ได้เคยกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงนั้นพรรคประชาธิปัตย์ได้เคยกู้เงิน ท่านได้เคยกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ว่าเป็นห่วง รัฐบาลใช้เงินเก่ง แต่หาเงินไม่เป็น เพราะรัฐบาลชุดนี้เป็นมนุษย์เงินเดือน คิดแต่จะออก พันธบัตรหรือพิมพ์แบงก์ คิดได้อย่างไร ท่านประธานครับ วันนี้ผมถามย้อนกลับไปถึงคนที่ กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์วันนั้นครับ วันนี้รัฐบาล พรรคของท่านมาเป็นรัฐบาลและกู้เงิน กู้เงินอย่างโคตรกู้ โคตร ไม่รู้จะพูดอย่างไรท่านประธาน ดันเอาโคตรหนี้มาให้ประชาชนอีก โคตรของหนี้มาให้ประเทศชาติอีก ทําไมไม่ค้านล่ะครับ ทําไมไม่กล่าวหาล่ะครับ วันนี้ไปกู้ ทําไมล่ะ ที่กล่าวหาคนอื่น ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าลักษณะอย่างนี้ผมก็ถือว่าคนที่พูด ก่อนหน้านี้คือคนที่ตอแหล สุรพงษ์นี่ตอแหล