สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖

บุญยอด สุขถิ่นไทย อภิปรายเรื่องการประชุมสภาที่ผ่านมา โดยวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของสภาและกระทรวงการคลัง รวมถึงการกู้เงิน 2,000,000,000 บาท และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายของเงินกู้นี้ และการดำเนินการของประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานกรรมาธิการ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานล่วงหน้า ก่อนนะครับว่า เนื่องจากมาตรา ๑๗ นี่นะครับ มีทั้งส่วนที่คงเดิมแล้วก็มีส่วนที่เพิ่มมาก็คือ เอามาตรา ๑๘ ขึ้นมาอยู่เป็นวรรคสองของมาตรา ๑๗ ดังนั้นผมจึงจะต้องอภิปราย ทั้ง ๒ ส่วนนี้ไปพร้อม ๆ กันครับ

ในเรื่องแรกผมขอบันทึกในที่ประชุมไว้นะครับว่า การประชุม ๒ วันที่ผ่านมานี้ ผมคิดว่ามีความไม่สมบูรณ์แบบ ๒-๓ ประการด้วยกัน

ประการที่ ๑ ก็คือประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่มาทําหน้าที่ในตลอดทั้ง ๒ วัน ผมไม่ทราบเหตุผลนะครับว่าท่านไปทําอะไรอยู่ ทั้งที่ท่านเป็นผู้ที่เรียกการประชุมพิเศษ ในครั้งนี้ในสัปดาห์นี้เป็นเพิ่มขึ้นที่เป็นพิเศษมา

ประการที่ ๒ ผมเพิ่งเห็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพิ่งเข้ามาเมื่อ ๑๐ นาที ที่แล้วนี้เองนะครับ กําลังจะคิดว่าต้องบันทึกไว้เหมือนกันว่าท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเอง ก็ไม่ได้ให้ความสําคัญต่อการประชุมตลอดทั้ง ๒ วันเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นการถ่ายทอดสด ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ ก็ไม่ได้เกิดขึ้นนะครับ แต่ข้อ ๑๑ วรรคสอง บอกว่าหากไม่สามารถ ถ่ายทอดให้ประชาชนดูได้อย่างแพร่หลายทั่วถึงนั้น ท่านจะต้องนําเทปบันทึกภาพ ไปออกอากาศโดยเร็ว คําถามที่ผมถามมาตั้งแต่วันแรกก็คือว่า ถ้าประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้เคร่งครัดต่อข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ควรจะ ไม่มีสิทธิที่จะมาบังคับสมาชิกอีกต่อไปแล้ว และต้องเลิกพูดคําว่า ให้ทุกคนเคร่งครัดในข้อบังคับ ต่อที่ประชุมอย่างเต็มที่ เพราะท่านเองก็ไม่ได้ทํานะครับ นอกจากนั้นท่านประธานครับ เมื่อวานนี้นะครับ ข่าว ๑ ทุ่มของช่อง ๑๑ มีการสัมภาษณ์พิเศษครับ คนไทยได้อะไร จากการกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สัมภาษณ์ใครครับ สัมภาษณ์คณะทํางานของ พรรคเพื่อไทยครับ อดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่งพูดเชียร์อย่างเดียว พูดให้ข้อความด้านเดียว ผมเสียใจกับช่อง ๑๑ มากนะครับ ถ้าช่อง ๑๑ จะได้ยินบ้าง นักข่าวที่สภาช่วยไปรายงาน ท่านอธิบดีด้วยว่า อธิบดีมาจากผู้ว่าราชการจังหวัดหนึ่งมานั่งเป็นอธิบดีเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่างานนี้ก็แสดงให้เห็นชัดเจนนะครับว่านโยบายของช่อง ๑๑ เป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างที่เห็นเมื่อคืนนี้ละครับ ต้องขอบคุณไทยพีบีเอสที่ได้ถ่ายทอดสดให้จํานวนหนึ่ง แต่เมื่อตัดเข้าไปถึงรายการข่าวของเขา เขาก็ต้องมีรายการข่าวประจําของเขา ก็ทําให้ ประชาชนคงไม่สามารถดูได้อย่างต่อเนื่อง ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๗ กระผมได้สงวน คําแปรญัตติไว้นะครับ ท่านเขียนไว้แค่ว่า ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรายงานการเบิกจ่าย เงินกู้ของโครงการและผลการดําเนินโครงการต่อกระทรวงเจ้าสังกัดอย่างต่อเนื่องจนสิ้นสุด โครงการ ผมเติมว่า หากไม่เป็นไปตามแผนงาน ผู้บริหารโครงการสูงสุดต้องรับผิดชอบ โดยให้ออกจากตําแหน่งครับ ทําได้ไหมล่ะครับ กล้าหาญเพียงพอไหมครับ ที่จะรับผิดชอบ ต่อการกู้เงินจํานวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทซึ่งเป็นการกู้ครั้งประวัติศาสตร์ของชาติไทย พวกท่านกล้าพอไหมครับที่จะทําสัญญาประชาคมกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของภาษีนี้จะต้อง จ่ายเงินนี้ต่อไป ท่านกล้าเติมอย่างที่ผมท้าทายต่อท่านไหมครับ ผมก็เชื่อว่าท่านไม่กล้าครับ นอกจากนั้นครับ ท่านประธานครับ ในส่วนที่วรรคสองที่ท่านเติมมา ผมก็ไปแปรญัตติไว้ ในมาตรา ๑๘ เช่นเดียวกันครับ ให้กระทรวงเจ้าสังกัดของหน่วยงานเจ้าของโครงการจัดให้มี ระบบการติดตามและประเมินผลโครงการและแผนงานและรายงานผลการติดตามและ ประเมินผลโครงการและแผนงานต่อกระทรวงการคลัง ทั้งนี้นะครับ ท่านเขียนว่า ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนด เห็นไหมครับว่า รายงานแผนมา รายงานการติดตามประเมินผลงานของแผนมา มาให้กระทรวงการคลัง ตามที่รัฐมนตรีกําหนดเท่านั้นเอง อย่างนี้ภาษาบ้าน ๆ เรียกว่าชงเองกินเองครับ ผมแก้อย่างนี้ นะครับ ผมเติมว่า หากไม่เป็นไปตามแผนงาน รัฐมนตรี ปลัดกระทรวงและหัวหน้าเจ้าของ โครงการต้องร่วมกันรับผิดชอบความเสียหายตามมูลค่าของโครงการที่เกิดขึ้น รวมทั้ง ดอกเบี้ยจนกว่าจะชําระเสร็จสิ้นครับ ถ้าท่านบอกว่าท่านมีวินัยการเงินการคลัง ท่านมีแผนงานที่ชัดเจนอยู่แล้ว ท่านกล้าพอไหมครับที่จะเติมประโยคนี้ลงไป ไม่ว่าจะเป็นท่านหรือเป็นใครก็ตามในอนาคต ผมตีความ ๒ ประโยคนี้ด้วย ๒ ประเด็นด้วยกันนะครับ

ประเด็นที่ ๑ รายงานต่อกระทรวงการคลังและสุดท้ายก็ไปที่คณะรัฐมนตรี เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรยึดโยงต่อประชาชนเลย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ ไม่ใช่หรือครับที่บอกว่าทุกเรื่องควรจะไปยึดโยงกับประชาชน เลือกตั้ง ส.ว. ก็ต้องไปเลือกตั้ง ตามจังหวัดเพื่อยึดโยงต่อประชาชน แล้วทําไมเราไม่เรียกร้องละครับว่าต้องให้มารายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎร ทั้งหมดกลับไปที่กระทรวงการคลังนะครับ

ประเด็นที่ ๒ สิ่งที่ท่านเขียนไว้มันขัดกันอยู่นะครับ การกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะสิ้นสุด ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ ครับท่านประธาน จะเป็นเวลา ๗ ปี แต่มาตรานี้ท่านเขียนว่า จนกระทั่งสิ้นสุดโครงการ คําถามโต ๆ เลยนะครับ ถามว่า ท่านกู้เงินเสร็จในปลายปี ๒๕๖๓ แต่โครงการเลยปี ๒๕๖๓ ไปทําได้ต่อไปหรือไม่ เพราะมาตรานี้บอกว่า ให้ดําเนินการในการ ติดตามประเมินผลโครงการนี้ให้จนกระทั่งไปสิ้นสุดโครงการด้วย ในมาตราอื่นก็กล่าวทํานอง เดียวกันนี้นะครับ ว่าจะต้องใช้การเบิกจ่ายเงินหรืออะไรต่าง ๆ จนกระทั่งสิ้นสุดโครงการ ตอบคําถามให้ชัดครับ หลัง ๗ ปีนี้ไปแล้ว โครงการยังผูกพันต่อไปในอนาคตอย่างไม่จํากัด ใช่หรือไม่ และภาพที่เราจะเห็น ผมเชื่อแน่ครับ ถ้าการกู้เงินครั้งนี้จบสิ้นได้จะใช้เงิน ในปีสุดท้ายหรือไตรมาสสุดท้ายอย่างเต็มที่ เพราะไม่มีเวลาจะกู้เงินกันอีกแล้ว ก็จะเขียน โครงการ อนุมัติโครงการกันอย่างเต็มที่ ก็เหมือนกับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ในโครงการบริหารจัดการน้ํา ซึ่งลงนามในการกู้เงิน ๒ วันก่อนที่จะหมดสิ้นโครงการครับ นั่นคือประสบการณ์ที่เรามีมากับรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานครับ โครงการนี้เป็นโครงการ เขียนเช็คเปล่าอย่างชัดเจน เพราะโครงการต่าง ๆ ไม่มี กู้ได้ทั้งเงินบาทและเงินต่างประเทศ โดยไม่บอกสัดส่วน ไม่มีการใช้กฎหมายงบประมาณและกฎหมายที่ว่าด้วยเงินคงคลัง ไม่มีการส่งเงินเข้าคลังให้หน่วยงานอื่นกู้ต่อไปก็ได้ คณะรัฐมนตรีกําหนดเองทุกอย่าง ไม่ยึดโยงกับประชาชน หน่วยงานเจ้าของโครงการสามารถเบิกเงินได้จนกระทั่งสิ้นสุด โครงการ อาจมีโครงการใหม่เกิดขึ้นตามมาก็ยังได้อีกด้วย

ท่านประธานครับ นอกจากนั้นผมกลับไปดูที่เล่มสีฟ้าต่อเนื่องกันนิดเดียวนะครับ ผมอยากจะขอให้เป็นบันทึกไว้ ไม่ยาวนะครับท่านประธาน ไม่น่าเชื่อเลยครับ ท่านประธานเอง ก็เป็นประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณมาหลายปี ท่านเคยเห็นไหมครับว่า เวลาที่เราพิจารณางบประมาณแล้วเราไปเพิ่มให้กับโครงการต่าง ๆ ได้ เราทุกคนถูกสอน ไม่ใช่หรือครับ ว่าถ้าใครไปเป็น ส.ส. หรือไปเป็นกรรมาธิการนั้น มีแต่ปรับลดอย่างเดียว เท่านั้น เราปรับเพิ่มให้ไม่ได้ เพราะเขาคิดมาแล้วครับ โครงการควรจะมีราคาเท่าไร มีค่าใช้จ่ายเท่าไร ท่านประธานเปิดเล่มสีฟ้านะครับ เป็นตารางที่บอกว่า เป็นโครงการ ก่อสร้างรถไฟทางคู่สายลพบุรี-ปากน้ําโพ กระทรวงคมนาคม สนข. และ รฟท. ปรับเพิ่มไป ค่าจ้างที่ปรึกษา ๓๙ ล้านบาทเศษ ค่าก่อสร้างอีก ๙,๒๗๑ ล้านบาทเศษ รวมการปรับเพิ่ม ๘,๖๒๗ ล้านบาท ไปลดค่าที่ดินอยู่ ๖๘๓ ล้านบาท แต่โครงการนี้รวมทั้งหมด ปรับเพิ่ม ๘,๖๒๗,๓๓๙,๐๐๐ บาท โครงการที่ปรับเพิ่มอีกนะครับ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าทางคู่ สายมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ปรับเพิ่มไป ๘,๖๕๙,๐๑๖,๐๐๐ บาท โครงการที่ปรับเพิ่ม ซึ่งผมไม่อยากเชื่อนะครับว่าเริ่มต้นยังไม่ทันทําโครงการมีการพิจารณาอย่างนี้ได้อย่างไร กับกรรมาธิการชุดนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต่อจาก สนามบินสุวรรณภูมิ ชลบุรี-พัทยา-ระยอง กระทรวงคมนาคม สนข. และ รฟท. โครงการนี้ เพิ่มไป ๓๒๒,๘๓๐,๐๐๐ บาท โครงการต่อไปเป็นโครงการรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย และเชียงของ กระทรวงคมนาคม สนข. และ รฟท. เช่นเคย โครงการนี้เพิ่มไป ๒๑๐,๖๔๐,๐๐๐ บาท และโครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ สายบ้านไผ่-นครพนม กระทรวงคมนาคม สนข. และ รฟท. ครับ เพิ่มไป ๓๑๓,๙๓๐,๐๐๐ บาท นอกจากนั้น ยังมีโครงการรถไฟสายชานเมืองนะครับ สายสีแดงเข้ม รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กระทรวงคมนาคม สนข. และ รฟท. เช่นเคย ปรับเพิ่ม ๓๔,๗๙๐,๐๐๐ บาท ทําได้จริงหรือครับ อ้างหรือครับว่านี่ไม่ใช่เงินงบประมาณ จึงทําอะไรก็ได้กับเงินจํานวนนี้ ประชาชนเขาโทรศัพท์มาหาผมครับ นี่เรื่องจริงนะครับ ผมไม่เคยพูดโกหก เขาถามว่าฝากถามกรรมาธิการชุดนี้หน่อยเถอะ ถ้าไม่ใช่เงินงบประมาณ แล้วเอาเงินงบประมาณไปใช้คืนได้อย่างไร คําถามประชาชนเขาเข้าใจง่าย ๆ ครับ ถ้าจะอ้างว่า ไม่ใช่เงินงบประมาณก็อย่าเอาเงินงบประมาณไปใช้คืน พวกท่านไปหาเงินมาใช้เองสิครับ ใครใช้ใครกู้มาก็คนนั้นใช้สิครับ ก็ไม่ใช่เงินงบประมาณนี่ครับ ท่านจะไปหาอย่างไรล่ะครับ อย่าเอาเงินงบประมาณไปใช้คืน นี่คือสิ่งที่ประชาชนเขาเรียกร้องครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านศาลรัฐธรรมนูญ หรือถูกตีความให้ตกไป ผมถามหาความรับผิดชอบจากกรรมาธิการชุดนี้ครับ ประธาน คณะกรรมาธิการคือท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง เมื่อสักครู่ก็เข้ามาแผล็บเดียวนะครับ แล้วก็เดิน ออกไปรวมทั้งนายกรัฐมนตรีซึ่งเสนอโครงการนี้ สํานักข่าวโพสต์ทูเดย์ครับ วันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ เสนอข่าวบอกว่านายกิตติรัตน์ได้ให้สัมภาษณ์ว่าถ้ารัฐบาลทําโครงการรับจํานําข้าว แล้วทําให้รัฐเสียหายมากกว่า ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบที่รัฐบาลชุดก่อนใช้ชดเชยในการ ประกันรายได้เกษตรกรรัฐบาลพรรคเพื่อไทยคงอยู่ไม่ได้ ไม่ต้องตั้งคําถามเลยว่าในฐานะ รองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจจะรับผิดชอบอย่างไร ประโยคนี้ไม่มีใครตีความเป็นอย่างอื่นครับ ท่านพูดเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ประโยคนี้แปลอย่างอื่นไม่ได้เลยว่าถ้าจ่ายไปเกินกว่า รัฐบาลที่แล้วมากเสียหายมากกว่านั้น ท่านจะรับผิดชอบ วันนี้ท่านยังนั่งอยู่ในตําแหน่งสูง เกือบสูงสุดนะครับ ของคณะรัฐมนตรี แล้วมานั่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ผมไม่อยาก เห็นเลยว่าประเทศชาติจะต้องรอจะต้องช้าไปกับโครงการต่าง ๆ อย่างที่สมาชิกหลายคนก็บอกว่า เร่งกัน จบ ๆ ไปเลยดีไหมจะได้รีบไปทําได้ มันเร่งจบไม่ได้หรอก ท่านประธานครับ นี่สภาไม่ใช่ สภาตรายาง นี่คือสภาของประชาชน ผมทําหน้าที่เรียกร้องแทนประชาชนว่าทบทวนเรื่องนี้ ให้ดีอย่าให้เรื่องนี้ติดขัดอีก และผมท้าทายกับท่าน ๒ ประโยค ที่อยู่ในมาตรา ๑๗ นี้นะครับ ท่านจะแสดงความรับผิดชอบอย่างที่ผมแปรญัตติไว้หรือไม่ ขอบพระคุณครับ