สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖

เกียรติศักดิ์ ส่องแสง หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงมาตรา 16 และ 17 เพื่อเพิ่มเติมข้อความให้สมบูรณ์ พร้อมกับหารือเรื่องการกู้เงิน 2,000,000,000 บาท สำหรับโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง คมนาคม และการเบิกจ่ายเงินกู้ของโครงการ เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโครงการก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าทางน้ำที่จังหวัดอ่างทอง และการพัฒนาแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจของประเทศ

นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติ ไว้ในมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ ผมจะขอถือโอกาสนี้ในการอภิปรายทั้ง ๒ มาตราในเวลา เดียวกันนะครับ โดยจะไม่ขอใช้สิทธิในมาตราต่อไป ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เหตุผลที่ผมได้ขอเสนอแปรญัตติในมาตรา ๑๖ เอาไว้นะครับ จากเดิมนั้น มาตรา ๑๖ ความว่า เมื่อแผนงานใดได้ดําเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ถ้าแผนงานนั้น มีเงินกู้เหลือจ่าย ให้นําเงินส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ในส่วนของผมที่ได้เสนอขอแปรญัตติ เพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๑๖ นะครับ ก็ไม่ได้ขัดแย้งกับการที่หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านได้เสนอ คําแปรญัตติไปแล้วแต่อย่างใด แต่กลับว่าจะเป็นการเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อความได้สมบูรณ์ มากยิ่งขึ้นดังต่อไปนี้

มาตรา ๑๖ เมื่อแผนงานได้ดําเนินการเสร็จสิ้น และไม่เสร็จสิ้นภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ แล้ว ถ้าแผนงานนั้นมีเงินกู้เหลือจ่ายให้นําเงินนั้น ก็จะให้ สอดคล้องกับท่านหัวหน้าว่า ให้นําเงินนั้นไปใช้หนี้คืน ส่วนที่ผมเพิ่มเติมเข้าไปนั้นนะครับ เพื่อกําหนดกรอบเวลาและประสิทธิภาพในการใช้เงินงบประมาณ ในการกู้เงินในครั้งนี้ ก็เนื่องจากว่ามีประวัติศาสตร์ในการลงทุนขนาดใหญ่ที่เห็นมาแล้ว ที่ไม่ประสบความสําเร็จ นั่นก็คือโครงการโฮปเวลล์อย่างที่เราเห็น ผมก็คาดคะเนไว้ว่าในการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ เพื่อมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการขนส่ง คมนาคมนั้น ถ้าหากว่ามีโครงการใดที่ดําเนินการไปแล้วไม่ประสบความสําเร็จ มีการฟ้องร้อง เป็นคดีความกัน ในระหว่างนั้นอาจจะมีการยุติโครงการขึ้นก็ได้ เสร็จแล้วมีเงินเหลือ จากโครงการนั้นอยู่ ก็ให้นําเงินในส่วนนั้นกลับมาใช้หนี้เสีย ส่วนกรณีพิพาทในขั้นศาลก็ให้ ดําเนินการไป และอีกอย่างหนึ่งที่ผมได้ระบุเอาไว้ว่า ภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้นก็เพื่อที่จะให้มีการเร่งรัดให้มีประสิทธิภาพในการทํางาน แล้วก็ใช้เงินงบประมาณ ในการลงทุนในครั้งนี้ ให้มีกรอบเวลาในการดําเนินการ กระผมจึงได้ขอสงวนคําแปรญัตติเพิ่ม ในมาตรา ๑๖ ดังกล่าว

ส่วนในมาตรา ๑๗ นั้น กระผมได้ขอแปรญัตติเพิ่มเติมข้อความเอาไว้ จากข้อความเดิมที่ว่า มาตรา ๑๗ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรายงานการเบิกจ่ายเงินกู้ ของโครงการและผลการดําเนินโครงการต่อกระทรวงเจ้าสังกัดอย่างต่อเนื่องจนสิ้นสุด โครงการ กระผมได้แปรญัตติเพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๑๗ ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑๗ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรายงานการเบิกจ่ายเงินกู้ของโครงการและผลการดําเนิน โครงการต่อกระทรวงเจ้าสังกัดและสภาผู้แทนราษฎรอย่างต่อเนื่องจนสิ้นสุดโครงการ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ที่กระผมได้เพิ่มเติมข้อความว่า ให้รายงาน การเบิกจ่ายเงินกู้ของโครงการและผลการดําเนินโครงการต่อสภาผู้แทนราษฎรด้วยนั้น ก็เนื่องจากว่าการใช้เงินในครั้งนี้เป็นการใช้เงินในกรณีพิเศษนะครับ เป็นการกู้ที่ไม่ผ่านระบบวิธีการงบประมาณหรือกระทรวงการคลัง ดังนั้นการตรวจสอบ การใช้เงินงบประมาณ พวกเราก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ทําการตรวจสอบว่าท่านได้ใช้เงิน งบประมาณเป็นไปตามแผนงานงบประมาณยุทธศาสตร์ของท่านหรือไม่ ลําพังแผนงาน งบประมาณยุทธศาสตร์ของท่านนั้นก็ไม่มีความละเอียดพอที่จะให้เราได้เห็น ที่เราขอเอกสาร กันอยู่ ณ วันนี้ก็ยังไม่ครบถ้วนชัดเจนแต่อย่างใด ก็เป็นความคลางแคลงใจของกระผม แล้วก็เพื่อนสมาชิกของพรรคฝ่ายค้านนะครับ ที่เห็นว่าการใช้เงินงบประมาณของท่านนั้น อาจจะเกิดความไม่โปร่งใส ไม่ซื่อสัตย์ อาจจะมีการคดโกงกันขึ้นได้ ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผมมีเหตุผลที่จะสนับสนุนว่าการดําเนินโครงการนั้นอาจจะ ไม่ให้ความโปร่งใส อาจจะไม่เกิดความโปร่งใส อาจจะมีการทุจริตเกิดขึ้น เนื่องจากว่าการทํา แผนงานงบประมาณบางโครงการนั้น มันไม่ชัดเจนไม่เหมาะสมนะครับ อย่างเช่น ผมจะ ยกตัวอย่างให้ฟัง แผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางน้ําและ ชายฝั่ง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ แผนงานอันนี้ใช้งบประมาณไม่มากครับ จํานวนทั้งสิ้น ๒๙,๕๐๐ ล้านบาท มีโครงการทั้งสิ้นจํานวน ๕ โครงการแค่นั้นเอง ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านกรรมาธิการผู้ทรงเกียรติ โครงสร้างพื้นฐานของ ประเทศไทยเป็นที่น่าเสียดายว่า ทําไมคณะกรรมาธิการไม่ได้เล็งเห็นความสําคัญการขนส่ง ทางน้ํา ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยของเรานั้นมีจุดแข็ง มีโครงสร้างพื้นฐานซึ่งมีน้ํานี่ละครับ จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสําคัญในการขนส่งสินค้าและการขนส่งผู้โดยสารรวมถึง การพัฒนา การท่องเที่ยวทางน้ําได้ด้วย แต่ท่านไม่เห็นจุดแข็งตรงนี้ ท่านกู้เงินมาทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อทําโครงสร้างพื้นฐานทางบก เพื่อโครงสร้างพื้นฐานในการขนส่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเสียดายมากว่าประเทศไทยของเรานั้นมีพื้นที่ติดทะเล ประเทศไทยของเรานั้นมีแม่น้ําเจ้าพระยาแต่ท่านไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์ ผมเห็นโครงการของ กรมเจ้าท่าที่ใช้ประโยชน์จากทางน้ํา แผนงานที่ ๑.๒ ของยุทธศาสตร์ที่ ๑

โครงการที่ ๓ โครงการก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าทางน้ําเพื่อการประหยัด พลังงานที่จังหวัดอ่างทอง เป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๓๒๓ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดอ่างทองนั้นสร้างสถานีขนส่งสินค้าทางน้ํา น้ําอะไรครับ น่าจะเป็นแม่น้ําเจ้าพระยา ใช่ไหมครับ แล้วส่งไปที่ไหนครับ ก็อยากจะทราบรายละเอียดของท่านเหมือนกันนะครับว่า ท่านไปทําสถานีขนส่งทางน้ําที่จังหวัดอ่างทอง

โครงการที่ ๔ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าทางน้ําในแม่น้ํา ป่าสักใช้เงินไปทั้ง ๑๑,๑๘๐ ล้านบาท แม่น้ําป่าสักอยู่ที่ไหนครับ แม่น้ําป่าสักอยู่ที่จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วจะขนส่งไปทางไหนครับ ผมก็เชื่อว่าการขนส่งทางน้ํา ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดอ่างทอง แม่น้ําป่าสักน่าจะล่องมาแม่น้ําเจ้าพระยานะครับ คิดว่า น่าจะต้องผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาผ่านจังหวัดปทุมธานีนะครับ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ผม รับผิดชอบดูแลพี่น้องประชาชนอยู่ตรงนั้น แล้วก็ลงมาปากแม่น้ําเจ้าพระยา ท่าเรือคลองเตย หรือจะไปมาบตาพุดหรือแหลมฉบัง ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผมก็แปลกใจนะครับ ว่าทําไมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ เป็นเมืองประวัติศาสตร์นะครับ เป็นเมืองน่าท่องเที่ยว ทําไมไม่มีสถานีขนส่งทางน้ําที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ้างล่ะครับ จังหวัดปทุมธานีก็เช่นเดียวกันครับ แม่น้ําเจ้าพระยาผ่าน กว้างด้วยนะครับ มีน้ําตลอดทั้งปีครับ สามารถที่จะเดินเรือได้ง่าย ๆ มีนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมนวนคร นิคมอุตสาหกรรมบางกระดี่ครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ สร้างรายได้เศรษฐกิจให้กับ ประเทศปีละหลายแสนล้านบาท ท่านประธานสภา แล้วทําไมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี ไม่มีสถานีขนส่งสินค้าทางน้ํา ผมก็แปลกใจ จุดแข็งของประเทศไทยนะครับ ทางน้ําครับ เรามีท่าเรือแหลมฉบัง มาบตาพุด ท่าเรือคลองเตย มีแม่น้ําเจ้าพระยา ไหน ๆ ท่านกู้เงินมาตั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วเพื่อที่จะพัฒนาระบบการขนส่ง ทําไมท่านไม่พัฒนาแม่น้ําเจ้าพระยา อย่างน้อยที่สุดจากหลังเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาท ลงมาน่าจะมีท่าเรือตามจังหวัดต่าง ๆ เป็นจังหวัดหลัก ๆ ใช้การขนส่งทางน้ําและในขณะเดียวกันนั้น ก็พัฒนาให้เป็นการเดินทางทางน้ําเพื่อการท่องเที่ยวไปด้วย สร้างรายได้ให้กับประเทศ ท่านก็ไปดูงานมาไม่ใช่หรือครับหลายประเทศ ประเทศที่เขามีแม่น้ําผ่าอกประเทศอย่างนี้ถือว่า เป็นทําเลดี เขาขนส่งกันทางน้ํากันทั้งสิ้น เสร็จแล้วเขาก็ใช้การคมนาคมทางน้ํานี่ละครับ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งเหมาะสมมาก ตื้น ๆ แค่นี้ทําไมกรรมาธิการแล้วก็รัฐบาล ไม่คิดคํานึงถึงบ้าง ทําไมไม่พัฒนาชายฝั่งของแม่น้ําเจ้าพระยาซ้าย ขวา ณ ปัจจุบันนี้ ทุกวันนี้ ใครใช้ครับ มีสลัมใช้ครับ มีเจ้าของธุรกิจใช้ครับ มีบ้านพักตากอากาศของคนมีสตางค์ใช้ครับ ทําไมไม่พัฒนาละครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ พัฒนาให้ ๒ ชายฝั่งของแม่น้ําเจ้าพระยา ให้เป็นพื้นที่ในการเดินทางใช้ประโยชน์ร่วมกันท่านประธานครับ ผมจะจบแล้วครับท่านผู้ที่ ประท้วงครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ จากเหตุผลดังกล่าวนะครับ ผมจึงได้เสนอต่อที่ ประชุมแห่งนี้ในมาตรา ๑๖ ผมได้แปรญัตติเพิ่มเติมไว้ว่ามาตรา ๑๖ เมื่อแผนงานใดได้ ดําเนินการเสร็จสิ้นและไม่เสร็จสิ้นภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ แล้ว ถ้าแผนงานนั้นมีเงินกู้ เหลือจ่ายให้นําเงินกู้นั้นใช้หนี้ตามที่หัวหน้าท่านได้แปรญัตติเอาไว้ ส่วนมาตรา ๑๗ นั้น ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรายงานการเบิกจ่ายเงินกู้ของโครงการและผลการดําเนิน โครงการต่อกระทรวงเจ้าสังกัดและสภาผู้แทนราษฎรอย่างต่อเนื่องจนสิ้นสุดโครงการ เพื่อการตรวจสอบครับท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณครับ