จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ พูดถึงการกู้เงิน 2,000,000,000 บาท เพื่อใช้ในโครงการของรัฐบาล ซึ่งเขากังวลว่าอาจทำให้ประเทศไทยมีปัญหาทางเศรษฐกิจในอนาคต และไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เขายังหารือเรื่องการดำเนินการของเจ้าหน้าที่และระบุว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยมีปัญหาหลายประการ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ มาตรานี้มีผมอภิปรายคนเดียวนะครับ ก็รบกวนท่านสมาชิกท่านอื่นอยู่ใน ความสงบนะครับ ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติไว้อย่างนี้ครับ ในมาตรา ๑๐ ผมได้แปรญัตติ ไว้ว่า การกู้เงินให้กระทําได้ตามความจําเป็น ตามความจําเป็นหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า แม้นว่าจะมีการผ่านร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว แต่ถ้ารัฐบาลไม่มีความจําเป็นที่จะต้องใช้เงินถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็กู้แค่เท่าที่ต้องใช้ ตามความจําเป็นได้ คําว่าไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หมายความว่า ท่านกู้บาทเดียวก็ได้ กู้ ๕๐ บาทก็ได้ กู้แค่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็ได้ แต่ประเด็นของผมคือให้กู้ตามความจําเป็น ประเด็นที่ผมต้องเขียนว่าให้กู้ตามความจําเป็นเพราะอะไรครับ เพราะผมไม่เชื่อว่าเงินจะเนรมิต บันดาลทุกสิ่งทุกอย่างได้ ที่เราบอกว่ารัฐบาลเรา ประเทศไทยขาดการลงทุนขนาดใหญ่มานาน เมื่อเช้านี้ผมได้พูดไปแล้วครับ เราสามารถใช้ระบบงบประมาณปกติได้ เราไม่จําเป็นต้องมากู้ นอกงบประมาณทั้งหมดทั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเช้าผมได้พูดไปแล้วครับ เราสามารถ ใช้ระบบงบประมาณปกติได้ เราไม่จําเป็นต้องมากู้นอกงบประมาณทั้งหมดทั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะเป็นภาระในอนาคต ไม่ว่าเศรษฐกิจข้างหน้าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เราต้องตระหนัก ครับท่านประธาน บางเรื่องผมเข้าใจว่าต้องใช้เงินกู้จริง ๆ เช่น ระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็สนับสนุน หรือระบบรถไฟฟ้าในเมืองเราก็ให้การสนับสนุนและ เห็นชอบว่าควรจะต้องมีการก่อสร้างทําระบบตรงนี้ต่อไป รวมทั้งโครงข่ายถนน ๔ เลน ซึ่งตอนนี้ภาคใต้ก็ยังไปไม่ถึงไม่ทั่ว หลายจังหวัดยังไม่ได้รับถนน ๔ เลน อันนี้พวกผมเห็นด้วย แต่ครับ เมื่อท่านกู้มาก่อสร้างแล้วต้องมีระบบการจัดการที่ดีด้วย ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมบอกว่า เงินไม่ใช่พระเจ้าที่เนรมิตได้ทุกอย่าง เพราะต้องใช้ความสามารถในการบริหารการจัดการด้วย รวมถึงการสร้างจิตสํานึกซึ่งผมจะอภิปรายด้วยชาร์ท (Chart) ต่อไปนะครับ รวมถึงการบังคับ ใช้กฎหมายรวมถึงการบริหารงานอื่น ๆ รวมทั้งตัวบุคคลในการบริหารตรงนี้ด้วย ซึ่งผมจะอภิปรายต่อไปอีกสักครู่หนึ่ง ท่านประธานครับ ปัญหาของกระผมที่ผมสงสัยมีอยู่ เรื่องหนึ่งครับ วันนี้เราบอกว่าจะต้องกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทให้ได้ ถ้าไม่กู้นี่ครับ ประเทศไทยย่อยยับแล้วครับ การพัฒนาจะไม่มีแล้วครับ ต่อไปประเทศไทยเดินหน้า ไม่ได้ครับ การกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือยาวิเศษที่จะทําให้ประเทศไทยเดินหน้าได้ ผมมีข้อสงสัยอยู่อย่างนี้ครับ ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลชุดนี้มาคิดเรื่องกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาวันไหน เพราะ ๑. ในยุทธศาสตร์ประเทศไทยที่ท่านมาแถลงนโยบายต่อสภา ก็ไม่มีเรื่องนี้ แต่วันนี้ท่านคิดขึ้นมาครับ คราวนี้เมื่อท่านคิดเอาวันนี้ครับ ความสับสน มันก็เกิดขึ้น เช่น โครงการรถคันแรก ท่านเข้ามาเป็นรัฐบาล ท่านบอกทุกบ้านซื้อรถให้หมด ทั้งประเทศไทย ๑,๒๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ซื้อรถคันแรกกันครับ ภาระของรถคันแรก คือต้องผ่อนอีก ๔ ปีเป็นอย่างต่ํา บางรายรายได้น้อยอยากมีรถกับเขาบ้าง ผ่อน ๖ ปีครับ เมื่อผ่อน ๖ ปี ๔ ปีเกิดอะไรขึ้นครับ วันนี้ภาวะเศรษฐกิจสะท้อนออกมาแล้วครับ เกิดภาวะเงินฝืดและเงินเฟ้อ ในเวลาเดียวกันแปลกพิสดารไหมครับท่านประธาน คนมีสตางค์ก็เก็บสตางค์ครับ ไม่กล้าใช้กลัวอนาคตเศรษฐกิจไม่ดี เศรษฐกิจธุรกิจตัวเองจะแย่ ไม่กล้าเอาเงินออกมาใช้ ส่วนพวกไม่มีเงินครับ มีภาระแล้วครับ ผ่อนรถคันแรก นี่คือปัญหา ของประเทศไทยวันนี้ เพราะฉะนั้นผมมองไปถึงอนาคตว่าแล้วเรามั่นใจได้อย่างไรว่า ถ้ากู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วเศรษฐกิจไทยจะดี จะมีปัญญาใช้หนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ได้ภายในเวลา ๕๐ ปี นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผมบอกว่าต้องกู้ตามความจําเป็นเท่านั้น อันไหน ไม่มีความจําเป็น อย่าไปกู้ อันไหนศึกษายังไม่เสร็จ อย่าไปกู้ อันไหนมีผลกระทบ ทางสิ่งแวดล้อม อย่าไปกู้อย่าไปทําครับ ท่านจะต้องจัดลําดับใหม่ครับ ท่านประธานครับ ในเรื่องโครงการรถคันแรกผมเรียนอย่างนี้ครับ ท่านบอกว่าอีก ๗ ปีให้เรามาใช้รถไฟกัน ให้หมด แล้วรถยนต์ที่เขาซื้อกัน ๑,๒๐๐,๐๐๐ คัน ที่ยังเป็นภาระผ่อนวันนี้เอาไปทิ้ง ไหนครับ จะเอาไปทําอะไรครับ ปลูกสะระแหน่หรือครับ เอาไปถมที่หรือครับ ท่านประธานครับ มาวันนี้เราต้องคิดให้ดีว่ารัฐบาลอันนี้กําลังคิดอะไรอยู่ สิ่งที่ผมเป็นห่วง คืออะไรครับ ผมเป็นห่วงว่ารัฐบาลเพิ่งมาคิดได้เรื่องนี้ เพราะคิดว่ามันมีส่วนต่างของการกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้อยู่ ส่วนต่างที่ว่าคืออะไรครับ วันนี้ท่านประธานครับ ท่านไปถาม บริษัทที่ปรึกษาดูสิครับ โครงการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ครับ ทั้งประเทศไทยมีบริษัท ที่ปรึกษาอยู่ ๑๐๐ กว่าบริษัท มีบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหมด ๘ บริษัทครับ และมีเสียงนินทา มาครับ มีรัฐมนตรีบางคนไปถือหุ้นไขว้ไว้แล้ว ๗ บริษัท มีบริษัทเดียวใหญ่กว่าเพื่อน เขายัง ไม่ยอมให้ถือหุ้นไขว้ ถือหุ้นไขว้แล้วถืออย่างไรครับ มีคนส่งคนเข้าไปเรียกครับ เฉพาะงบโครงการศึกษาอย่างเดียวนะครับ ที่ปรึกษาอย่างเดียว ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ไปเรียกเขา ๓๕ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะฉะนั้นแม้นว่าโครงการทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เกิด ๓๕ เปอร์เซ็นต์ได้แล้วครับ เพราะงบศึกษามันไปก่อน ผมเลยมองมุมนี้ครับ ท่านประธานครับ มองว่าถ้าเกิดว่ามีข่าวว่ามีการเรียก ๓๕ เปอร์เซ็นต์แล้ว ถ้ารัฐบาลอยากจะรับผิดชอบ ท่านลดค่าที่ปรึกษาวันนี้ได้เลยครับ เหลือ ๖๕,๐๐๐ ล้านบาท คนไทยประหยัด ไม่ต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้นทันที ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๓๕ เปอร์เซ็นต์ที่มีคน ไปเรียกไปไถอยู่ และเขายังยืนยันมาอีกครับ บริษัทที่ปรึกษาที่ผมได้คุยครับ เขามั่นใจว่าเรื่องรถไฟความเร็วสูง นี่ครับ ประเทศไทยยังไม่มีบริษัทที่ปรึกษาที่มีความสามารถ ศักยภาพจะสามารถทําได้ เพราะต้องใช้เทคโนโลยีต่างประเทศทั้งหมด เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาก็คือว่าเมื่อต้องใช้ เทคโนโลยีต่างประเทศทั้งหมด ท่านจะจ้างบริษัทไหนเป็นบริษัทที่ปรึกษา สําคัญเหนือ สิ่งอื่นใดครับเมื่อเช้าทางกรรมาธิการเอาเอกสารให้พวกผมดูแล้วว่ารถไฟความเร็วสูง ไปจังหวัดเชียงใหม่จะใช้เส้นทางไหนบ้าง มีทั้งขึ้นเขาลงห้วย ๆ เอาบริษัทที่ปรึกษาของใคร ให้มาศึกษาก่อน ปัญหาก็คือโครงการดังกล่าวมันจะทําได้หรือเปล่า ศึกษามาหลอกสภา หรือเปล่า ถ้าที่สุดว่าทําไม่ได้จริง ผมจึงคิดว่าที่สุดแล้วเราจะได้กู้เฉพาะเท่าที่จําเป็น ท่านประธานครับ กู้เท่าที่จําเป็นผมยังมองว่าศักยภาพในการบริหาร บางเรื่องไม่ต้องใช้เงิน สักบาทเดียวครับ ผมต้องขออนุญาตขึ้นแผ่นภาพนะครับ และท่านประธานอนุญาตแล้ว ก็ขอใช้แผ่นภาพสักครู่หนึ่งครับ เชิญเปิดแผ่นภาพได้เลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานครับ ยกตัวอย่าง หน่วยงานเดียวครับ การรถไฟแห่งประเทศไทยครับ มีเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ผมประมวลมาแล้ว เป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องที่ต้องใช้การลงทุนมีอยู่กี่เรื่องครับ ๕ เรื่องครับ จาก ๔๘ เรื่อง มีเรื่องการลงทุนแค่ ๕ เรื่อง เช่นรางชํารุด ที่กั้นรถไฟอัตโนมัติชํารุด เครื่องปรับอากาศชํารุด เบาะนั่งชํารุด เสียงตามสายชํารุด มีอยู่ ๕ ชํารุดครับ ส่วนเรื่องอื่นที่บอกว่าเป็นปัญหาอันนี้ ไม่จําเป็นต้องกู้สักบาทเดียว แต่รัฐบาลดําเนินการได้เลย ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ดําเนินการได้เลย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมดําเนินการได้เลยไม่ต้องมาอาศัยเงิน สักบาทหนึ่งครับ และควรทําได้แล้วครับ ณ วันนี้ เช่นอะไรครับ การขายของกีดขวางบริเวณ ชานชาลา การสูบบุหรี่บนรถไฟ การสูบบุหรี่บนชานชาลา อันนี้ไม่ต้องใช้เงินสักบาทหนึ่งครับ เป็นปัญหาการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือเปล่า เป็นปัญหาของการรถไฟแห่งประเทศไทย ครับ แล้วรัฐมนตรีเคยลงไปทําอะไรได้หรือเปล่า ผู้บริหารเคยลงไปทําอะไรบ้างหรือเปล่า วันนี้ท่านทําอย่างเดียวครับ เข็นรถไฟขบวนเก่าให้ตกรางให้หมดจะได้ซื้อขบวนใหม่ ท่านทํา อย่างเดียวออกข่าว แต่ว่ารถไฟแย่แล้ว ๆ ใครที่คัดค้าน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แสดงว่า ไม่อยากให้รถไฟดีขึ้น ท่านทําอยู่แค่นี้ครับ ท่านไม่เคยลงไปบริหารให้เป็นไปตามสิ่งที่ควรจะ ทําเลย นอกจากนั้นอีกเรื่องหนึ่งคือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟ อันนี้เป็นปัญหา อีกเรื่องหนึ่ง ไม่ต้องใช้เงินสักบาทเดียวครับ ท่านไปบริหารสิครับ ท่านเข้าไปจัดการสิครับ บริการการรถไฟก็ดีขึ้นครับ ถ้าท่านไม่มีความสามารถท่านก็อย่าทําอย่างที่ผมเรียน เมื่อเช้าแล้ว ถ้าเป็นผมนี่ครับรถไฟตกรางทุกวันนี้ผมลาออกไปนานแล้วครับ ต้องทําอย่างอื่น แล้วครับ ฉะนั้นตัวท่านเองไร้ประสิทธิภาพแล้วครับ ท่านประธานครับ ผมจึงขอสรุปสุดท้าย ตรงนี้นะครับ การบริหารประเทศนี่ครับ ด้านคมนาคม ไม่จําเป็นต้องใช้เงินอย่างเดียวครับ สําคัญที่สุดต้องใช้สมอง ต้องใช้ความสามารถ ความเสียสละ สําคัญที่สุดครับ ต้องมีใจเป็นธรรม ไม่คิดทุจริต เพราะถ้าท่านเริ่มตั้งต้นด้วยคําว่าฉันจะได้เท่าไร ผมว่างบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ได้ไม่ถึงมือคนไทยทั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหรอกครับ ที่สุดแล้วจะตกไปอยู่ที่อื่นครับ อย่างน้อย ๓๕ เปอร์เซ็นต์ในเรื่องบริษัทที่ปรึกษา ที่ผมบอกว่ามีคนในรัฐบาลกําลังไปขออยู่ ไปไถเขาอยู่ วันนี้งบเราไม่ได้เต็มแล้วครับ จึงขอให้สภาได้พิจารณา ถ้าเห็นตามผมด้วยก็ขอให้ ลงมติไม่เห็นด้วย ก็ให้ช่วยตามความจําเป็นอย่างที่ผมได้แปรญัตติไว้ ขอบคุณครับ