ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ เสนอแปรญัตติและสงวนไว้ โดยระบุว่าไม่มีหลักประกันว่าโครงการที่นำเสนอต่อสภาจะดำเนินการได้ 100% เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงรายการ และกล่าวหาว่าการกู้เงิน 2,000,000 ล้านบาทอาจนำไปสู่การทุจริตและคอร์รัปชัน
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติ แล้วก็ขอสงวนคําแปรญัตติ ของผมไว้ตามเอกสารรายงานของกรรมาธิการ หน้า ๔๕ ผมแปรญัตติไว้อย่างนี้นะครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ และนายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ขอแปรญัตติเพิ่มเติม ความในมาตรา ๗ เป็นดังนี้ครับ มาตรา ๗ วงเงินกู้การจัดการเงินกู้และวิธีการเกี่ยวกับการกู้เงิน ในแต่ละปีงบประมาณให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ และผมเพิ่มข้อความต่อไปนี้ครับ เพิ่มคําว่า และต้องผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมเพิ่มข้อความที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้ว ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า ท่านประธานครับ กฎหมายที่เรากําลังพิจารณาอยู่ฉบับนี้ความเป็นจริง มีสาระสําคัญอยู่ ๒ ประการแค่นั้นเองครับ ประการที่ ๑ ก็คือเรื่องกู้เงิน ประการที่ ๒ ก็คือ เรื่องจ่ายเงินครับ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้เป็นการให้อํานาจรัฐบาล ๒ อย่างครับ อย่างที่ ๑ ไปกู้เงิน อย่างที่ ๒ ให้อํานาจไปใช้เงินครับ แล้วการให้อํานาจรัฐบาลไปกู้เงิน และไปใช้เงิน เราถกเถียงกันมา ๑ วันเต็มแล้วนะครับ วันนี้เป็นวันที่ ๒ ครับ ไม่มีหลักประกัน อะไรเลย ท่านประธานต้องฟังสมาชิกอภิปราย ไม่มีหลักประกันอะไรเลยในหลายเรื่อง ผมสรุปจากการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกนะครับ
ประการที่ ๑ ไม่มีหลักประกันในความเหมาะสม และไม่มีหลักประกัน ในความพร้อมของโครงการ ดูได้จากเอกสารที่เอามาแจกนะครับ
ประการที่ ๒ ไม่มีก็คือความพร้อมหรือไม่พร้อมของหน่วยงาน แปลว่า หน่วยงานสมาชิกหลายท่านอภิปรายไปแล้วท่านประธานก็ฟัง หน่วยงานไม่มีความพร้อม ในการดําเนินการโครงการใหญ่ ๆ ขนาดนี้ และใช้เงินมากขนาดนี้
ประการที่ ๓ ไม่มีการศึกษาการคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การศึกษาไม่ได้ หมายความว่าต้องกําไรทุกโครงการนะครับ โครงการอันไหนถ้าขาดทุนก็ใส่ไปได้ และให้บอก ว่าโครงการนี้ขาดทุน ขาดทุนเพื่ออะไร เพื่อประชาชนก็บอกมา ขาดทุนปีละเท่าไรก็บอกมา ขาดทุนแล้วจะไปหาเงินจากที่ไหนมาเติมก็บอกมา ไม่มีปัญหา
ประการที่ ๔ ไม่มีหลักประกันของโครงการที่นํามาเสนอต่อสภาว่าโครงการ ที่นํามาเสนอนี้จะทําทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะโครงการสามารถเปลี่ยนแปลงรายการได้
ประการสุดท้าย เป็นประการสําคัญที่เราพูดกันมากและเป็นความน่ากังวล ก็คือความไม่ชอบมาพากลครับ ความไม่ชอบมาพากล เช่น จะไปออกระเบียบวิธีพิเศษหรือไม่ ถึงแม้ทางรัฐมนตรี เมื่อสักครู่ท่านวราเทพ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะเป็นความจริง ท่านชี้แจงว่าจะต้องไปใช้ระเบียบพัสดุปี ๒๕๓๕ แต่ท่านต่อท้ายว่า มีข้อยกเว้นว่าจะทําอย่างไร มีเหตุผลอะไร ต้องมีระเบียบพัสดุปี ๒๕๓๕ ก็มีข้อยกเว้น ก็แปลว่ายังไม่มีหลักประกันถึงความไม่ชอบมาพากล และนําไปสู่สุดท้ายเวลามีความไม่ชอบ มาพากลไปออกระเบียบวิธีพิเศษ สุดท้ายก็นําไปสู่การทุจริตและคอร์รัปชันได้ง่าย ท้ายที่สุด ก็จะกลายพันธุ์ครับ เป็นการทําโครงการเพื่อมากู้ครับ แล้วสุดท้ายกู้มาแล้วก็จะโกงกันต่อไป อันนี้คือความกังวลของเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายมา ๑ วันครึ่งเต็ม ๆ ท่านประธานครับ เงินกู้ ครั้งนี้เป็นเงินกู้ครั้งสําคัญที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย เป็นการกู้ครั้งใหญ่ที่สุดและเงินมาก ที่สุดของประเทศไทยครั้งหนึ่งครับท่านประธาน ท่านประธานถ้าไม่ลืม ท่านประธานคงจําได้ ว่าอดีตเราเคยกู้เงินมากที่สุดครั้งหนึ่งก็คือครั้งที่เรากู้เงินของไอเอ็มเอฟ (IMF) ครับ วันนั้นเรามีวิกฤติต้มยํากุ้งครับ เราไปกู้เงินครั้งสําคัญที่สุดเพื่อมากู้วิกฤติของประเทศ วงเงิน เท่าไรที่เรากู้มาใช้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เราต้องมากู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ซึ่งคุณหญิงดอกเตอร์กัลยา โสภณพนิช เคยกราบเรียนท่านประธาน ไปแล้วว่าเป็น ๔ เท่าของเงินกู้ที่เรากู้มาครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ ๒ แต่ครั้งที่ ๒ ของการกู้เงิน ครั้งใหญ่ ๆ อย่างนี้ แต่เป็นเงินมากที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย ถ้าสมมุติว่าเราไปเทียบ กับยุค พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ในวันนั้นมีต้มยํากุ้ง ๑ หม้อ วันนี้เราต้องมีต้มยํากุ้ง ถึง ๔ หม้อ อันตรายครับ วิกฤติต้มยํากุ้งปี ๒๕๔๐ ๑ หม้อนั้นเราลําบากมาขนาดไหนแล้ว ครับ วันนี้เราต้องมีต้มยํากุ้งถึง ๔ หม้อ เราจะลําบากยากแค้นไปถึงลูก ถึงหลาน ถึงเหลน กู้มาแล้วเวลาจะโกงง่ายครับ ไปทําโครงการที่มีราคาสูง ๆ ครับ เกินจากราคาที่แท้จริง แล้วก็ไม่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผมถึงเขียนต่อว่าต้องมาผ่านสภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสภา แล้วก็ไปใช้วิธีพิเศษแบบที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่นี้ไปจัดซื้อจัดจ้าง เอาเงินทอน ส่วนต่างอย่างนี้เอามา เอาจากไหนครับ ก็ให้พรรคพวกตัวเองครับ ไปรับจ้างในโครงการของ รัฐบาล เพราะใช้วิธีพิเศษ ไปชี้หน้าบริษัทไหนก็ได้ที่เป็นพวกตัวเองมาแล้วก็มารับไปทํา รับไปทําเสร็จก็เอาเงินทอนส่วนต่าง อย่างนี้ก็โกงกันได้ครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้เปิดช่องไว้ ราคาสูง ๆ ตามเอกสารเล่มนี้ ถ้าท่านประธานดูนี่ครับเล่มสีน้ําเงินเปิดไปเลยครับ หน้าปกเปิดไป แผ่นที่ ๑ เปิดไปครับ แผ่นที่ ๒ เปิดไป แผ่นที่ ๓ มีรูปตารางนี้ ท่านประธานไปดูนะครับ รายการที่ ๔ ถนนชุมทางจิระ-ขอนแก่น ๒๙,๒๒๑ ล้านบาท พอเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร เหลือ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท เงินลดไป ๓,๒๐๐ ล้านบาท โครงการที่ ๑๓ โครงการติดตั้งเครื่องกั้นถนนเสมอระดับและปรับปรุงเครื่องกั้น พอก่อนเข้าสู่สภา ๔,๓๖๘ ล้านบาท พอเข้าสู่สภา เหลือ ๑,๓๘๑ ล้านบาท ลดไป ๒,๙๘๗ ล้านบาท โครงการ ปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณไฟสีทั่วประเทศ โครงการที่ ๑๔ ตอนเข้าสภา ๗,๒๘๑ ล้านบาท พอเข้ามาแล้ว เหลือ ๓,๕๖๔ ล้านบาท ลดไป ๓,๗๑๖ ล้านบาท โครงการก่อสร้างทางรถไฟคู่ อันดับที่ ๒ สายชุมทางบ้านภาชี-นครหลวง เข้าสู่สภา ๔,๕๔๖ ล้านบาท เข้าสู่สภาแล้วเหลือ ๒,๙๓๔ ล้านบาท ลดไป ๑,๖๑๒ ล้านบาท ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ตามเล่มสีน้ําเงิน เล่มนี้ เพราะผมถึงบอกว่าต้องต่อด้วยคําของผมว่าเมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติเงินกู้นี้แล้วต้องเอา กลับเข้ามาผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ด้วยเหตุผลอย่างนี้นะครับ เราสามารถประหยัดเงินของแผ่นดินได้ แล้วถ้าท่านประธานได้ฟังคําอภิปรายของท่านวิฑูรย์ นามบุตร เมื่อสักครู่ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ไม่ได้เสียหาย ท่านอภิปรายไป ลูกรัง ๓๐๐ บาท การรถไฟแห่งประเทศไทยก็ไปตั้งมา ๙๕๐ บาท ราคาสะพานเมตรละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ก็ไปตั้งมา ๔๘๐,๐๐๐ บาท ราคาคอนกรีตลูกบาศก์เมตรละ ๓,๕๐๐ บาท ก็ไปตั้งราคา ลูกบาศก์เมตรละ ๗,๐๐๐ บาท ถ้าเราไม่เอากลับเข้ามาสภา เงินของแผ่นดินอย่างนี้ จะเสียหายมหาศาล ท่านประธานครับ กู้มาแล้วตามกฎหมายฉบับนี้นะครับ กู้มาแล้วไม่ต้องทํา โครงการเองก็ได้ครับ เอาเงินกู้ที่กู้มานี้ไปให้รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือ หน่วยงานของรัฐกู้ต่อ แล้วให้รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงาน ของรัฐทําโครงการต่อ ทําจบก็โกงเสร็จครับ โกงเสร็จได้เงินทอนไม่ต้องรับผิดชอบครับ ถ้ารัฐวิสาหกิจ หรือท้องถิ่น หรือหน่วยงานของรัฐไม่มีเงินจ่าย รัฐบาลก็ต้องมาจ่ายเงินต้น ให้จ่ายชําระดอกเบี้ยให้ เพราะรัฐบาลตั้งงบประมาณ ใช้วิธีตั้งงบประมาณประจําปีมาจ่ายครับ และรัฐบาลเป็นมือแรกที่ไปกู้มา อย่างนี้รัฐบาลเป็นผู้กู้เสร็จ รัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยเสร็จ แล้วเอาเงินกู้ไปให้เขากู้ กู้ต่อ ให้เขาโกงต่อ จบเรียบร้อย คนกู้รับผิดชอบต่อ ประเทศชาติ รับผิดชอบต่อ ลูกหลานรับผิดชอบต่อ คนที่ได้เงินโกงไปไม่ต้องรับผิดชอบอะไร อย่างนี้ก็เข้าสูตร นะครับ ทําจบ โกงเสร็จ เอาเงินลูกเอาเงินหลานไปจ่าย แต่คนโกงไม่ต้องจ่าย เมื่อวานนี้ มีเพื่อนสมาชิกอภิปราย ที่ผมบอกว่าเรื่องกู้ต่อนี้นะครับ เอาไปให้รัฐวิสาหกิจกู้ต่อก็ได้ เอาไปให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกู้ต่อก็ได้ เอาไปให้หน่วยงานของรัฐกู้ต่อก็ได้ เมื่อวานนี้ มีเพื่อนสมาชิกอภิปราย เขาบอกว่าขุดดินในที่ดินของการรถไฟมาขายให้กับการรถไฟ โม่หิน ของการรถไฟแล้วก็มาขายให้กับการรถไฟ มันก็เข้าหลักครับ เอาอัฐยายไปซื้อขนมยาย กฎหมายฉบับนี้เปิดช่องให้ทํา ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ เอกสารที่เอามาแจกนี้ ท่านประธานเป็นคนแรกที่มานั่งทําหน้าที่ประธานในวันนั้น แล้วท่านประธานก็รับปากว่าจะเอา เอกสารมาแจกก่อนมาตรา ๓ พอถึงมาตรา ๓ ก็วุ่นวายครับ ต้องขอเอกสาร ท่านประธาน จะเข้าใจว่าขอเอกสารก็ยากครับ ได้มาก็กะปริดกะปรอยครับ รายละเอียดในเอกสาร ก็ไม่ครบถ้วน เช่น หลายโครงการที่เอามาเสนอนี้ ใบสรุปนี้มีทั้งสิ้น ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๓ โครงการ ๑๘ โครงการอยู่ระหว่างศึกษา ๗ โครงการยังไม่ได้เดินหน้าไปไหนเลยครับ รวมเป็นเงินประมาณ ๑๘ บวก ๗ นี่ รวมแล้ว ๑.๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อไปก็อ้างได้ครับ อ้างว่า ยังศึกษาไม่พร้อม เปลี่ยนโครงการ ท้องถิ่นพร้อมกว่า เอาเงินให้ท้องถิ่นทํา รัฐวิสาหกิจ พร้อมกว่า เอาให้รัฐวิสาหกิจทํา แล้วก็เอาพรรคพวกตัวเองไปทํา แล้วก็โกงกันตรงนั้นต่อ สิ่งนี้ที่เรากังวล ศึกษาความคุ้มทุนเหมือนกัน เอามาแจกนี่มีเฉพาะกรมศุลกากรอยู่กรมเดียว ที่บอกว่าอันนี้ไม่ต้องศึกษา มีอะไรบ้าง ศึกษาแล้วมีเพียง ๑ โครงการ และที่กําลังจะศึกษาอยู่ ปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๕๘ มีอยู่ ๔ โครงการ แล้วหน่วยงานอื่นนี้ ศึกษาความคุ้มทุนไม่มีเลยครับท่านประธาน ผมถึงบอกว่าไม่ใช่ว่าศึกษาความคุ้มทุนแล้ว แปลว่าต้องกําไร ไม่กําไรก็เอามาบอกได้ ขาดทุนก็เอามาบอกได้ แต่ต้องบอกให้ได้ว่าขาดทุน เพื่ออะไร แล้วประชาชนได้อะไร ประเทศชาติได้อะไร ไม่ใช่ปัญหา ท่านประธานครับ พอกลับไปดูโครงการ อันนี้ต้องฟ้องไปที่ประชาชนในจังหวัดชายภาคใต้ ๓ จังหวัด จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส มาดูโครงการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มีอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ ๓ โครงการเท่านั้นเองครับ อยู่ที่จังหวัดยะลา ๑ โครงการครับ สาย ๔๑๐ ยะลา-เบตง ๙ กิโลเมตร จังหวัดยะลาไปอําเภอเบตงนี้ ๑๕๐ กิโลเมตร มีได้อยู่ ๙ กิโลเมตร จะใช้เงินก่อสร้าง ๓๖๐ ล้านบาท จะก่อสร้างในปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปีนี้ ๒๕๕๖ นะครับ อีก ๓ ปี ๔ ปีข้างหน้า และใน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้เงินมาเพียง ๓๖๐ ล้านบาท มีของจังหวัดปัตตานีครับ โครงการที่ ๑ ถนนสายปาแด-เกาะเปาะ จังหวัดปัตตานีมีอยู่ ๗ กิโลเมตรครับ ระยะเวลาดําเนินการ ปี ๒๕๕๗ เงิน ๗๓ ล้านบาท แล้วก็มีของจังหวัดปัตตานีอยู่อีก ๑ โครงการ ถนนสาย ๔๐๙ สามแยกนาเกตุ ไป กม. ๒๙+๐๙๔ ต่อ เขต/แขวงยะลา จังหวัดปัตตานีระยะทางไม่บอก เขียนว่า ๑ แห่ง ยังไม่รู้เลยครับจะไปทํากี่กิโลเมตร ตั้งระยะเวลาดําเนินการปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ใช้เงิน ค่าก่อสร้าง ๒๖๐ ล้านบาท แต่จะไปดําเนินการจริง ปี ๒๕๖๐ กับปี ๒๕๖๑ อีก ๖ ปี ๗ ปี จังหวัดนราธิวาสไม่มีแม้แต่ ๑ บาทในเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมจึงเห็นว่ามาตรา ๗ นี้ถ้าเมื่อ ครม. อนุมัติแล้วต้องผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา แต่ถ้าท่านกลัวว่าสภาผู้แทนราษฎรจะช้าท่านก็ไปเขียนต่อได้ครับ เอากลับไปแก้ เพิ่มคําว่า ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามกฎหมายงบประมาณ เลยครับ ภายใน ๑๐๕ วันถ้าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไม่แล้วเสร็จก็ให้ไปใช้ร่างเดิม จบ อย่างนี้โปร่งใสได้ สภาผู้แทนราษฎรก็เอามาปรับปรุงได้ อันไหนราคาที่สูงเกิน ความเป็นจริงก็ปรับลดได้นะครับ พวกผมครับท่านประธาน พวกผมไม่ใช่พวกมือไม่พาย แล้วเอาเท้าราน้ํานะครับ แบบที่รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์พูดครับ ไม่ใช่นะ ต้องขอโทษด้วย ที่ต้องเอ่ยคํานี้ เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมาธิการไปพูดข้างนอกครับ ให้สัมภาษณ์ว่าใครยังไม่เห็นชอบกับกฎหมายฉบับนี้เป็นพวกมือไม่พายแล้วเอาเท้าราน้ํา ไม่ใช่ พวกผมไม่ใช่คนอย่างนั้น แต่พวกผมกําลังนั่งทําหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน ของลูก ของหลาน ของเหลนครับ พวกผมไม่ใช่อยู่แบบไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว พ่อผมสอนไว้ครับ ถ้าเป็นนักการเมืองอย่านอนคู้แล้วบอกว่ามองไม่เห็นไม่ได้ นอนคู้ก็ต้องมองเห็นว่าประชาชน กําลังเดือนร้อนไหม บ้านเมืองกําลังจะย่ําแย่ไหม แต่วันนี้พวกผมกําลังจะทําหน้าที่เป็นตํารวจ จับผู้ร้ายใน ครม. ชุดนี้ครับ ผมถึงต้องให้เติมคําว่า ให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ขอบคุณครับ