อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือความกังวลต่อร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน โดยชี้ว่าหากไม่แก้ไขมาตรา ๖ จะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ เนื่องจากกฎหมายนี้เปิดโอกาสให้ถ่างส่วนต่างการขาดดุลเกินเพดานที่กำหนดใน พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ และยืนยันว่าการตีความของรัฐบาลที่อ้างว่าไม่ใช่เงินแผ่นดินนั้นไม่มีน้ำหนักทางกฎหมาย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๖ เป็นมาตราสําคัญที่จะทําให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้าเดินไปในทิศทางโดยมี การแก้ไขมาตรา ๖ ให้ถูกต้องแล้ว จะทําให้กฎหมายฉบับนี้ไม่เสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ ในอนาคต ใจจริงก็อยากจะเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีที่ยังอยู่ในสภานั่งบนบัลลังก์ หรือท่านรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจก็คือท่านกิตติรัตน์นั่งบนบัลลังก์เพื่อจะได้อธิบาย ซึ่งจริง ๆ ท่านรองกิตติรัตน์ท่านเป็นประธานกรรมาธิการอยู่แล้ว ท่านเข้ามาเถอะครับ แล้วได้คุยกันว่ามาตรานี้จะเป็นกลจักรสําคัญ ถ้าได้มีการแก้ไขมันจะไม่ขัดรัฐธรรมนูญครับ ผมขออนุญาตเริ่มแบบนี้นะครับ มาตรา ๖ เป็นมาตราที่เป็นสาระสําคัญ เพราะจะเป็นมาตรา ที่อนุญาตให้กฎหมายฉบับนี้จ่ายเงินออกไป พระราชบัญญัติในการกู้เงินคราวนี้มันมี ๒ ขา ขาหนึ่งคือเป็นการอนุญาตให้เป็นการกู้เงินคือเอาเงินเข้ามา กับอีกขาหนึ่งคืออนุญาตให้มี การจ่ายเงินออกไป ขีดเส้นใต้นะครับ ขาที่จ่ายเงินออกไป ขานี่ละครับคือเหตุแห่งการที่จะมี การขัดรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๖๙ ท่านอาจารย์คณิต ณ นคร ในฐานะเป็นประธาน คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ท่านก็ได้ให้ความเห็นเอาไว้ครับ หลักการพูดเป็นภาษา ชาวบ้านแบบง่าย ๆ ก็คือว่ามาตรา ๑๖๙ เป็นเรื่องกฎหมายการจ่ายเงินในประเทศมีได้แค่ ๔ ฉบับเท่านั้นที่อนุญาตให้จ่ายเงิน เช่น กฎหมายงบประมาณ ก็คือกฎหมายงบประมาณ ประจําปีที่พวกเราผ่านกันอยู่ กฎหมายวิธีการงบประมาณ ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ คือกฎหมาย เงินคงคลัง ฉบับที่ ๔ คือกฎหมายโอนงบประมาณ ๔ ฉบับนี้เท่านั้นครับ ที่รัฐธรรมนูญ อนุญาตให้จ่ายเงินแผ่นดินออกไปได้ การที่เราออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีทั้งขากู้และขา จ่ายในตัวเดียวกัน ขากู้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญหรอกครับ แต่ขาจ่ายต่างหากจะเป็นตัวที่ทําให้ขัด รัฐธรรมนูญแล้วมีข้อโต้แย้งแน่นอน เพราะหลังจากประชุมนี้เสร็จ ถ้าท่านผ่านมาตรา ๖ ไป แบบร่างของกรรมาธิการ ผมก็ยืนยันได้เลยว่าต้องขึ้นศาลรัฐธรรมนูญแน่นอนครับ แต่มาตรา ๖ นี่ละจะเป็นมาตราที่เรายังกลับลําได้ทันถ้าทําตามคําเสนอคําแปรญัตติ ของกระผม คือตัดข้อความที่บอกว่า ให้เอาไปจ่ายตามวัตถุประสงค์ในการกู้ และให้ตัด ถ้อยคําที่บอกว่า ไม่ต้องนําส่งคลัง ให้เป็นนําส่งคลังเสีย ฟังให้ดีนะครับ มันมีโอกาสเสี่ยงต่อ การขัดรัฐธรรมนูญ แล้วทําไมรัฐบาลถึงเดินหน้าไปสู่การขัดรัฐธรรมนูญครับ ความเห็นของ กระผมไม่ได้เห็นให้ท่านไปใช้งบประมาณประจําปี ฟังให้ชัด ๆ นะครับ เอาใหม่นะครับ ถ้าท่านกู้ตามกฎหมายฉบับนี้ ตอนจ่ายเงินครับ ไปจ่ายเงินให้ใช้งบประมาณประจําปีจ่าย งบประมาณประจําปี ๒๕๕๗ ผ่านสภาไปแล้ว ท่านสามารถออกงบประมาณประจําปี ฉบับเพิ่มเติม ๒๕๕๗ ฉบับเพิ่มเติมได้ อยากจะได้สักล้านล้านใส่ลงไปเลยในงบประมาณ ประจําปี ๒๕๕๗ โดยกฎหมายฉบับนี้เปิดโอกาสให้มีการกู้เงินได้ โดยกฎหมายฉบับนี้ เปิดโอกาสให้เป็นการยกเว้นกฎหมายวิธีการงบประมาณในเรื่องของการถ่างส่วนต่างการขาดดุล ท่านประธานครับ ท่านประธานเป็นอดีตประธานคณะกรรมาธิการติดตามเรื่องงบประมาณ ท่านเข้าใจครับ เวลาพวกเราจะตั้งงบประมาณประจําปีรายจ่ายเขาห้ามตั้งรายจ่ายสูงกว่ารายรับมาก ๆ ครับ ส่วนต่างการขาดดุลจะต้องถูกจํากัดโดยกฎหมายวิธีการงบประมาณต่างมากไม่ได้ เขามีเพดานอยู่ครับ เช่น ห้ามเกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของการจ่ายต้นเงินกู้บวกกับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ รายจ่ายปีที่แล้วอย่างนี้ไปในทางเทคนิค พูดง่าย ๆ ภาษาชาวบ้านคือเขาห้ามถ่างส่วนต่าง การขาดดุลมาก คือห้ามกําหนดรายจ่ายมากกว่ารายรับเป็นจํานวนมาก ๆ ห้าม ห้ามในกฎหมายวิธีการงบประมาณ ถ้ากฎหมายเงินกู้ฉบับนี้ยกเว้น พ.ร.บ. วิธีการ งบประมาณ เรื่องการถ่างส่วนต่างการขาดดุล ถ้ากฎหมายเงินกู้ฉบับนี้อนุญาตให้กู้เงินได้ แค่นี้พอ จบเลยครับ แล้วเงินไปออกตามงบประมาณ ออกฉบับใหม่ เราบรรจุเข้าระเบียบวาระได้นี่ครับ ทํางบประมาณปี ๒๕๕๗ ฉบับเพิ่มเติม แค่นี้เองครับ กู้ปั๊บ เงินมานําส่งเข้าคลัง พอตอน จะเบิกจากคลังก็ไปใช้งบประมาณฉบับเพิ่มเติม ยกเว้นเรื่องเกณฑ์การถ่างส่วนต่าง การขาดดุล ตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณก็จะทําให้กฎหมายเงินกู้ฉบับนี้ไม่ถูกการตีความ โดยชั้นศาล ผมย้ําอีกครั้งนะครับ ผมเห็นนักวิชาการออกมาพูดเยอะ โดยเฉพาะทางสาย รัฐบาลบอกว่า อาจารย์คณิตอาจจะพูดผิดครับ เพราะเงินกู้ฉบับนี้ได้ระบุชัดเจนว่าไม่ต้อง นําส่งคลัง เพราะฉะนั้นก็ไม่ใช่เงินแผ่นดิน เมื่อไม่ใช่เงินแผ่นดินก็ไม่ต้องเข้าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ อย่าเชื่อหมดนะครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะคําว่า เงินแผ่นดิน ตามนัย ของมาตรา ๑๖๙ ไม่มีคํานี้บัญญัติอยู่ในกฎหมายใดเลยครับ มีที่ใกล้เคียงมากที่สุด ก็คือนิยาม ในกฎหมายเรื่องเงิน พ.ร.บ. เงินคงคลังครับ กฎหมายเงินคงคลังเป็นฉบับเดียวที่เอ่ยถึง ประหนึ่งเหมือนว่าจะเป็นเงินแผ่นดินครับ แต่มันจะมีการตีความมหาศาลเลยละครับ ว่าเงินกู้ เป็นเงินแผ่นดินหรือเปล่า นักกฎหมายที่นี่ ฝั่งนักวิชาการ ฝ่ายรัฐบาล ผมพูดแบบนี้ท่านต้อง เข้าใจครับ จะเสี่ยงทําไมครับที่จะทําให้กฎหมายฉบับนี้แท้งแล้วออกไม่ได้ ทราบไหมครับ ประมาณการทางเศรษฐกิจในขณะนี้ เรียกว่าปีนี้ก่อนที่ผลมันจะออกจริง กระทรวงการคลัง คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจหรือจีดีพีจะโตประมาณ ๔.๘ ถึง ๕.๘ สุดท้ายแล้วก็มีการปรับลด ในขณะนี้เหลือแค่ ๔.๓ ครับ สาเหตุที่ปรับลดเพราะอะไรครับ เครื่องยนต์หลัก ๆ ที่เป็นการบอกถึง การเจริญเติบโตทํางานไม่ได้ เช่น การบริโภคภายในประเทศมันลดลงครับ การลงทุนมันลดลง การส่งออกมันลดลงครับ วันนี้สิ่งเดียวที่เขาพึ่งอยู่ก็คือรายจ่ายภาครัฐ เครื่องยนต์ตัวนี้ละ แล้วทําไมจะทําให้กฎหมายนี้มันแท้งละครับ ทั้ง ๆ ที่ท่านเลือกได้ที่จะทําให้มาตรา ๖ นี้ สมบูรณ์ โดยจัดการกู้มาแล้วเอาเงินไปใส่ในเงินคงคลัง เรียบร้อยครับ พอจะเบิกก็ไปทํา งบประมาณประจําปี ๒๕๕๗ ฉบับเพิ่มเติม เบิกครับ เสนอไปแล้วในกรรมาธิการ ขอให้ช่วย ทีเถอะ นี่คือความปรารถนาดีว่าเราอยากเห็นกฎหมายนี้ในโครงการสําคัญ อย่างรถไฟทางคู่ วิ่งสวนทางกันได้ ได้เกิดจริงท่าน ประธานที่เคารพครับ แบบนี้ช่วยกันคิดช่วยกันทํา ก็อยากให้ท่านผู้บริหาร ท่านกิตติรัตน์ตอนนี้ก็ยังไม่มานั่งบนบัลลังก์ ท่านนายกรัฐมนตรี อยู่ในห้องสภา ไม่ได้อยู่ในห้อง อาจจะอยู่นอกห้องก็อยากจะให้ฟังครับ ผมว่าถ้าเราหยุดคิด สักนิดให้พระราชบัญญัติฉบับนี้กู้ได้ แต่จ่ายไม่ได้ ให้ไปจ่ายตามงบประมาณประจําปีปกติ สิ่งที่จะเป็นข้อดีคืออะไร ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างก็จะเป็นไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ในกรณีปกติ มันจะไม่ต้องมาออกกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งจะออกไม่ได้ ถ้าเป็นการจ่ายเงินตามงบประมาณ ทําไมไม่ทําครับ ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นกรณีพิเศษ อย่างกรณีของน้ํามันใช้ไม่ได้แล้วครับ ศาลเขาก็บอกแล้วว่าตราบใดที่ยังไม่ทํา อีไอเอ เอชไอเอ แบบทดสอบด้านสิ่งแวดล้อม แบบทดสอบด้านสุขภาพ ท่านจะประมูลไปได้ อย่างไร นี่คือวิธีการที่ท่านเลี่ยงกระบวนการในการจัดซื้อจัดจ้างในกรณีปกติ ผมถึงบอกว่า ลองกลับมาตั้งใจคิดใหม่สิครับ ใช้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในกรณีปกติ จ่ายเงินตามเงิน งบประมาณ จะกู้ก็กู้ไปตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ แบบนี้ละประเทศเดินได้ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ออก ปลายปีนี้ประมาณการทางเศรษฐกิจ ที่จะมีการการปรับลดลงมาแล้วจาก ๔.๘ เหลือ ๔.๓ มันจะลดลงไปอีกครับ ประมาณการ ทางเศรษฐกิจนอกจาก สศค. ทํา กระทรวงการคลังทํา แบงก์ (Bank) ชาติทํา สํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทํา บริษัทจัดเรทติง (Ratting) ต่างประเทศเขาก็จะรู้ครับว่าต่อให้สภาผู้แทนราษฎรผ่านมาตรา ๖ หน้าตาไปแบบนี้ก็จะเกิดสภาวะ ความเสี่ยงในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะเกิดสภาวะความเสี่ยงว่าการจ่ายเงิน เม็ดเงินรายภาครัฐ ออกไม่ได้ ประมาณการเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามเป้า รัฐบาลนี้มีนายกรัฐมนตรีชื่อยิ่งลักษณ์ เลือกได้ ตัดสินใจได้ประเทศจะเดินไปในแนวทางไหน ท่านประธานที่เคารพครับ เสนอทางออกกันแบบนี้จากฝ่ายค้าน บอกโจทย์ที่จะเกิดขึ้นในอุปสรรคกฎหมายขนาดนี้ พูดกันในสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเรายืนกันได้ กลับเสียงข้างมากให้เป็นไปตามที่คุย เดินได้ครับ กระผมมิได้บอกว่าให้ท่านเลิกกู้เสีย แล้วไปใช้งบประมาณประจําปี หรือไปใช้การกู้ ตาม พ.ร.บ. งบประมาณประจําปี กระผมมิได้พูดอย่างนั้นครับ กระผมพูดให้ท่านกู้ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่อย่าจ่ายโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้ไปจ่ายโดยใช้ งบประมาณประจําปี ฟังให้ดี ฟังให้ชัด แล้วนี่เป็นทางออก ทําไมพระราชกําหนดไทยเข้มแข็ง ของพรรคประชาธิปัตย์ ศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยแล้ว ทําไมผ่านละครับ ทั้งที่พระราชกําหนด ฉบับนั้นมีทั้งการขากู้และขาจ่ายในตัวเดียวกันเอง ทําไมผ่านครับ มันผ่านเพราะมันเป็น พระราชกําหนด พระราชกําหนดคือกฎหมายที่ฝ่ายรัฐบาลออกได้เอง โดยใส่วงเล็บว่าจะต้อง มีความจําเป็นเร่งด่วน เคยทํากันมาหลายครั้ง พ.ร.บ. กู้ในช่วงหลัง ๆ ที่เกิดขึ้นมีทั้งขากู้ และขาจ่ายในตัวเดียวกัน กฎหมายในช่วงหลัง ๆ ที่มีขากู้และขาจ่ายในฉบับเดียวกัน จะเกิดในรูปแบบพระราชกําหนด เพราะอาศัยว่ารัฐธรรมนูญเขียนว่าถ้าจําเป็นเร่งด่วน ในการบริหารราชการแผ่นดิน คุณออกไปเลยรัฐบาล คุณทําได้ แต่เขาไม่ได้เขียนให้อํานาจ ในกรณีพระราชบัญญัติที่เป็นกฎหมายปกติ วันนี้ท่านพยายามจะออกกฎหมายนี้ เป็นพระราชบัญญัติในการกู้เงิน ทั้ง ๆ ที่มันไม่จําเป็นเร่งด่วน มันไม่มีเหตุ มันต้องเป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ คือมีเฉพาะกฎหมายพระราชบัญญัติ ๔ ฉบับเท่านั้นเวลาออกเงิน พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี พระราชบัญญัติโอนงบประมาณ พระราชบัญญัติเงินคงคลัง พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ มีแค่ ๔ ตัวเท่านั้นครับ แล้วนี่คือเหตุผลที่บอกว่าทําไม พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็งมันออกได้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ทําไม พ.ร.ก. สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีหลายท่าน ไม่อยากเอ่ยนาม ไม่อยากพาดพิงครับ ถึงออกได้ และไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะเขาออกเป็นพระราชกําหนด รัฐธรรมนูญให้อํานาจ อย่าเสี่ยง เลยครับในกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ บอกว่าถ้าเป็นเงินแผ่นดินจ่ายออกต้องเป็นไป ตามกฎหมาย ๔ ฉบับ อย่าเลี่ยงบาลีเลยว่าเงินกู้ไม่ใช่เงินแผ่นดิน เพราะไม่ได้นําส่งคลัง ตามกฎหมายฉบับนี้ อย่าเลยครับ เพราะนิยามคําว่า เงินแผ่นดินในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ได้มีปรากฏชัดเจนครับ มีใกล้เคียงสุดคือ พ.ร.บ. เงินคงคลังที่ผมบอกไปแล้ว คิดให้ดีครับ และนี่เป็นทางเสนอจากพรรคฝ่ายค้าน และนี่คือหนทางเดียวที่จะบอกว่าเศรษฐกิจไทย ปลายปีนี้จะโดนกระตุ้นเศรษฐกิจได้โดยรายจ่ายภาครัฐที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีปัญหา เรื่องข้อกฎหมาย แต่ท่านต้องยอมรับความจริงว่าถ้าเดินตามแนวทางของกระผมแล้ว ข้อกฎหมายไม่มี แต่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องเป็นไปตามกรณีปกติ ท่านจะไปปั้น แต่งเอาแบบกรณีของน้ําท่วมไม่ได้ แล้วกรณีน้ําท่วมก็เห็นแล้วว่า มันล้มเหลว วันนี้ ท่านเริ่มมีการเบิกจ่ายเงินน้ําท่วม ทั้ง ๆ ที่เลยกําหนดระยะเวลาที่กฎหมายฉบับนั้นหมด อายุไป ท่านจะต้องเผชิญกับปัญหาในชั้นศาลอีกครับ ทําไมเราเลือกที่จะให้ประเทศเรา เดินไปแบบสบาย ๆ ได้เราไม่ทําครับ วันนี้ท่านสอบตกในการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน เงินกู้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ นี่พูดเรื่องจริงนะครับ ท่านเข้ามารับตําแหน่งเงินกู้หนี้ สาธารณะ ๔.๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ ๕.๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะการบริหารงบประมาณในแบบเขาเรียกว่าบนโต๊ะในระดับงบประมาณนี้ ท่านก็สอบตก โดยก่อให้เกิดภาระหนี้มหาศาลถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลไหนไม่เคยทําได้ ในหนี้สาธารณะที่สูงขนาดนี้ นี่เรากําลังจะพูดเงินอีกก้อนหนึ่งที่อยู่นอกงบประมาณ เรากําลังจะให้เงินก้อนใหม่ท่านไป ขณะที่การบ้านก้อนเก่าของท่านล้มเหลว ทําให้ดีสิครับ เศรษฐกิจมันไปได้ ไม่ได้ มันอยู่ตรงนี้ วันนี้ประเทศไทยร่อแร่เหลือเกินครับ หนี้สาธารณะระดับสูงที่สุดเพิ่มขึ้น ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หนี้ครัวเรือนก็จุกอก ไปได้อย่างไรครับ วันนี้ประชาชน ท่านกระตุ้น เศรษฐกิจรถยนต์คันแรกไปแล้วแท้งไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ จีดีพีไม่ได้โตตามที่ท่านหวัง ประชาชนหนี้ไปติดอยู่หนี้ครัวเรือน จะมาออกโครงการใหม่เขามีกําลังซื้อหรือครับ ไม่มีแล้วครับ เพราะไปติดในเรื่องของนี่ครับ นี่คอหอยอยู่ตรงนี้แล้ว เพราะไปติดเรื่องรถยนต์ คันแรก กระตุ้นเศรษฐกิจพลาดมาแล้วในงบประมาณปกติ เงินกู้อย่าพลาดอีก และนี่เป็น ความหวังครั้งสุดท้ายที่ส่งให้ท่านในมาตรา ๖ ถ้ายังยืนตามแบบคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ท่านต้องไปประสบปัญหาในชั้นศาล แต่ถ้าเลือกแก้แบบที่กระผมบอกคือ ระงับเสีย ไม่ต้องจ่ายเงินกู้ฉบับนี้ แต่กู้ได้ให้ไปจ่ายตามงบประมาณปกติ ตัดขาจ่ายเงินออก แล้วกู้มาเอาเงินใส่เป็นเงินคงคลัง แล้วเบิกจ่ายตามงบประมาณประจําปี แก้แบบนี้สิครับ ประเทศไทยเดินได้และเป็นข้อเสนอจากฝ่ายค้านครับ ขอบพระคุณครับ