บุญเลิศ ไพรินทร์ หารือเรื่องการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสอง และการไม่เหมาะสมในการใช้จ่ายของรัฐ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการคอร์รัปชันในโครงการรถไฟความเร็วสูง และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบเงินลงทุน โดยกล่าวถึงการคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในการลงทุน และการตรวจสอบการใช้จ่ายของรัฐอย่างรอบคอบ
๘ นาทีแล้วหรือครับ อย่างมาก ๑๕ นาทีครับ ประการที่ ๒ นะครับท่านประธานที่เคารพ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขัดต่อมาตรา ๖๗ วรรคสอง คือไม่ได้จัดทําการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรือเอนไวรอนเมนทอล อิมแพคท์ แอสเซสเมนท์ (Environmental Impact Assessment) หรืออีไอเอ (EIA) และทางสุขภาพของประชาชน เฮลท์ อิมแพค แอสเซสเมนท์ (Health Impact Assessment) หรือเอชไอเอ (HIA) อย่างจริงจัง และมิได้จัดให้มีกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งองค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัด การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพให้ความเห็นชอบ เห็นประกอบก่อน แต่ทํากันแบบหน่อมแน้มว่าไปเรื่อยเลยว่าไปทํามาแล้ว ทําที่ไหน ต้องใช้เวลาเป็นปีทํา การกู้เงินแบบฉุกละหุกฉุกเฉินแบบนี้มันจะไปรอบคอบได้อย่างไร ท่านประธาน ผมนี่ผมรักท่านประธานนะ ท่านประธานน่ารักมาก ไม่ว่าจะอยู่ในสภา หรือนอกสภา ผมรักท่านครับ เพราะฉะนั้นท่านอย่าเตือนผมบ่อย ไม่ได้นะ ขออนุญาต คนรัก กันเตือนอะไรกันบ่อย ๆ
ประการที่ ๓ การหาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจนะครับ หรือที่เราใช้คําว่า อีคะนอมิค อินเทอร์นอล เรท ออฟ รีเทิร์น (Economic Internal Rate of Return) หรือรวมการหาค่าทางการเงิน ไฟแนนซ์เชียล อินเทอร์นอล เรท ออฟ รีเทิร์น (Financial Internal Rate of Return) เป็นไปอย่างคร่าว ๆ ไม่ใช่ผมสอนวิชานี้ด้วยท่านประธาน สอนปริญญาโท ปริญญาเอก แล้วมาทํากันคร่าว ๆ แบบนี้ผมจะรับได้อย่างไร เดี๋ยวลูกศิษย์ ผมถามบอกอาจารย์สอนอย่างไรในสภาไม่พูดเลย ไปไหนเสีย เบเนฟิท ออฟ คอสท์ (Benefit of cost) หากันมั่วเลยนะครับ แล้วทําไมเขาต้องใช้ไม่ต่ํากว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ท่านประธาน ทราบไหมครับ ไม่ทราบ ผมจะกราบเรียนครับ ด้วยความรักครับ ก็คือว่าธนาคารโลกเขา กําหนดไว้ว่าต้องไม่ต่ํากว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ เขากลัวอัตราเงินเฟ้อมันผันผวน ฟลัคทูเอชัน (Fluctuation) เพราะฉะนั้นใช้ ๑๒ เปอร์เซ็นต์เป็นตัวตั้งในการที่จะคํานวณว่าถ้าได้เบเนฟิท ได้ผลตอบแทนเกิน ๑๒ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปถึงจะถือว่าคุ้มค่า ทีนี้การที่เป็นอย่างนี้ที่รัฐบาล จะให้ผลตอบแทนประหยัดเวลาคิดอย่างไรครับ เป็นเงินนะครับ ท่านประธานครับ ประหยัดน้ํามันโอเคพอไปได้ ลดอุบัติเหตุ คิดอย่างไรครับ ผมสอนหนังสือผมยังคิดไม่ออกครับ อันเคาน์เทเบิล (Uncountable) คือนับไม่ได้ เดาเอา มั่ว พัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค คิดอย่างไรตั้ง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อให้ตัวเลขผลตอบแทน มันใหญ่มันโต ค่าใช้จ่ายเงินลงทุน เงินบํารุงรักษา ค่าเดินทาง ค่าเดินทางก็คิดยากครับท่าน ประชาชนยากจนส่วนใหญ่ไม่เดินทาง แล้วก็เงินค่าเดินทางก็น้อยครับ แล้วถ้าคนมีเงินฟู่ฟ่า ขึ้นมามีเงินในกระเป๋ามาก ค่าผลผลิตทางการเกษตรสูง คนส่วนใหญ่ของประเทศทํา การเกษตรมีรายได้ดีออกเดินทางทั่วประเทศไปทั่วโลก เดี๋ยวนี้การเดินทางสูง ค่าเดินทางก็คิดได้ง่าย อันนี้มันแล้วแต่ว่าเศรษฐกิจตกต่ําอย่างนี้ ข้าวของแพงแต่สินค้า เกษตรกรรมราคาถูก มันสวนทางกันท่านประธาน ไหนว่าจะกระชากราคาสินค้าให้ลงมา ก็ไม่ว่ากัน กระชากไม่กระชากผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมก็พออยู่ได้เท่านั้นเอง แต่ว่าผมเป็นห่วง ชาวบ้านตาดํา ๆ ไม่มีจะกิน ไม่รู้จะอยู่กันอย่างไรแล้ว
ประการที่ ๔ จะหมดแล้วครับท่านประธาน เหตุผลประการที่ ๔ ที่ไม่เห็นด้วยที่จะใช้ พระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้งฉบับคือไม่ให้กู้เงินทั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประการที่ ๔ เป็นการเขียนกฎหมายที่พยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบครับท่านประธาน หลีกเลี่ยง การตรวจสอบของรัฐสภา โดยอ้างว่าไม่ใช่เงินของแผ่นดิน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเขียนกฎหมาย เพื่อละเมิดหลักกฎหมายและหลักการถ่วงดุลตามหลักการของประชาธิปไตย ที่เรียกว่า เช็กแอนด์บาลานซ์ (Check and Balances) อยู่ดี ๆ อาศัยเสียงข้างมากลากไป เป็นเผด็จการรัฐสภา เขียนกฎหมายให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็ไม่มีใครว่าอะไร เพราะว่าข้าพเจ้า ใหญ่มาก ท่านประธานครับ คนใหญ่นี่ล้มดังนะครับท่านประธาน ผมนี่จะล้มดังกว่าท่าน เพราะท่านตัวเล็กกว่าผมนะครับ ฉะนั้นมันขัดหลักประชาธิปไตยครับ
ประการที่ ๕ ใกล้จะจบแล้วครับ ขาดวินัยทางการเงินและการคลังที่ดี ตามพระราชบัญญัติงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ นี้ท่านประธานที่เคารพครับ เขากําหนดว่า จะกู้ได้ไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณในปีนั้น ๆ ก็กู้สิครับ เอาสัก ๑๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน แล้วก็สร้างปีนั้นให้หมดเถอะ ผมว่าใช้เงิน ยังไม่หมดเลย ๑๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ แต่ละปีใช้ไม่หมดหรอกครับ เห็นเงินกู้น้ําท่วมไหมครับ ท่านประธานบอกฉุกเฉิน เร่งด่วน เอา กู้มา ศาลรัฐธรรมนูญก็เห็นใจ เร็ว ด่วน ตอนนี้ ยังใช้เงินไม่กี่หมื่นล้านบาทเลยครับ ใช้เงินไปได้หมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้นเอง เห็นหรือยังครับ ท่านประธานที่เคารพ ขาดวินัยทางการเงิน การเงินคือตัวเงิน ค่าเงิน ดอกเบี้ย การคลัง คือรายรับ รายจ่าย รวมทั้งหนี้สาธารณะ ขาดวินัยอย่างร้ายแรง
ประการสุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพ ตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีช่องทางนําไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าจ้างที่ปรึกษา เป็นหมื่น ๆ แสน ๆ ล้านบาท มันจะอะไรกันนักหนา ดังเช่นเงินลงทุนรถไฟความเร็วสูง ๔ สายนะครับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-หัวหิน และ กรุงเทพฯ-ระยอง ท่านประธานทราบไหมครับว่าทั้ง ๔ สายนี้ใช้เงินค่าจ้างที่ปรึกษาถึง ๑๔,๖๒๒.๘๓ ล้านบาท จากเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมด ๗๘๓,๕๕๒.๗๓ ล้านบาท รวมทั้ง ๑๔,๐๐๐ ด้วยนะครับท่านประธานที่เคารพ ทั้งยอดเลย คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว เมื่อสักครู่ ผมให้เด็กกดดู ประมาณ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ เงินที่ใช้เพื่อการเป็นที่ปรึกษานี่นะ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นี่สมมุติว่าอย่างนี้ ตัวเลขกลม ๆ ๑๐๐ บาทนี่เป็นที่ปรึกษาที่จะสามารถจ้างมหาบุรุษ และมหาวายร้ายมาทําหน้าที่ได้สบายมากเลยครับท่านประธาน เอางบประมาณให้เขาไป ฟรี ๆ นี่เอามาแบ่งกันกินก็ได้ ก็ไปมีปัญหาอะไร ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็กรรมการครึ่งหนึ่ง วัดครึ่งหนึ่ง ก็คนละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มาฟาดหัวคิวตั้งแต่แรกแล้วท่านประธาน ต้นน้ํานั้น พอกลางน้ํามาสร้างอีก ยังเอาอีก ปลายน้ํายังเอาอีก โอ๊ย ตายแล้ว งบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้มันจะไปอยู่กับมือใครเท่าไรนี่ ผมไม่ได้ว่าอะไรหรอก เพราะว่า ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยนี่ลูกศิษย์ปริญญาเอกผม นั่งอยู่นี่ก็ฝากไปด้วยก็แล้วกัน อย่าคอร์รัปชันมากนักก็แล้วกัน เป็นลูกศิษย์อาจารย์บุญเลิศ คอร์รัปชันก็เสียหายนะครับ แล้วใครจะรับผิดชอบล่ะครับ เงินจํานวนนี้มหาศาลเลยนะครับ ผมเขียนไว้ว่าให้พระเจ้า หรือให้พระสยามเทวาธิราชตรวจสอบใช่หรือไม่ ------------------ สงสารประชาชนตาดํา ๆ ที่ยากจนข้นแค้นที่ไม่มีอํานาจทางการเมืองเหมือนรัฐบาลชุดนี้ที่จะ ใช้เงินของเขาโดยเขาไม่มีโอกาสตรวจสอบได้เลย ผมอยากจะเตือนรัฐบาลว่าประเทศกรีซ ประเทศอิตาลี ประเทศไอซแลนด์ ประเทศโปรตุคอลหรือประเทศโปรตุเกส และประเทศ สเปน กําลังล้มละลายครับ ด้วยเหตุผล ๒ ประการท่านประธานที่เคารพ ๑. ประชานิยม ๒. ผสมการทุจริตคอรัปชัน ความล้มเหลวของประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้ คือผมสอนเรื่อง กัฟเวิร์นแนนซ์ (Governance) เลยรู้ว่าที่ต้องเอากัฟเวิร์นแนนซ์ มาช่วยหรือธรรมาภิบาล ก็เพราะว่าเกิดความล้มเหลวในสหรัฐอเมริกา ในยุโรป ในสแกนดิเนเวีย ครับท่านประธาน อเมริกาเขาเรียกเกรดโซไซตี (Grade Society) สังคมที่ยิ่งใหญ่จะฝ่าความยากจน เขาใช้ โครงการวอร์ ออน พรอพเพอร์ตี (War on Property Project) โครงการปราบความยากจน ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงครับ เงินหมดกระเป๋าครับ ผลสุดท้ายหยุดครับ สหรัฐอเมริกาไม่ทําต่อไปแล้ว เกรด โซไซตี ล้มเหลว วอร์ ออน พรอพเพอร์ตี ล้มเหลว ประเทศในสแกนดิเนเวียเขาใช้คําว่า รัฐสวัสดิการ หรือ สเตทเวลแฟร์ (State Welfare) ล้มเหลวอีกครับ ตอนนี้กระเป๋าฉีกครับ ไม่มีเงินช่วยประชาชน ขึ้นภาษีก็ไม่ได้เขาใช้คําว่า แท็กซ์ โพรฮิบิชัน (Tax Prohibition) แปลว่าห้ามขึ้นภาษี แท็กซ์ อินครีส โพรฮิบิชัน (Tax Increase Prohibition) กระเป๋ารั่วกัน ไปหมด ในยุโรปเขาใช้คําว่ารัฐบาลขนาดใหญ่ บิก กัฟเวิร์นเมนท์ (Big Government) ล้มเหลวอย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าสิ่งที่ผมเตือนนี้เป็นสิ่งที่ อยากจะเตือนสติให้รัฐสภาแห่งนี้หรือสภาแห่งนี้ คณะกรรมาธิการงบประมาณที่พิจารณา อยู่นี้ได้นึกถึงเรื่องเหล่านี้เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนสืบไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน