สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖

วิฑูรย์ นามบุตร แปรญัตติและสงวนความเห็นเกี่ยวกับแผนงานโครงการด้านคมนาคม โดยมีข้อเสนอแนะและข้อเสนอเพื่อประหยัดงบประมาณ โดยเสนอให้ปรับแผนรถไฟความเร็วสูงให้เหมาะสมและคุ้มค่า โดยเริ่มก่อนด้วยสายเดียว และใช้เงินทุนประมาณ 700-800 ล้านบาท แทนที่จะดำเนินการพร้อมกัน 4 สาย นอกจากนี้ยังเสนอให้ปรับเปลี่ยนเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเพื่อให้เหมาะสมกับภูมิภาคและเศรษฐกิจของประเทศ

นายวิฑูรย์ นามบุตร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยผู้สงวนความเห็น ผมได้แปรญัตติและสงวนความเห็นไว้ทั้งหมด ๙ มาตรา แต่ด้วยความร่วมมือจะแสดงออกให้ท่านประธานเห็นว่าพวกเราไม่ได้คัดค้าน ไม่ได้ต่อต้าน ไม่ได้ขัดขวางความเจริญ ไม่ได้ขัดเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ผมอภิปรายมาตราเดียว และจะใช้เวลาพอสมควร ผมจะไม่โจมตี จะไม่กล่าวหา จะไม่ตีรวน ไม่ไปตอก ไม่ไปย้ําหรอกครับ ว่าเรื่องกู้หรือไม่กู้ อย่างมากเพียงอาจจะต้องเตือนสติพวกเราด้วยกันในเรื่องการพูด การกระทําและวาทกรรมต่าง ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นว่าแต่ก่อนคิดอะไร พูดอย่างไร และตอนนี้เป็นอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะให้รัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลใดในอนาคตได้เดินหน้าโครงการต่าง ๆ ภายในกรอบโครงการหรือมากกว่านี้ ด้วยซ้ําไป ส่วนวิธีการที่ดีกว่า แนวทางที่จะประหยัดงบประมาณได้มากกว่า ทําอย่างไร พวกเรามีข้อเสนอแนะ ความร่วมมือในการทํางานอีกประการหนึ่งผมอยากจะเรียน ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีชัชชาติครับ ท่านผู้ว่าประภัสร์ขึ้นมาแล้ว แกพูดเยอะครับ ในเรื่อง ของการรถไฟ ถ้าท่านรัฐมนตรีชัชชาติอยู่บริเวณนี้กรุณาขึ้นมาด้วยครับ ผมคิดว่าจะเป็น ประโยชน์กับท่าน พวกเราทํางานร่วมกันมาครับ ในกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรรมาธิการการคมนาคมที่มีประธาน ท่านเจือ ท่านดอกเตอร์สามารถ ท่านวินัย และผม ร่วมทํางานกับกระทรวงคมนาคม ไม่ว่าข้าราชการ ไม่ว่ารัฐมนตรี เราได้แสดงออกว่า ท่านประธานเจือมีความมุ่งมั่น เพราะพวกเราฝ่ายค้านเป็นประธานคณะกรรมาธิการสําคัญ ๆ ไม่กี่แห่งหรอกครับ แต่พวกเรามาดูแลกระทรวงคมนาคม และพวกผมเองส่วนหนึ่งก็รู้เรื่อง กระทรวงคมนาคมไม่น้อยหรอกครับ ท่านวินัยนี่เยอะครับ ดอกเตอร์สามารถก็ข้อมูลมากครับ พวกผมเองก็พอรู้ครับ อย่างน้อย ๆ ฐานะเป็นรัฐมนตรีเงาคมนาคมซึ่งคอยดูการทํางาน ของท่าน ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติในมาตรา ๕ ในเรื่องแผนงานโครงการ ในเรื่อง ยุทธศาสตร์ ในเรื่องแผนงาน และในเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลที่กราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่าไม่ค่อยมั่นใจหรอกครับ คําว่า ไม่มั่นใจ ไม่พูดเอง ได้เรียกหน่วยงานที่รับผิดชอบทุกหน่วยงานไม่ว่ากระทรวงคมนาคมหรือกรมศุลกากร มาซักไซ้ไล่เลียงในกรรมาธิการเงินกู้ด้วย ในกรรมาธิการคมนาคมด้วย และในอนุกรรมาธิการ ข้อมูลที่เพื่อนพูดหลายคนนั้นเป็นข้อเท็จจริงครับ แต่ข้อมูลของผมจะเป็นข้อมูลร้อน อุ่น ๆ ครับ เมื่อวานนี้มีการสรุปการทํางานของ คณะกรรมาธิการคมนาคม ผมจะเรียนกับท่านอย่างนี้ อยากจะให้ฝ่ายห้องโสตทัศนูปกรณ์ขึ้น คลิปชุดที่ ๑ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

ทําไมครับท่านประธาน ผมไม่มั่นใจ ในเรื่องของความสามารถที่จะบริหารจัดการได้ ตัวหนังสือเล็กไปไหมครับ มีวิธีทําให้ใหญ่ ได้ไหมครับ ข้อมูลนี้ได้รับเมื่อวานเวลาบ่ายสามโมง ท่านครับ จอขึ้นไว้ได้เลยครับ ผมระบุถึง งบเงินกู้แต่ละหน่วยงานที่ได้รับ คือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ความพร้อม ปี ๒๕๕๗ ที่บางคน บอกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บางคนบอกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บางคนบอกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของจริงอยู่ที่จอนะครับ ผลงานเป็นร้อยละเท่าไร และผมเปรียบให้เห็น ผมไม่เชื่อว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะสามารถเดินหน้าทําโครงการตามที่ท่านชัชชาติ ตามที่ รัฐบาลอยากจะให้เกิดอยากจะให้เป็น เพราะฝ่ายรัฐบาลทําเองไม่ได้หรอกครับ จําเป็นต้อง อาศัยข้าราชการประจํานี่ครับ เขานํานโยบายนี้ไปปฏิบัติ ซึ่งมันจะไม่เป็นจริง มันเป็นจริงไม่ได้ เพราะข้อมูลที่ปรากฏต่อหน้าท่านประธานนี่ครับ ท่านประธานครับ ไปเร็ว ๆ ก็ได้ครับ เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗ หน่วยงานนี้ครับ เป็นของการรถไฟ รฟท. ๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รฟม. ๓๗๐,๐๐๐ ล้านบาท กรมทางหลวง ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท กรมทางหลวงชนบท ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท กรมการขนส่งทางบก ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท กรมเจ้าท่า ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท กรมศุลกากร ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท รวมเผื่อเหลือเผื่อขาดอีก ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท คือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านครับ เจ้าหน้าที่รายงานมายัง กรรมาธิการและอนุกรรมาธิการ และข้อมูลสุดท้ายเมื่อวานครับ ท่านรัฐมนตรีชัชชาติ มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเรา วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ บอกว่าอาจจะมีความพร้อมดําเนินการ เบิกจ่ายเงินได้ประมาณ ๑๓๐,๐๐๐-๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก่อนหน้านี้ท่านบอกว่าประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท มาสัปดาห์ที่แล้วนี่ครับ ๑๓๐,๐๐๐-๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ข้อมูลสุดท้ายเมื่อวานครับ เจ้าหน้าที่เอาข้อมูลมาให้โดยละเอียด เป็นข้อมูลของ กระทรวงคมนาคม ไม่จริงครับท่านประธาน ไม่จริงเลย ที่บอกว่าจะทําเป็น ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่ได้ เพราะความพร้อมต่าง ๆ มันยังไม่เกิด เกิดจริง ๆ รายงานก็คือ รฟท. นี่ครับ ๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะสามารถ เบิกเงินได้อยู่แค่ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์คือเท่าไรครับ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ มีเงิน ๑๐๐ บาทนี่ครับ จะใช้ปี ๒๕๕๗ ๑.๕๐ บาท และยิ่งไปดูสิ่งที่เพื่อนสมาชิกหลายคน พูดว่า ความพร้อม ประสิทธิภาพของการรถไฟ มีจริงไหมครับท่านผู้ว่าการประภัสร์ครับ ไม่จริงครับ ที่รถไฟตกรางอยู่ทุกวันนี้ ย้ําอีกครั้งครับ เพื่อนพูดแล้ว ไม่ใช่เพราะไม่มีเงินครับ แต่มีเงินแล้วใช้ไม่เป็น ใช้ไม่ทันนะครับ ถ้าผลการเบิกจ่ายเงินของการรถไฟแห่งประเทศไทย งบลงทุนปี ๒๕๕๖ ถึงเดือนที่แล้ว ก่อนจะสิ้นปีงบประมาณ ๑ เดือน ใช้เท่าไรครับ ๑๕.๓๓ เปอร์เซ็นต์อย่างไรครับ งบเงินกู้ของการรถไฟที่ได้ไป ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้น้อยมาก ดังนั้นจะมาอ้างว่าไม่มีเงิน ไม่จริง ดูหน่วยงานต่อไปครับ รฟม. ๓๗๐,๐๐๐ ล้านบาท มากหน่อยครับ จะใช้ปี ๒๕๕๗ นี่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่าไรครับ ๙.๔๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าดูเงินลงทุนของ รฟม. ปี ๒๕๕๖ ครับ อีก ๑ เดือน จะสิ้นปีงบประมาณ อีกไม่กี่วันเองครับ ใช้เท่าไรครับ ๑๘.๗๙ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือข้อมูลของกรมบัญชีกลางนะครับ ต่อมากรมทางหลวงครับ กรมทางหลวงมีงบเงินกู้อยู่ที่ ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาท กรมทางหลวงบอกว่าปี ๒๕๕๗ จะใช้อยู่ ๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขสูงขึ้นมาบ้างครับ ๑๕.๘๔ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๗ จะใช้อยู่ ๓๘,๐๐๐ ตัวเลขสูงขึ้นมาบ้างครับ ๑๕.๘๔ เปอร์เซ็นต์ ดูความสามารถ ของกรมทางหลวงช่วงงบประมาณปกติ งบประมาณปกติถือว่ามีความพร้อมนะครับ ก่อนที่ จะเข้าสภา ก่อนที่จะผ่านกรรมาธิการ ก่อนที่จะผ่านสภาเรางวดสุดท้ายวาระที่สอง วาระที่สาม และนําไปใช้ ถือว่าทุกโครงการพร้อมแล้ว โครงการที่ว่าพร้อมแล้วครับ กรมทางหลวง ดีขึ้นมาบ้างครับ มีเงินลงทุนอยู่ ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไปเท่าไรครับ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท เฉลี่ยเท่าไรครับ ๔๙.๘๐ เปอร์เซ็นต์ ดูกรมทางหลวงชนบท ท่านประธานครับ กรมทางหลวง ชนบทได้รับเงินกู้อยู่ ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๗ จะใช้เท่าไรครับ ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท ๑๕.๗๙ ดูความสามารถกรมทางหลวงชนบทในงบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ ครับ มีเงินลงทุน ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไปแล้ว เบิกไปแล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เท่าไรครับ ๔๕.๔๔ ดูมาอีกครับ ขนส่ง มีเงินกู้อยู่ที่ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เท่าไร ครับปี ๒๕๕๗ ๒๖๑ ล้านบาท เป็นรายงานของกระทรวงนะครับ ๒๖๑ ล้านบาทครับ ปี ๒๕๕๗ กี่เปอร์เซ็นต์ครับ ๑.๘๖ มีเงิน ๑๐๐ ล้านบาท พร้อม ๑.๘๖ บาท และถ้าดูต่อถึง งบลงทุนครับ งบลงทุนปี ๒๕๕๖ กรมการขนส่งทางบกใช้เงินได้แค่ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ดูกรมเจ้าท่าครับ กรมเจ้าท่ามีเงินกู้ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ความพร้อมของกรมเจ้าท่าเท่าไรครับ ๙๕๐ ล้านบาท เท่าไรครับเปอร์เซ็นต์ ๓.๒๑ ทั้งปีมีเงินเท่าไรครับกรมเจ้าท่า ปี ๒๕๕๖ งบประมาณ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาทครับ ใช้แล้วเท่าไรครับ ๕๔๒ ล้านบาท ขนาดงบประมาณปกติ กรมเจ้าท่าใช้ได้อยู่แค่ ๑๗.๔๐ เปอร์เซ็นต์ อีกไม่กี่วันจะสิ้นปีงบประมาณแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีชัชชาติกรุณามาตอบผมในกรรมาธิการ ก็เพราะท่านวิฑูรย์นี่ละอภิปราย ไม่ไว้วางใจกรมเจ้าท่า การใช้เงินงบประมาณเลยต้องระมัดระวัง ต้องละเอียด ต้องรอบคอบ มันก็เลยใช้เงินไม่ได้ ผมไม่ได้ไปขัดขวางการใช้เงินของท่านนี่ครับ ผมไม่ได้ขัดขวางการบริหาร จัดการของกระทรวงหรือของกรมนี่ครับ แต่ที่กรมใช้เงินได้น้อย เบิกเงินได้ต่ํา โทษใครครับ หรือมาดูกรมศุลกากรครับ กรมศุลกากร ๑๒,๐๐๐ ล้นบาท ประมาณการใช้เยอะหน่อยครับ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ๒๙ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมก็ไม่ค่อยมั่นใจกรมศุลกากรหรอกครับ กรมศุลกากรมีงบประมาณใน พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๖ ถึงวันนี้กรมศุลกากรใช้งบลงทุนได้เท่าไรครับ ๕.๗๕ เปอร์เซ็นต์ อีกไม่กี่วันจะสิ้นปีงบประมาณครับ มันเป็นปัญหาเพราะอะไรครับ ไม่ใช่ เฉพาะกระทรวงคมนาคมนะครับ กรมทรัพยากรน้ําต่ํากว่านี้เยอะครับ แต่ผมจะพูดเฉพาะ กระทรวงคมนาคมเท่านั้น ตรงนี้ละครับคือเรื่องประสิทธิภาพของผู้จะเอานโยบายไปปฏิบัติ เราก็ถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างนี้เกิดขึ้นเพราะอะไรครับ ท่านรัฐมนตรีชัชชาติครับ เกิดจากเหตุผล ๓ ประการ ประการแรก ข้าราชการเข้าเกียร์ ประการที่ ๒. กลัว ที่พูดไม่ได้ พูดเอง มีระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัดมาพูดในกรรมาธิการครับ ทุกวันนี้ทําอะไรก็กลัว ทําอะไรก็เกรงจะผิด ทําอะไรก็หวั่นไหว มีในรายงานการประชุมครับ ประการที่ ๓ เพราะอะไรครับ ส่วนหนึ่งข้าราชการเข้าเกียร์ว่าง ส่วนที่ ๒ กลัว ส่วนที่ ๓ จําเป็นต้องกล้า เหตุที่จําเป็นต้องกล้าเพราะอาจจะอยากจะมีผลเรื่องตําแหน่งหน้าที่การงาน ผิดก็กล้า อะไรที่ขาว ๆ ดํา ๆ เทา ๆ ทําหมด จะมีข้าราชการอยู่ ๓ กลุ่มครับ ดังนั้นท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านชัชชาติจะไปบริหารอารมณ์ จะบริหารจิตใจ จะไปบริหาร จัดการบุคลากรจํานวนนับแสน ๆ คนได้อย่างไรในเวลาที่จะไปดําเนินงานในเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในเมื่อข้าราชการเกียร์ว่าง ในเมื่อข้าราชการกลัวทางออกของ รัฐบาลทําอย่างไรครับ จ้างบริษัทที่ปรึกษา ทําไมต้องจ้างบริษัทที่ปรึกษาครับ เพราะการ ดําเนินการถ้าเป็นข้าราชการเขากลัวอาญา เขากลัวคุก เขากลัวโทษทางวินัยถ้าทําอะไรแล้ว มันผิดปกติ แต่ถ้าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ไม่ว่าตั้งแต่ที่ปรึกษาสํารวจออกแบบ ศึกษา ควบคุมงาน หรือศึกษาสารพัดศึกษา ผมไม่พูดย้ํา บริษัทที่ปรึกษาเป็นเอกชนนะครับ พอเป็นเอกชน จะทําอะไรลงไปผิดได้ไหม ผิด แต่อย่างมากรับผิดทางแพ่งครับ ไม่มีเรื่องวินัย ไม่มีเรื่องของ ตําแหน่งหน้าที่การงานเท่านั้นละครับ เลยทําให้เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งนี้นําไปสู่ การจ้างบริษัทที่ปรึกษามากมายมโหฬารครับ ข้อมูลที่ท่านนําเสนอ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท พอกรรมาธิการแนะนําบอกว่าไปปรับลด ท่านไปปรับลดมา ๓,๐๐๐ ล้านบาท ที่ไปปรับลดนะครับ ไม่ได้ไปปรับลดเรื่องราคาค่าจ้างที่ปรึกษา ไปตัดรายการที่ปรึกษา บางรายการออกตามข้อเสนอของดอกเตอร์สามารถ และมันลดลงได้อย่างไรครับ แล้ว ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่อยู่ในเงินกู้นั้นไม่ใช่แค่ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ มันยังอยู่ ในงบประมาณปกติ ทุกโครงการทุกรายการจะอยู่ในงบประมาณปกติเยอะครับ รถไฟความเร็วสูง ผมยกตัวอย่างสายเดียวท่านประธานครับ ๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่ ๗,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ใน พ.ร.บ. เงินกู้ครับ แต่อีกเป็นพันล้านบาทครับอยู่ใน พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ และปี ๒๕๕๗ จะใส่ชื่อกรุงเทพฯ-พิษณุโลก จะใส่ชื่อพิษณุโลก-เชียงใหม่ แต่ก็อยู่ ใน พ.ร.บ. งบประมาณ เพราะฉะนั้นบวก ๆ รวม ๆ กันแล้ว งบค่าจ้างที่ปรึกษาผมว่าเกิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ งบจ้างที่ปรึกษา ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ ข้าราชการจะเข้าคุกเยอะนะครับ แล้วก็จะเป็นการใช้เงินที่สูญเปล่าเสียประโยชน์มากมาย ค่าจ้างที่ปรึกษาภายใน ๕-๖ ปีนี้ ในวงเงิน ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามจริง ๆ เถอะครับท่านประธาน จะเอาที่ปรึกษา จะเอาผู้เชี่ยวชาญแต่ละฝ่าย แต่ละแขนงต่าง ๆ มาจากไหนในประเทศไทยและในโลกนี้ เป็นไปได้อย่างไรครับ สร้างทางรถไฟ ๑ สาย เฉพาะค่าจ้างที่ปรึกษาปีหนึ่งเกินพันล้านบาทนะครับ จะปรึกษาอะไรกันนักกันหนามากมาย ก่ายกองครับ พอมีการจ้างบริษัทที่ปรึกษา ผลเห็นหรือยังครับ ผลมันเกิดข้างหน้าครับ จะบอกว่าโครงการยังไม่ทําอย่าพูดเรื่องทุจริต แต่ผมจะบอกให้ท่านประธานและชี้ให้เห็นครับ ว่ามันเริ่มเรื่องทุจริต มีครับ มีอย่างไรครับ ยังไม่ได้สร้างเลยมันเห็นเลยครับ เปรียบเทียบกัน ง่าย ๆ ลองขึ้นคลิป (Clip) ที่ ๒ ครับ ในเงินกู้ทุกหน่วยงาน ๗ หน่วยงานนี้ ไม่ได้จ้างที่ปรึกษา ทุกหน่วยงานครับ บางหน่วยงานควบคุมงานสํารวจออกแบบครับ กรมทางหลวง ไม่ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษา พอกรมทางหลวงไม่ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาครับ ที่ปรึกษาออกแบบ ที่ปรึกษาควบคุมงาน กรมทางหลวงเขาให้เจ้าหน้าที่ ให้ข้าราชการเป็นคนทํา ผลแตกต่าง ไหมครับ ต่างครับ ค่าใช้จ่ายที่ข้าราชการไปสํารวจออกแบบเท่าไร ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่พอมีการจ้างบริษัทที่ปรึกษา ค่าใช้จ่ายเฉพาะควบคุมและออกแบบ ๓.๕-๔ เปอร์เซ็นต์ครับ อันนี้ถ้าเงิน ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาทอาจจะมองไม่เห็นครับ แต่นี่เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ยอดความแตกต่าง ความสูญเสีย ความเสียหายระหว่าง ให้ราชการออกแบบควบคุมงานกับจ้างบริษัทที่ปรึกษา ผลต่างจะประหยัดเงินได้ถึง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะที่ปรึกษารายการเดียวนี่ครับ ท่านครับ ผลเกิดจากการจ้างบริษัทที่ปรึกษามีอะไรครับ ราคาอย่างไรครับ ท่านผู้ว่าการ ประภัสร์ครับ ผมเคยพูดในกรรมาธิการใช่ไหมครับ ในกรรมาธิการเงินกู้นี่ครับ ผมบอกว่า มันผิดปกติ ทําถนน ทําทางรถไฟ งานพื้นทางนี่ไม่แตกต่างกันหรอกครับ มีงานดินถมบดอัดแน่น มีงานลูกรังบดอัดแน่น ถ้าเป็นถนนก็มาปูยาง ถ้าเป็นทางรถไฟก็ใส่รางเหล็กเข้าไป แต่ข้างล่าง มันไม่ต่างกันครับ คุณภาพของถนนและทางรถไฟสเปกเดียวกันครับ แต่ราคาของรถไฟ เอาตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ลูกรัง เอาแค่ดินลูกรังบดอัดนี่ครับสเปกเดียวกันกับกรมทางหลวงครับ ของกรมทางหลวง ๓๐๐ บาท แต่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ๙๐๐ กว่าบาทครับท่าน ผมถึงบอกว่าผมพูดในกรรมาธิการว่ามันลูกรังทองคําหรืออย่างไร พอผมบอกว่าคิวละ ๙๐๐ บาทไปปรับลดมาหน่อยสิครับ ท่านก็ไปปรับลดมาครับ ตอนนี้ไปปรับลดมาให้แล้วครับ เล่มนี้ที่ท่านเสนอในกรรมาธิการชุดนี้ครับ ในกรรมาธิการ ลูกรังคิวละเท่าไรครับ ลูกรังคิวละ ๙๕๒ บาทอย่างไรครับ พอผมไปให้ท่านปรับ ผมบอกมันแพงไปปรับมาครับ เหลือเท่าไรครับ เหลือ ๖๐๐ บาท ประมาณ ๖๐๐ บาท ๕๙๗ บาท แค่ผมพูดแค่นี้ครับ ราคาลูกรังนี่ ลดลงไปจาก ๙๐๐ บาท เหลือ ๖๐๐ บาท กี่เปอร์เซ็นต์ครับ ผมบอก ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ผมแปลกใจต่อก็คือว่าพอท่านไปปรับราคาวัสดุลงไปปุ๊บ ราคาก่อสร้างยังเท่าเดิม กับมากกว่าเดิม ผมยังจะต้องไปตามดูต่อครับว่าท่านไปเพิ่มรายการไหน ซึ่งแต่ละรายการ แต่ละไอเทม (Item) งานมีแต่ภาษาอังกฤษทั้งนั้น ดอกเตอร์สามารถท่านต้องช่วยกันแล้ว เป็นปึกเลยครับ อันนี้ผมเพียงยกตัวอย่างครับ ผมลองเปรียบเทียบดูครับ ประมาณราคา ก่อสร้าง ท่านประธานดูครับ หน่วยงานที่ถือว่าเป็นมาตรฐาน กรมทางหลวงชนบท ทางหลวงแผ่นดิน และ รฟท. การรถไฟแห่งประเทศไทย ผมไปดูแล้วครับ ราคาประมาณนี้ละครับ เอกสารของท่าน ให้มา ถ้าเป็นงานดินถมบดอัดแน่น กรมทางหลวงชนบทก็ประมาณ ๑๘๐ บาทต่อคิว ถ้าทางหลวงแผ่นดินก็ประมาณสัก ๒๐๐ บาทต่อคิว แต่การรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านผู้ว่าการประภัสร์ครับ ไปปรับมาใหม่แล้วนะครับ ไปปรับมาใหม่ครับ ๕ สายทางนี่ครับ เพิ่งเอามาแจกให้ผมเมื่อวานนี้ ผมก็ไปดู ทําไมของทางหลวงแค่ ๒๐๐ บาท แต่ของการรถไฟ แห่งประเทศไทย งานดิน ๙๕ โมดิไฟ (Modify) บดอัดแน่น สเปกเดียวกันนี่ครับ ๓๗๓ บาท ราคาต่างกัน ๘๐ เปอร์เซ็นต์มาดูอีกครับ ลูกรังอย่างที่ผมพูดไป เมื่อสักครู่นี้ถ้าของ กรมทางหลวงชนบท ๒๗๐ บาท ทางหลวงอยู่ประมาณ ๓๐๐ บาท แต่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านลดจาก ๙๐๐ บาท ตอนนี้ประมาณ ๕๐๐ กว่าบาท ๖๐๐ กว่าบาท เฉลี่ยประมาณ ๖๐๐ บาท ๕ สายนี่ครับ นี่อย่างไรครับ พอไม่มีกระบวนการเข้าสู่การตรวจสอบของ กรรมาธิการของสภา ของ ส.ส. ในพื้นที่ ราคาที่ผมพูดไปนี้ครับ มันทําให้เพิ่มขึ้นแทบจะบอก ว่าสร้างทางรถไฟได้เพิ่มอีกเท่าตัวนะครับ ดูอีกนะครับ ผมพยายาม ท่านประธานเข้าใจ กรรมาธิการรู้ ส.ส. ทราบ แต่สิ่งที่ผมอธิบายตอนนี้ผมพยายามจะพูดให้ชาวบ้านฟังง่าย ๆ ผมไม่เอาหลายไอเทมมา ผมเอาไอเทมที่คนฟังและเห็น และรู้ง่าย ๆ ผมว่างานคอนกรีตครับ งานคอนกรีตของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทครับ คิวหนึ่งนี่ครับ เวลาไปซื้อ ก็ประมาณคิวละ ๒,๐๐๐ บาท บวกค่าแรง บวกค่าอื่น ๆ ไป กรมทางหลวงและ กรมทางหลวงชนบทประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าบาท ๓,๕๐๐ บาทครับ แต่ผู้ว่าการประภัสร์ครับ คอนกรีตของท่านสเทรงธ์ (Strength) เดียวกันครับ ๓๒๐ บาท สเทรงธ์เดียวกันครับ ของกรมทางหลวงชนบท ของทางหลวงแผ่นดิน ๓,๐๐๐ กว่าบาท ของท่านมัน ๗,๐๐๐ กว่าบาท ๗,๓๐๐ บาท เพิ่มขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ มากกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดูสะพานท่านสิครับ ทําถนนนี่ครับ พี่น้องชาวบ้าน ท่านประธานครับ รู้ครับ บางช่วงข้ามหนอง ข้ามแม่น้ํามันมีสะพาน สะพานเล็ก ๆ ของท่านราคาใกล้เคียงกับทางหลวง แต่พอสะพานยาว มีปัญหาครับ ไปดูสะพานยาวของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท แปลนกว้าง ๑๒ เมตร ทั้งฐานคอนกรีตเสริมเหล็กอะไรต่าง ๆ นานา เฉลี่ยประมาณเมตรละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่พอของสะพานรถไฟ ผมเคยเห็นครับ พวกเราเคยเห็นครับ สะพานรถไฟเป็นอย่างไร สะพานรถไฟมันไม่กว้าง มันไม่ใหญ่เหมือนสะพานข้ามแม่น้ําของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทนะครับ สะพานรถไฟเวลาข้ามไป ถ้าเพิ่มมาอีก ๑ ทางคู่ ความกว้าง ประมาณตั้งแต่ ๒-๓-๔-๕ เมตร ไม่ถึง ๑๐ กว่าเมตรครับ แต่ราคาสะพานของการรถไฟแห่ง ประเทศไทยเป็นอย่างไรครับ ของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ประมาณเมตรละ ๒๐๐,๐๐๐ บาทของการรถไฟแห่งประเทศไทย ๔๘๐,๐๐๐ บาทต่อเมตร อันนี้ผมเฉลี่ยนะ ครับ ถ้าบอกว่ามาบกระเบา-จิระ บางช่วงต่อเมตร ๔๓๙,๐๐๐ บาท บางช่วงต่อเมตร ๖๐๕,๗๘๐ บาท หลายช่วงประมาณนี้ เพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าเตรียมทุจริตไหม ก็มันเห็นนี่ ท่านประธาน ใครรับผิดชอบครับ ราชการก็ไม่อยากรับผิดชอบ คนที่ทําคือใครครับ คนที่ประมาณราคาคือใคร บริษัทที่ปรึกษาครับ เอาชื่อไหมล่ะครับ มีชื่อด้วยซ้ําครับ บริษัทที่ปรึกษา อะไรบ้าง มีชื่อหมด และถามว่าบริษัทที่ปรึกษาเหล่านี้รับผิดชอบอย่างไรล่ะครับ ไปทําราคาโป่ง ราคาโก่ง ราคาสูง ผมถึงบอกไปยัง สตง. และ ป.ป.ช. ท่านครับ โครงการเล็กโครงการน้อย เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน ตาม อบต. ตามพื้นที่ต่าง ๆ โครงการละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท สตง. ตรวจดีนักครับ ไปทีไรพวก อบต. ตื่นเต้น หวั่นไหวหมดละครับ ถามว่าต้องทําไหม ก็ต้องทําหมดละครับ ท่านไปทําโครงการย่อย ๆ อย่างน้อย ๆ ไปสุ่มตัวอย่าง เขียนเสือให้วัวกลัวครับ แต่โครงการใหญ่ผมไม่เห็น สตง. และ ป.ป.ช. ฟันครับ ลองมาดูราคางานของ รฟม. สิครับ ขนส่งมวลชน กิโลเมตรหนึ่ง ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท กิโลเมตรละ สตง. เช็กไหม รถไฟทางคู่ถามว่าที่ผ่านมาเคยสร้างไหมครับ มันไม่ใช่จะเริ่มสร้างตอนนี้ รัฐบาลที่ผ่านมาก็สร้างครับ ทําไมรัฐบาลที่ผ่านมาสร้างถูกละครับ ผมให้ท่านดูเลยครับ การรถไฟเอามาให้ผมเมื่อวานบ่ายสามโมงครับ ท่านครับ สายที่ การรถไฟแห่งประเทศไทยสร้างแล้วก็มีการดําเนินการที่ผ่านมาก็คือสายแหลมฉบัง-ศรีราชา ท่านครับ ราคาของสายแหลมฉบัง-ศรีราชาถูกกว่ารถไฟทางคู่ที่ผู้ว่าการประภัสร์ รัฐบาล จะสร้างตอนนี้เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทําไมราคาลูกรังของแหลมฉบัง-ศรีราชา ที่รัฐบาลที่แล้ว สร้างราคาลูกรังก็คิวละ ๓๐๐ บาท งานดินก็ร้อยกว่าบาท คอนกรีตก็ ๓,๐๐๐ บาท แต่พอมาตอนนี้ ทําไมมันกระโดดล่ะครับ ทําไมกระโดดเยอะ ถามว่า ๒-๓ ปีที่ผ่านมามันทําให้ต้นทุนสูงมาก ขนาดนี้มันไม่น่าจะใช่ เพราะฉะนั้นนี่อย่างไรเราถึงพยายามเรียกร้องว่าเอาเท่าที่จําเป็นเถอะครับ ก็รวมกันแล้วในเมื่อความพร้อมที่จะดําเนินการปี ๒๕๕๗ ๗ หน่วยงานที่ผมไล่มาไม่ใช่ ๑๓๐,๐๐๐ ไม่ใช่ ๑๕๐,๐๐๐ ครับ ไม่ใช่ ๔๐๐,๐๐๐ ไม่ใช่ ๕๐๐,๐๐๐ ครับ ความพร้อม ปี ๒๕๕๗ รวมทุกหน่วยงานครับ ๑๐๐,๐๐๐ กับ ๓,๐๐๐ ไม่ใช่ ๓๐,๐๐๐ นะครับ จาก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ครับ พร้อม ๑๐๓,๐๐๐ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไรครับ ๕.๑๕ แต่ผมให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล เพราะผมแปรญัตติเอาไว้ว่า แทนที่จะใช้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก่อนไหมครับ แทนที่จะถึง ปี ๒๕๖๓ ครับ ในคําแปรญัตติของผม ผมบอกว่าเอาปี ๒๕๕๗ พอไหม หลังจากนั้นทุกอย่าง เข้ามาสู่ขบวนการเหมือนที่เพื่อน ส.ส. เราพูดนี้ครับ ผมไม่อยากซ้ําอีก ประโยชน์ของ ประเทศชาติเกิดขึ้น นี่คือเรื่องของประสิทธิภาพ ท่านครับพอความกลัว ความเสื่อม การทุจริต ของแพง บริษัทที่ปรึกษามีปัญหา ท่านครับ มันก็จะเป็นลูกโซ่ต่อมา ทําไมเราถึง พูดกันว่าสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ กับอภิสิทธิ์ตอนนี้ละครับ ระหว่างทางคู่ด้วยกันนี้ครับ มันทําไมราคาต่างกันตั้ง ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ มันไม่มีความจําเป็นถึงขนาดนั้นครับ และอย่างอื่นก็เช่นกัน

สุดท้ายท่านประธานครับ อยากจะเรียนกับท่านประธานตรงนี้ครับว่า ยุทธศาสตร์และแผนงานนี้ปรับเถอะครับ กรรมาธิการครับ รัฐบาลครับ ใจกว้างเถอะครับ ผมบอกแล้วว่าผมพูดเรื่องเดียว ประเด็นเดียว อยากจะชี้แจงรายการอื่น ๆ ผมบอกว่า เดินหน้าเถอะ ท่านครับ รถไฟความเร็วสูงถามว่าอยากให้มีไหม ไปถามประชาชน ถามพ่อค้า ถามนักธุรกิจ รวมทั้งถามผม อยากมี อยากได้ อยากเกิด อยากให้มี ก็ในเมื่อเงินเรามีอยู่แค่นี้ ในหมวดนี้เราใช้เงินอยู่ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเองครับ ทําสักสายก่อน ได้ไหมครับ ผมยืนยันเหมือนเดิมครับ ทําสัก ๑ สาย แทนที่จะทํา ๗ ปีเสร็จ เอา ๓ ปีเสร็จ ได้ไหมครับ ถนนรถไฟความเร็วสูงมันยาวนี่ครับ ตัดตอนเลยครับ สมมุติว่า ๕๐๐ กิโลเมตร แบ่งเป็นสัก ๕ ตอนนี้ครับ จะบริษัทจีน บริษัทญี่ปุ่น บริษัทคนไทย บริษัทจอยท์เวนเจอร์ (Joint Venture) เอามาใส่เลยคนละร้อย ๆ มันแยกกันทําได้อยู่แล้วครับ แทนที่จะ ๗ ปีเสร็จ ๓ ปีเสร็จละครับ ให้เกิดขึ้น ให้ใช้ขึ้น ท่านบอกว่าพร้อมกัน ๔ สาย ผมยังไม่พูดนะนี่ จังหวัดอุบราชธานีถูกตัดไป เอาไปก็ตัด ผมบอกว่าผมไม่มีอคติกับพี่น้องเชียงใหม่ครับ เอาจังหวัดหนองคายสิครับ ทุกอย่างพูดกันหมดแล้วครับ เหมาะสม ไม่เหมาะสม ความคุ้มค่า เศรษฐกิจคุ้ม คุ้มค่าการเงิน อีไอเออาร์ ทุกอย่างพูดหมดแล้ว ตัดสินใจสิครับ คะแนนเสียง ภาคอีสานพรรคเพื่อไทยท่วมท้นอยู่แล้วครับ ลองทําจังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น โคราช กรุงเทพมหานครสิครับ ประโยชน์มันคุ้มนะครับ ปรับได้ไหมตามที่ ผมแปรญัตติไว้นี้ครับ ตามยุทธศาสตร์และแผนงาน ก็มันปรับได้อยู่แล้วนี่ครับ เพราะมัน ไม่ฟิกซ์ (Fix) นี่ครับ เพราะแผนงานต่าง ๆ ที่แนบท้ายมานี้มันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกฎหมาย รัฐบาลปรับได้ ก็ลองทําเอาใจภาคอีสานบ้างสิครับ ได้จากเขามาเยอะแยะแล้ว ท่านครับ สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดถ้ารัฐบาลไม่ทําตาม ถามว่าพวกผมมีวิธีการอย่างอื่นไหม มีครับ อภิปราย แน่นอนละครับ เดือนสองเดือนนี้ผมอาจจะไม่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีชัชชาติ หรอกครับไม่ไว้วางใจ แต่ถ้าท่านยังเดินหน้าต่อไปปีหน้านี้ก็มีความจําเป็นต้องอภิปราย ไม่ไว้วางใจครับ แต่ถามว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้อะไรละครับ กว่าถั่วจะสุกงามันก็ไหม้ แล้วครับ ก็ท่านดําเนินการไปแล้วนี่ครับ ท่านมีสัญญาไปแล้วนี่ครับ ท่านซื้อไปแล้วนี่ครับ ท่านจ้างไปแล้วนี่ครับ ท่านซื้อแพงไป ท่านจ้างแพงไป ประเทศชาติเสียประโยชน์ ประชาชน ต้องเอาเงินมาใช้หนี้เงินกู้ จะ ๔๐ ปี จะ ๕๐ ปีก็ว่ากันไป มันเป็นไปแล้วครับ อย่างมาก การเมืองรับผิดชอบแค่ไหนครับ รัฐมนตรีออก พ้นจากตําแหน่ง ลาออก ปรับออก เหมือนที่ ตอนสมัยที่อภิปรายท่านรัฐมนตรีชัจจ์ กุลดิลก อย่างมากก็สลับกระทรวง ต่อมาก็ปรับออก ก็แค่นี้ละครับความรับผิดชอบทางการเมือง แต่งานมันจบแล้วครับ และสุดท้ายท่านประธานครับ ท้ายจริง ๆ ทุกอย่างที่พูดมานี่ผมไม่ต้องการให้เสียของครับ แต่ถ้ามันจะเสียของนี่อย่ามาโทษฝ่ายค้าน วันนี้เราจะให้ความร่วมมือกับท่านอย่างเต็มที่ ถ้าจบได้ก็จบ ถ้าจบไม่ได้ก็จะพยายามให้เหลือน้อยที่สุด ท่านประธานครับ และขอความกรุณา อย่าเสนอปิดการอภิปราย เพราะประเด็นนี้มันจะเสียของเหนื่อยฟรี ทํางานมาเยอะแล้วครับ หลายอย่างผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับพี่เฉลิมหรอกครับ แต่ประเด็นนี้ถ้าเสนอปิดการอภิปราย มีการลิดรอนสิทธิของกรรมาธิการหรือเพื่อนสมาชิกที่สงวนความเห็นไว้ไม่ได้พูด ผมบอกว่า ที่พี่เฉลิมพูดนั้นจะเป็นจริง และที่เราทําไว้ทั้งหมดมันก็จะเสียเปล่า ขอบคุณท่านประธานครับ