สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เสริมข้อมูลและชี้แจงเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. โดยเน้นย้ำว่า เป็น พ.ร.บ. ที่ให้อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศเป็นระยะเวลา 7 ปี และเน้นย้ำถึงความสำคัญของรัฐบาลและแนวคิดในการตรวจสอบและบังคับใช้กับทุกโครงการที่ใช้เงินภาษีอากร รวมถึงการมีส่วนร่วมของเอกชนในการตรวจสอบโครงการต่าง ๆ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กรรมาธิการครับ ก็จะขอกราบเรียน เสริมจากท่านกรรมาธิการวราเทพสั้น ๆ ใน ๓ ประเด็นครับ

ประเด็นแรกต้องกราบเรียนชี้แจงให้ชัดเจนถึงเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก่อนครับว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. ที่ให้อํานาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินเพื่อมา พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศเป็นระยะเวลา ๗ ปีครับ อันนี้เราก็ กล่าวชัดเจนว่าเป็นระยะเวลา ๗ ปี เพราะฉะนั้นโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในยุทธศาสตร์ แล้วก็อยู่ในโครงการที่อยู่ในเอกสาร ประกอบ ต้องกราบเรียนว่าเป็นแผนดําเนินการในระยะ ๗ ปี เราก็พูดชัดเจนครับว่า บางโครงการที่ทําได้ปีหน้าทําได้เลยที่พร้อมดําเนินการก็มี ที่ศึกษาอยู่ก็มี อันนี้ผมว่า เป็นข้อมูลที่ชัดเจนนะครับว่าบางโครงการที่ดําเนินการในปีที่ ๒ ปีที่ ๓ ที่ศึกษาเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นข้อมูลข้อเท็จจริงพวกนี้เราก็ไม่ได้เคยปกปิดนะครับ เป็นข้อเท็จจริงที่เราชี้แจง แล้วก็อยู่ในเอกสารที่ให้ทางทั้งกรรมาธิการ แล้วก็มีเอกสารที่เสนอให้กับทางท่านสมาชิกด้วย เพราะว่ามันเป็นแผนระยะยาว ๗ ปีครับ ถ้าเราทําแผน ๑ ปี แล้วโครงการไม่เสร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นี้ครับ อันนี้ถือว่าผิดเจตนารมณ์แน่นอน แต่ว่าแผน ๗ ปีนี้มันเป็นแผนระยะยาว บางอันที่ทําต่อเนื่องมา พร้อม เราทําเลย ที่ต้องทําต่อในปีที่ ๓ ปีที่ ๔ ก็มีการศึกษาอยู่ ตามขั้นตอนนะครับ เพราะฉะนั้นก็เป็นข้อเท็จจริงที่ผมคิดว่าได้กราบเรียนไปแล้วนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า พ.ร.บ. ตัวนี้ไม่ใช่เป็นการอนุมัติโครงการ หรือเป็นการอนุมัติเงินกู้ เพราะว่าตัวรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งหมดเป็นแค่การอนุมัติแค่กรอบ แต่ว่าแต่ละโครงการจะผ่านหรือไม่ต้องมีการพิจารณาตามหน่วยงาน ขั้นแรกเลยต้องผ่าน กฎหมายที่เกี่ยวข้องในมาตรา ๑๔ ก่อน ทําทุกอย่างตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จากนั้นต้องมี กระทรวงการคลัง สํานักงบประมาณและสภาพัฒน์ ซึ่งสภาพัฒน์นี้ คณะกรรมการสภาพัฒน์ ก็เป็นผู้ทรงวุฒิซึ่งเป็นอิสระจากทางรัฐบาลประกอบการพิจารณาให้ความเห็นประกอบ และ ครม. อนุมัติในขั้นสุดท้าย จากนั้นถึงจะดําเนินการกู้เงินและดําเนินโครงการได้ ก็คงเป็น ขั้นตอนตามปกติที่ไม่ได้ผิดเพี้ยน ไม่ได้มีการลัดขั้นตอนจากการดําเนินการโครงการปกตินะครับ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนว่า พ.ร.บ. นี้ไม่ได้อนุมัติเงินกู้ ไม่ได้อนุมัติโครงการครับ เพียงแค่ ให้กรอบสําหรับโครงการที่มีความจําเป็นในระยะ ๗ ปีครับ

ประเด็นที่ ๓ เรื่องกรณี ผมก็ขออ้างอิงครับ เรื่องเฟซบุ๊ก แต่จริง ๆ แล้ว เดี๋ยวผมขอไปตอบในเฟซบุ๊กมากกว่า เพราะว่าอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องแปรญัตติ แต่ว่าประเด็นที่ผมอาจจะมีพูดว่า พ.ร.บ. นี้มีการพิจารณาที่ละเอียดกว่าการดําเนินการปกติ ก็ต้องกราบเรียนครับ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีวราเทพได้ชี้แจงว่าในโครงการเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) หลาย ๆ โครงการที่เราได้ทํามา ไม่ว่าจะเป็นรถไฟสายสีแดงหรือว่า สายสีเขียวที่เราใช้ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะในการกู้เงินโครงการ อํานาจการอนุมัติเป็นของ คณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการอนุมัติ แล้วก็สํานักบริหารหนี้สาธารณะหาแหล่งเงินกู้ สภาจะเห็นโครงการเหล่านี้ตอนที่เราตั้งงบประมาณจ่ายคืนเงินกู้ ไม่ว่าจะเป็นจ่ายคืน เป็นดอกเบี้ยหรือจ่ายคืนเงินต้น ซึ่งตามหลักแล้ว ตามรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ว่า ห้ามให้ตัด รายการเหล่านี้ เพราะฉะนั้นถึงกราบเรียนว่าที่ผ่านมาผมดีใจครับที่ว่าโครงการรถไฟฟ้า ความเร็วสูงหรือโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ใน พ.ร.บ. ที่เราอยู่ในเอกสารประกอบการพิจารณานี้ ได้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในวงสังคม ซึ่งมิติพวกนี้ครับ เราไม่ได้เห็นในโครงการ เมกะโปรเจกต์ที่ผ่านมา เพราะว่าที่ผ่านมานี้เราไม่ได้มีการเอาโครงการพวกนี้มา มันจะเป็น เรื่องของฝ่ายบริหารดําเนินการเป็นหลัก และในรัฐสภาเองก็ไม่ได้มีการมาโต้เถียงกันในเรื่อง เหล่านี้ เพราะว่าเข้ามาในลักษณะการจ่ายคืนเงินกู้ครับ นั่นคือความหมายของผมครับ

ส่วนประเด็นเรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันต้องกราบเรียนว่ารัฐบาล ให้ความสําคัญ นายกรัฐมนตรีให้ความสําคัญ และไม่ใช่เฉพาะ พ.ร.บ. นี้ครับ ยกตัวอย่าง พ.ร.บ. นี้เรามีการคาดการณ์ว่าจะมีการใช้เงินปีหน้าประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เทียบกับ งบประมาณแผ่นดิน ๒.๖ ล้านล้านบาท จริง ๆ แล้วหัวใจมันไม่ใช่อยู่แค่ พ.ร.บ. ตัวนี้ครับ มันต้องต่อต้านทุจริตทุกโครงการ เพราะฉะนั้นแนวคิดของเราคือเราออกเป็นระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรี เป็นระเบียบต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมทุกโครงการที่ต้องใช้เงินภาษีอากร ประชาชนนะครับ เพราะฉะนั้นปัจจุบันเรามีการคํานวณราคากลาง การออกร่างระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีให้เอกชนมามีส่วนร่วมในการมาตรวจสอบโครงการต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ระเบียบพวกนี้จะบังคับใช้กับทุกโครงการครับ ไม่ใช่เฉพาะโครงการที่อยู่ใน พ.ร.บ. นี้ ก็ต้องกราบเรียนว่าเรื่องความโปร่งใสนี้ทางรัฐบาลก็ให้ความสําคัญมากที่สุด ขอบพระคุณครับ