สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖

บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ หารือเรื่องสิทธิและผลประโยชน์ของผู้สูงอายุ ทั่วประเทศไทย และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในเรื่องเงินสงเคราะห์งานศพของผู้สูงอายุ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย กระผมได้รับมอบหมายจากสมาชิกพรรคภูมิใจไทยให้ทําหน้าที่ตั้งกระทู้สอบถาม คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับสิทธิและผลประโยชน์ของผู้สูงอายุ ทั่วประเทศไทยถึงการทําหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีตามกฎหมายของผู้สูงอายุ ท่านประธานครับ สังคมไทยในปัจจุบันนั้นถือได้ว่าเป็นสังคมของผู้สูงอายุ เพราะมีตัวเลขผู้สูงอายุมากขึ้นทุก ๆ ปี จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในปี ๒๕๕๕ มีจํานวนผู้สูงอายุ ๘,๑๒๔,๐๐๐ คน ในปี ๒๕๕๖ มีจํานวนสูงขึ้นถึง ๘,๕๐๐,๐๐๐ คน และปี ๒๕๕๗ จํานวนสูงขึ้น ถึง ๙,๔๐๐,๐๐๐ คน ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ของประเทศได้ให้ความสําคัญถึงสิทธิ ถึงผลประโยชน์ และหน้าที่ของรัฐบาลที่เข้ามา บริหารประเทศดูแลผู้สูงอายุ ในมาตรา ๕๓ กําหนดให้บุคคลที่มีอายุ ๖๐ ปี มีรายได้ ไม่เพียงพอกับการครองชีพ มีสิทธิที่จะรับสวัสดิการจากภาครัฐอย่างสมศักดิ์ศรีและเหมาะสม ในขณะเดียวกันมาตรา ๘๐ กําหนดให้รัฐนั้นต้องดําเนินการตามนโยบายด้านสังคม ให้การสงเคราะห์จัดสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญหรือแม้กฎหมาย เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ กําหนดให้มาตรา ๑๑ นั้น ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับ เงินสงเคราะห์งานศพตามประเพณี จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญก็ดี กฎหมายสูงอายุก็ดี ให้ความสําคัญสิทธิและผลประโยชน์ของผู้สูงอายุ จากนั้นได้มีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ได้กําหนดให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นกระทรวงหลักในการดูแล เรื่องเงินสงเคราะห์งานศพของผู้สูงอายุ ในปี ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ กระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ได้ออกกฎ กติกา ระเบียบ เงื่อนไข ในการจ่ายเงินค่าจัดการศพ ให้กับผู้สูงอายุมีดังนี้ การจัดงานศพผู้สูงอายุเมื่อเวลาเสียชีวิตนั้นภาครัฐหรือรัฐบาลมีหน้าที่ ต้องจ่ายเงินค่าจัดการศพ ศพละ ๒,๐๐๐ บาทโดยผู้ที่มีสิทธิที่จะได้นั้นคือผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ปีบริบูรณ์และมีสัญชาติไทย เมื่อเสียชีวิต ทายาท ญาติพี่น้องมีสิทธิในการยื่นขอรับ เงินผู้สูงอายุ เกี่ยวกับค่าจัดงานศพนั้นถ้าอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็ยื่นที่สํานักงานเขต ถ้าอยู่ตามต่างจังหวัดก็ไปยื่นที่สํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของจังหวัด หรือ ณ ที่ว่าการอําเภอที่ผู้สูงอายุมีภูมิลําเนาอยู่ สําหรับผู้มีสิทธิยื่นนั้นก็คือทายาท ผู้ปกครอง ผู้ดูแลผู้สูงอายุ มีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ใช้สิทธิยื่นได้ ใช้บัตรประจําตัว ใช้ทะเบียนบ้าน แต่มีหลักเกณฑ์อยู่ข้อหนึ่งว่าจะต้องใช้สิทธิในการยื่นภายใน ๓๐ วัน ถ้าเกินกําหนดเวลานี้ ถือว่าหมดสิทธิในการยื่น ถ้าเกินกําหนดเวลานี้ถือว่าหมดสิทธิในการยื่น ท่านประธานครับ ผมนําเรื่องนี้มาตั้งกระทู้ถาม ถามคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะอะไร เพราะว่า เรื่องนี้เป็นสิทธิโดยชอบตามกฎหมาย รัฐบาลซึ่งขึ้นบริหารประเทศมีหน้าที่ต้องทําตาม กฎหมายโดยเคร่งครัด แต่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นบริหารประเทศขณะนี้ เข้าเวลา ๒ ปี มีเจตนาจงใจที่จะไม่จ่ายเงินค่าจัดงานศพให้กับผู้สูงอายุศพละ ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ในขณะนี้มีการติดค้างเงินกับผู้สูงอายุทั่วประเทศไทยทุกจังหวัดนะครับ ผมมีตัวเลขที่จะบอกท่านประธานอย่างนี้ครับ ในภาคกลาง กรุงเทพมหานครมีอยู่ ๙,๒๓๐ ศพ จังหวัดนนทบุรี ๒,๒๐๕ ศพ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๓,๓๗๒ ศพ จังหวัดลพบุรี ๒,๔๐๐ ศพ จังหวัดสิงห์บุรี ๔,๔๗๙ ศพ ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ๒,๕๐๐ ศพ จังหวัดจันทบุรี ๓,๗๘๒ ศพ จังหวัดปราจีนบุรี ๒,๔๐๐ ศพ จังหวัดนครราชสีมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๖,๓๘๑ ศพ จังหวัดบุรีรัมย์ ๑,๓๑๑ ศพ จังหวัดสุรินทร์ ๓,๙๗๙ ศพ จังหวัดอุบลราชธานี ๔,๕๐๐ ศพ จังหวัดชัยภูมิ ๓,๕๘๐ ศพ จังหวัดขอนแก่น ๓,๑๐๐ ศพ จังหวัดอุดรธานี ๓,๓๐๐ ศพ ภาคเหนือ จังหวัดลําปาง ๕,๐๐๐ ศพ จังหวัดแพร่ ๖,๘๐๘ ศพ จังหวัดเชียงราย ๓,๓๘๓ ศพ จังหวัดสุโขทัย ๓,๕๑๙ ศพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ๓,๘๔๘ ศพ ภาคตะวันตก จังหวัดราชบุรี ๒,๗๙๑ ศพ จังหวัดกาญจนบุรี ๒,๒๐๐ ศพ จังหวัดนครปฐม ๓,๒๐๐ ศพ ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ๓,๘๖๕ ศพ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ๑,๒๓๐ บาท จังหวัดสงขลา ๓,๐๔๐ ศพ จังหวัดพัทลุง ๒,๓๒๒ ศพ จังหวัดนราธิวาส ๑,๓๖๔ ศพ นี่เป็นบางจังหวัดที่ผมยกตัวอย่างบางภาค แต่วันนี้รัฐบาลไม่จ่ายเงินค่าจัดงานศพ ศพละ ๒,๐๐๐ บาท มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๖ รัฐบาลไม่จ่ายจํานวนทั้งสิ้น ๑๖๙,๗๖๐ ศพ ประธานครับ ถ้านับมาถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ สิ้นปีงบประมาณก็คาดว่าจะมีอยู่ประมาณ ๒๖๐,๐๐๐ ศพ ต้องใช้เงินทั้งหมด ๕๒๐ ล้านบาท รัฐบาลชุดนี้จงใจไม่จ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุ ที่ผมบอกว่าจงใจเพราะอะไรครับ เพราะในแต่ละปีจะมีงบประมาณปกติ ถ้างบประมาณปกติหมดก็จะของบกลาง งบกลาง เป็นอํานาจของนายกรัฐมนตรีในการจัดสรรเงินเหล่านี้ให้กับผู้สูงอายุเป็นค่าจัดงานศพ ในอดีตรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปี ๒๕๕๓ จัดงบกลาง ๑๓๘ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ จัดงบกลาง ๑๕๐ ล้านบาท ให้เป็นค่าจัดงานศพ ศพละ ๒,๐๐๐ บาท เพราะอะไรครับ เพราะนี่คือกฎหมาย นี่คือสิทธิผลประโยชน์ของผู้สูงอายุ แต่รัฐบาลของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี ๒๕๕๕ หน่วยงานราชการของบกลางเข้าไป ๓๐๐ กว่าล้านบาท ไม่อนุมัติและ ปล่อยให้เงินดังกล่าวนี้มีปัญหาจนถึงทุกวันนี้ ประชาชนซึ่งเป็นทายาทเดินทางไปติดต่อ หน่วยงานราชการ ไปติดต่อว่าเมื่อไรจะได้เงินไป ๒ รอบ ๓ รอบ หมดค่าใช้จ่ายไปแล้ว ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาในการบริหารของรัฐบาลเกี่ยวกับเงินจัดงานศพ ผมจึงต้อง กล่าวว่ารัฐบาลนี้บริหารโดยมีเจตนาจงใจไม่ทําตามกฎหมาย ทําให้พี่น้องประชาชนผู้สูงอายุ เดือดร้อน ญาติพี่น้องเดือดร้อน ผมจึงถือว่าเป็นการกินศพของประชาชน ผมมีคําถาม ท่านประธานครับ เหตุใดรัฐบาลจึงไม่จ่ายเงินค่าทําศพ รายละ ๒,๐๐๐ บาทให้กับผู้สูงอายุ จํานวน ๑๖๙,๗๒๐ ราย และถ้าจะจ่าย จะจ่ายให้เมื่อไร