นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล หารือกรณีน้ำมันดิบรั่วไหลในอ่าวไทยที่เกาะเสม็ด โดยชี้แจงสาเหตุและมาตรการแก้ไขเร่งด่วน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติครับ กระผม พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน วันนี้ตอบกระทู้ ของท่านสาธิต ปิตุเตชะ เรื่องน้ํามันรั่วที่อ่าวไทย และก็เกิดปัญหาคราบน้ํามันดิบ บางส่วนไหลมาสู่ที่เกาะเสม็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อ่าวพร้าวนะครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นะครับ เกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ ๒๗ กรกฎาคม ผมจะเท้าความสั้น ๆ เพื่อจะให้โอกาส ท่านรัฐมนตรีท่านอื่นได้ตอบด้วยนะครับ ก็คือเรือที่ขนส่งน้ํามันก็มีสายอ่อนลงท่อน้ํามันลงมา ท่อนี้เกิดการระเบิดขึ้นและก็ทําให้น้ํามัน รั่วไหล ซึ่งจากการคํานวณนั้นมีประมาณ ๕๐,๐๐๐ ลิตร หลังจากที่เกิดขึ้นลักษณะของ ท่อแตก อันนี้ก็จะเห็นท่อแตกระเบิดออกมาเป็นชิ้น ทําให้น้ํามันรั่วไหลออกมา ขณะที่รั่วไหล ออกมาวาล์ว (Valve) ก็จะปิดตามอัตโนมัติ ลักษณะของน้ํามันก็จะรั่วอย่างรุนแรง ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ ทางบริษัทมีการซ้อมทําการป้องกันภัยเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๖ โดยคณะกรรมการ กบน. ซึ่งมีกองทัพเรือ มีอาสาสมัคร มีบริษัทผู้เกี่ยวข้องบริษัทน้ํามัน ทุกบริษัท ผู้รับสัมปทานในอ่าวไทยทั้งหมด และบริษัทค้าขายน้ํามันก็ต้องมีการซ้อม ปฏิบัติการกันทุก ๓ ปี ผลการปฏิบัติการก็คือในช่วงของวันที่ ๒๗-๒๘ ก็มีการเอาสารเคมีโรย เพื่อจะให้น้ํามันดิบนั้นจับตัวเป็นก้อนจมสู่พื้นทะเล การที่โรยสารลงไปนะครับ เราคิดว่า น่าจะไม่เพียงพอ เราจึงสั่ง ซี ๑๓๐ (C-130) มาพ่นสารเพิ่มเติมขึ้นเพื่อจะให้ครอบคลุม ให้อยู่ในขอบเขตการทํางาน ซึ่งเคยมีการซักซ้อมกันไว้ ผลปรากฏการณ์ว่าเมื่อเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๒๘ ก็คาดว่าสิ่งที่ปฏิบัติการนั้นครบถ้วนเรียบร้อย ก็คิดว่าคงมี การตรวจการณ์รอบเกาะเสม็ดมีการตรวจการณ์รอบ ๆ บริเวณที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ โดยทางกองทัพเรือก็ได้ร่วมกันช่วยเหลือ ขณะที่เกิดเหตุขอกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นอยู่ระหว่างการเยือนประเทศโมซัมบิก ซึ่งเป็นการเยือน เป็นประเทศที่มีอนาคต ที่เป็นคู่ค้าสําคัญ ก็ได้สั่งการมายังที่กระทรวงพลังงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงคมนาคม ทุกกระทรวง ให้ลงไปเร่งทําการช่วยเหลือ วิธีการปฏิบัติการมีหลายแบบครับ เรามีการประชุม ผ่านโทรศัพท์คอนเฟอเรนซ์ (Conference) กันในการสั่งการ มีหน้าที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทเอกชนที่เป็นบริษัท พีทีทีจีซี (PTTGC) ก็มีทั้งคุณบวร ซึ่งอยู่พื้นที่ ก็ดูแลรายงานตลอดเวลา สิ่งที่สําคัญที่สุดคือการสั่งการนั้น เมื่อทางหน้างานรายงานว่าคิดว่า น่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ในเย็นวันที่ ๒๗ เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา นะครับ หลังจากนั้น ก็มีการพบว่ามีน้ํามันเข้ามาใกล้ชายฝั่งเมื่อเวลาประมาณ ๒ ทุ่มครึ่ง ก็มีการเตรียม เครื่องไม้เครื่องมือเข้ามาตรวจการณ์ และก็มาดูแลแก้ไขอย่างที่เป็นข่าวอยู่ทุกวันนี้ สิ่งที่รั่วไหลหลุดมาจากที่ดําเนินการนั้นมาถึงตรงอ่าวพร้าวอย่างไร ผมได้ตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าการปฏิบัติการนี้มีจุดใดที่บกพร่อง จุดใด ที่ล้มเหลว ก็เป็นเรื่องของบริษัทพีทีทีจีซีจะต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่ความเสียหายที่รับผิดชอบนั้นผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียว เป็นความรู้สึกที่มัน ปฏิบัติงานไม่ดี ก็ต้องว่ากันในภายหลัง ประการแรกที่เราตั้งธงกันก็คือว่าวิธีการปฏิบัติงาน ให้เกิดประสิทธิภาพก็คือว่า ๑. เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วจะต้องแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นให้ลุล่วง โดยรวดเร็วก่อน ประการที่ ๒ ก็ต้องมีมาตรการว่าจะรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมนั้นให้กลับคืนสู่ สภาพเดิมในระยะยาวอย่างไร ซึ่งอีกสักครู่เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจะเป็นผู้ตอบ และประการที่ ๓ ก็คือการเยียวยาผู้ที่เสียหายหรือผู้เกี่ยวข้อง ทั้งหมด สภาพการณ์ในการทํางานในช่วงเวลา เดิมนั้นไปดูนี่โชคดีอย่างมากที่น้ํามันดิบ ทั้งหมดเข้ามาที่อ่าวพร้าวอ่าวเดียว สิ่งที่พูดกันนี้ผมเป็นห่วงเรื่องการท่องเที่ยวของเกาะเสม็ด ซึ่งอ่าวพร้าวมีพื้นที่เพียง ๕ เปอร์เซ็นต์ ของเกาะเสม็ด หาดทั้งหมดมีทั้งหมด ๑๘ หาด อ่าวพร้าวเป็นหาดที่สั้น หาดทรายแก้วยาวสวยงามมีคนพัก การท่องเที่ยวเกาะเสม็ดนั้น สําคัญ การให้ข่าวเรายอมรับว่าความผิดพลาดของเรื่องน้ํามันดิบเป็นเรื่องของบริษัท หรือเรื่องของน้ํามันดิบเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การท่องเที่ยวเรื่องหนึ่ง การพูดอาจจะกระทบกับการท่องเที่ยวได้ ก็ใช้ความระมัดระวัง ซึ่งสื่อมวลชนทุกคน ก็ให้ความร่วมมือในการโปรโมท (Promote) เรื่องท่องเที่ยว แต่การต่อว่าต่อขานเรื่องบริษัท ที่ทําน้ํามันรั่วนั้นอีกเรื่องหนึ่ง เป็นที่ยอมรับได้นะครับ สิ่งสําคัญที่สุดครับ วันที่เราทํางานกัน มีอาสาสมัครมาช่วยกันดําเนินการที่อ่าวพร้าว มีทั้งกองทัพเรือ มีอาสาสมัครจากจังหวัดระยอง มีทั้งอาสาสมัครจากพีทีทีจีซีเอง ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงก็ลงมาขุดลอกน้ํามันเอง และมี ประชาชนท้องถิ่นก็มาร่วมช่วยกันด้วยนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ผมอยากจะให้ดูภาพหนึ่ง ซึ่งจะเห็นสถานการณ์ว่าในเวลาที่ผ่านมา ๓-๔ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๙ นะครับ สภาพเดิมจะเห็น น้ําทะเลดําเต็มที่เลยครับ วันที่ ๓๐ เราก็สามารถที่จะปรับปรุงทําให้มีสภาพดีขึ้น วันที่ ๓๑ ก็เกือบเข้าสู่ปกติ เมื่อเช้าวันนี้ครับ สภาพก็เข้าสู่ปกติ เพียงแต่ว่าสิ่งที่ต้องทําต่อไปก็คือว่า จะบูรณะให้กลับสู่สภาพเดิมอย่างไร ซึ่งอันนี้ก็ต้องมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดูแลไปตรวจสอบและก็กํากับครับ ขอบคุณครับ