สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

นิติภูมิ นวรัตน์ พูดถึงการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมบุคลากรและทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการสนับสนุนด้านงบประมาณ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคได้

ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นิติภูมิ นวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ๓ คนนี้ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากจังหวัดจันทบุรี มีผม มีดอกเตอร์ประวัฒน์ อุตโมท แล้วก็มีท่านชินวัฒน์ หาบุญพาด เราก็มาชุมนุมสุมศีรษะแล้วก็นั่งอ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๗ แล้วเราก็มีความเห็นพ้องต้องกันว่าเราจะรับหลักการ เราจะสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๗ แล้วเรา ก็นั่งอ่านโดยละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งหมด ๘ ยุทธศาสตร์ ที่เราสนใจมากในฐานะที่เรา ๓ คนนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากจังหวัดชายแดน ที่มีพรมแดนประชิดติดกับประเทศกัมพูชานี้ เราก็สนใจในยุทธศาสตร์เร่งรัดการพัฒนาประเทศ แล้วก็เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนซึ่งมีทั้งหมดอยู่ ๙ แผนงาน แต่ว่าในแผนงานหนึ่ง ที่กระทบต่อวิถีชีวิต กระทบต่อการกระดิกพลิกตัวของพวกเราทั้ง ๓ คน แล้วก็ต่อพี่น้องประชาชน คนจังหวัดจันทบุรีแล้วก็คนในภาคตะวันออกก็คือแผนงานที่ ๑.๑ แผนงานรองรับการเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน คือผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าตั้งแต่พุทธศักราช ๑๗๖๒ ที่เราก่อร่างสร้างกรุงสุโขทัยจนถึงเวลาที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ นั่นเป็น ระยะเวลา ๗๙๖ ปีนั้นเราไม่เคยเปิดเสรีมาก่อนเลย แต่ว่าหลังจากวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เราจะเปิดเสรีมากมายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเสรีด้านการค้าสินค้า เป็นการเปิดเสรี ด้านการค้าบริการ เป็นการเปิดเสรีด้านการลงทุน ด้านการเคลื่อนย้ายเงินทุน ด้านการเคลื่อนย้าย แรงงานที่มีฝีมือ ด้านสาขาเร่งรัด ๑๒ สาขา ในด้านอาหาร เกษตร แล้วก็ป่าไม้ อันนั้นหมายความว่า เป็นการเปิดเสรีอย่างมากจริง ๆ แล้วเราก็ต้องเตรียมบุคลากร เตรียมการกระดิกพลิกตัว ทุกด้านนั้นต้องใช้งบประมาณ เรามาดูนะครับว่าในงบประมาณ ๘,๐๓๙.๗ ล้านบาทนี่นะครับ จะว่าไปแล้วมันน้อยไปเสียด้วยซ้ำ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเราก็เห็นพ้องต้องกันว่าคราวนี้ เอาละเราจะใช้กุ้งฝอยตกปลากะพง ซึ่งผมอยากจะเรียนว่าในการพัฒนาบุคลากร การสร้าง ทรัพยากรของประเทศไทยเพื่อให้เข้าไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์นั้น มันไม่ใช่ว่าจะเดินเข้าไปอย่างเฉย ๆ มันต้องใช้งบประมาณเข้าไปสนับสนุน คือผมอยากจะ เรียนให้เห็นภาพอย่างนี้นะครับว่า วันนี้ถ้ามีนางพยาบาลคนหนึ่งจบจากวิทยาลัยพยาบาล จังหวัดจันทบุรีแล้วต้องการจะทำงานในโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในประเทศไทย การแข่งขันวันนี้ ก็แข่งขันกับคนแค่ ๖๕ ล้านคนเท่านั้นเอง มาจากจังหวัดเชียงราย มาจากจังหวัดพัทลุง มาจากจังหวัดอุดรธานี แต่ว่าหลังจากวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ไปแล้วการแข่งขัน มันไม่ใช่แข่งขันธรรมดา แต่มันจะกลายเป็นอภิพญามหายอดแข่งขัน ผู้คนจะมากมายถึง ๖๐๐ ล้านคน ๖๐๐ ล้านคนนี้มาจากไหนครับ มาจากประเทศบรูไน ๔๐๐,๐๐๐ คน มาจากประเทศสิงคโปร์ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน มาจาก สปป. ลาว ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน มาจากประเทศกัมพูชา ๑๕ ล้านคน มาจากประเทศมาเลเซีย ๒๘ ล้านคน มาจากประเทศฟิลิปปินส์ ๙๐ ล้านคน มาจาก ประเทศเวียดนาม ๘๘ ล้านคน แล้วก็มาจากประเทศอินโดนีเซียอีก ๒๕๐ ล้านคน เมื่อหลับตาจินตนาการรวมตัวเลขพวกนี้แล้วก็ ๖๐๐ กว่าล้านคนเสียด้วยซ้ำ การแข่งขัน มันเพิ่มขึ้นมาก แต่ถ้าเรายังจะปล่อยให้บุคลากรของเรา ปล่อยให้ทรัพยากรมนุษย์ของเราอยู่ แบบเดิม ๆ ไม่เพิ่มเติมงบประมาณลงไป แล้วผมอยากจะถามว่าเราจะไปแข่งขันกับเขา ได้อย่างไรครับ มันไม่ใช่เรื่องการแข่งขันอย่างเดียว แต่มันเป็นถึงเรื่องความร่วมมือกันด้วยนะครับ คนที่จะร่วมมือกันก็ต้องมีความรู้ซึ่งกันและกัน แล้วบั้นปลายท้ายต่อไปท่านประธานก็คงจะ เคยได้ยินนะครับว่าอาเซียน+3 คำว่า อาเซียน+3 นั่นหมายความว่ามีประเทศเกาหลี มีประเทศญี่ปุ่น มีประเทศจีน เข้ามาบวก ประเทศเกาหลีวันนี้ประชาชาการซัดไปเท่าไรแล้วครับ ๔๙.๙ ล้านคน ประเทศญี่ปุ่นวันนี้ ๑๒๖ ล้านคน ประเทศจีน ๑,๓๐๐ กว่าล้านคน ถ้าลอง หลับตาจินตนาการ ถ้าเรารวมตัวเลขพวกนี้มันซัดเข้าไป ๒,๐๖๘ ล้านคน บั้นปลายท้ายต่อไป ท่านประธานก็คงจะเคยได้ยินครับ ท่านคงจะเคยได้ยินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พูดถึงว่าอาเชียน+๖ นั่นหมายความว่าก็จะมีประเทศออสเตรเลีย มีประเทศนิวซีแลนด์ มีประเทศอินเดียเข้ามา ประเทศออสเตรเลียกับประเทศนิวซีแลนด์มันไม่กระไรนักหรอกครับเพราะประชากรไม่มาก แต่ประเทศอินเดียนั้นประชากร ๑,๑๐๐ กว่าล้านคน รวมตัวเลขเข้าไปแล้วนี่นะครับ ก็ตก ๓,๒๐๐ กว่าล้านคน นั่นครึ่งหนึ่งของประชากรของโลก นั่นมันหมายความว่าครึ่งหนึ่ง ของจีดีพีของโลกนี้ทีเดียวนะครับ ดังนั้นการเตรียมตัว เตรียมบุคลากรของเรา เตรียมเยาวชน คนไทยของเราทุกตรอก ซอก มุมของประเทศจำเป็นต้องใช้งบประมาณ คือผมอยากจะเรียน นะครับว่านอกจากจะในเรื่องของการเตรียมผู้คนแล้วก็ยังต้องเตรียมให้คำปรึกษานักลงทุน ซึ่งอันนี้ในงบประมาณโดยสังเขปของทางรัฐบาลที่จัดมาก็บอกโดยละเอียดว่าจะต้องเตรียม ให้คำปรึกษานักลงทุน ทุกวันนี้นโยบายของรัฐบาลเท่าที่ผมได้ติดตาม เรามีนโยบายไม่เอาไข่ ไปใส่ตะกร้าใบเดียวเหมือนกับรัฐบาลอื่น ๆ อันนั้นหมายความว่านอกจากเราจะให้ประชาชน คนไทยได้ลงทุนอยู่ทุกตรอก ซอก มุมในประเทศไทย นอกจากจะเชื้อเชิญผู้คนจากต่างประเทศ มาลงทุนในประเทศไทย เรายังส่งเสริมให้นักลงทุนไทย ให้ผู้ประกอบการชาวไทยได้ไปลงทุน ในประเทศรอบ ๆ หรือในประเทศในกลุ่มอาเซียนของเรา ไม่ว่าจะเป็นอาเซียนเก่า ไม่ว่าจะเป็น อาเซียนใหม่ แต่ว่าการลงทุนทั้งหมดทั้งปวงเราก็มีความจำเป็นที่จะต้องรู้เรื่องของ เพื่อนบ้าน ในรัฐบาลที่ผ่านมาหลาย ๆ รัฐบาลนี่นะครับ เวลาเมื่อได้รับสตางค์เพื่อจะเตรียม บุคลากรเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ก็มักจะเอาสตางค์ไปทำอะไรครับ เอาไปแค่ ซื้อถุงอาเซียน เอาไปแค่ซื้อชุดอาเซียนแล้วก็รำกันอยู่นั่นละครับ แล้วก็ปักกันเต็มล้อมรอบ โรงเรียน ปักกันตามสถานที่ต่าง ๆ นานา เมื่อท่านได้ดูในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ผมนั่งดูนี่นะครับ แล้วก็มีความภูมิใจ แล้วไม่ได้ดู คนเดียว ทั้งดอกเตอร์ประวัฒน์ อุตโมท ทั้งท่านชินวัฒน์ หาบุญพาด เรา ๓ คนชุมนุม สุมศีรษะดูกันเราก็พบว่าครบหมดเลยครับ เกือบจะทุกกระทรวง ทบวง กรม เกือบจะ ทุกหน่วยงาน แล้วเกือบจะทุกมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะไกลใกล้อย่างไรได้รับงบประมาณ หมดนะครับ นั่นหมายความว่าเราทั้งหมดทั้งปวง ทั้ง ๖๕ ล้านคน เรามีความพร้อม ในการที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ อย่างหนึ่งที่ผมกังวลใจ มีความพอใจนะครับ คือแต่เดิมมีความกังวลใจ แต่มาคราวนี้ก็มีความพอใจที่รัฐบาลได้สนใจเกี่ยวกับเอ็มอาร์เอ (MRA) คือในการพัฒนาบุคลากรเพื่อไปสู่เอ็มอาร์เอ เอ็มอาร์เอหมายความว่าเป็นข้อตกลง มาตรฐานวิชาชีพร่วมกัน การเคลื่อนย้ายบุคลากรใน ๘ สาขาวิชาชีพในกลุ่มประชาคมอาเซียน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้โดยเสรีอย่างแท้จริงครับ แต่มันก็จะบรรเทาเบาบางลง ไม่ว่าจะเป็นสาขา ด้านการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านทันตแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านพยาบาล ไม่ว่าจะเป็น นักบัญชี เป็นช่างสำรวจ เป็นสถาปนิก เป็นวิศวกร หรือว่าเป็นพวกแบบนี้นะครับ เราทั้งหมด ๘ สาขาวิชาชีพ มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มเติม คือมีความจำเป็นที่จะต้องเอางบเข้าไปใส่ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อันตรายที่สุดก็เป็นเรื่องสาขาการท่องเที่ยว เมื่อเราดูในงบประมาณ โดยสังเขป ทางรัฐบาลบอกไว้ชัดเจนว่าจะเอางบประมาณส่วนหนึ่งของ ๘,๐๓๙ ล้านบาท ไปใส่เพื่อที่จะพัฒนาบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยว คือถ้าเป็นทางด้านสาขาอื่นมันยังพอมี สิ่งกรอง ยกตัวอย่างเช่นถ้าเป็นสาขาทางการแพทย์ ถ้าเป็นสาขาทางพยาบาล เป็นสาขา ทางทันตแพทย์ก็ยังมีใบประกอบโรคศิลปะ ถ้าเป็นพวกสถาปนิก ถ้าเป็นพวกวิศวกร เป็นพวกช่างสำรวจมันก็ยังมีใบประกอบวิชาชีพ แต่อย่างหนึ่งที่ต้องทุ่มอย่างมากที่สุดเลย ก็คือทางด้านการท่องเที่ยว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ประกาศ มาแล้วนะครับว่าในปี ๒๕๕๘ รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะมีมากถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะมีมากหรือไม่มากอย่างไร ผมเชื่อในความพยายามของทางรัฐบาล แต่เงินที่เข้ามาในประเทศของเราจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะตกไปสู่ผู้คนของเราได้ครบถ้วนทุกอย่างได้อย่างไร ถ้าเกิดว่าเราถูกแย่งงานจากเพื่อนบ้านประเทศอื่น ๆ การถูกแย่งงานนี่นะครับเราสามารถ จะป้องกันได้ด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเรา แล้วเราจะเห็นว่าสาขาการท่องเที่ยว นอกจากจะไม่มีสิ่งกรองแล้ว เรายังมีข้อด้อยอยู่อย่างหนึ่งก็คือเรื่องของภาษาอังกฤษ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นจะต้องทุ่มงบลงไปนอกจากจะพัฒนาภาษาอังกฤษและยังพัฒนาองค์ความรู้ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านต่าง ๆ นี้ด้วยนะครับ ดังนั้นก็เห็นด้วยที่รัฐบาลนั้นจะเอางบไปใส่ ในตรงนี้ ผมอยากจะเรียนว่าด้านการท่องเที่ยวนั้นมันจะแบ่งอาชีพออกเป็น ๒ ด้านที่ว่า โดยเสรีนี่นะครับ ด้านหนึ่งเป็นด้านสาขาที่พัก นั่นหมายความว่าเป็นด้านโรงแรม แล้วอีกด้านหนึ่ง เป็นด้านการท่องเที่ยว ด้านสาขาที่พักนี่นะครับท่านประธาน ไม่น่าเชื่อว่าแม้แต่ตำแหน่งบริกร นี่ก็ยังเสรี ถ้าเป็นตำแหน่งแพทย์นั่นหมายความว่ายังมีที่กรองก็ยังต้องมีใบประกอบโรคศิลปะ แต่ตำแหน่งบริกรนี่ไม่มีอะไรกรองเลยนะครับ พวกรีเซฟชัน (Reception) ต่าง ๆ นี่ไม่มีอะไร กรองทั้งหมด ทั้งสิ้นทั้งปวงเมื่อวันนั้นมันมาถึงผมอยากจะเรียนว่าเรามีทั้งข้อได้เปรียบและมี ทั้งข้อเสียเปรียบ เมื่อเราทราบอย่างนี้แล้วก็มีความจำเป็นต้องเอางบประมาณหย่อนลงไปละครับ ในประเทศไทยของเรานี่นะครับเรายังมีความรู้เรื่องเพื่อนบ้านน้อยมากจริง ๆ งบประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่จะใส่ลงไปนี่นะครับ ผมก็อยากจะแนะนำรัฐบาลไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยว่า น่าจะใส่ลงไปให้มีองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนบ้าน ในห้วงช่วงประมาณ ๑๐ ปีที่ผ่านมา มีแรงงานจากเพื่อนบ้านของเราในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเมียนมาร์ ไม่ว่าจะเป็น ประเทศกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็น สปป. ลาว เดินทางเข้ามาทำงานอยู่ในประเทศไทย คนพวกนี้ ทำงานในบ้านเรือนผู้คน ทำงานในโรงงาน ทำงานในบริษัท เป็นคนรับจ้างทำงานตามบ้าน มาอยู่บ้านเรา ๒ ปี ๓ ปีแล้วก็กลับไป มาอยู่บ้านเรา ๔-๕ ปีแล้วกลับไป กลับไปแล้วก็กลับมา นี่นะครับ ผมอยากจะเรียนว่าคนพม่า คนลาว คนกัมพูชาพวกนี้ เมื่อเขามาอยู่บ้านเราเขาก็ เรียนรู้ภาษาไทย เขารู้จักวิธีคิดแบบคนไทย รู้ว่าจะเดินทางจากจังหวัดสมุทรสาคร เดินทางจาก จังหวัดสมุทรสงครามมายังกรุงเทพฯ ได้อย่างไร รู้ว่าจะมาจากแม่สอด จะมากรุงเทพฯ ไปเที่ยวสวนจตุจักรไปได้อย่างไร คนพวกนี้กลับไปอยู่ในบ้านเรือนของพวกเขา ตามเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เกิดขึ้นมาประตูอาเซียนก็เปิดขึ้น เมื่อประตูอาเซียน เกิดขึ้นท่านประธานลองหลับตาจินตนาการนึกดูว่าคนพวกนี้สามารถจะรู้เขา รู้เรา แล้วเราจะ แข่งขันกับเขาได้อย่างไรครับ แต่ในขณะเดียวกันคนของเรายังรู้เรื่องของพม่าน้อยมากนะครับ ผมเป็นคนเกิดจังหวัดตราดและมาอยู่จังหวัดจันทบุรี ถ้าวันนั้นวิญญาณผมลอยไปตกในนครย่างกุ้ง ผมไม่ได้ชื่อนิติภูมิ นวรัตน์ หรือไม่ได้ชื่อเดิมว่าบุญช่วย อยู่พร้อม อะไรล่ะครับ ผมจะต้องชื่อ วัน เดือน ปีเกิด เอาเรื่องนี้มาพูดเพราะอยากจะชี้ อยากจะเรียนรับใช้ท่านประธานว่า มีองค์ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ หรือใหญ่โตมากมายหลายอย่างที่คนไทยไม่ทราบ แล้วพอไม่ทราบ มันก็จะเกิดผลลบหลังจากเปิดประตูอาเซียนอย่างสมบูรณ์แล้วนี่นะครับ ถ้าวิญญาณผม ไปตกในนครย่างกุ้งผมต้องมีชื่อและนามสกุลตามวัน เดือน ปีเกิด ผมเกิดวันอาทิตย์ผมก็ชื่อออง ใครก็ตามเกิดวันอาทิตย์ในประเทศพม่าจะต้องชื่ออองหมด ยกตัวอย่างเช่น นายพล ออง ซาน ท่านเกิดวันอาทิตย์ ผมเกิดเดือนมิถุนายนผมก็ต้องใช้ว่าเมี๊ยด ผมเกิดตอนบ่ายผมก็ต้องใช้ตู ดังนั้นคนพม่าจึงไม่มีนามสกุลใช้ วันนี้ก็เกิดปัญหาขึ้น ผมไปที่อำเภอแม่สอดปรากฏว่านักธุรกิจคนไทย มาพูดจากับผมว่าพอไปทำมาค้าขายกับทางพม่าแล้วก็ไปลงทุนกัน แล้วพอมีเรื่องมีราว โกงกันขึ้นมาพอขึ้นศาลไม่เคยหาจำเลยได้เลย เพราะคนที่ชื่อออง เมี๊ยด ตู นั้นมันมีเป็นล้าน ๆ คน คนเกิดวันอาทิตย์มีเป็นล้านคน คนเกิดเดือนมิถุนายนก็มีเป็นล้านคน ดังนั้นองค์ความรู้ง่าย ๆ อย่างนี้นะครับ แล้วไม่ใช่ว่าอยู่ไกล ถ้าอยู่จังหวัดศรีสะเกษไม่รู้เรื่องพม่าก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าอยู่จังหวัดจันทบุรีไม่รู้เรื่องพม่านี่ก็อีกเรื่องหนึ่ง นั่นอยู่ที่อำเภอแม่สอดมีพรมแดนประชิดติดกัน กับประเทศพม่าแท้ ๆ ยังไม่รู้เลยว่าคนพม่าไม่มีนามสกุลใช้ เกิดเรื่องราวขึ้นโรงขึ้นศาลขึ้นมา หาตัวจำเลยไม่เคยเจอเลยครับ เพราะคนชื่อนี้ นามสกุลนี้มันมีบานเบอะเยอะแยะเป็นล้าน ๆ คน นี่เป็นหนึ่งในบรรดามากมายหลายพัน นับหมื่น เป็นแสนตัวอย่างที่เราไม่เคยรู้เรื่องของ เพื่อนบ้านเลย ดังนั้นผมจึงอยากจะเรียนว่างบประมาณของทางรัฐบาลที่ได้ใส่มา ๘,๐๓๙ ล้านบาทเพื่อที่จะ รองรับแผนงานการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์นั้นสมควรแล้วครับ ไม่ว่าจะใช้ ในด้านพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผู้ประกอบการไทย ไม่ว่าจะใช้ในการให้คำปรึกษานักลงทุน ให้ทำบริการโลจิตติกส์ สร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว ยกระดับคุณภาพการศึกษา ยกระดับแรงงานและพัฒนาทักษะ กฎหมาย ระเบียบ สร้างความรู้ความเข้าใจในด้านสังคม ด้านศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ตลอดจน ความร่วมมือในด้านความมั่นคงและภัยคุกคามระหว่างประเทศอาเซียน และที่สำคัญที่สุด ขอเวลานิดเถอะครับ ก็คือเรื่องการเป็นศูนย์กลางการผลิต วิจัย พัฒนา เทคโนโลยีเกี่ยวกับ เมล็ดพันธุ์พืชเพื่อใช้ในประเทศและส่งออก ท่านประธานครับ มีบางประเทศเล็ก ๆ นะครับ ที่มีเนื้อที่แค่ประมาณ ๗๐๐ ตารางกิโลเมตรเท่านั้น วันนี้ได้เพิ่มยุทธศาสตร์ เพิ่มอย่างไรครับ แต่เดิมสนใจด้านการโทรคมนาคม แต่เดิมสนใจด้านการเงิน การธนาคาร วันนี้นายกรัฐมนตรี ของประเทศนั้นมาพูดจาปราศรัยแล้วว่าจะให้ประเทศตัวเองนั้นเป็นศูนย์กลางทางด้าน พลังงาน และเป็นศูนย์กลางทางด้านเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร เป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่เลยประเทศมาเลเซียไปนิดเดียว ท่านประธานอาจจะบอกว่าท่านก็ไปประเทศนี้มา มากมายหลายครั้ง ท่านอาจจะหัวเราะจนฟันกระเด็นออกมานอกปากว่าประเทศเล็ก ๆ มีพื้นที่แค่ ๗๐๐-๘๐๐ ตารางกิโลเมตร จะเป็นศูนย์กลางการเกษตรและอุตสาหกรรม การเกษตรได้อย่างไร วันนี้ในประเทศนี้มีพื้นที่แค่ ๗๐๐-๘๐๐ ตารางกิโลเมตร แต่หลังจาก ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ประเทศนี้จะมีพื้นที่ ๔,๕๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร มันเพิ่ม มาจากไหนครับ เพิ่มมาจากการเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเสรี อย่ามองเฉย ๆ อย่ามอง แบบไม่ใส่งบประมาณลงไป วันนี้รัฐบาลเร่งรัดทำ ๒-๓ อย่างรัฐบาลนี้น่าเห็นใจมาก อย่างแรกคนเขาทำเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้านไว้ ทะเลาะกับประเทศพม่า ทะเลาะ กับ สปป. ลาว ทะเลาะกับประเทศกัมพูชา รัฐบาลนี้เข้ามา มาส่งเสริมความสัมพันธ์จนเป็น ปกติ จนดีกว่าปกติ และเรากำลังจะทำให้มากกว่าปกติ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ