อนุรักษ์ สนับสนุนงบฯ 2557 เร่งสร้างรถไฟสายอีสานกลาง เชื่อมโยงไทย-ลาว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยเน้นย้ำความสำคัญของยุทธศาสตร์ที่ 3 ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะโครงการสร้างรถไฟสายอีสานกลางซึ่งล่าช้ามาตั้งแต่ปี ๒๕๐๙ และเรียกร้องให้เร่งดำเนินการก่อสร้างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเสริมสร้างความเข้มแข็งในการเชื่อมโยงแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตกผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 จังหวัดมุกดาหาร

นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งตั้งงบประมาณไว้ทั้งสิ้น ๒,๕๒๕,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๑๙.๑ ของจีดีพี ซึ่งมีทั้งหมด ๘ ยุทธศาสตร์ แล้วก็ หลายยุทธศาสตร์นั้นท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมขออภิปรายในยุทธศาสตร์ที่ ๓ ซึ่งตามยุทธศาสตร์ที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปีนี้ได้จัดสรรงบประมาณไว้ทั้งสิ้น ไม่ต่ำกว่า ๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อดำเนินยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ โครงการที่จะสร้างรถไฟไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ซึ่งรถไฟสายที่จะไป อีสานเหนือตอนกลางนั้นมีตำนานมายาวนานมากท่านประธานครับ มีโครงการมาตั้งแต่ ปี ๒๕๐๙ ๔๗ ปีมาแล้วนะครับ แต่พี่น้องชาวอีสานกลางของเราก็ยังไม่เคยได้รับและยังไม่เคย เห็นรถไฟสายนี้เลย ประวัติความเป็นมาของรถไฟสายนี้ครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ คณะรัฐมนตรี ในสมัยนั้นได้ให้ศึกษาความเป็นไปได้ ก็หายไปอีก ๕ ปี จนมาปี ๒๕๓๗ คณะรัฐมนตรีสมัยนั้น ก็ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาความเหมาะสมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็มาจนปี ๒๕๔๐ คณะรัฐมนตรี ในสมัยนั้นเห็นชอบให้สร้างรถไฟสายบัวใหญ่-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม เสร็จแล้วก็ยัง ไม่ได้สร้างครับ หายไปอีก ๘ ปี จนปี ๒๕๔๘ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางไปทัวร์นกขมิ้นที่ภาคอีสาน พี่น้องชาวอีสานกลางก็ได้เรียกร้องให้รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณนั้นให้สร้างรถไฟสายนี้ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก็ได้มีมติ คณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นว่าให้สร้างรถไฟสายนี้โดยเร่งด่วน เสร็จแล้วก็เกิดวิกฤติทางการเมือง ก็มีการยึดอำนาจรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๔๙ รถไฟสายอีสานกลางนี้ก็ยังไม่ได้สร้างเหมือนเดิม จนมาถึงปี ๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินทางลงไปหาเสียงในภาคอีสานกลาง ก็ได้รับความเรียกร้องจากพี่น้องชาวอีสานกลางว่าอยากให้สร้างรถไฟสายนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์เองก็รับปากว่าถ้าได้มาเป็นรัฐบาลแล้วจะสร้างรถไฟสายนี้ให้ได้ หลังจากนั้นท่านก็ได้ ทำตามที่รับปากไว้กับพี่น้องประชาชนชาวอีสานกลาง โดยมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖ เห็นชอบให้สร้างรถไฟสายบ้านไผ่ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดนครพนม เป็นรถไฟรางคู่นะครับ ซึ่งงบประมาณปี ๒๕๕๖ ก็ได้ ตั้งค่าออกแบบรถไฟสายนี้ไว้แล้ว ๔๐ ล้านบาท แล้วร่างพระราชบัญญัติปีนี้ปี ๒๕๕๗ ก็มีอีก ๑๖๐ ล้านบาท รวมเป็น ๒๐๐ ล้านบาท เพื่อสร้าง เพื่อออกแบบรถไฟสายนี้ ซึ่งจะผ่านทั้งหมด ๕ จังหวัด ๑๔ อำเภอ ต้นทางอยู่ที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ที่อำเภอกุดรัง อำเภอบรบือ และอำเภอเมืองมหาสารคาม เข้ามาจังหวัดร้อยเอ็ด ที่อำเภอเมืองร้อยเอ็ด อำเภอเชียงขวัญ อำเภอโพนทอง และไปที่อำเภอหนองพอก เข้าสู่ จังหวัดมุกดาหารโดยผ่านอำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอเมืองมุกดาหาร แล้วก็อำเภอว่านใหญ่ ปลายทางอยู่ที่จังหวัดนครพนม ผ่านอำเภอธาตุพนม อำเภอเรณูนครพนม แล้วไปหยุดอยู่ ที่อำเภอเมืองนครพนม ซึ่งรถไฟสายนี้เป็นรถไฟที่ผ่านไปอีสานกลาง และมีอีกหลายจังหวัด พี่น้องประชาชนที่รถไฟยังไม่ถึงนั้นไม่ต้องเสียใจนะครับ เนื่องจากว่าโครงการรถไฟนี้เขาบอกว่า ต้องสร้างเส้นกลางไปเสียก่อน ส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสกลนคร จังหวัดยโสธร และจังหวัดอำนาจเจริญนั้นจะเป็นก้างปลาออกไป เชื่อว่าทุกจังหวัดในภาคอีสานตอนกลางนั้น จะได้มีรถไฟเหมือนทุก ๆ จังหวัด และหากโครงการนี้เสร็จแล้วจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ โดยรวมของพี่น้องชาวอีสานและของประเทศไทยอีกมากมายมหาศาล นอกจากการขนส่ง โดยระบบรางดังที่ผมกล่าวแล้ว สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ ๒ ที่จังหวัดมุกดาหาร สะหวันนะเขต สปป. ลาว ซึ่งเปิดใช้เมื่อปี ๒๕๕๐ นั้น มียอดการส่งออกนำเข้าทั้งหมด เป็นจำนวนเงิน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อปี ๒๕๕๕ คือส่งออกไป ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นำเข้ามา ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นอัตราการส่งออกนำเข้าซึ่งทำให้ประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้า เป็นอย่างยิ่ง และอีกช่องทางหนึ่งสะพานสายนี้จะเป็นการขนส่งสินค้าไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน อีกหลายประเทศ และยังจะเพิ่มความแข็งแกร่งในการเชื่อมโยงแนวระเบียงเศรษฐกิจ ตะวันออก ตะวันตก หรือที่เรียกกันว่าอีสต์ เวสต์ อีโคโนมิก คอร์ริดอร์ (East West Economic Corridor) ซึ่งจะเชื่อมโยงประเทศไทย สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม และจะส่งผลถึงมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอีกมหาศาลเช่นเดียวกันนะครับ เท่านี้ยังไม่พอ คณะรัฐมนตรีโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเห็นว่าการค้าชายแดน จังหวัดมุกดาหารซึ่งมียอดการค้าสูงนั้น จึงมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อคราวประชุมที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เห็นชอบให้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดนครพนม และจังหวัดหนองคาย ซึ่งทั้ง ๓ จังหวัดในขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อ เสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดนครพนม และจังหวัดหนองคาย ส่วนจังหวัดมุกดาหารนั้นก็ได้ร่วมมือกับจังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดยโสธรเสนอให้ปรับปรุงท่าสนามบินเก่าที่อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ก็คงอยู่ ในงบประมาณปี ๒๕๕๗ นี้ หลังจากปรับปรุงสนามบินที่อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร แล้วเพื่อรองรับนักลงทุนที่จะไปลงทุนในแถบจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดนครพนม แล้วก็ รองรับพี่น้อง ๓ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดยโสธร จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดอำนาจเจริญ อย่างที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องสะพาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถไฟรางคู่นะครับ ทั้งหมดนี้ไปจะเชื่อมโยงเพื่อเตรียมความพร้อม เพื่อจะนำเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี ๒๕๕๘ อย่างเต็มภาคภูมิ ผมคาดว่าประเทศไทยเราจะไม่น้อยหน้าประเทศใด ๆ ในอาเซียนนะครับ แล้วก็หากร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทซึ่งอยู่ในสภาแห่งนี้กำลังพิจารณาอยู่ ผ่านวาระที่สอง วาระที่สามไปแล้ว ผมเชื่อว่าประเทศไทยเราจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ แล้วจะเป็นผู้นำในอาเซียนอย่างเต็มภาคภูมิ ผมกราบเรียนว่าพรรคเพื่อไทยเราได้มีวิสัยทัศน์ ในการพัฒนาประเทศอย่างที่พี่น้องประชาชนชาวอีสาน หรือพี่น้องประชาชนทุกภาคได้เห็น วิสัยทัศน์ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แล้วก็พรรคเพื่อไทยของเราว่าได้ทำโครงการ แต่ละโครงการนั้นเป็นโครงการที่สามารถจับต้องได้ เป็นโครงการที่สามารถนำพาประเทศ ไปสู่ความเจริญอย่างยิ่งใหญ่ อย่างใหญ่หลวง และผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยของเรานั้นคงจะ นำพาอีกหลายสิ่งหลายอย่างให้เกิดกับพี่น้องประชาชน ส่วนงบประมาณต่าง ๆ ในปีนี้ที่ จัดสรรงบประมาณให้กับทุกหน่วยทุกองค์กรนั้นผมเชื่อว่าจะทำให้ประเทศไทยนั้นเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป ผมจึงสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ นี้ อย่างที่เหตุผลดังกล่าวมาครับ ขอบคุณครับ