ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อภิปรายเรื่องราคายางพารา และการดำเนินการของรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่มีรายได้น้อย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธานได้ใช้ขาตั้งเพื่อประกอบการอภิปราย ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าตั้งแต่ช่วงเมื่อวานเวลาประมาณ ๔ ทุ่ม ถึงปิดการประชุมประมาณเที่ยงคืนเศษก็ได้มีการพูดถึงเรื่องราคายางพารา ซึ่งผม ก็ขออนุญาตท่านประธานได้ใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงทำความเข้าใจกับท่านประธานแล้วก็ ท่านสมาชิก แล้วก็พี่น้องประชาชนที่กำลังรับชมการถ่ายทอดสดอยู่ในขณะนี้ เพราะว่า ผมต้องเรียนเพื่อปูพื้นฐานให้ได้เข้าใจว่าในเรื่องของยางพาราสำหรับรัฐมนตรีที่เข้ามา รับผิดชอบ ยางพาราว่าไปแล้วก็คือเป็นสินค้าทางเศรษฐกิจที่สำคัญ แล้วก็กระทรวงเกษตร และสหกรณ์รับผิดชอบโดยตรง คนที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่รับผิดชอบเรื่องยางพาราจะได้รับการมอบหมายให้ดูแล ๓ หน่วยงานที่สำคัญด้วยกัน ก็คือมีองค์การสวนยางหรือ อสย. สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางหรือ สกย. ซึ่งมีหน้าที่ในการเก็บเงินเซสส์ (CESS) และอีกหน่วยงานหนึ่งก็คือกรมวิชาการเกษตร ที่มีสถาบันวิจัยยาง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะได้รับผิดชอบ ๓ หน่วยงานนี้ก็คือจะได้ดูแลเรื่องยางทั้งระบบ ซึ่งเนื่องจากว่าการดูแล ๓ หน่วยงาน ก็มีปัญหาในเรื่องความซ้ำซ้อน เรื่องความไม่เป็นเอกภาพต่าง ๆ ก็ได้มีการแก้กฎหมาย ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านการพิจารณาในชั้นสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วก็คือ พ.ร.บ. การยาง แห่งประเทศไทย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในการพิจารณาในชั้นของวุฒิสภานะครับ ทีนี้ผมก็ต้อง เรียนท่านประธานนะครับว่าผมเองก็เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนที่ ๓ ในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เข้ามารับผิดชอบในเรื่องของ ยางพารา ท่านประธานครับ รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านก็มีความตั้งใจต้องการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางผู้มีรายได้น้อย ในขณะที่ราคายางพาราได้ลดลงมาในระดับราคาที่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ก็ได้มีโครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพราคายางพาราขึ้น ซึ่งโครงการดังกล่าวก็รับซื้อยางพาราจากเกษตรกรชาวสวนยางในราคากิโลกรัมละประมาณ ๑๐๐ บาท ซึ่งตอนที่ผมเข้ามาโครงการนี้ก็ได้ดำเนินการมาแล้ว แต่ว่าในช่วงที่ผมเข้ามา ผมก็ได้มีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ใหม่ว่าเกษตรกรชาวสวนยางที่เข้ามาร่วมโครงการ จะต้องมีเนื้อที่เป็นเจ้าของสวนไม่เกินรายละ ๒๕ ไร่ คือคุณจะมี ๑๐๐ ไร่ ๑,๐๐๐ ไร่ คุณก็ขายได้ไม่เกิน ๒๕ ไร่ เพื่อต้องการให้เงินถึงมือเกษตรกรรายย่อยจริง ๆ แล้ว ๑ เดือน คุณก็กรีดได้ ๑๗ วัน ๑ ไร่คุณก็กรีดได้ ๒ กิโลกรัมต่อวันต่อไร่ เดือนหนึ่งก็ได้ ๑๗ วัน ซึ่งผมก็เรียนท่านประธานครับว่าโครงการนี้ทั้งหมดคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินให้ทั้งหมด ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่มีการใช้เงินไปจริง ๆ ประมาณ ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือใช้เงินไม่หมด แต่ว่าโครงการก็ได้ปิดไปเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคมที่ผ่านมา แล้วยางทั้งหมดก็ยังอยู่ในสต็อก แล้วก็อยู่ในสภาพที่ดียังไม่ได้มีการขาย แล้วของยังเหลืออยู่อย่างครบถ้วน และการทำ โครงการทั้งหมดก็ต้องเรียนท่านประธานว่าเราทำอย่างโปร่งใส ไม่มีการทุจริต แล้วก็ได้ให้ หน่วยงานข้างนอกไม่ว่าจะเป็น สตง. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ช่วยในการตรวจสอบต่าง ๆ ด้วยเพื่อความโปร่งใส นี่ผมเรียนท่านประธานนะครับ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ช่วยในการตรวจสอบต่าง ๆ ด้วย เพื่อความโปร่งใส นี่ผมเรียนท่านประธานนะครับ ท่านประธานครับ ผลการดำเนินการของ โครงการก็ทำให้ราคายางได้มีราคาที่มีเสถียรภาพ และผมต้องเรียนท่านประธานนะครับว่า วันนี้ต้องพูดความจริงกัน คือจะมาอภิปรายมาบอกว่าราคายางกิโลกรัมละ ๗๐ บาท ซึ่งมัน ไม่เป็นความจริงนะครับ วันนี้ผมก็ต้องขอเอาราคาที่เป็นราคากลาง ผมเอามาจากราคาของ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจมีหน้าที่ในการเก็บเงินเซสส์ ราคาเมื่อวานนี้ ขอให้กล้องได้โคลส (Close) เข้ามาด้วยนะครับ ราคาเมื่อวานนี้วันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ราคายางเอฟโอบี ราคาส่งออก ณ ท่าเรือกรุงเทพอยู่ที่ ๙๒.๔๐ บาท ราคายางที่ตลาดกลางหาดใหญ่ ยางแผ่นรมควันชั้น ๓ อยู่ที่ ๘๘.๕๙ บาท ยางแผ่นดิบ ๘๔.๑๙ บาท อันนี้คือราคากลางที่อ้างอิงนะครับ ผมก็ต้องเรียนท่านประธานว่าถ้ามันต่ำกว่านั้น มันถูกกว่านั้นท่านก็เอามาขายที่ราคากลางสิครับ และผมก็เรียนท่านประธานนะครับว่า ต้นทุนเราอยู่ประมาณ ๑๐๐ บาท เมื่อวานนี้ ๙๒.๔๐ บาท ซึ่งวันนี้ท่านประธาน ถ้าตลาดกลางเปิดในช่วงประมาณเที่ยง ผมเชื่อว่าวันนี้ราคายางก็จะขึ้นไปอีกเพราะว่าปัจจัย จากค่าเงินบาทที่อ่อนลงเมื่อวานนี้ในช่วงบ่ายแล้วก็เช้าวันนี้ ผมก็ต้องเรียนท่านประธานนะครับ ถ้าผมว่าราคายางพาราวันนี้ทำไมยังไม่ถึง ๑๐๐ บาท ผมก็ต้องเรียนว่าปัจจัยสำคัญเกิดจาก เรื่องค่าเงินบาท ขณะนี้เราขายอยู่กิโลกรัมหนึ่งประมาณ ๓ เหรียญ ถ้าเวลานี้ในช่วงเดือนนี้ เมื่อปีที่แล้ว ๑ ยูเอสดอลลาร์ประมาณ ๓๓ บาท ก็จะได้ประมาณ ๑๐๐ นะครับ แต่ขณะนี้ เงินบาทเรา ณ วันนี้ประมาณ ๓๐ บาท ซึ่งก็ได้ประมาณ ๙๒-๙๓ บาท ผมก็ต้องเรียนท่าน ประธานนะครับว่า ณ ขณะเดียวกันโครงการที่กำลังดำเนินการในขณะนี้ผมก็เชื่อว่า จะไม่ขาดทุนนะครับ เพราะว่าราคาก็ใกล้เคียงกับราคาต้นทุนเรา และผมก็ต้องเรียนครับว่า ราคาต้นทุนที่ซื้อในราคาประมาณกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เงินก็ถึงมือเกษตรกรรายย่อย แล้วก็เป็นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง อย่างแท้จริง และผมต้องเรียนต่อครับท่านประธานครับว่าโครงการแบบนี้มันไม่ใช่ว่า เพิ่งจะทำนะครับ เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร โครงการนี้ก็เคยเกิดมาก่อนแล้ว และผมก็ต้องเรียนครับว่า ตั้งแต่สมัยที่ท่านชวน หลีกภัย มาเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรกในช่วงปี ๒๕๓๕-๒๕๓๘ ท่านประธานไปดูสิครับว่าราคายางเท่าไรครับ ในขณะนั้นกิโลกรัมหนึ่งประมาณ ๑๗ บาท แล้วก็เคยมีโครงการเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยนั้น สมัยนั้นก็มีท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และท่านก็พ้นไป ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็เข้ามารับผิดชอบต่อในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และโครงการในขณะนั้นก็มีการใช้เงินไปทั้งหมดประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ขาดทุนไปทั้งสิ้นประมาณ ๓,๓๐๐ ล้านบาท และต่อมาราคายางก็มีปัญหาอีก ในอีกระยะหนึ่งนะครับ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๔๐ ราคายาง ขณะนั้นก็ประมาณ ๒๓ บาทต่อกิโลกรัม สมัยนั้นรัฐมนตรีที่รับผิดชอบก็คือนายสมชาย สุนทรวัฒน์ ก็มาจากพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็มีอีกโครงการอีกระยะหนึ่ง มกราคม ๒๕๔๑ ถึงธันวาคม ๒๕๔๑ ราคายางก็ตกมาประมาณกิโลกรัมละ ๒๖ บาท ก็มีการใช้เงินไปอีก ๖,๕๐๐ ล้านบาท แล้วก็มาจนกระทั่งสิ้นสุดในสมัยรัฐบาลชวน ครั้งที่ ๒ โครงการประมาณ มิถุนายน ๒๕๔๒ มาสิ้นสุดเมื่อพฤศจิกายน ๒๕๔๓ มีท่านอาคม เอ่งฉ้วน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบ ราคายางขณะนั้นก็ประมาณ ๒๓ บาท มีท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ เป็นเลขานุการของท่านอาคม เอ่งฉ้วน ในขณะนั้นที่รับผิดชอบโครงการยาง ซึ่งก็เห็นได้ว่าราคายางในขณะนั้นกิโลกรัมหนึ่งก็ประมาณ ๒๐ กว่าบาท แต่ราคายางพารา ได้ทะยานขึ้นมาเป็น ๓ กิโลกรัม ๑๐๐ บาท ในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย มีท่านทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็มากิโลกรัมละ๑ เหรียญ แล้วหลังจากนั้นโครงการแทรกแซงยางก็ไม่ได้เกิดขึ้นอีกเลย เพราะว่าราคายางก็เพิ่มสูงขึ้นมา ตามลำดับ แล้วผมต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าเพราะต่อมาที่บอกว่าราคายางเพิ่มขึ้น ถึงกิโลกรัมละประมาณ ๑๕๐ บาท ในสมัยนั้นก็เป็นสมัยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็เป็นของพรรคชาติไทย แล้วรัฐมนตรีช่วยที่รับผิดชอบเหมือนกับที่ผมรับผิดชอบ อยู่นี่ไม่ได้มาจากพรรคประชาธิปัตย์นะครับ ก็มาจากพรรคการเมืองอื่นก็คือ พรรคภูมิใจไทย ผมก็ต้องเรียนท่านเพื่อทำความเข้าใจนะครับว่า หลังจากท่านอาคมมานี่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ได้เคยรับผิดชอบ ไม่ได้มานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกเลยนะครับ แล้วผมก็เรียนท่านครับว่าโครงการนี่ก่อนสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเข้ามา โครงการทั้งหมดขาดทุนไปทั้งหมด ๑๙,๘๒๐ ล้านบาท แล้วก็มีข้อร้องเรียน มีข้อกล่าวหา เรื่องการทุจริตความไม่โปร่งใส แล้วก็มีเรื่องขณะนี้ก็มีการร้องไปถึง ป.ป.ช. นะครับ บางเรื่องก็จบแล้ว บางเรื่องก็ไม่จบ แต่ขณะเดียวกันโครงการสมัยรัฐบาลนี้ยังไม่มีการร้องเรียน ในเรื่องของการทุจริตนะครับ แล้วผมเองก็พร้อมนะครับ ถ้าท่านมีข้อมูลหรือท่านจะกรุณา ผมก็พร้อมนะครับที่จะได้ตรวจสอบ ผมก็ต้องเรียนเพื่อทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า ราคายางพาราเมื่อก่อนกิโลกรัมหนึ่งประมาณ ๒๕ บาท แล้วก็มาเพิ่มขึ้นในสมัยรัฐบาล พรรคไทยรักไทย มาเป็นกิโลกรัมละ ๑ เหรียญ นี่ผมต้องทำความเข้าใจนะครับ และขณะเดียวกัน ผมก็ต้องเรียนว่าโครงการแทรกแซงราคายางพาราสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ใช้เงินไปประมาณ ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่ต้องทำนี่ก็คือต้องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวสวนยาง ที่มีรายได้น้อย และขณะเดียวกันยางก็ยังอยู่ครบทุกกิโลกรัม แล้วก็ยังไม่ได้ขาดทุนเพราะว่า ยังไม่ได้ขายออกไป แต่ผมเรียนว่านี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ แต่ถ้าเทียบกันกับ โครงการไทยเข้มแข็งนะครับ พ.ร.ก. ไทยเข้มแข็ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมดูแล้วท่านประธานครับ เปรียบเทียบกันก็เห็นซากโรงพัก แล้วก็เห็นครุภัณฑ์อาชีวะ