สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

ธีรภัทร พริ้งศุลกะ สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ แถลงต่อสภา เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาความตกต่ำของราคายางพาราและปาล์มน้ำมัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ จำนวน ๒.๕ ล้านล้านบาท ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาเมื่อวานนี้ ผมขออนุญาตอภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวข้อง กับยุทธศาสตร์ที่ ๓ ในจำนวน ๘ ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลคือ ยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนตามกรอบวงเงิน ๓๔๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แผนงานเสริมสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรเพื่อช่วยเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพ และรายได้ สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรได้ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม ในเอกสารก็จะมีเพียงข้าวและมันสำปะหลังเท่านั้นละครับที่ได้รับการดูแล ส่วนพืชชนิดอื่น อย่างเช่น อ้อย ข้าวโพด ยางพารา หรือปาล์มน้ำมัน ไม่ได้รับการบรรจุหรือมีนโยบายอย่างไร ที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ถามว่าทำไมครับ ตลอดระยะเวลาเกือบ ๒ ปีที่รัฐบาล ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เข้ามาบริหารประเทศก็จะมีแต่เพียงคำปลอบใจเท่านั้นนะครับ สำหรับพืชชนิดอื่น ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วน่าจะได้รับการบรรจุอยู่ในเอกสารอันนี้ด้วย ก็คือเข้าใจ เห็นใจ และพยายามแก้ไขอยู่ ความล้มเหลวของการรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งยางพาราและปาล์มน้ำมัน ไม่ได้ไปถึงไหนเลยครับ ยังตกต่ำต่อเนื่องยาวนาน แล้วก็ไม่อยู่ในวิสัยที่เกษตรกรชาวสวนจะสามารถดำรงคงชีพอยู่ได้ แต่ในทางกลับกันครับ ปัญหาราคาสินค้าที่ถีบตัวสูงขึ้นจนกระทั่งมีคนเขากล่าวกันว่าแพงแล้วแพงกันทั้งแผ่นดิน ทำให้ค่าครองชีพต้องเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาพืชผลการเกษตรที่ตกต่ำลง เป็นปัญหาที่ เกษตรกรชาวสวนต้องเผชิญตลอด ๒ ปีที่ผ่านมา วิธีการแก้ไขของรัฐบาลก็ไม่ได้ตอบโจทย์ จนทำให้เกษตรกรชาวสวนต้องมีการรวมตัวเรียกร้อง ประท้วง ปิดถนนอย่างต่อเนื่องตลอดมา เพื่อขอให้รัฐบาลเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหา จนทุกวันนี้มีคนที่ได้รับโอกาสเข้ามาทำหน้าที่ ในการแก้ปัญหาถึง ๓ ท่านแล้วในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น คนที่ได้รับโอกาสมีรถประจำตำแหน่ง ไปไหนมาไหนก็มีรถนำครับ แล้วใคร ๆ ก็เรียกขานกันว่า ฯพณฯ แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็ไม่สามารถ แก้ปัญหาได้ ปัญหาก็ยังวนเวียนอยู่เช่นเดิม ข้อเรียกร้อง ข้อเสนอของเกษตรกรก็ยังคงวนเวียนอยู่ บนท้องถนน หรือการเข้ามาหาตำแหน่งนี้ครับเป็นเพียงโอกาสของใครบางคนเท่านั้นเพื่อจะ ได้รับโอกาสที่สูงขึ้น แต่เกษตรกรครับ ชาวสวนยางพารา หรือสวนปาล์ม คนเหล่านี้สิครับ ไม่มีที่ไปครับท่าน ต้องก้มหน้ารับผลกระทบ ต้องหาทางแก้ปัญหาและเอาตัวรอดไปวัน ๆ อนาคตสำหรับคนพวกนี้ที่จะมีรถนำหรือครับ ไม่มีหรอกครับ จะมีโอกาสก็เพียงแค่พระนำ เท่านั้นนะครับที่จะพอเป็นไปได้ รัฐบาลต้องมีหน้าที่ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่ใช่ยกคุณภาพชีวิตของรัฐมนตรีจึงจะถือเป็นความสำเร็จ รัฐบาลล้มเหลวในการแก้ปัญหา ราคายางพารา ปาล์มน้ำมันที่ตกต่ำ เกษตรกรไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปาก ซ้ำยังถูกกระทำด้วยหนี้ ที่ตนเองไม่ได้มีโอกาสก่อและคงไม่มีโอกาสได้ใช้ต้องมารับผิดชอบ รัฐบาลนี้ไม่ได้สร้างโอกาส ให้คนได้อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน รัฐบาลเพียงแต่มีหน้าที่ในการกระจายหนี้ให้คนทุกคน อย่างทั่วถึง อะไรล่ะครับ ก็เงินจำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งดอกเบี้ยอีกรวมเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่คนไทยทุกคนถ้วนหน้าจะต้องได้รับกันคนละเป็นแสน ๆ เพราะฉะนั้น หนทางสู่หายนะของคนเหล่านี้ก็จะมีแต่สั้นลงแล้วก็เร็วขึ้น เป็นการตอกย้ำถึงความล้มเหลว โดยสิ้นเชิงโดยการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ พวกผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นความเดือดร้อนก็พยายามจะรวมตัวกันช่วยเหลือรัฐบาล เสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์ ในการแก้ปัญหา ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมามีประสบการณ์ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ก็คือรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่สามารถทำให้ราคายางพาราและปาล์มน้ำมันมีราคาเป็นที่น่าพอใจ เกษตรกรทุกคน ก็มีความสุข แต่ก็นั่นละครับ ความตั้งใจดีของพวกผมก็จบอยู่ที่เพียงหน้าประตูของรัฐบาล เท่านั้นนะครับ ปัญหาของรัฐบาลก็เลยคาราคาซังมาจนทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นในร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ฉบับนี้คงเป็นเพียงแนวคิดกรอบเดิม ๆ วิธีการเดิม ๆ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาทั้งปวงของเกษตรกร สุดท้ายครับท่านประธาน รัฐบาลนี้ละครับ ถึงที่สุดแล้วคนทุกคนก็จะหมดความอดทน อดกลั้น และข้อเรียกร้อง ของคนเหล่านี้ก็จะดังมากขึ้น เมื่อคนทุก ๆ คน ทุก ๆ กลุ่มที่มีปัญหาเดือดร้อนเข้ามารวมตัวกัน ถึงวันนั้นถ้าคนเหล่านี้หันมาใส่หน้ากากสีขาวกันทั้งประเทศ ผมเชื่อเลยครับถึงวันนั้นรัฐบาลเอง ก็ไม่สามารถอยู่ได้ และด้วยเหตุผลดังกล่าวทั้งหลายนี้ผมและเพื่อนสมาชิกไม่สามารถรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ได้ ขอขอบพระคุณครับ