สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๖

วรชัย เหมะ สนับสนุนงบประมาณปี 2557 และชมเชยรัฐบาลที่สามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น แม้จะมีเศรษฐกิจโลกถดถอย และรัฐบาลจะกระตุ้นรายได้ส่วนภายในประเทศโดยการสร้างรายได้ให้คนส่วนมากและเพิ่มค่าแรงให้กรรมกร

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมอภิปรายสนับสนุน งบประมาณปี ๒๕๕๗ ก่อนอื่นนั้นท่านประธานครับ ผมต้องชมเชยรัฐบาล ชมเชยท่านนายกรัฐมนตรี ว่าท่านสุดยอดจริง ๆ เก่งจริง ๆ เพราะอะไรครับ ท่ามกลางวิกฤติ ๒ เรื่องที่รัฐบาลนี้ ตั้งงบประมาณถึง ๒.๕๒ ล้านล้านบาทครับ แล้วรัฐบาลนี้สามารถเก็บภาษีหารายได้ ๒.๒ ล้านล้านบาทครับ ขาดดุลงบประมาณแค่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ ลดลงจากปีที่แล้วเพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าวิกฤติ ๒ เรื่อง เรื่องหนึ่งการชะลอตัว เศรษฐกิจโลก เรื่องที่ ๒ เรื่องค่าเงินบาทที่แข็งตัวครับท่านประธาน ๒ เรื่องนี้เป็นตัวอุปสรรค ของการหารายได้ให้ประเทศครับ เงินบาทแข็งนั้นทำให้การแข่งขันของประเทศลดลง เพราะว่าอะไรครับท่านประธาน เราจะเห็นครับว่าวันนี้รายได้มวลรวมของประเทศนั้นมาจาก ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งรายได้มาจากต่างประเทศ รายได้ส่วนหนึ่งมาจากในประเทศครับ รายได้ทั้งหมด มาจากภาคการผลิต การค้า การบริการ การลงทุน ภาคการเกษตรและภาคการท่องเที่ยว นี่คือรายได้ประชาชาติของคนไทยทั้งประเทศหรือว่าจีดีพีของประเทศครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าในขณะที่เศรษฐกิจโลกถดถอยวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรียังสามารถ เก็บภาษีของประเทศได้มากขึ้นกว่าปีที่แล้วครับ ขาดดุลงบประมาณลดลงนี่คือความเชื่อมั่น ของประเทศไทย เราจะเห็นว่าในระบบของทุนโลกครับท่านประธาน ความเชื่อมั่นเป็นสิ่งสำคัญ ที่สุดของนักลงทุน วันนี้เราจะเห็นว่าตลาดทุนของประเทศไทยโตสุดขีดครับ วันนี้ ๑,๖๐๐ จุดครับท่านประธาน นี่คือความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ลงทุนในตลาดทุนของประเทศ ภาคอุตสาหกรรมการลงทุนเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เราจะเห็นว่าวันนี้รัฐบาล พยายามทำ ๒ ทาง เพื่อกระตุ้นรายได้ส่วนภายในประเทศ ส่วนที่ ๑ คือการสร้างรายได้ ให้คนส่วนมากครับท่านประธาน คือเกษตรกร อีกส่วนหนึ่งกระตุ้นรายได้ของคนส่วนมาก ที่อ่อนแอ คือกรรมกรครับท่านประธานเราจะเห็นว่า ๒ ส่วนนี้คู่กันไป กระตุ้นรายได้กรรมกร เพิ่มค่าแรง ๓๐๐ บาท กระตุ้นรายได้ของพี่น้องชาวนาโดยการสร้างกลไกของตลาดใหม่ครับ พี่น้อง เราจะเห็นว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพี่น้องประชาชนเกษตรกรนั้นมีความยากลำบากครับ ท่านประธาน เราจะเห็นว่ากลไกรายได้ของกลไกตลาดนั้นมาจากพ่อค้าคนกลาง พี่น้องเกษตรกรไม่เคย กำหนดโอกาส กำหนดกลไกรายได้ของตัวเองเลย ยกตัวอย่างชาวนาท่านประธานครับ เราจะเห็นว่าชาวนากลางมีที่ดินเป็นร้อยไร่ ทำนามาตั้งแต่โคตรปู่ย่าตายาย ผลที่สุดพื้นที่นา ก็รักษาไม่ได้ครับท่านประธาน ต้องตกเป็นของโรงสี เป็นของนายทุนครับท่านประธาน นี่การทำนาแสดงให้เห็นว่าทำไมล่ะครับท่านประธาน ทำมาตั้งแต่โคตรปู่ย่าตายายไม่รวยสักทีครับ จนทั้งปีทั้งชาติ จนเจ็ดชั่วโคตรครับท่านประธาน นี่คือชาวนาไทย ต้องขายที่นาไปให้นายทุน พ่อค้าข้าว โรงสียึดที่นาของชาวนา ผลที่สุดชาวนาต้องเช่านาของตัวเองจากโรงสี จากนายทุน มาทำนาครับท่านประธาน นี่คือการเสียเปรียบ นี่คือการขาดทุน เพราะอะไรครับ เพราะกลไก ของตลาดข้าวไปอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางทั้งหมด พ่อค้าส่งออก พ่อค้าโรงสี นายทุนในประเทศ เป็นผู้กำหนดกลไกของตลาด เพราะฉะนั้นชาวนาปลูกข้าวถูกกำหนดราคาทั้งหมด ไปซื้อปุ๋ย พ่อค้าคนกลางก็กำหนด ไปซื้อยา ซื้อน้ำมัน พ่อค้าคนกลางก็กำหนด ผลิตข้าวได้ครับท่านประธาน ไปขายพ่อค้า ไปขายโรงสี พ่อค้าโรงสีเป็นผู้กำหนดราคาทั้งหมด เพราะฉะนั้นทั้งซื้อทั้งขาย ถูกพ่อค้าคนกลางเป็นผู้กำหนดทั้งหมด แล้วชาวนาไม่หมดตัวได้อย่างไรครับพี่น้อง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นนี่คือกลไกของตลาดที่ทำให้ชาวนายากจน เพราะฉะนั้น รัฐบาลนี้บอกว่าต่อไปนี้กลไกของตลาดจะให้รัฐบาลเข้ามาดูแล พ่อค้าไม่เกี่ยวเป็นเรื่อง ของรัฐบาลกับชาวนา รัฐบาลเป็นผู้กำหนดกลไกของตลาดด้วยตัวเองโดยการรับจำนำข้าวครับ ท่านประธาน ทำให้พี่น้องเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ พ่อค้าคนกลางไม่มีโอกาสกดขี่ราคาสินค้า ของเกษตรกร รัฐบาลมาเป็นตัวกลาง เป็นตัวกำหนดกลไกของตลาดท่านประธานครับ นี่คือ การเพิ่มรายได้ให้ผู้ด้อยโอกาส เป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอีกด้านหนึ่ง ผู้ใช้แรงงานครับ ท่านประธาน รายได้วันละ ๒๐๐ บาท จะอยู่ได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นการเพิ่มรายได้ ๓๐๐ บาท เป็นการเพิ่มกำลังซื้อให้คนยากจน เพิ่มกำลังซื้อให้ชาวนา เพิ่มกำลังซื้อให้กรรมกร นี่คือการกระตุ้นรายได้ภายในประเทศท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่ากำลังซื้อ ภายในประเทศมันโตครับ คนจนแข็งแรงขึ้น คนจนแข็งแรงก็สามารถซื้อสินค้าจากภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรมอย่างสบายถึงวิกฤติเศรษฐกิจของโลกจะเป็นอย่างไร พี่น้องเกษตรกรไทย กำลังซื้อภายในประเทศเป็นตัวรองรับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกครับท่านประธาน ทำให้ชาวนา ทำให้ผู้ใช้แรงงานซื้อสินค้าจากภาคอุตสาหกรรมได้ ทำให้อุตสาหกรรมภายในประเทศ สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยดีไม่ต้องอาศัยกำลังซื้อจากต่างประเทศ นี่คือการกระตุ้นรายได้ ภายในประเทศ ทำให้เกษตรกรแข็งแรง ผู้ใช้แรงงานแข็งแรง ภาคอุตสาหกรรมเคลื่อนไปได้ครับ แล้วลูกหลานของเราที่จบมาไม่มีงานต้องได้มีงานทำไม่ตกงานครับท่านประธาน นี่คือการเพิ่ม กำลังซื้อในชนบท วันนี้เราจะเห็นอีกส่วนหนึ่งครับ รายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศ ผมเป็น ส.ส. จังหวัดสมุทรปราการ ไม่ใช่เป็นเจ้าของสนามบิน แต่พื้นที่ผมเขตสนามบินสุวรรณภูมิ เราจะเห็นว่าวันนี้ สนามบินสุวรรณภูมินั้นสามารถรองรับนักท่องเที่ยวปีหนึ่ง ๓๘ ล้านคน แต่วันนี้สนามบิน นักท่องเที่ยว ๕๘ ล้านคน มันเกินความสามารถที่จะรองรับได้ ให้เห็นถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ภายในประเทศ ให้เห็นถึงรายได้ทุกภาคส่วนของประเทศกำลังขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี นี่คือ ความเชื่อมั่นต่อนายกรัฐมนตรีของประเทศ นี่ให้เห็นถึงเศรษฐกิจของประเทศหรือของโลก จะล้าหลังอย่างไร แต่รายได้ของประเทศจีดีพีของเราไม่ลดครับ ๕ เปอร์เซ็นต์ครึ่งถึง ๖ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธาน นี่คือรายได้ของประเทศที่เพิ่มขึ้น นี่คือความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ นี่คือความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจากต่างประเทศ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีมีความสามารถ เป็นคนเก่งสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยกลับคืนมาครับ สร้างสนามรบให้เป็นสนามการค้าภายในชายแดน นี่คือความเชื่อมั่นของประเทศไทย นี่คือ งบประมาณของรัฐบาลนี้สามารถเก็บได้เพิ่มจากปีที่แล้ว นี่คือรายได้ที่ขาดดุลงบประมาณ ที่น้อยลง ท่านประธานครับ วันนี้ต้องขอบคุณรัฐบาลจริง ๆ ต้องขอบคุณที่สามารถทำให้ ประเทศไทยยืนหยัดช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นผมจึงสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๕๗ ด้วยความยินดียิ่งและภาคภูมิใจครับท่านประธาน ขอบคุณครับ